วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นาฬิกาชีวิต (ภาค 2) ชั่วโมงไหนให้ความสุขที่สุด

โดย ซูม

ฮือฮาพอสมควรนะครับ สำหรับข้อเขียนเรื่อง “นาฬิกาชีวิต” จากเอกสาร “สวัสดีปีใหม่” ที่อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยท่านส่งมาให้ผมและผมก็คัดย่อนำลงให้ในคอลัมน์เมื่อวานนี้

เรียกว่าพอหนังสือกรอบแรกออกจำหน่ายก็มีท่านผู้อ่านโทรศัพท์มาถาม 2-3 รายแล้วครับว่าจะหารายละเอียดอ่านเพิ่มเติมจากที่ไหนบ้าง?

ผมก็ตอบไปว่ากรุณาไปอ่านในนิตยสาร “หมอชาวบ้าน” ฉบับต้อนรับปีใหม่ก็แล้วกัน

เพราะได้นำเรื่อง “นาฬิกาชีวิต” ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนที่เขียนโดยคุณหมอ ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล เลขาธิการสมาคมแพทย์จีน ในประเทศไทย พร้อมด้วยแผนภูมิมาลงตีพิมพ์ไว้อย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งฉบับของท่านรอง บรรจง กันตวิรุฒ กับของนิตยสารหมอชาวบ้านยังมีข้อความปีกย่อยที่แตกต่างกันอยู่บ้าง...วันนี้ผมขออนุญาตเขียนถึงเรื่องนี้ต่ออีกสักวัน ถือเป็นการเสริมข้อเขียนฉบับเมื่อวานนี้ของผมให้สมบูรณ์ขึ้นว่างั้นเถอะ

เริ่มจากช่วงเวลาหนึ่งที่ผมตกหล่นไปเมื่อวานคือช่วงเวลาระหว่าง 11.00 น. ถึง 13.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาของ หัวใจ

ในเอกสารของท่านรองปลัดฯบอกว่า “หัวใจทำงานหนักช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียดและเหตุที่ทำให้ต้องใช้ความคิดหนักรวมไปถึงหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้นหรืออาการตกใจให้ได้”

ในนิตยสาร หมอชาวบ้าน ก็ย้ำว่าช่วง 11.00 น. ถึง 13.00 น. เป็นช่วงของ “หัวใจ” เช่นกัน จะเป็นช่วงพลังวิ่งในเส้นลมปราณหัวใจสูงสุดพร้อมกับมีข้อเสนอแนะ 2 ข้อที่น่าสนใจ

ข้อแรกก็คือควรอยู่อย่างสงบหรืองีบสั้นๆในช่วงนี้จะทำให้หัวใจสดชื่น และข้อสองอย่าดื่มสุราในช่วงนี้จะมีผลกระทบต่อร่างกายสูง

อีกห้วงเวลาหนึ่งที่น่าสนใจและเอกสารทั้ง 2 ฉบับมีข้อเสนอที่แตกต่างกันบ้าง ได้แก่ ช่วงเวลา 09.00-11.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาของ“ม้าม”

ของนิตยสารหมอชาวบ้านบอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ม้ามทำงานดีที่สุด เป็นช่วงที่ร่างกายของผู้คนจะแข็งแกร่งที่สุด และจะเป็นช่วงที่การทำงานของมนุษย์มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงไม่ควรปล่อยเวลาช่วงนี้ให้ผ่านไป

ส่วนฉบับของท่านรองฯมีคำเตือนเรื่อง ม้าม ว่า “ผู้ที่นอนหลับในช่วง 09.00-11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมผีปากอีกด้วย...ผู้ที่พูดบ่อยๆหรือพูดเก่งๆม้ามจะชื้น จึงควรพูดน้อยกินน้อย ม้ามจึงแข็งแรง”

ไหมล่ะ การพูดมากๆพูดบ่อยๆจะทำให้ม้ามชื้นได้และถ้าม้ามชื้นมากๆเขาบอกจะทำให้อ้วนและบวมง่าย

ใครที่ขึ้นเวทีปราศรัยไม่ว่าจะเป็นเวทีชัตดาวน์หรือเวทีไหนก็ตามโปรดเลี่ยงๆการพูดตอน 09.00-11.00 น. ไว้บ้างนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นโรค “ม้ามชื้น” อ้วนง่ายบวมง่ายไปซะเปล่าๆ...แฮ่ม

สุดท้ายมาที่ห้วงเวลาสำคัญมากอีกห้วงที่เอกสารทั้ง 2 ฉบับ มีข้อเสนอแตกต่างกัน ได้แก่ ช่วงเวลา 21.00-23.00 น.

เอกสารของท่านรองปลัดฯ เขียนไว้สั้นมาก มีข้อความเพียงย่อหน้าเดียวเท่านั้น...ดังนี้ “21.00-23.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงนี้ เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ”

แต่ข้อความในนิตยสาร หมอชาวบ้าน บรรยายไว้ละเอียดกว่า...ดังนี้ครับ

21.00-23.00 น. พลังวิ่งในเส้นลมปราณ “ซาน เจียว” สูงสุด เป็นช่วงเชื่อมประสานหยิน-หยาง เวลานี้เป็นช่วงไฟในร่างกายน้อยลงอย่างมาก จึงเป็นช่วงต้องพักผ่อนไม่ควรใช้ไฟของร่างกาย และเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าพักผ่อน เพื่อพักฟื้นอวัยวะทั้งหมด

ที่สำคัญมากคือ “หมายเหตุ” ครับ...มีอยู่ข้อหนึ่งเขาเขียนไว้ว่า “ช่วงนี้จึงเหมาะแก่การร่วมรัก เชื่อมประสานหยิน-หยาง ภายหลังจากช่วงผ่อนคลาย สบายอารมณ์”

เป็นหมายเหตุที่สำคัญยิ่งจริงๆครับ ผมขออนุญาตนำมาเติมข้อเขียนฉบับเมื่อวานนี้เอาไว้ด้วย

เผื่อว่าใครที่ชอบเชื่อมประสาน “หยิน-หยาง” หรือ “ร่วมรัก” ผิดเวลาเช่นไปประสานในช่วงเวลากินข้าวต้มกลางวันบ้าง หรือเวลาอื่นๆบ้าง จะได้หันไปประสานในช่วงเวลา 21.00-23.00 น. ที่เป็นเวลาที่ดีที่สุดของภารกิจนี้ในทัศนะของแพทย์แผนจีนนั่นแล.

 

“ซูม”

22 ม.ค. 2557 11:20 22 ม.ค. 2557 11:20 ไทยรัฐ