วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลิสซิ่งรถยนต์ผวาวิกฤติลาม กำลังซื้อหดเตรียมแผนรองรับลูกค้าหน้ามืด

อัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์  -  พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล

ยอดจำนำทะเบียนรถ ม.ค.ทรุดฮวบรับพิษเศรษฐกิจถดถอยหลังวิกฤติการเมืองปะทุ ยังหวังลุ้นอีก 1–2 เดือนอาจเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะภาคอุตสาหกรรมเตรียมจัดทัพปรับเป้าหมายกันยกกระบิ ลิสซิ่งเพิ่มความระมัดระวังปล่อยกู้หลังความเสี่ยงพุ่งทั้งระบบ

นายรุ่งโรจน์ จรัสวิจิตรกุล ผู้อำนวยการสายอาวุโส บริหารการขายทางกรุงเทพฯ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จำนวนผู้มาใช้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถกับธนาคารในเดือน ม.ค.2557 เทียบกับ ธ.ค.2556 ลดลงประมาณ 25-30% แต่เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน (ม.ค.56) แล้วถือว่าต่ำกว่ามาก เพราะต้นปี 2556 เศรษฐกิจโดยรวมยังดีอยู่ โดยสาเหตุที่ยอดธุรกรรมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถลดลงในขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุเหตุผลที่ชัดเจนได้ แต่คาดว่าน่าจะมาจากปัจจัยเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอย บวกปัจจัยการเมืองทำให้ประชาชนไม่มีความมั่นใจในการใช้สอย ส่วนเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ขณะนี้ยังทรงตัว ยังไม่มีสัญญาณเพิ่มขึ้น “ธนาคารมีระบบการติดตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าลูกค้าใดมีปัญหาก็จะทำการติดต่อให้ความช่วยเหลือ เช่นมีการปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระค่างวดให้ตรงกับศักยภาพของลูกค้า  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีลูกค้าติดต่อขอความช่วยเหลือมากเท่ากับช่วงน้ำท่วมใหญ่ “ในช่วงครึ่งเดือนแรก ยังไม่เห็นภาพอะไรที่ชัดเจนนัก ธนาคารคาดว่าภาพรวมของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถน่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า”

ด้านนายอัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองในปัจจุบันส่งกระทบต่อภาคธุรกิจโดยตรง ทำให้การดำเนินธุรกิจอาจมีความติดขัดในบางอุตสาหกรรม และบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าของธนาคารในการชำระหนี้ล่าช้าหรือติดขัด รวมถึงมีการชำระค่างวดรถยนต์ล่าช้าไปบ้าง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่ทุกภาคส่วนได้รับทราบและมีการเตรียมแผนรับรองไว้แล้ว

ขณะที่สภาวะการณ์ปัจจุบันส่งผลทางลบโดยตรงกับธุรกิจรถยนต์โดยเฉพาะตลาดรถยนต์รายย่อย ลูกค้าอาจชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ เนื่องจากมีความไม่แน่นอนของสภาพเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกับรายได้ในอนาคต แต่สำหรับรถยนต์ในเชิงพาณิชย์นั้นอาจได้รับผลกระทบในบางส่วน เนื่องจากรถยนต์ในเชิงพาณิชย์มีความจำเป็นต้องซื้อยานพาหนะเพิ่มเติม รวมถึงซื้อเพื่อทดแทนการใช้งานของรถยนต์ชุดเดิมที่ได้เสื่อมสภาพลง

นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)  กล่าวว่า  สถานการณ์การเมืองในประเทศในขณะนี้ที่กระทบต่อบรรยากาศการใช้จ่ายตลอดจนภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นไปแตะ 80% ของจีดีพีจนกำลังซื้อของประชาชนลดลงนี้  จะมีผลต่อภาคการผลิตแต่ก็น้อยกว่าสถานการณ์ต่างประเทศ เพราะการผลิตในภาคอุตสาหกรรมกว่า 60% เกี่ยวข้องกับการส่งออก “สภาพการณ์ในประเทศมีผลต่อภาคการผลิตแต่ไม่เท่าภาคต่างประเทศ เห็นได้จากทุกครั้งที่เรามีปัญหาเช่นการเมืองปี 2553 แต่การผลิตและส่งออกเราก็ยังอยู่ในระดับสูง”

ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการค่อนข้างกังวลกับสถานการณ์การเมืองทำให้ตัวเลขประมาณการต่างๆยังไม่นิ่ง โดยหลายธุรกิจเตรียมจะปรับเป้าหมายใหม่เพราะพบว่ากำลังซื้อของประชาชนหายไปมาก นอกจากนี้  ที่น่าห่วงอีกคือการลงทุนเอกชนเนื่องจากพบว่าลดลงต่อเนื่อง เช่นล่าสุดเดือน พ.ย.56 ก็ลดลง 7-8% และด้านการส่งออกก็น่าห่วงเห็นได้จากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบที่ลดลง แสดงให้เห็นว่าการส่งออกในอนาคตจะลดลงอีก.

ยอดจำนำทะเบียนรถ ม.ค.ทรุดฮวบรับพิษเศรษฐกิจถดถอยหลังวิกฤติการเมืองปะทุ ยังหวังลุ้นอีก 1–2 เดือนอาจเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะภาคอุตสาหกรรมเตรียมจัดทัพปรับเป้าหมายกันยกกระบิ ลิสซิ่งเพิ่มความระมัดระวังปล่อยกู้หลังความเสี่ยงพุ่งทั้งระบบ ... 22 ม.ค. 2557 03:46 ไทยรัฐ