วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' ชง กกต.ปฏิรูป ก.ม.เลือกตั้ง

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ'' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชง กกต.ปฏิรูป ก.ม.เลือกตั้ง ลงรายละเอียดให้ชัด ลั่นไม่ได้แนะเอาผิดพรรคการเมือง แต่สกัดนโยบายหาเสียงเกินจริง

วันที่ 21 ม.ค. 57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมือง ที่เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วทำให้เกิดความเสียหาย เช่น กรณีโครงการจำนำข้าวว่า มีหลายเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 10 (2) ออกระเบียบ หรือ (5) ออกระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงว่าจะต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรม โดยพรรคประชาธิปัตย์เสนอว่า นโยบายต่างๆ ที่มีการนำเสนอในการเลือกตั้ง ควรจะมีระเบียบที่กำหนดเอาไว้

1. จะต้องมีรายละเอียด เช่น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ 2. มีผลกระทบทางด้านการเงินการคลังอะไรอย่างไร และ 3. สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าเป็นการหลอกลวง หรือทำไม่ได้ หรือเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว ทำไม่ได้อย่างที่โฆษณาไว้ ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง เพราะว่ากฎหมายเลือกตั้งปัจจุบันมีอยู่มาตราหนึ่งที่ระบุว่า การหลอกลวงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงนั้นเป็นความผิด แต่ที่ผ่านมามีการตีความกันเฉพาะในแง่ว่า ผู้สมัครแต่ละคนไปหลอกลวง เช่น เรื่องวุฒิการศึกษา แต่ว่าไม่ได้มีการตีความหรือจับในเรื่องนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้หาเสียง แต่ทำจริงไม่ได้ แนะเอาผิดพรรค ชูนโยบายหาเสียงเกินจริง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พูดง่ายๆ คือว่า สักแต่ว่าหาเสียงกันไปก่อน ทำได้ไม่ได้ไม่รู้ เข้าไปแล้วค่อยว่ากัน ถ้าเข้าไปแล้ว ทำไม่ได้ แล้วเห็นได้ชัดว่า ความจริงก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าทำไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย เช่น อยากจะให้เบี้ยยังชีพ 3,000 บาท แปลว่าใช้เงิน 2 แสนกว่าล้านต่อปี หากพรรคนั้นปรากฏว่ามีนโยบายซึ่งรวมกันแล้วใช้เงินเกินงบประมาณแล้ว ไม่มีนโยบายขึ้นภาษี ต้องถือว่าเป็นการหลอกลวงเพื่อหวังผลในคะแนนนิยม อย่างคราวที่แล้วพรรคเพื่อไทยหาเสียงเอาไว้ว่า ไม่กู้เงินแม้แต่บาทเดียว แต่พอเข้าไปแล้ว กลับปรากฏว่ากู้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และโดยที่นโยบายพรรคการเมืองก็ต้องผ่านความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรคการเมือง ก็จะทำให้มีประเด็นการยุบพรรคตามเข้ามาด้วย เป็นตัวอย่างของเรื่องที่เรากำลังรวบรวมอยู่