วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นาฬิกาชีวิต : เพื่อชีวิตและสุขภาพ

โดย ซูม

ผมขออนุญาตเขียนเรื่องอื่นๆที่เป็นประโยชน์ เพื่อสลับฉากบ้างนะครับวันนี้ เพราะเขียนเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ไปก็คงจะวนเวียนอยู่ที่เดิม

เสนอแนะไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคนเผชิญหน้ากัน ต่างอารมณ์ร้อนด้วยกันทั้งคู่ เสนอแนะไม่ถูกใจ นอกจากไม่ฟังแล้วยังอาจจะพาน (ล) โกรธเราเข้าให้ซะอีก

เผอิญผมได้รับ ส.ค.ส.ปึกหนึ่งจากเพื่อนรักเกลอเก่าของผมรายหนึ่ง... อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด คุณ บรรจง กันตวิรุฒ ครับ

ที่ใช้คำว่า “ปึกหนึ่ง” ก็เพราะเป็นปึกของกระดาษขนาด เอ4 ถ่ายสำเนาบทความเรื่อง “นาฬิกาชีวิต” หรือ Biological Clock แนะนำว่าในช่วงเวลาหนึ่งๆ ของแต่ละวัน เราควรทำอะไรเพื่อสุขภาพของเรา

ล่าสุดผมก็เห็นตีพิมพ์อยู่ในนิตยสาร “หมอชาวบ้าน” ด้วย แต่ของคุณบรรจงสรุปมาแบบกะทัดรัดดี ผมขออนุญาตสรุปอีกที เพื่อนำมาเผยแพร่ต่อเลยนะครับ

เอกสารของอดีตรองปลัดฯ เริ่มด้วยการแนะนำว่า อวัยวะสำคัญของคนเราที่สำคัญๆนั้น มีอยู่ 12 อวัยวะ และแบ่งเวลาทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นช่วงๆในแต่ละวัน หรือ 24 ชั่วโมง

ดังนั้น ถ้าเรารู้ว่าช่วงไหนเป็นเวลาของอวัยวะไหน และควรปฏิบัติอย่างไร ก็จะเป็นคุณอย่างยิ่งแก่ตัวเราเอง ท่านเริ่มจาก ตับ ครับ...โดยระบุว่าช่วงเวลา 01.00–03.00 น. เป็นช่วงเวลาของตับ จึงเป็นช่วงที่ควรหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงนี้ ตับจะหลั่งสาร “มีราโทนิน” เพื่อฆ่าเชื้อโรค จะทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย และยังช่วยในด้านอื่นๆอีกหลายอย่าง

ข้อแนะนำก็คือ ห้วงเวลานี้อย่าลุกขึ้นมารับประทานโน่นนี่เด็ดขาด จะทำให้ตับทำงานหนัก และจะเป็นผลให้ตับเสื่อมเร็วกว่าที่ควร

จากตับก็ไปถึง ปอด นาฬิกาชีวิตฉบับนี้บอกว่า เวลาของ ปอด ก็คือช่วง 03.00–05.00 น. จึงควรตื่นขึ้น (สักตี 5) เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์และรับแสงแดดยามเช้า จะทำให้ปอดแข็งแรง

ตารางเวลาถัดไปก็คือ 05.00–07.00 น.  ท่านบอกว่าเป็นเวลาของ ลำไส้ใหญ่ จึงควรขับถ่ายอุจจาระให้เป็นนิสัยทุกเช้า

ถัดไป 07.00–09.00 น. เป็นช่วงเวลาของ กระเพาะอาหารถ้ากิน อาหารในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะอาหารจะแข็งแรงและมีผลไปถึงความแข็งแรงของร่างกาย จากการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะด้วย

จากนั้น 09.00–11.00 น. เป็นช่วงเวลาของ ม้าม ครับ ไม่ได้บอกว่าควรทำอะไรในช่วงนี้ แต่เล่าให้ฟังว่า ม้ามมีความสำคัญอย่างไร คำแนะนำก็คืออย่านอนหลับช่วงนี้จะทำให้ม้ามอ่อนแอ หรือเป็นโรคม้ามชื้น จะทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง

ต่อไป 13.00–15.00 น. เป็นช่วงเวลาของ ลำไส้เล็ก จึงควรงดกินอาหารทุกประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้เล็กทำงานอย่างเต็มที่ ลำไส้เล็กมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง เช่น สร้างกรดบางตัวสำหรับบำรุงสมอง สร้างไข่สำหรับสุภาพสตรี ฯลฯ

15.00–17.00 น. เป็นช่วงเวลาของ กระเพาะปัสสาวะ มีข้อแนะนำว่าช่วงนี้ควรทำให้เหงื่อออก จะออกกำลังกายหรืออบตัวก็ได้ จะทำให้กระเพาะปัสสาวะแข็งแรง แต่ก็ต้องระวังถ้าเหงื่อออกมากอาจมีผลกระทบต่อไต ต่อหัวใจ ฉะนั้น จึงควรออกกำลังกายตามความเหมาะสม

17.00–19.00 น. เป็นช่วงเวลาของ ไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนในเวลานี้ ใครง่วงบ่อยๆ ช่วงเวลานี้ ตามตำราจีนว่าไตอาจมีปัญหา ยิ่งหลับไปแล้วเพ้อด้วย รีบไปคุยกับหมอได้เลย

19.00–21.00 น. เป็นช่วงเวลาของ เยื่อหุ้มหัวใจ ข้อแนะนำก็คือ อย่าตื่นเต้น อย่าดีใจอะไรมากเกินเหตุในช่วงนี้ ถ้าเป็นไปได้ควรสวดมนต์ ควรนั่งสมาธิ จะทำให้เยื่อหุ้มหัวใจแข็งแรง

21.00–23.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ ร่างกายอบอุ่น ห้ามอาบน้ำเย็นช่วงนี้ เพราะจะทำให้เจ็บป่วยง่าย

23.00–01.00 น. เป็นช่วงเวลาของ ถุงน้ำดี ควรเข้านอนและนอนให้หลับ ควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน และควรสวมเสื้อผ้าหรือชุดนอนที่เป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าธรรมดาที่ไม่ใช่ผ้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ ที่จะดูดน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายเสียน้ำ มีผลต่อถุงน้ำดี

ก็เป็นอันครบวงจร 24 ชั่วโมง...ก็ลองไปปฏิบัติกันดูนะครับ เผื่อจะช่วยให้สุขภาพดี จิตใจเข้มแข็ง สู้กับภาวะชัตดาวน์กรุงเทพฯ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะยืดเยื้อไปอีกกี่วันได้สบายมาก.

 

“ซูม”

21 ม.ค. 2557 11:06 ไทยรัฐ