วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุคไม่ขำ

กระบวนการปฏิรูปนั้น เคยทำกันได้ผลเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในสมัยเผด็จการ ท่านผู้นำ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เมื่อ พ.ศ.2482

ท่านผู้นำเห็นว่า ตัวสะกดในภาษาไทย เช่น ฆ ฌ ญ ฒ ศ และ รร ซ้ำซ้อนไม่จำเป็น ให้ตัดออกไป เสริม ให้เขียน เป็น เสิม หญิง เขียนเป็น หยิง วัฒนธรรม เขียนเป็น วัธนธัม

จึงมีคนเรียกยุคนี้ว่า ยุควัธนธัม

การปฏิรูปภาษาไทยครั้งนี้ ผู้ที่รับผลกระทบมากที่สุดก็คือครู กว่าจะสอนเด็กให้เขียนให้สะกดแบบใหม่ ครูเองเอาตัวเองแทบไม่รอด

ปฏิรูปตัวสะกดแบบใหม่แล้ว ยังปฏิรูป สรรพนาม ให้เหลือเพียง ฉัน ท่าน ลงท้ายด้วยคำว่า “จ้ะ” และคำที่พยายามให้พูดกันจนติดปาก ขอโทษ และ ขอบใจ

ว.วินิจฉัยกุล เขียนไว้ใน “สืบตำนาน สานประวัติ” (สำนักพิมพ์ ทรีบีส์ 2553) ว่า ถ้าเกิดในยุคนั้น ดิฉันจะถามคุณจ้อว่า ได้รับบทความที่ส่งไปหรือยัง  ก็ต้องถามว่า “ท่านได้รับบทความของฉันแล้วหรือยังจ๊ะ”

และคุณจ้อก็จะต้องตอบว่า “ฉันได้รับบทความของท่านแล้วจ้ะขอบใจ”

นักประพันธ์ใหญ่ อย่าง ยาขอบ และ มาลัย ชูพินิจทนไม่ไหว เลิกเขียนนิยาย เพราะไม่อาจทนเขียนให้พระเอกพูดกับนางเอกว่า “ฉันรักท่านจ้ะ”

ท่านผู้นำเห็นว่า ชื่อ...คนไทยไร้ระเบียบ ไม่ไพเราะ ไม่แบ่งเพศหญิงชาย มีประกาศให้หญิงชายควรมีชื่อแบบไหน

นักหนังสือพิมพ์อาวุโส ชื่อ ประหยัดศรี ฟังเป็นผู้หญิง ต้องเปลี่ยนเป็น ประหยัด ศ. ผู้หญิงชื่อ สมัย ต้องเติมคำ “สวาท” เข้าไป จึงเป็น สมัยสวาท นางสาวไทย ชื่อเรียม เปลี่ยนเป็นเรียมรมย์

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงพระนามเดิมว่า สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา ได้ทรงรับคำแนะนำให้เปลี่ยนพระนามเสียใหม่ เพราะพระนามเดิมฟังเป็นเพศชาย ทรงกริ้ว ตรัสตอบว่า

“ชื่อของฉัน ทูลกระหม่อม (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ) พระราชทานให้ ท่านทรงทราบดี ฉันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”

ตลอดยุค “วัธนธัม” มีประกาศรัฐนิยม 12 ฉบับ หลายเรื่องรุกล้ำเข้ามากำกับชีวิตความเป็นอยู่ประจำวัน เช่นให้ผู้หญิงเลิกนุ่งโจงกระเบน มานุ่งผ้าถุงหรือกระโปรง ผู้ชายนุ่งกางเกงฝรั่ง สวมรองเท้า ไม่กินหมาก เมื่อออกจากบ้าน ต้องสวมหมวก

รัฐนิยมสำคัญ ที่ขึ้นหน้าขึ้นตา คือ การส่งเสริมให้คนไทยเลีี้ยงหมู ปลูกผัก เพาะถั่วงอก และเมื่อปลูกผักสวนครัวแล้ว ก็ควรเอาวัตถุดิบ มาทำก๋วยเตี๋ยวขาย

ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ครูใหญ่...ต้องขายก๋วยเตี๋ยวคนละหนึ่งหาบ กรมประชาสงเคราะห์พิมพ์คู่มือทำก๋วยเตี๋ยวแจกจ่าย ข้าราชการสมัยนั้น สนองนโยบายรัฐ ขายก๋วยเตี๋ยวกันเป็นการใหญ่

ภาษาสำนวน ที่รัฐบาลชักชวน ให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวเด็กรุ่นใหม่ ไปหาอ่านได้ ที่ร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง ผมเคยจดมาจากร้านที่เมเจอร์ รัชโยธิน สาขาอื่นก็น่าจะมี

รัฐนิยมอีกเรื่อง คือการเคารพธงชาติ เอาจริงเอาจังกันถึงขนาด หมอต้องหยุดยืนตรงข้างเตียงคนไข้ คนไข้ต้องลุกขึ้นยืนบนเตียง

ว.วินิจฉัยกุล ตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า ยุคไม่ขำ แล้วอธิบาย...คนไทยสมัยนั้นเครียดกันมาก

เมืองไทยยุคนี้ กำลังเป็นยุคของการปฏิรูป ฝ่ายรัฐบาลก็ปฏิรูป ฝ่ายค้านก็ปฏิรูป เกี่ยงกันนิดหน่อย ก่อนหรือหลังเลือกตั้ง ระหว่างตกลงเรื่องเวลา ก็ชุมนุมสำแดงพลังกันไป

มีระเบิดบ้าง ใช้ปืนแถมพกกันบ้าง บาดเจ็บล้มตายกันบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ

ระหว่างนี้ ก็ “ขำไม่ออก” กันไปพลางๆ

ในทะเลเมื่อชาวเรือ เห็นฟ้าเหลือง ก็จะรู้ว่า อีกไม่ช้าพายุใหญ่ชื่ออุกา กำลังจะมา เตรียมหัวเราะ เตรียมร้องไห้ กันไว้ก็แล้วกัน.

 

กิเลน ประลองเชิง

22 ม.ค. 2557 10:49 22 ม.ค. 2557 10:49 ไทยรัฐ