วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กกต.ยื่นศาลรธน.ชี้ขาด เลื่อนเลือกตั้ง

ถามเป็นอำนาจของใคร ในการกำหนด‘วันใหม่’

พท.ดิ้นหาช่องเอาคืน ปชป. “เรืองไกร” ยกคดีใบแดง “เก่ง การุณ” ยื่น กกต. ยุบ ปชป.ใส่ร้ายป้ายสี 8 กรณี “พร้อมพงศ์” ยื่น กกต. ดำเนินคดี “ถาวร” พาพวกบุกโรงพิมพ์คุรุสภา สกัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ซัดข้อหาขัดขวาง กกต.ปฏิบัติหน้าที่ ปชป.เล่นบทมือปราบโกงเลือกตั้ง ปลุก ปชช.ร่วมส่งข้อมูลเชือดแก๊งโกง “มาร์ค” ชิงธงนำปฏิรูป ชง กกต.แก้ระเบียบฟันหาเสียงเว่อร์ แต่ทำจริงไม่ได้ ยุบทิ้งพรรคหลอกลวงหวังผลคะแนนนิยม บช.น.เตรียมกำลัง ตร.1.2 หมื่นนาย คุมเข้มวันหย่อนบัตรสนามเมืองกรุง กกต. ลงมติยื่นศาล รธน.ชี้ขาดเลื่อนเลือกตั้ง 2 ก.พ.ได้หรือไม่ และอำนาจการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นของรัฐบาลหรือ กกต.

จากกรณีที่รัฐบาลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต่อไป ล่าสุด กกต.มีมติมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะสามารถเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ออกไปได้หรือไม่ และอำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นของ กกต.หรือรัฐบาล

“สมชาย” ป้องรัฐขยาย พ.ร.บ.มั่นคง

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องให้ กกต.ตัดสิทธิผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย 17 คน ที่เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรักษาการ รวมทั้งจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคเพื่อไทย จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีรักษาการออกมติ ครม.ขยายการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงว่า รัฐบาลคงทำงานต่อไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีกฎหมายอะไรห้าม คำว่ารัฐบาลรักษาการเราพูดกันเอง แต่ตามกฎหมายนายกฯก็คือนายกฯ มีอำนาจเหมือนเดิม ทุกอย่าง ยกเว้นเพียง 3-4 เรื่องที่กฎหมายห้าม
เอาไว้เท่านั้น เช่น ห้ามการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง เป็นต้น ยกตัวอย่างถ้ารัฐบาลมีการยุบสภาฯ แล้วประเทศกัมพูชาเกิดการรบกันขึ้น อาจมีการยิงเข้ามาในประเทศไทย แบบนั้นนายกฯสามารถประกาศภาวะสงครามได้ เพราะบ้านเมืองขณะนั้นอาจเกิดความวุ่นวาย ตรงนี้กฎหมายเขาไม่ได้ห้ามไว้ เพียงแต่เราคิดกันไปเรื่อย คนไม่เข้าใจจะคิดว่ารัฐบาลทำไม่ได้

พท.เอาคืนยื่นยุบ ปชป.ใส่ร้ายป้ายสี

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า จากการติดตามข่าวในเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธ.ค.56 ถึงปัจจุบันพบว่า มีเนื้อหาข่าว 8 ชิ้น เข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทย เป็นการกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 2 ชิ้น และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค 6 ชิ้น อาทิ กรณีนายชวนนท์ระบุเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ว่า พรรคเพื่อไทยหากินบนคราบน้ำตาเกษตรกร มุ่งล้างผิดไม่คิดปฏิรูป หรือกรณีนายอภิสิทธิ์ระบุถึงพฤติกรรมนายกฯรักษาการใช้สถานะนายกรัฐมนตรีทำกิจกรรมบริหารราชการแผ่นดิน มุ่งสู่ความได้เปรียบหรือคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง ข้อความเหล่านี้ปรากฏในเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ เข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทย ตามมาตรา 53 (5) ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. มีโทษยุบพรรคและตัดสิทธิการเมืองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ดังนั้น จะส่งเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบยุบพรรคประชาธิปัตย์ ให้ กกต.นำคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง กรณีการแจกใบแดงนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย มาเทียบเคียงเป็นแนวทางปฏิบัติ

29 พท.ลองของลุยหาเสียงภาคใต้

เมื่อเวลา 15.40 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยศวริศ ชูกล่อม พร้อมด้วยตัวแทน 29 ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่ถูกขัดขวางการรับสมัคร ส.ส.ร่วมกันแถลงข่าวว่า 29 ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้รวมตัวกันในนามกลุ่ม “29 เพื่อประชาธิปไตย” มีตนเป็นประธาน มาทำกิจกรรมรณรงค์หาเสียงให้พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ 29 เขตที่ไม่สามารถรับสมัคร ส.ส.ได้ รวมถึงพื้นที่ภาคใต้อื่นๆที่รับสมัคร ส.ส. ได้ ถือเป็นหน่วยกล้าตายลงไปสู้รบปรบมือกับกลุ่มกปปส.ในพื้นที่อันตรายภาคใต้ โดยจะนำป้ายหาเสียงไปติดในพื้นที่ มีการจัดขบวนหาเสียง และรถปราศรัยหาเสียงในทุกพื้นที่ จะเริ่มกิจกรรมลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.เป็นต้นไป ส่วนที่เกรงว่าจะไปเผชิญหน้ากับ กปปส.ในพื้นที่นั้น เราไม่ได้ไปยั่วยุ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งก็ต้องมีการหาเสียงตามระบอบประชาธิปไตย เราจะใช้คนในพื้นที่เป็นหลักในการหาเสียง หากป้ายหาเสียงถูกทำลายก็จะนำไปติดตั้งใหม่

เด็ก พท.งอแงน้ำเลี้ยงหด

วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. พร้อมทำความเข้าใจกับ ส.ส. พรรคกรณีที่ ป.ป.ช. ส่งหนังสือให้ ส.ส.และ ส.ว. ทั้ง 308 คน ชี้แจงเกี่ยวกับการร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยแกนนำพรรคเพื่อไทยสั่งการให้ผู้สมัคร ส.ส.เดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งต่อไป ยืนยันการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.จะเกิดขึ้นแน่นอน ขณะเดียวกันได้กำชับเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ มิให้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยการประชุมวันนี้พรรคเพื่อไทยได้มอบเงินสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส. คนละ 1 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ให้ไปแล้วคนละ 1 ล้านบาท ถือว่าครั้งนี้พรรคให้ปัจจัยสนับสนุนน้อยกว่าคราวที่แล้วเท่าตัว ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.บางส่วนรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต ที่ต้องเจอคู่แข่งขันที่สูสี ขณะเดียวกัน  แกนนำพรรคยังสั่งการให้ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 200 คน ที่ถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาให้ไปชี้แจงว่า หาก ส.ส.คนใดที่ได้รับหนังสือมา ให้ตอบกลับไปว่าขอเลื่อนการชี้แจงไปช่วงหลังเลือกตั้ง ให้อ้างว่าติดภารกิจหาเสียง หลังจาก ป.ป.ช.ระบุต้องไปแจ้งช่วงวันที่ 29-31 ม.ค. เป็นช่วงคาบเกี่ยวการหาเสียงโค้งสุดท้าย โดยขอให้ ส.ส.ทุกคนตอบหนังสือกลับไปในทิศทางเดียวกัน

“ปู” สั่ง ศอ.รส.–กกต.จัดกาบัตรปลอดภัย

ช่วงเย็นที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม  กล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุม โดยนายกฯได้กล่าวถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น โดยให้ ศอ.รส.ประสานกับ กกต.ให้การเลือกตั้งมีความปลอดภัยสำหรับประชาชนและเรียบร้อยมากที่สุด ขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิการเลือกตั้งด้วยความสมัครใจ ส่วนความเดือดร้อนของประชาชนไม่ว่าด้านใด นายกฯมอบหมายให้รัฐมนตรีที่ดูแลแต่ละจังหวัด ช่วยติดตามดูแลใกล้ชิดเพื่อช่วยประชาชนโดยด่วน

ส่ง “ธงทอง–อาคม” ตื๊อเชิญแขกปฏิรูป

นายภักดีหาญส์กล่าวอีกว่า นายกฯยังได้ระบุว่า คงมีวิธีเดียวและดีที่สุดในสถานการณ์การเมืองที่ไม่สงบแบบนี้ ต้องหันมาคุยกัน การพบปะจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด และลดความตึงเครียดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการปฏิรูป นายกฯยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เปิดรับข้อมูลความคิดที่เห็นต่างของประชาชน รวบรวมเพื่อนำเสนอให้ ครม.ชุดใหม่เพื่อหาทางออกให้ประเทศร่วมกัน

“มาร์ค” ชิงธงนำปฏิรูป ก.ม.เลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมือง หลังมาเป็นรัฐบาลแล้วทำให้เกิดความเสียหาย เช่น กรณีโครงการจำนำข้าวว่า มีหลายเรื่องที่ กกต.สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 10 (2) หรือ (5) ออกระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงว่าจะต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรม พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่านโยบายต่างๆที่นำเสนอในการเลือกตั้ง ควรจะมีระเบียบที่กำหนดเอาไว้ 1.ว่าต้องมีรายละเอียด เช่นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ 2. มีผลกระทบด้านการเงินการคลังอย่างไร และ 3. สำคัญที่สุดถ้าเป็นการหลอกลวง หรือทำไม่ได้ หรือเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว ทำไม่ได้อย่างที่โฆษณาไว้ ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง เพราะว่ากฎหมายเลือกตั้งปัจจุบันมีอยู่มาตราหนึ่งที่ระบุว่าการหลอกลวงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงเป็นความผิด แต่ที่ผ่านมามีการตีความกันเฉพาะในแง่ผู้สมัครแต่ละคนไปหลอกลวง เช่น เรื่องวุฒิการศึกษา แต่ไม่ได้ตีความหรือจับเรื่องนโยบายพรรคการเมืองที่ใช้หาเสียง แต่ทำจริงไม่ได้

ลงแส้ยุบพรรคหาเสียงเกินจริง

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า ความจริงน่าจะรู้อยู่แล้วว่าทำไม่ได้ ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย เช่น อยากให้เบี้ยยังชีพ 3,000 บาท แปลว่าใช้เงิน 2 แสนกว่าล้านต่อปี หากพรรคนั้นมีนโยบายรวมกันใช้เงินเกินงบประมาณแล้ว ไม่มีนโยบายขึ้นภาษี ต้องถือว่าเป็นการหลอกลวงเพื่อหวังผลในคะแนนนิยม คราวที่แล้วพรรคเพื่อไทยหาเสียงเอาไว้ว่าไม่กู้เงินแม้แต่บาทเดียว แต่พอเข้าไปแล้วปรากฏว่ากู้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และโดยที่นโยบายพรรค การเมืองต้องผ่านความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคการเมืองจะมีประเด็นการยุบพรรคตามเข้ามาด้วย เป็นตัวอย่างของเรื่องที่เรากำลังรวบรวมอยู่

ปลุก ปชช.ร่วมส่งข้อมูลเชือดโกง

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  แถลงถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุพรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมการเมืองกรณียื่นต่อ กกต.เพื่อให้ใบแดงก่อนการเลือกตั้งกับ 17 รัฐมนตรีที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญว่า ขอให้นายพร้อมพงศ์กลับไปศึกษากฎหมายให้ดีก่อน แล้วค่อยออกมาโวยวาย 17 รัฐมนตรีกระทำผิดกฎหมาย ไม่แตกต่างจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำผิดแล้วหนีคำพิพากษาศาลยุติธรรมไปต่างประเทศ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะมีพฤติกรรมการกระทำผิดเลือกตั้งอีก จึงขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสการกระทำผิดการเลือกตั้ง ขอให้ส่งมาให้ตนที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อช่วยรักษากฎหมายทั้งความพยายามซื้อเสียง การเอาเปรียบในการเลือกตั้ง รักษาการรัฐมนตรีใช้ทรัพยากรรัฐหาเสียง พรรคจะเป็นตัวแทนสอดส่องให้การเลือกตั้งสุจริต ยุติธรรม และจะร้องเรียนต่อ กกต.ทันทีเพื่อให้ตรวจสอบ

“ปู” ไม่ปลดล็อกลาออกปัญหาไม่จบ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่รัฐบาลเชิญพรรคการเมืองร่วมประชุมปฏิรูปประเทศครั้งที่ 2 ว่า เป็นแค่ปาหี่อีกครั้งของรัฐบาล เพราะไม่ได้ตั้งใจปฏิรูปแต่สร้างภาพว่ารัฐบาลมีเจตนารมณ์ปฏิรูป แต่มีเป้าหมายไปที่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. หากเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลการลงสัตยาบันใดๆจะไร้ความหมายทันที ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์มีแต่สร้างภาพไม่เคยปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน นายกฯจึงไม่มีความชอบธรรมที่จะให้สัญญาใดๆกับประชาชน และไม่มีสิทธิเป็นผู้นำปฏิรูป หากยังคิดว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกถือว่าคิดผิด เพราะตราบใดที่ยังไม่ปลดล็อกรัฐบาลรักษาการ แก้ปัญหาการทุจริตโครงการจำนำข้าวจะเกิดปัญหาใหม่สะสมต่อเนื่อง

บช.น.ใช้ ตร. 1.2 หมื่นคุมเข้มคูหา

ช่วงบ่าย ที่ บช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น. กล่าวถึงการดูแลการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. และการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.ว่า จะจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.บช.น.) กำหนดไว้ 4 ขั้นตอน คือ 1.ขั้นเตรียมการ ให้รวบรวมข้อมูลและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดฝึกอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่ 2.ก่อนการเลือกตั้งกวาดล้างอาชญากรรมป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดทุจริตการเลือกตั้ง 3.ขั้นตอนการเลือกตั้งจัดกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจุดเลือกตั้งและสถานที่นับคะแนน อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเลือกตั้งและ 4.หลังการเลือกตั้งให้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ดูแลความปลอดภัยผู้ได้รับการเลือกตั้งตามความเหมาะสม และเร่งรัดดำเนินคดีผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กทม.มีเขตเลือกตั้ง 33 เขต จำนวน 6,671 หน่วยเลือกตั้ง แต่ละหน่วยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย และทหาร 1 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย ใช้กำลังตำรวจ 12,495 นาย บช.น.พร้อมดำเนินการเต็มที่

พท.ยื่นสอย “ถาวร” ขวางพิมพ์บัตร

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. ชั่วคราว จ.ชลบุรี นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือ ต่อ กกต.ให้ดำเนินการเอาผิดนายถาวร เสนเนียม
แกนนำ กปปส.กับพวกกรณีขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.โดยนายพร้อมพงศ์กล่าวว่า มายื่นเรื่องให้ กกต.เอาผิดนายถาวรกรณีนำบุคคลหลายคนไปที่โรงพิมพ์ คุรุสภา สถานที่จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 17-20 ม.ค. โดยมีพฤติกรรมข่มขู่เจ้าหน้าที่ให้ยุติการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และทำลายทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเสียหาย ถือว่ามีเจตนาให้การพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินได้ตามกำหนดวันเลือกตั้ง พฤติการณ์เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. จึงขอให้ กกต.ดำเนินการทางกฎหมายแก่ผู้ขัดขวางการจัดทำบัตรเลือกตั้ง

เผยทุบแผงแท่นพิมพ์–บัตรไม่เสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า กรณีที่มีผู้ชุมนุม กปปส.ไปปิดล้อมโรงพิมพ์คุรุสภา ถนนลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปนั้น มีรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ กกต.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบพื้นที่พบว่าบัตรเลือกตั้งไม่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายตามที่เป็นกระแสข่าว เนื่องจากถูกจัดเก็บไว้ในที่ปลอดภัย แต่สิ่งที่เสียหายคือ สายไฟฟ้าในโรงพิมพ์ถูกตัด แผงควบคุมแท่นพิมพ์บัตรเลือกตั้ง มี 4 แผง ถูกทุบทำลายไป 1 แผง เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบต่อการพิมพ์บัตรเลือกตั้งส่วนที่เหลือ ใช้เวลาซ่อมแซมไม่เกินครึ่งวันน่าจะเรียบร้อย และขณะนี้บัตรเลือกตั้งสำหรับวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. ได้จัดส่งไปแต่ละเขตเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว

กกต.ครวญเลือกตั้งกลางความสูญเสีย

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ตึกโดมบริหาร ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่า จากสถาน– การณ์ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.  มีความเห็นแตกแยก มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บจำนวนมาก กกต.เสียใจมาก ไม่เคยคิดว่าการเลือกตั้งที่ กกต.ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543 จะมีความแตกแยกกันมาก โดยเฉพาะใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร และบางเขตมีผู้สมัครเพียงคนเดียว รวมไปถึงข้อกำหนดเกณฑ์ 20 เปอร์เซ็นต์ ถึงวันนี้สำนักงาน กกต.ในจังหวัดภาคใต้ มีเพียง 3 จังหวัดที่เปิดได้ คือ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ได้ไปขอความร่วมมือจากหน่วยราชการทุกภาคส่วนที่ได้พยายามจะช่วย กกต. แต่ต้องยอมรับว่าในภาคใต้มีแนวคิดทางการเมืองเป็นไปในทางเดียวกัน ทำให้มีปัญหาการใช้กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ทั้งสิ้น 1.4 แสนคน แต่วันนี้มีเพียง 5 หมื่นคน และจำนวนนี้สามารถลาออกได้ถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้า รวมทั้งการขอใช้พื้นที่ในการตั้งคูหาเลือกตั้ง ทำให้การขอความช่วยเหลือไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

ม็อบยึดไปรษณีย์ทั่ว ปท.สกัดขนบัตร

นายภุชงค์กล่าวว่า ในเวลา 15.00 น. น.ส.อนุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ทำหนังสือแจ้งมายัง กกต.ว่ากลุ่ม กปปส.ได้ปิดล้อมทางเข้าออกสำนักงานใหญ่ไปรษณีย์ ที่ถนนแจ้งวัฒนะ และที่ทำการไปรษณีย์หลายแห่ง เพราะทราบว่าบริษัทไปรษณีย์เป็นผู้ขนส่งบัตรเลือกตั้ง โดยแกนนำ กปปส.แจ้งว่าขอให้ไปรษณีย์ไทยยุติการขนส่งบัตรเลือกตั้ง ถ้ายังทำอยู่ กปปส.จะตัดน้ำตัดไฟ และปิดระบบการขนส่งสิ่งของ รวมถึงระบบให้บริการไปรษณีย์ทั้งหมด วันนี้ไปรษณีย์ทั่วประเทศถูกยึดแล้วโดย กปปส.ห้ามพนักงานเข้าออกสำนักงานไปรษณีย์ โดยที่ จ.พัทลุง และชุมพร ถูกยึดบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า โดยยอมรับว่าการถูกยึดบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะทำให้การจัดการเลือกตั้ง ล่วงหน้าใน 2 จังหวัดเป็นไปได้ยาก ซึ่ง กกต.ยึดนโยบายว่าจะไม่มีการปะทะใดๆ ถ้าหากสถานการณ์รุนแรงจะปิดการลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งทันที ยืนยันว่าเมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร กกต.จะปฏิบัติหน้าที่ตามความสามารถต่อไป

ส่งศาล รธน.ชี้ขาดเลื่อนเลือกตั้ง

เลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า จากการที่ กกต. สอบถามจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แนะนำให้ กกต.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่าหากมีเหตุผลจำเป็นที่ไม่อาจก้าวล่วงได้ จะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ได้หรือไม่ และอำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ เป็นอำนาจขององค์กรใดระหว่างผู้ร้อง คือ กกต.กับคณะรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯเป็นผู้ที่มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการกราบบังคมทูลฯ เสนอเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ในร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และเป็นผู้ที่จะต้องลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ กกต.จะส่งตัวแทนฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในช่วงเช้าวันที่ 22 ม.ค.นี้

22 ม.ค. 2557 07:21 ไทยรัฐ