วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐสภาไทยพังเพราะใคร?

การเมืองว่าด้วยเสียงข้างมากลากไปแม้จะพยายามอ้างว่าเมื่อประชาชนหย่อนบัตรเลือกตั้ง พวกเขาจึงมีความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบโดยไม่รับฟังเสียง ข้างน้อยโดยเฉพาะเสียงของประชาชน

แต่เมื่อไปปฏิบัติตรงกันข้าม ผลก็เป็นอย่างที่เห็นๆกันอยู่ในเวลานี้และกำลังมีความพยายามใช้ความรุนแรงเพื่อปราบปรามฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามอันเป็นวิธีการที่ออกอาการว่ากำลังไปไม่รอดแล้วจึงต้องงัดรูปแบบนี้มาใช้

ว่ากันถึงสภาผู้แทนฯที่เชื่อกันว่าจะเป็นเวทีถกเถียงแก้ปัญหาของประเทศชาติ แต่เนื่องจากการเมืองประเทศไทยได้ถูกครอบงำจากระบอบทักษิณอันเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา

มีทางเดียวก็ต้องโค่นล้มระบอบทักษิณให้สิ้นซาก

แม้รัฐบาลเพื่อไทยจะร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา และพลังชลเป็นหลัก เรียกว่ามีเสียงข้างมากเหลือเฟือจนสามารถบริหารประเทศให้ราบรื่นต่อไปได้ หากคิดดีทำดี ประชาชนย่อมได้รับความพึงพอใจ

อีกซีกหนึ่งที่เป็นฝ่ายค้านมีประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยทำหน้าที่นี้ แต่ปรากฏว่า อิทธิพลของคนแดนไกลที่ควบคุมสภาพนั้นได้ทำให้องค์ประกอบการทำงานของสภาเปลี่ยนไป เมื่อภูมิใจไทยซึ่งแทนที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับประชาธิปัตย์อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ

เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตามภารกิจพฤติกรรมและบทบาทของภูมิใจไทยกลับมิได้เป็นไปเช่นนั้นวันๆได้แต่ท่องคาถาอยากเข้าร่วมรัฐบาลนอกจากส่วนหนึ่งในพรรคนี้คือกลุ่มมัชฌิมาได้ตัวตนชัดเจนทั้งยกมือสนับสนุนรัฐบาล ทั้งเดินเกมสอดรับกับเพื่อไทยมาตลอด

หวังที่จะเข้ารวมกับพรรคเพื่อไทยและต้องการได้เก้าอี้รัฐมนตรี แต่เนื่องจากศึกในเพื่อไทยเองก็แย่งเก้าอี้กันอุตลุดจึงมิอาจได้เป็นรัฐมนตรี

พอ “ยุบพรรค” ปุ๊บก็แถเข้าไปร่วมกับเพื่อไทยทันที

ในส่วนหลักของภูมิใจไทยที่ยังมี ส.ส.กลุ่มใหญ่ก็มีพฤติกรรมที่ไม่ต่างกับกลุ่มมัชฌิมา แรกๆก็ยังกระมิดกระเมี้ยนในการสนับสนุนรัฐบาลอ้างว่า เมื่อรัฐบาลทำถูกต้องก็ต้องให้การสนับสนุนแต่หนักๆเข้าก็กระโดดเข้าไปเต็มตัว

แม้กระทั่ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ก็มีคำถามว่า ในเมื่อสถานะเป็นฝ่ายค้านแต่ทำไมจึงแสดงบทบาทตรงกันข้ามเป็นการทำลายระบบการตรวจสอบและทำลายระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย แน่นอนในฐานะฝ่ายค้านใช่ว่าจะต้องค้านกันตะพึดตะพือโดยไม่มีเหตุผล

แต่เมื่อรัฐบาลดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง กลับ “พลอยพยัก” ไปกับเขาด้วย

คำตอบที่ชัดเจนก็น่าจะเป็นว่าพรรคการเมือง นักการเมือง นอกจากพวกที่อยู่คนละฝ่ายตรงกันข้ามต่างก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของ “ทักษิณ” ทั้งสิ้น ไม่มีใครกล้าหือไม่มีใครกล้าอือกลัวกันไปหมด

ยิ่งบรรดาผู้กุมอำนาจในพรรคที่มีได้มีเสียกับโครงการของรัฐบาลทั้งเล็กทั้งใหญ่ หากไม่ยอมสยบไม่มีทางได้งานอย่างเด็ดขาดหนำซ้ำยังถูกรุกไล่จนกลัวกันหงอไปหมดแบบว่าทำมาหากินกันไม่ได้

กลายเป็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้ “ทักษิณ” สามารถชี้ได้ทุกอย่าง

แม้กระทั่งวุฒิสภาส่วนใหญ่แทนที่จะทำหน้าที่ถ่วงดุลกับรัฐบาล ตรงกันข้ามกลับไปยืนอยู่กับฝ่ายรัฐบาลจนกลายมาเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. ด้วยผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกัน

ระบบรัฐสภาไทยมันจึงฉิบหายขึ้นมาทันที

ยังไม่รวมถึงราชการไทยทั้งระบบที่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในสังคมประเทศจนกลายเป็นข้าทาสบริวารในเครือข่าย

เหล่านี้ก็อย่าได้แปลกใจ ทำไมประชาชนต้องลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน.

 

“สายล่อฟ้า”

21 ม.ค. 2557 11:19 21 ม.ค. 2557 11:19 ไทยรัฐ