วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้พรก.ฉุกเฉิน เฉลิมคุม ได้เป็นผอ.ศรส.

มอบอำนาจ‘ปึ้ง’ใหญ่คับเมือง มาควบคุมตำรวจแทนประชา เทพเทือกยังได้รับเสียงเชียร์

ในที่สุด ครม.งัดกฎเหล็กประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล สมุทรปราการ เฉพาะ อ.บางพลี ปทุมธานี เฉพาะ อ.ลาดหลุมแก้ว กรอบบังคับใช้ 60 วัน หวังเป็นไม้ตายสยบความรุนแรง-ล็อกแกนนำ กปปส. นายกฯปูจัดทัพใหม่ “เฉลิม” นั่ง ผอ.ศรส. มอบดาบให้ “สุรพงษ์” ดูแล สตช.แทน “ประชา” ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ ตัวแทนเหล่าทัพร่วมเป็นกรรมการ “ยิ่งลักษณ์” เชื่อมือตำรวจคุมสถานการณ์อยู่หมัด ไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์ปี 53 “สุเทพ” ตะลุยเดินสายเรียกแขกย่านสีลม ปลุกพลังวัยหนุ่มสาวออฟฟิศร่วมปิดเมืองกรุง ลั่นกูไม่กลัวมึงท้า ศรส.บุกจับ ตั้งลำใช้อารยะขัดขืนสู้ทุกรูปแบบ ขู่ย้ายวิกปักหลักชุมนุมทำเนียบรัฐบาล แกนนำ กปปส.เวทีต่างๆใช้แผนดาวกระจายปิดหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง “ทักษิณ” ออกโรงตั้งค่าหัว 10 ล้านบาทล่ามือบึม เจ้าหน้าที่ยูเอ็นลงพื้นที่เก็บข้อมูลเหตุรุนแรงตามจุดเสี่ยง

การชุมนุมของ กปปส.ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางมีผู้ร้ายใช้ระเบิด ปืน ประทัดยักษ์ สร้างสถานการณ์รุนแรงต่อผู้ชุมนุม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นใบไม้ร่วง ถึงขั้น ศอ.รส. ชี้แนวโน้มจะเกิดเหตุวุ่นวายมากขึ้น โดยได้ประชุมศอ.รส.เต็มคณะ เพื่อหาช่องทางออกพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ล่าสุดศอ.รส.ชงให้ ครม.มีมติออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว มีผลวันที่ 22 ม.ค.นี้เป็นต้นไป

ศอ.รส.หารือรับมือเหตุรุนแรง

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ที่กำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เป็นประธานการประชุม ศอ.รส.เต็มคณะ เพื่อประเมินสถานการณ์และจัดวางมาตรการป้องกันเหตุการณ์รุนแรงในการชุมนุมกลุ่ม กปปส. มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสีหศักดิ์ พวง–เกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธณะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และ ผอ.ศอ.รส. ผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

แจงแกนนำ 58 คนผิดกบฏร่วม

นายชัยเกษม นิติสิริ ได้ออกแถลงการณ์ในนามรัฐบาลว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่ม กปปส. อย่างต่อเนื่องซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายและความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกเป็นแกนนำในการชุมนุม โดยศาลอาญาออกหมายจับนายสุเทพ ในความผิดฐานเป็นกบฏซึ่งมีโทษสูงถึงประหารชีวิตและมีการแจ้งข้อกล่าวหาแกนนำการชุมนุม 58 คน ฐานร่วมกันเป็นกบฏ หลังการชุมนุมได้ยกระดับการชุมนุมที่เพิ่มความรุนแรงขึ้น มีการปิดกรุงเทพฯ ตั้งเวทีชุมนุมต่อต้านรัฐบาลบนถนนที่สำคัญหลายแห่ง เดินขบวนไปปิดล้อมและบุกรุกสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้ข้าราชการและประชาชนไปทำงานไม่ได้ หากข้าราชการหรือประชาชนคนใดที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวจะถูกกลุ่มผู้ชุมนุมคุกคาม ขับไล่ ด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและข่มขืนใจ จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายดังกล่าว

“ธาริต” เฉ่งแกนนำขู่มือดีดีเอสไอ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. แกนนำกลุ่ม กปปส.จำนวนหนึ่ง นำพามวลชนปิดล้อมอาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ทำการชั่วคราวของดีเอสไอ มีการบุกรุกไปตามชั้นต่างๆ ในอาคาร ข่มขู่ ไล่ต้อน บีบบังคับให้ข้าราชการที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ให้ออกจากที่ทำการ พร้อมนำเอาโซ่กับกุญแจคล้องปิดห้องทำงานของดีเอสไอทุกชั้น ที่ร้ายแรงมีแกนนำพร้อมการ์ด กปปส.จำนวนหนึ่งได้เข้าล้อมประชิดตัว พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญา 1 ดีเอสไอ และด่าว่าขู่เข็ญ บังคับ จน พ.ต.อ.นิรันดร์ที่อายุมากแล้วต้องยกมือไหว้ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและยังสร้างแบบอย่างที่เลวร้ายต่อสังคม ขอประณาม และขอเรียกร้องให้ยุติการกระทำอันเลวร้ายเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอสามารถใช้อาวุธหรือกำลังเข้าต่อสู้เพื่อป้องกันตัว แต่ได้หลีกเลี่ยงตามนโยบายรัฐบาล ที่ไม่ต้องการให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายของประชาชนที่ถูกแกนนำใช้เป็นเครื่องมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายธาริตแถลงได้นำคลิปเหตุการณ์ที่ พ.ต.อ.นิรันดร์ยืนอยู่ในลิฟต์กำลังยกมือไหว้นายจุมพล จุลใส และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส.ไม่ให้ทำอะไรที่รุนแรง

รัฐบาลงัดใช้ไม้แข็ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อเวลา 11.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์การชุมนุมกลุ่ม กปปส.จาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. จากนั้นเวลา 13.30 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุม ครม. ที่กองบัญชากองทัพอากาศ ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน อีกห้องประชุมหนึ่งใน บก.ทอ. ได้มีการประชุมคู่ขนานของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รอง ผบ.สส. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.อ.อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตัวแทน ผบ. 3 เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ภายหลังที่ประชุมได้มีมติให้ประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมกับเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.ในทันที

แจงเหตุจำเป็นใช้ยาขนานแรง

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายสุรพงษ์แถลงว่า ศอ.รส.ได้ประเมินเหตุการณ์ขณะนี้ปรากฏว่า ผู้ชุมนุมโดยการนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวกได้กระทำการละเมิดกฎหมายมาโดยตลอด โดยเข้าไปปิดสถานที่ราชการและธนาคารต่างๆ มีการข่มขู่ คุกคาม ไม่ให้พนักงานเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานราชการและธนาคารได้ย้ายที่ทำการไปยังที่ทำการสำรอง ยังมีการติดตามไปรังควาน ก่อกวน ตัดน้ำตัดไฟ บีบบังคับ ฝืนใจให้ผู้บริหาร ข้าราชการ ออกมาเป่านกหวีด หรือให้พูดไปในทำนองหรือทิศทางที่พวกตนเองต้องการ เสมือนหนึ่งข้าราชการเห็นด้วยกับแนวทางการประท้วงของพวกตน

หวังกำราบผู้ใช้ความรุนแรง

นายสุรพงษ์กล่าวว่า พบว่า มีผู้สร้างสถานการณ์ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ครม.จึงตัดสินใจที่จะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อใช้ในการดูแลควบคุมสถานการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อบังคับการใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิด และกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนการชุมนุมในครั้งนี้เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยและประเทศไทยของเราเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังมีการเสนอข้อมูลข่าวสารในสื่อต่างๆ ไปในทางยุยง บิดเบือน สร้างความแตกแยกภายในประเทศ อันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ โดยรัฐบาลจะยึดแนวทางการปฏิบัติตามหลักสากลต่อผู้ชุมนุม จะไม่ใช้อาวุธเข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในวันที่ 22 ม.ค. จะเชิญทูตประเทศต่างๆมาชี้แจงถึงความจำเป็นในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในครั้งนี้

“เหลิม” ปลื้มผงาดนั่ง ผอ.ศรส.

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ครม.ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยจะทำงานร่วมกับ ผบ.ตร. โดยยึดหลักแนวทาง 5 ข้อ คือ 1.ใช้กฎหมายเป็นหลักในการแก้ปัญหา 2.รัฐบาลและคณะทำงานยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.ให้ผู้ชุมนุมใช้สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ 4.ใช้หลักสากล จะไม่เข้าไปสลายม็อบเวลากลางคืน และจะไม่ใช้อาวุธ และ 5.ผู้ชุมนุมและผู้เกี่ยวข้องต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่นเช่นเดียวกัน ส่วนคนที่มีหมายจับจะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีอาญาอยู่แล้ว ไม่มีนโยบายไปสลายการชุมนุม ไม่มีความคิดจะใช้ปืนเอ็ม 16 ปืนเอชเค อาก้า เหมือนที่นายสุเทพเคยสั่ง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. และอยากให้นายสุเทพมามอบตัว ไม่อยากไปจับ

หยอดมุกเดินสายคุยแกนนำ

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้สงบเรียบร้อยได้โดยเร็ว เนื่องจากว่า ตนจะเดินสายเจรจาด้วยตนเองในบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นนายถาวร เสนเนียม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.คนชอบๆกันทั้งนั้น เมื่อถามว่าจะสามารถเจรจาได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า หนักเป็นเบา ทุเลาเป็นหาย ส่วนข้อกังวลว่าเรื่องการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะชอบธรรมหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาก็มีการเลือกตั้งภายใต้กฎอัยการศึกมาแล้ว

ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 60 วัน

พล.ท.ภราดรกล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.57 มีระยะเวลาการประกาศใช้ 60 วัน ส่วนพื้นที่การประกาศใช้เป็นไปตามที่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง คือ ครอบคลุมพื้นที่ กทม. จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ เฉพาะ อ.บางพลี และ จ.ปทุมธานี เฉพาะ อ.ลาด–หลุมแก้ว ทั้งนี้ ศรส. มี ร.ต.อ.เฉลิม เป็น ผอ.ศรส. มี ผบ.ตร.เป็นหัวหน้ารับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติการ และมีตัวแทนจากเหล่าทัพร่วมเป็นคณะกรรมการ ขณะเดียวกันนายกฯยังได้มอบหมายให้นายสุรพงษ์เป็นรองนายกฯ กำกับดูแล สตช. โดยจะใช้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี เป็นศูนย์อำนวยการ ศรส. ในส่วนของกองกำลังทหารจะยังอยู่ที่ 40 กองร้อย

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในครั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องมือให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน

“ปู” เชื่อมือ ตร.คุมสถานการณ์อยู่

จนกระทั่งเวลา 19.00 น. ที่ บก.ทอ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.ได้เน้นย้ำให้ ศรส.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เข้ามาดูแลให้ เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น เน้นขั้นตอนตามหลักสากล ต้องเริ่มจากการเจรจา ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนปี 2553 น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า เราได้ย้ำแล้ว จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นหลักเหมือนเดิม เพราะเรื่องขั้นตอนกฎหมายต่างๆ ทาง ครม.ได้เน้นย้ำว่าให้เจ้าหน้าที่ทุกคนใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวังโดยเราจะดูแลตามหลักสากล อันนี้ขอให้สบายใจ เมื่อถามว่าทำไมนายกฯไม่เป็นประธาน ศรส.ด้วยตัวเอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมตอบคำถามดังกล่าว โดยเดินเลี่ยงออกจากวงผู้สื่อข่าวไปทันที

เพิ่มอำนาจ จนท.คุมเลือกตั้งราบรื่น

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปจู่โจมหรือสลายการชุมนุม เราจะมุ่งที่แกนนำเป็นหลัก เมื่อถามการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินดูเหมือนทหารไม่เข้ามายุ่งด้วย พล.ท.ภราดรตอบว่า เป็นนโยบายของแต่ละรัฐบาลว่าจะใช้ทหารหรือตำรวจ ในต่างประเทศที่เป็นอารยะจะใช้ตำรวจนำ จะไม่ทำให้เกิดความรุนแรง เมื่อถามว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือไม่ พล.ท.ภราดรตอบว่า ต้องเกี่ยวแน่นอน เพราะ กปปส.เคลื่อนไหวสกัดไม่ให้

มีการเลือกตั้ง และยังขัดขวางโรงพิมพ์ในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งอีก จึงต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้จะเข้าไปทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนที่เสนอข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์บลู
สกาย แต่จะไม่ถึงขั้นปิดสถานี ถึงแม้จะมีอำนาจก็ตาม

“ปู” สั่ง ศอ.รส.หาที่ให้ ขรก.ทำงาน

เมื่อเวลา 15.50 น. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ  รมว.กลาโหมกล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุม โดยได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือและดูแลสถานการณ์ให้ผ่านพ้นมาจนถึงวันนี้ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกคน ทั้งในแต่ละกระทรวงและต่างจังหวัด นอกจากนี้ได้มอบหมายให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส.ให้หาสถานที่ทำงานรองรับให้ข้าราชการกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น และนายกฯได้แสดงความสงสารหน่วยราชการที่ถูกคุกคาม ข่มขู่

ทบ.แจงรถหุ้มเกราะยังไม่กลับหน่วย

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่รถยานเกราะล้อยาง BTR 3E-1 และยุทโธปกรณ์บางส่วนที่นำมาใช้ในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล และสวนสนามเนื่องในวันกองทัพไทย ยังไม่ได้เคลื่อนกลับหน่วยที่ตั้งว่า ขอชี้แจงว่ายุทโธปกรณ์หลายส่วนกลับหน่วยที่ตั้งแล้ว มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่อยู่เพื่อให้กำลังพลส่วนกลางได้ฝึกฝน อยู่ในกรอบปกติของแผนพัฒนากำลังพลกองทัพบกที่กำหนดล่วงหน้านานแล้ว โดยมีรูปแบบการฝึกเป็นแบบบุคคล ใกล้เคียงรูปแบบการฝึก Unit school เพื่อสร้างความคุ้นเคยเพิ่มทักษะความชำนาญและความสัมพันธ์กันระหว่างกำลังพลกับยุทโธปกรณ์เป็นรายบุคคลเป็นหลัก โดยเฉพาะหน่วยประเภทเดียวกัน และหน่วยที่มีหลักนิยมคล้ายกัน แต่ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ต่างรุ่นต่างแบบกัน ไม่ใช่การฝึกภาคสนามทางยุทธวิธี ไม่มีนัยพิเศษใดๆ ดังนั้นขออย่านำเรื่องดังกล่าวไปโยงทางการเมือง

“สุเทพ” เดินสายเรียกแขกย่านสีลม

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ แกนนำ กปปส. นายสาธิต เซกัล ตัวแทนกลุ่มประชาคมนักธุรกิจสีลม ในฐานะแกนนำ กปปส. เดินนำขบวนรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุม ท่ามกลางการ์ดรักษาความปลอดภัยให้นายสุเทพและแกนนำอย่างเข้มงวดมาก โดยขบวนเริ่มออกจากสวนลุมพินี เข้าถนนสีลม ถึงแยกสีลม-นราธิวาส เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตลอดเส้นทางพนักงานบริษัทบนอาคารต่างๆลงมาเป่านกหวีดต้อนรับอย่างคึกคัก เมื่อขบวนเดินมาถึงหน้าอาคารสาทรธานี (สำนักงานใหญ่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด) บริเวณ 4 แยกสาทร-นราธิวาส มีพนักงานบริษัทบนอาคารดังกล่าวและอาคารที่อยู่รอบๆ 4 แยก เดินลงมาบนถนนและเดินข้ามแยกมารอต้อนรับนายสุเทพที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรีจนเต็มถนน พร้อมตะโกนขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ให้ออกไป ส่วนใหญ่เป่านกหวีด โบกริบบิ้นลายธงชาติและมอบเงินบริจาคให้นายสุเทพ

รับเสบียงกรัง-กำลังใจไปเต็มๆ

จากนั้นขบวนเข้าสู่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมีประชาชน พนักงานบริษัทให้การต้อนรับตามแนวริมถนน จนมาถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช-มงคลกรุงเทพ วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ มีอาจารย์ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยออกมายืนเต็มบนถนนรอต้อนรับนายสุเทพและผู้ชุมนุมจำนวนมาก กระทั่งเวลา 13.50 น. นายสุเทพพร้อมแกนนำได้แวะนั่งรับประทานอาหารเที่ยงบริเวณใต้สะพานลอยสถานีรถบีอาร์ทีเทคนิคกรุงเทพ โดยมีผู้ชุมนุมนั่งล้อมและประชาชนถ่ายรูปนายสุเทพต่อเนื่อง และขบวนได้เดินต่อจนถึงแยกจันทร์-นราธิวาส เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนจันทร์ ถนนนางลิ้นจี่ ซอยสวนพลู โดยมีประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณตลาดสวนพลู และพนักงานองค์กรต่างๆ ภายในถนนนี้ออกมาต้อนรับ เป่านกหวีดตะโกนให้นายสุเทพสู้ๆ พร้อมบริจาคเงิน และนำน้ำ อาหารมาบริการให้ผู้ชุมนุมที่เดินขบวนด้วย และระหว่างจะออกจากซอยสวนพลู นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาดักแวะรอให้กำลังใจผู้ชุมนุม เมื่อเจอหน้านายสุเทพได้สวมกอดกันกลม ก่อนที่ขบวนจะได้เดินหน้ากลับที่ตั้งเวทีสวนลุมฯ

“เทือก” ท้าลั่นกูไม่กลัวมึง

ต่อมาเวลา 18.50 น. เวทีปราศรัยกลุ่ม กปปส. สวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยว่า การที่คณะรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยากถามว่าประเทศนี้ฉุกเฉินตรงไหน ตอนนี้มีอะไรฉุกเฉิน ตนเคยเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และเคยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2552-2553 เพราะตอนนั้นกลุ่ม นปช.มาชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง เผารถ บุกทำร้ายนายกฯ และรัฐมนตรีหลายคน และในปี 53 ก็เอาปืนเอ็ม 79 มายิงประชาชน อย่างนั้นถึงจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เราชุมนุมมา 3 เดือนแล้ว อาวุธก็ไม่มี มามือเปล่า เป็นการชุมนุมที่สงบไม่ได้ก่อการร้าย ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เมื่อเราชุมนุมโดยสงบไม่ทำร้ายบ้านเมืองแล้วจะถูกต้องหรือที่จะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และระดมกำลังมาจัดการกับเรา อยากบอกว่ามาเลยกูไม่กลัวมึง ตนอยากให้ประชาชนตั้งหลักให้แน่น ไม่ว่าเขาจะมารูปแบบใดก็ยึดแนวทางสงบ สันติ อหิงสา ให้ฟังคำสั่งตนคนเดียวจะสู้หรือถอย อย่าแตกตื่น หากมีการบุกมาปราบปรามการชุมนุมที่นี่ตนอาจสั่งให้ไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลก็ได้

เย้ยคนกรุงลุกฮือแห่ร่วมม็อบ

“ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ว่าต่อให้รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มันก็ปราบปรามประชาชนไม่ได้แล้ว เพราะวันนี้ประชาชนเขาลุกฮือไม่เอากับพวกมึงแล้ว เมื่อเขาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้วเขาจะสั่งให้เราหยุดชุมนุม แต่จะมีประโยชน์อะไรเมื่อเราไม่ฟัง และอารยะขัดขืน หากเขาห้ามไม่ให้เราเดินขบวนเราจะเดินอีก หากห้ามตั้งเวทีขยายเสียงเราจะปราศรัยทั้งวันทั้งคืน และหากมีการบุกมาเราจะนั่งสวดมนต์ กรวดน้ำ แผ่เมตตาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จากนั้นจะสู้ต่อไปจนกว่าจะชนะ ผมเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะมีคนกรุงเทพฯร่วมชุมนุมกับเรามากขึ้น” นายสุเทพกล่าว

เวทีปทุมวันเปลี่ยนฉากธงชาติ

ส่วนเวที กปปส.แยกปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าบรรยากาศการชุมนุม ผู้ชุมนุมบางส่วนไปร่วมกิจกรรมเดินขบวนกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. บางส่วนยังปักหลักพักผ่อนตามอัธยาศัยรอบเวทีชุมนุมและทำธุระส่วนตัว โดยบนเวทีมีกิจกรรมต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ได้รื้อฉากหลังบนเวทีปราศรัย ที่เป็นภาพมวลชนและข้อความว่า “SHUT DOWN BANG-KOK RESTART THAILAND” และภาษาไทยว่า “ปิดเพื่อเปลี่ยน” โดยเปลี่ยนฉากใหม่มีลายธงชาติไทยขนาดใหญ่ แต่ยังคงข้อความเดิม ด้าน น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 22 ม.ค. เวลา 09.00 น. เวทีนี้จะจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ พ่นควันกำจัดยุง เพื่อสุขอนามัยของผู้ชุมนุม จึงขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าช่วยยกเก็บแผงค้าด้วย

แฉมีขนอาร์พีจีถล่มผู้ชุมนุม

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนอง-เตย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่า ผู้ก่อการร้ายมีการขนอาวุธสงครามชนิดอาร์พีจีเข้ามา เนื่องจากไม่สามารถใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ได้เหมือนที่มีการใช้ในช่วงชุมนุมก่อนหน้านี้ เพราะแกนนำ กปปส.ได้เลือกสถานที่ตั้งเวทีทุกจุดที่อาวุธชนิดนี้ใช้ไม่ได้ การใช้อาวุธชนิดนี้ต้องมีระยะห่าง 200 เมตร ส่วนกรณีที่ พล.ร.ต.วินัย กล่อม-อินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือหน่วยซีล ระบุว่า มีการขนคนเขมร จำนวน 10 คันรถตู้ เข้ามาในพื้นที่ กทม. เพื่อสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม ข้อมูลเชิงลึกไม่ทราบข่าวที่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าการสร้างสถานการณ์จะมีขึ้นจริง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องนำคนเขมรเข้ามาในพื้นที่ เพราะขณะนี้ไม่ใช่การเกิดสงครามกลางเมืองที่ต้องการบุคคลไม่ทราบฝ่ายเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์

เคลื่อนพลปิดสรรพากรราชเทวี

ขณะที่เวที กปปส.ราชประสงค์ เริ่มเปิดเวที ในช่วงบ่าย โดยมีนายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส. ขึ้นปราศรัยบนเวที โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากยังคงปักหลักขับไล่รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเวลา 13.30 น. กปปส.ราชประสงค์ได้เคลื่อนขบวนไปยังอาคารพญาไทพลาซ่า ย่านราชเทวี หลังจากทราบว่า สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพ 5 ที่ตั้งอยู่ชั้น 28-29 ยังเปิดให้พนักงานทำงานอยู่ เมื่อผู้ชุมนุมมาถึง  เจ้าหน้าที่สรรพากรได้แจ้งว่ามีเพียงพนักงานเข้ามาดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น ต่อมาได้เดินทางต่อไปยังสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาราชเทวี 1 ที่ตั้งอยู่ชั้น 2 สำนักงานเขตราชเทวี โดยแกนนำเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทางเจ้าหน้าที่ขอให้ความร่วมมืออย่างดี โดยขอเคลียร์บัญชีก่อน  เมื่อเคลียร์เสร็จ  สำนักงานดังกล่าวถูกปิดตัวลงในเวลา 14.55 น. โดยพนักงานของสรรพากรได้นำโซ่และกุญแจ ยื่นให้กับนายชุมพลเป็นผู้คล้องปิดล็อกประตู จากนั้นจึงได้เดินทางกลับเวทีราชประสงค์

รถพุ่งชน-ยิงปืนขู่เวทีลาดพร้าว

เมื่อเวลา 10.30 น. นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. เวทีห้าแยกลาดพร้าว กล่าวว่า มีคนก่อกวน การชุมนุมรายวัน และมีการเตือนว่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆจึงให้เฝ้าระวังมากขึ้น โดยช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ได้มีคนขับรถกระบะวิ่งตรงมาจากฝั่งสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พุ่งชนแผงเหล็กกั้นแนวพื้นที่ชุมนุมฝั่งธนาคารทหารไทย จากนั้นมีเสียงปืนดัง 3-4 นัด การ์ดต้องใช้ไฟส่องไม่ให้เข้ามา โดยคนขับมีอาการเหมือนคนเมาได้ลงรถมาแกะแผงเหล็กที่ติดล้อรถแล้วขับออกไป ขณะนั้นมีรถเมล์และรถตู้จะวิ่งตรงมาที่จุดเกิดเหตุ การ์ดจึงกันพื้นไม่ให้เข้าเพราะไม่รู้ว่าจะมีใครแฝงเข้ามาหรือไม่ จุดนี้เป็นจุดเสี่ยงเพราะเป็นบริเวณที่เปิดให้เป็นที่กลับรถ เพื่อความปลอดภัยได้ให้ย้ายจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่อยู่นอกแนวป้องกันและให้ผู้ชุมนุมถอยร่นเข้ามาอยู่หลังบังเกอร์ที่มีการ์ดดูแล

ตะลุยปิดหน่วยงาน ก.เกษตร

ต่อมานายสุชาติ แสงสังข์ นำมวลชนจากเวทีห้าแยกลาดพร้าวเคลื่อนขบวนไปปิด 6 หน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน อาทิ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าการเกษตร กรมการหม่อนไหม กรมการข้าว และสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ บางแห่งเคยปิดไปแล้ว แต่ไปติดตามดูว่ามีแอบเข้าทำงานหรือไม่ พบว่ามีข้าราชการทำงาน จึงไปกดดันด้วยการตัดน้ำ ตัดไฟ และให้ออกจากที่ทำงาน ล็อกประตูทางเข้าออกทุกแห่ง โดยที่กรมวิชาการเกษตร ยังมีข้าราชการจำนวนมากทำงานอยู่และได้ขอร้องไม่ให้ตัดไฟ แต่แกนนำผู้ชุมนุมไม่ยอม ข้าราชการต้องพากันเก็บของเดินทางออก แกนนำบางคนประกาศให้ข้าราชการเลือกข้าง พร้อมทั้งเดินเข้าขบวนเป่านกหวีดไปปิดหน่วยงานอื่น

เล่นตัดน้ำตัดไฟห้องแล็บ

จนกระทั่งเวลา  14.00 น. ขบวนของนายสุชาติ ได้เคลื่อนไปปิดสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ที่เคยให้ข้าราชการหยุดงาน แลกกับการไม่ตัดน้ำตัดไฟ เพราะเห็นว่าจะกระทบห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ นายสุชาติได้ประกาศให้ยุติการทำงานแต่ไม่มีใครออก จึงส่งผู้ชุมนุมเข้าไปเดินดูตามอาคารต่างๆ พร้อมให้ตัดน้ำตัดไฟทันที โดยไม่สนใจว่าจะกระทบห้องแล็บหรือไม่ จากนั้นได้ตะโกนด่าข้าราชการที่ทำงานอยู่ด้วยถ้อยคำรุนแรงแถมขู่ว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะไม่รับรองความปลอดภัย และขู่จะปิดประตูขังไว้ด้านใน ทำให้ข้าราชการพากันทยอยลงจากอาคารขับรถออก การ์ดผู้ชุมนุมจึงใช้โซ่คล้องกุญแจปิดประตูไว้ก่อนพากันเดินทางกลับ

ยูเอ็นลงพื้นที่เก็บข้อมูลเหตุรุนแรง

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นายปกป้อง เลาวัณย์ศิริ เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ลงพื้นที่การชุมนุมกลุ่ม กปปส. เก็บข้อมูลเกี่ยวกับเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุมที่ผ่านมา ที่มีการใช้ทั้งการปาระเบิดปิงปอง ลอบยิงการ์ด โดยนายปกป้องได้สอบถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ปาระเบิดปิงปอง เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่างไร และผู้ที่ก่อเหตุที่ถูกการ์ดจับกุมมีความปลอดภัยหรือไม่ จากนั้นไปหาข้อมูลกับทนายความของนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.รับผิดชอบเวทีห้าแยกลาดพร้าว รวมทั้งเก็บข้อมูลในทุกเวทีของ กปปส.เพิ่มเติมด้วย

ไปปิดทีโอที-ไปรษณีย์ไทย


ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 08.30 น. ที่บริเวณศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธอิสระ นำมวลชนมาปิดล้อมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด หลังจากมีกระแสข่าวว่าตำรวจแฝงตัวเข้ามาในพื้นที่เพื่อสลายการชุมนุม จึงมาขอเจรจาเข้าไปตรวจสอบภายในอาคาร แต่ไม่สามารถเข้าได้เนื่องจากมีการคล้องโซ่และกุญแจไว้ ภายหลังมีตัวแทนบริษัท ทีโอที มาเจรจายืนยันกับผู้ชุมนุมว่าจะไม่ยอมให้ตำรวจ ทหาร เข้ามาใช้พื้นที่ภายในอาคาร ทำให้ผู้ชุมนุมพอใจเดินทางกลับไปพื้นที่ชุมนุมตามเดิม ด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวดกว่าทุกวัน ไม่อนุญาตให้รถวิ่งผ่านถนนแจ้งวัฒนะทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกบริเวณจุดการชุมนุม แต่ให้รถอ้อมไปทางด้านหลังศูนย์ราชการแทน

“พุทธอิสระ” เผยแกนนำถูกหมายหัว

ต่อมาการ์ดเวทีชุมนุมแจ้งวัฒนะสามารถจับกุมชายต้องสงสัยได้ 1 คน ในพื้นที่การชุมนุม จากการตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และเอกสารบ่งชี้ว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบแฝงตัวเข้ามาสืบหาข่าวเบื้องต้นได้ประสาน สน.ทุ่งสองห้อง รับตัวไปสอบสวน ด้านหลวงปู่พุทธอิสระ ระบุว่าขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามเตรียมปฏิบัติการใบไม้ร่วงเพื่อจัดการกับแกนนำผู้ชุมนุมและมีการเตรียมดำเนินการกับหัวหน้าการ์ดทุกเวที จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในทุกจุด ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยระดมกำลังทำแนวบังเกอร์บริเวณหน้าศาลปกครอง โดยนำยางรถยนต์ขนาดใหญ่กว่า 200 เส้น มาวางเรียงเป็นแนว นอกจากนี้หน่วยรักษาความปลอดภัยเตรียมตาข่ายอวนตาถี่ขนาดใหญ่ปิดพื้นที่ด้านข้างเวทีและเต็นท์สื่อมวลชนที่อยู่ด้านหลัง ริมถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกหลักสี่ เพื่อป้องกันเหตุป่วนปาระเบิดเข้ามา แม้จะมีการปิดการจราจรในพื้นที่แล้วก็ตาม

คปท. เพิ่มมาตรการป้องกันถูกระเบิด

ส่วนการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ ถนนพิษณุโลก ตลอดทั้งวันที่ยังคงปักหลักชุมในพื้นที่ไม่มีท่าทีจะเคลื่อนไหวไปกดดันสถานที่ใด ขณะที่กิจกรรมบนเวทีมีการปราศรัย จากกลุ่มแกนนำนักศึกษา และนักวิชาการอิสระ โจมตีการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่อง การขอกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว และกรณีกระทรวงศึกษาธิการ ที่ออกคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนในต่างจังหวัด เกณฑ์นักเรียนในสังกัดไปเดินขบวนรณรงค์สนับสนุนการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ. จนมีนักเรียนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกมาเป่านกหวีดไล่ผู้อำนวยการโรงเรียน ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัย เป็นไปอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น มีการตรวจค้นกระเป๋า พร้อมใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิดกับผู้ชุมนุมที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่อย่างละเอียดด้วย

สรส. ตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว “เสือเหลือง”

นายคมสัน ทองศิริ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 21 ม.ค.นี้ สรส. และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง เคลื่อนขบวนมอเตอร์ไซค์ไปปิดสำนักงานการไฟฟ้านครหลวง เขตบางกะปิ เพื่อเชิญชวนให้พนักงานหยุดทำงานและออกมาร่วมต่อสู้กับ กปปส. ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี ทุกคนพร้อมออกมาต่อสู้ร่วมกับพวกเรา และขณะนี้ สรส. ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการเสือเหลือง มีขบวนมอเตอร์ไซค์ 300 คัน เป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมเคลื่อนไปช่วยเหลือทุกเวทีที่ได้รับการร้องขอ ทั้งการร่วมชุมนุม การปิดล้อมหน่วยราชการ โดยเฉพาะหากมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี เข้ามาสร้างสถานการณ์ ทางหน่วยเสือเหลือง พร้อมเดินทางไปช่วยเหลือทันที เพื่อปกป้องผู้ชุมนุมให้มีความปลอดภัย

ปชป. ฟันธงฝีมือก๊วนเดิมปี 53

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการก่อเหตุรุนแรงต่อผู้ชุมนุม กปปส.ว่า เป็นปฏิบัติการของชายชุดดำติดอาวุธสงครามป่วนกรุงกลับมาปฏิบัติการอีกครั้ง ต่างตรงที่ปี 53 ชายชุดดำอยู่ในพื้นที่ชุมนุมโจมตีเจ้าหน้าที่และประชาชน แต่ในปี 56 ชายชุดดำพร้อมอาวุธสงครามอยู่นอกพื้นที่ชุมนุมใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาล ซ้ำยังเบี่ยงเบนประเด็นเชื่อมโยงว่าผู้ก่อเหตุเกี่ยวข้องกับแกนนำ กปปส.หรือพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อใส่ร้ายว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เชื่อว่ารัฐบาลและตำรวจทราบดีว่าเป็นคนกลุ่มไหนและใครบงการ เพราะทราบมาว่ามีการใช้ชาวต่างชาติเข้ามาก่อเหตุ หากสามารถจับกุมคนร้ายได้จะคลี่คลายคดีในปี 53 ด้วย เพราะเชื่อว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ส่วนกรณี ผบ.หน่วยซีล กองทัพเรือตำหนิ ศอ.รส.ว่าไร้ความน่าเชื่อถือ  เพราะกล่าวหาเชื่อมโยงหน่วยซีล ทร. มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง วันนี้เครดิตความน่าเชื่อถือของศอ.รส.ไม่มีเหลือแล้ว แถลงแต่เรื่องต่างจากข้อเท็จจริง กล่าวอ้างทหารเรือมาเป็นการ์ดให้แกนนำกลุ่ม
กปปส.ต้นสังกัดก็ปฏิเสธแล้ว

“มาร์ค” ดักคอรัฐส่อใช้กำลังจัดการ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประ-ชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลพยายามดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะดึงนานาชาติเป็นแนวร่วมเป็นเกราะกำบังต่อไป เพราะคาดการณ์ว่าอาจมีอะไรเกิดขึ้นแต่ไม่ทราบว่าจะโยงถึงการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นหรือไม่ยังตอบยาก แต่ พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันแนวทางเผชิญหน้าเต็มที่ ต้องเดินหน้าเลือกตั้งหรือห้ามลาออกจากรักษาการนายกฯเด็ดขาด ขณะที่มวลชนไม่มีทีท่าอ่อนแรงลง จึงหวังว่าจะไม่เกิดสงครามกลางเมือง ส่วนกรณีที่นายกฯแจ้งต่อเลขาสหประชาชาติว่าจะไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะไม่คิดจะใช้กำลัง หากประกาศใช้จริงคือต้องการใช้กำลังใช่หรือไม่ ดังนั้นขอเรียกร้องให้ทหารมีบทบาทปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยประชาชนมากขึ้น เพราะมีศักยภาพเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน แม้รัฐบาลจะไม่สั่งการกองทัพก็ดำเนินการได้

“แม้ว” ตั้งค่าหัว 10 ล้านล่ามือบึม

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เงินสด 10 ล้านบาทคือสินบนนำจับมือระเบิดในรูป ที่คุณพ่อผมจะจ่ายเพิ่มให้ควบคู่กับอีก 10 ล้านเดิม สำหรับคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ที่รอผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาแจ้งเบาะแส ภาพและวีดิโอคลิปที่ ศอ.รส.นำมาแถลงข่าวเห็นใบหน้าคนปาระเบิดและเห็นนกหวีดที่ห้อยคออย่างชัดเจน เมื่อภาพชัดขนาดนี้เชื่อว่าสักวันหนึ่งต้องมีคนออกมาแจ้งเบาะแสแน่นอน แต่หากรอนานไป อาจไม่ทันต่อการยกระดับความวุ่นวาย เนื่องจากมีคนต้องการสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย จนกระทั่งทหารต้องออกมาแอ็กชั่นลดการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชน วันนี้หลักฐานต่างๆเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มเป็นการตั้งเอง ชงเอง ตบเอง เห็นแล้วนึกถึงคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ หลักฐานภาพคนเผาเซ็นทรัลเวิลด์ที่แพร่ในเน็ต ใครก็เห็นว่าใบหน้าคนเผาห้างฯกับใบหน้าการ์ดในม็อบเหมือนกันจนแยกไม่ออก ใครก็ลงความเห็นว่าเป็นคนคนเดียวกัน

ข้องใจ ปชป.จัดฉากปั่นสถานการณ์

นายพานทองแท้ระบุว่า ในเมื่อผู้ปาระเบิดหวังเอาชีวิตม็อบนกหวีด ผู้ต้องสงสัยในคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์แฝงตัวอยู่ในม็อบนี้ ขณะที่ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทำคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงเป้าหมายล้มการเลือกตั้ง ตั้งนายก ม.7 ตามแนวทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ใกล้เคียงขึ้นมาเรื่อยๆ จึงมีนักวิเคราะห์เริ่มสงสัยว่าเบื้องหลังความวุ่นวาย เป็นฝีมือพรรคประชาธิปัตย์ที่นำม็อบเอง ระเบิดเอง ชาวบ้านเจ็บเองตายเองใช่หรือไม่ ขอเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.เลิกร้องไห้ในบทบาทน้ำตาจระเข้ และยอมรับว่าม็อบประชาธิปัตย์ไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบ มีผู้ก่อการร้ายแฝงตัวในม็อบ พร้อมสร้างสถานการณ์รุนแรง นายสุเทพต้องพิสูจน์ตัวเองว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยการนำตัวการ์ดที่เป็นผู้ต้องสงสัยเผาเซ็นทรัลเวิลด์ และมือระเบิดห้อยนกหวีดมามอบตัว ถ้าไม่ทำคนอื่นที่พบเห็นเชิญมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ได้เลยทั้งคนเผาและคนปาระเบิด จับตัวได้เมื่อไหร่ ผู้ชี้เบาะแสเอาไปเลย 10 ล้านบาท

นปช.จับตา 26–29 ม.ค.สุดอันตราย

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่ม นปช.จัดแถลงข่าว “ถลกหนังเทือก” โดยนายจตุพร พรหม–พันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอให้จับตาสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นกว่านี้ ในวันที่ 26 ม.ค.ที่จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้า เราจะเจอกับอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด กปปส.จะทำการก่อกวนเพื่อล้มการเลือกตั้งล่วงหน้าให้ได้ วันที่ 26-29 ม.ค.จะเป็นจุดสูงสุดของการชุมนุมกปปส. เขาไม่ต้องการให้สถานการณ์เดินไปถึงวันเลือกตั้ง เพราะถ้ามีการเลือกตั้ง แม้สุดท้ายจะต้องมีกลไกบางอย่างทำให้ล้มลงไป แต่ประชาชนส่วนใหญ่จะได้แสดงสิทธิ์ให้เห็น ขณะนี้ กปปส.จึงกำลังเร่งสถานการณ์เพื่อนำไปสู่การรัฐประหาร จึงไม่ควรจะชะล่าใจว่าจะไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น

ศพ “ประคอง ชูจันทร์” ถึงภูเก็ตแล้ว

ทางด้านเวที กปปส.ต่างจังหวัด เมื่อเวลา 09.30 น. ได้มีกลุ่ม กปปส.ภูเก็ต มารวมตัวรอรับศพนายประคอง ชูจันทร์ วีรชนถนนบรรทัดทอง ที่ถูกคนร้ายลอบปาระเบิดเสียชีวิตขณะร่วมขบวน กปปส.ที่กรุงเทพฯ หลังจากมีการรดน้ำศพและตั้งสวดอภิธรรมศพที่วัดในกรุงเทพฯ ได้เคลื่อนศพกลับมายัง จ.ภูเก็ต โดยมีครอบครัวชูจันทร์รับจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 20 ม.ค. จากนั้นได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเก็ตโฮ่ ถนนวิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ตลอดเส้นทางมีมวลมหาประชาชนออกมายืนต้อนรับเป่านกหวีดและโบกธงชาติไปมา บางคนถึงกับร่ำไห้ เมื่อศพมาถึงที่วัดได้มีกลุ่ม กปปส.สวม เสื้อยืดสีดำสกรีนสีขาวว่า “วีรชน คนกล้า ประคอง ชูจันทร์” ยืนถือธงชาติคอยต้อนรับ โดยศพนายประคองมีกำหนดฌาปนกิจในเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ม.ค.นี้

ปิดศาลากลางให้ ขรก.หยุดงาน 4 วัน

ส่วนกลุ่ม กปปส.นราธิวาส ได้นำรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียงและรถ จยย.บุกเข้าไปในศาลากลางจังหวัดนราธิวาส เพื่อเรียกร้องให้นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส และข้าราชการทุกหน่วยหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 4 วันจนถึงที่ 24 ม.ค. โดยมีนายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รอง ผวจ.นราธิวาส ออกมาพบกับแกนนำแทน โดยรับข้อเสนอยอมหยุดทำงานตามข้อเรียกร้อง เช่นเดียวกับกลุ่ม กปปส.ปัตตานี รวมตัวไปปิดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานีเพื่อให้ข้าราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยล็อกกุญแจไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงาน ขณะที่ศาลากลางจังหวัด พัทลุงได้ถูกกลุ่ม กปปส.ไปกดดันหน่วยงานต่างๆจนต้องปิดเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว ส่วนที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กลุ่ม กปปส. ได้ไปปิดที่ว่าการอำเภอพร้อมเชิญชวนฝ่ายปกครองออกมาเคลื่อนไหวไล่รัฐบาล เช่นเดียวกับที่ จ.สงขลา มีแนวร่วม กปปส.สงขลาปักหลักรวมตัวดาวกระจายเข้ายึดซ้ำเป็นวัน
ที่สองที่ว่าการอำเภอ ศูนย์ราชการภายในศาลากลางจังหวัด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้าราชการเข้าไปทำงาน

ข้าราชการระยองยอมอารยะขัดขืน

ขณะที่ จ.ระยอง กลุ่ม กปปส.ใช้รถติดเครื่อง กระจายเสียงไปรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดระยอง เพื่อให้ข้าราชการหยุดทำงาน จากนั้นแกนนำ 5 คนขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 3 เจรจากับนายทรรศนะ วิชัยธนพัฒน์ รอง ผวจ.ระยอง และ พล.ต.ต.สมนึก บุรมิ ผบก.ภ.จ.ระยอง. โดยยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือให้จังหวัดประกาศหยุดทำงานตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 24 ม.ค. ขอให้จังหวัดประกาศให้หน่วยงานทางราชการทุกภาคส่วนหยุดทำงานทั้งหมดด้วย และ กปปส.ขอใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรมทั้งภาคกลางวันกลางคืน โดยรอง ผวจ.ได้ยอมรับทั้ง 3 เงื่อนไข

นศ.มช.แจกไอติมหนุนกาบัตร

ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 11.00 น. นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เดินทางไปให้กำลังใจ กกต.เชียงใหม่เพื่อขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 โดยมีนายสุชาติ ใจภักดี ผอ. กกต.เชียงใหม่ มาพบกับกลุ่มนักศึกษา และมีการมอบไอศกรีมให้กับ ผอ. กกต.เชียงใหม่ ทั้งนี้ตัวแทนนักศึกษากล่าวว่า วันนี้พวกเราจัดกิจกรรม “ขอใจเธอแลกไอติม”  เป็นการสื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเชิญชวนให้ประชาชนคนไทยทุกคนทุกฝ่ายใจเย็นเหมือนไอติม จงรอให้มีการเลือกตั้งกันตามระบอบประชาธิปไตย และขอให้ กกต.จังหวัดเชียงใหม่จัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ เพื่อเป็นทางออกก้าวข้ามความขัดแย้งในครั้งนี้ไปได้

รวมพลังจุดเทียนสันติภาพ

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ประชาชนในย่านตลาดวงศกร สายไหม นับร้อยคน รวมตัวกันสวมเสื้อสีขาวจัดกิจกรรมจุดเทียนเขียนสันติภาพ ต่อต้านความรุนแรง และสนับสนุนการเลือกตั้ง พร้อมชูป้ายข้อความต่างๆ อาทิ “เคารพสิทธิ์ฉันบ้าง หยุดทำร้ายประเทศไทย” “เบื่อม็อบคนดี ทนไม่ไหวแล้ว”  “ปัญหาประเทศไปแก้ในสภาสิครับ” “ไม่เอาม็อบ ไม่เอารัฐประหาร เอาเลือกตั้ง” เป็นต้น โดยนำลูกโป่งสีขาวมาปล่อยพร้อมกัน ก่อนจุดเทียน แล้วตะโกนส่งเสียงว่า 2 ก.พ.ไปเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเผาพวงหรีดที่มีภาพใบหน้านายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ติดอยู่ เป็นการแสดงความไม่พอใจที่นายสมชัยพยายามตลอดเวลาที่จะให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป

สธ.การันตีบริการชาวบ้านเต็มที่

เมื่อเวลา 11.30 น. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดฯ สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติป้องกันและแก้ไข ปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมืองกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) 18 จังหวัดว่า ทุกหน่วยจะต้องบริการประชาชนอย่างเต็มกำลัง ส่วนกรณีที่ขณะนี้การชุมนุมมีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ถึงวันเลือกตั้งโอกาสเสี่ยงต่างๆ จึงมีสูง จึงขอให้ทุกหน่วยทำงานอย่างเต็มกำลัง ส่วนกรณีที่บุคลากรสาธารณสุข เช่น แพทย์ พยาบาล ออกมาชุมนุมร่วมกับ กปปส.โดยเดินรณรงค์ให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และมีการชูป้าย “หนีคนไข้มาไล่ปู” นั้นถือเป็นสิทธิที่พึงมี แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมคือสิทธิต้องควบคู่กับหน้าที่ด้วย เชื่อว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมต่างมาในเวลาเลิกงาน ไม่ได้หนีงานหรือหนีผู้ป่วยมาชุมนุม

สภากาชาดเตือนอย่าใช้ธงกาชาด

ส่วนกรณีมีกลุ่มแพทย์และบุคลากรทางแพทย์บางส่วน เดินขบวนใน กทม. สนับสนุนผู้ชุมนุม กปปส. โดยถือธงแสดงเครื่องหมายกาชาดสากล ระหว่างการเดินขบวนดังกล่าว วันเดียวกันเว็บไซต์ของสภากาชาด ไทยและเฟซบุ๊กสภากาชาดไทย (The Thai Red Cross Society) โพสต์ข้อความระบุว่า การเดินขบวนดังกล่าวเป็นสิทธิส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม ผู้เดินขบวนไม่สามารถนำธงกาชาดไปใช้ได้ และถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.กาชาดอีกด้วย ในเฟซบุ๊กของสภา กาชาดไทยยังระบุข้อความด้วยว่า ไม่ควรนำเครื่องหมายกาชาดไปเกี่ยวข้องที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด กาชาดไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มีความเป็นกลาง ตามหลักการกาชาด 7 ประการ ขอวอนทุกท่านอย่านำเครื่องหมายกาชาดไปใช้ในทางที่ผิด

ระดมไล่ล่าคนกวนสัญญาณไทยคม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีมีผู้ไม่หวังดีส่งคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม ว่า จากมอนิเตอร์พบว่าเป็นการส่งคลื่นรบกวนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมเป็นการรบกวนทั้งช่องสัญญาณ (ทรานสปอนเดอร์) ส่งผลกระทบต่อช่องรายการทุกช่องที่เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 5 และไทยคม6 ในระบบ C-Band ไม่ได้เป็นการรบกวนเฉพาะช่องบลูสกาย ปัจจุบันการรบกวนยังคงมีอยู่ เป็นการส่งคลื่นรบกวนความถี่ C-Band เช่นเดิม ยอมรับว่าการค้นหาตัวผู้ส่งคลื่นรบกวนทำได้ยาก เนื่องจากการส่งสัญญาณรบกวนเป็นระยะเวลาสั้นๆ และย้ายสถานที่ส่งสัญญาณตลอดเวลา สำนักงาน กสทช. ยังได้ส่งรถตรวจสอบ 20 คันไปตรวจสอบ พร้อมทั้งเปิดรับฟังเบาะแสจากทุกช่องทาง เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด กสทช.เป็นหน่วยงานอิสระ ไม่ได้ขึ้นกับรัฐบาล การดำเนินการต่างๆเพื่อดูแลคุณภาพการบริการในกิจการกระจายเสียงและกิจการ โทรทัศน์ให้มีประสิทธิภาพเพื่อประชาชน

รถใต้ดินระวังเข้มสถานีเสี่ยง

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.มีมาตรการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. พบว่าจำนวนของผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยวันละ 3.2-3.3 หมื่นเที่ยวคน จากช่วงปกติที่มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 2.7 หมื่นเที่ยวคน ส่วนในวันอาทิตย์มีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มเป็น 1.9 หมื่นเที่ยวคน จากช่วงปกติอยู่ที่ประมาณ 1.7 เที่ยวคน คาดว่าเกิดจากคนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น ส่วนสถานีที่น่าเป็นห่วงต้องเฝ้าระวัง คือสถานีที่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุม อาทิ สถานีสุขุมวิท จตุจักร พหลโยธิน ที่มีมาตรการตรวจเข้มสัมภาระผ่านเครื่องสแกนมากขึ้นและหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินจะทำการปิดทางขึ้นลงสถานีในจุดที่มีเหตุการณ์ความเสี่ยงทันที แต่จะยังให้บริการต่อในสถานีที่เหลือเหมือนที่เคยปฏิบัติในเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553

คดีบึ้ม–กราดยิงอนุสาวรีย์ฯยังมืด

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ สน.พญาไท พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท ร่วมประชุมคลี่คลายคดีคนร้ายปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ฯ หลังการประชุม พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่ติดตามคนร้ายตามภาพวงจรปิดอยู่ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เนื่องจากยังไม่มีเบาะแสเข้ามาด้านการสืบสวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกลุ่มใด ส่วนหมวกและเสื้อที่พบหลังก่อเหตุนั้นได้ส่งไปให้ พฐ.ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้ว ส่วนคดีที่มีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน กฉ 5906 ตรัง ขับเข้าบริเวณด่านรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯและมีการกราดยิงกันเมื่อประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 21 ม.ค.นั้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว น.ส.อรวรรณ จาบกัน อายุ 26 ปี

ส่วนคนร้ายเป็นชาย 2 คนหลบหนีไป สอบสวนทราบว่า น.ส.อรวรรณได้รับการว่าจ้างจากบุคคลใน จ.กาญจนบุรี ให้นำรถคันดังกล่าวมาส่งลูกค้าที่ถนนเพชรบุรีซอย 12 จนพบชาย 2 คน ที่เป็นผู้ก่อเหตุกราดยิง ก่อนทั้งหมดขับรถไปส่ง น.ส.อรวรรณที่ จ.นครปฐม จากการตรวจปัสสาวะของ น.ส.อรวรรณ พบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง เจ้าตัวสารภาพเพิ่งเสพยาเสพติดมา ส่วนสาเหตุที่วนรถเข้าไปอนุสาวรีย์ชัยฯนั้น อ้างว่าดูเส้นทางตามจีพีเอสแล้วหลงทาง เบื้องต้นแจ้งนำตัวผู้ต้องหารายนี้ไปสอบปากคำขยายผลเพิ่มเติมก่อนดำเนินคดี

ทร. สรุปผลสอบ 3 หน่วยซีลโผล่ม็อบ

พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีตำรวจ สน.นางเลิ้ง จับกุมทหารเรือ 3 นายพร้อมอาวุธในพื้นที่ชุมนุมเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังเกิดเหตุ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน มี พล.ร.ต.วิเลิศ สมาบัติ รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ เป็นประธานฯกรรมการสอบสวน โดยสรุปว่าทั้ง 3 นายเป็นกำลังพลในชุดตรวจค้นและจับกุมในการสนับสนุนชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพเรือ (ศพส.ทร.) และมีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามระเบียบจริงและติดตามข่าวยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ผบ.ทร.สั่งการให้ชุดปฏิบัติการศพส.ทร. กลับเข้าสู่ที่ตั้งปกติ เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิด  และป้องกันการกล่าวอ้างที่จะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้ง ส่วนกรณีการโยนระเบิดใส่ผู้ชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยืนยันแล้วว่า  ผู้ก่อเหตุไม่ใช่กำลังพลของกองทัพเรือ ตามที่เผยแพร่กันในโซเชียลมีเดีย

เริ่มแรงพบประทัดยักษ์ห่อตะปู

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.และโฆษก บช.น. กล่าวว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 20 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน รับแจ้งจากนายสุรชาติ สุภาดี จนท.รักษาความปลอดภัยจุฬา– ลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดอยู่ในถุงพลาสติกวางอยู่บริเวณเชิงสะพานลอยใกล้ประตูทางเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ถนนพญาไท แขวงและเขตปทุมวัน โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ตรวจสอบและเก็บไว้พิสูจน์ เบื้องต้นมีรายงานว่าน่าจะเป็นประทัดยักษ์แต่หลังจากเจ้าหน้าที่อีโอดีตรวจสอบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ทำจากประทัดยักษ์ 4 แท่ง พันด้วยเทปพันสายไฟสีดำหุ้มตะปู จุดสายชนวนเพื่อขว้าง รัศมีการทำลายประมาณ 1-2 เมตร จากการรวบรวมพยานหลักฐานล่าสุดยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้นำวางไว้ที่บริเวณดังกล่าว คาดว่าผู้ก่อเหตุพกพา คงพบด่านตรวจเข้มแข็งของตำรวจเลยนำมาวางไว้

“เทือก”กร้าวสัปดาห์นี้ปิด กทม. สนิท

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที  กปปส.ปทุมวันว่า จากที่เดินรณรงค์ย่านสีลม-สาทร ได้เงินบริจาคประมาณ  11  ปี๊บ  ระหว่างเดินมาจนได้ยินข่าวรัฐบาลประกาศใช้  พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อจัดการพวกเรา ฉะนั้นภายในอาทิตย์นี้จะปิดกรุงเทพฯให้สนิท วันนี้ระหว่างเดินขบวนผ่านถนนนางลิ้นจี่  มีพนักงานการบินพลเรือนยกป้ายขึ้นมาเลยแสดงตัวว่าเป็นข้าราชการของพระราชา ไม่ใช่ขี้ข้าของระบอบทักษิณ และยังบอกว่าให้ช่วยมาปิดการบินพลเรือนให้หน่อย ได้เลยในวันที่ 22 ม.ค. เราจะไปปิดการบินพลเรือนให้ การที่  ครม.ประกาศ  พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งที่ไม่มีอะไรฉุกเฉิน มันยุติธรรมหรือไม่ ที่พวกคณะโจรคณะหนึ่ง ไม่มีสิทธิใช้อำนาจอธิปไตยอีกต่อไป ยังมีหน้าจะใช้อำนาจอธิปไตยอีก พวกมันไม่มีสิทธิ พวกประชาชนนี้แหละมีสิทธิที่จะจัดการกับพวกมึง  ดังนั้นต้องรอดูว่าจะประกาศบังคับอะไรบ้าง แล้วดูว่าจะมีเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหารยอมให้มันสั่งการมาปราบปรามอย่างมันต้องการหรือไม่

เย้ยกฎเหล็กเตรียมปิดล้อม ศรส.

นายสุเทพกล่าวต่อไปว่า  ต่อไปถ้ามีประกาศคำสั่งออกมา  เราไม่ปฏิบัติตามถือว่าทำผิดกฎหมาย ถ้าใครกลัวผิดกฎหมายขอให้เก็บกระเป๋ากลับบ้านไป  ถ้าพี่น้องไม่กลัว  อยู่สู้กับมันต่อไปและเอาพี่น้องที่บ้านมาร่วมต่อสู้อีกด้วย ถ้าเห็นไปในทิศทางนี้เหมือนกันก็ให้รู้ว่าสิ่งที่เราทำเขาเรียกว่าอารยะขัดขืน สนุกแน่นอน  ต้องสู้อย่างร่าเริง  เราจะดูว่าจะประกาศข้อห้ามอะไรมา เราจะฝ่าฝืนทุกข้อเลย พอมันประกาศตั้ง ศรส.ตรงไหน เราจะไปตัดน้ำดับไฟ โดยตนจะเดินนำเองไปเยี่ยมมันเลย และไม่เชื่อว่ามันจะสั่งทหาร 3 เหล่าทัพ เอาอาวุธมาจัดการเราได้ ไม่มีทาง ถ้ามันประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเล่นงานเรา เผลอๆเราประกาศฉุกเฉินเล่นงาน
มันบ้าง ดีเร่งเกมให้เร็วขึ้น มาเลยโถมเข้ามาเลย พวกเรามวลมหาประชาชนก้าวพ้นความกลัว  ความโกรธไปแล้ว  กิเลสอย่างเดียวที่ยังรักษาไว้คือความเกลียดพวกมัน วันที่ 22 ม.ค. ขอพัก 1 วัน เพราะไม่ตื่น ส่วน กปปส.เวทีอื่นๆเดินหน้าปิดสถานที่ราชการเหมือนเดิม พี่น้อง กปปส. ต่างจังหวัดปิดศาลากลางต่อไปให้หมด และวันที่ 23 ม.ค. จะเดินเย้ยสถานการณ์ฉุกเฉิน

22 ม.ค. 2557 07:38