วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กาเหนือ กาใต้

นิทานวชิรญาณ เรื่องที่ตีพิมพ์ในหนังสือ วชิรญาณวิเศษ ฉบับวันที่ 22 มีนาคม ร.ศ.112 เขียนโดยนามปากกา จอก กระทรวงมหาดไทย ชื่อ เรื่องกาเหนือกาใต้

มีกา 2 ตัว ตัวหนึ่งหากินอยู่เมืองเหนือ ตัวหนึ่งหากินอยู่กรุงเทพฯ เกิดความคิดตรงกัน ทนอดอยากปากแห้งอยู่ในถิ่นเดิมต่อไปไม่ไหว

กากรุงเทพฯ ตัดสินใจบินขึ้นเหนือ กาเหนือก็ตัดสินใจบินไปใต้ กรุงเทพฯของกาเหนือ ก็ใต้นั่นแหละครับ ไปเจอกันที่ต้นมะขามเทศกลางทาง แล้วก็คุยกัน

“ทางเหนือมีบ้านเมืองน้อย คนจนมากกว่าคนรวย” กาเหนือบอก

“ไม่ค่อยมีอะไรให้ฉกฉวยเป็นอาหาร จึงตั้งใจจะบินไปกรุงเทพฯ เพราะมีบ้านช่องมาก คนมีเงินมาก ช่องทางหากินน่าจะคล่องกว่า”

“คิดผิดเสียแล้ว” กากรุงเทพฯว่า “เราหากินอยู่กรุงเทพฯ นับวันก็จะอดอยากปากแห้ง เพราะกันดารข้าว คนกรุงเทพฯฉลาด จะตากอะไรสักอย่าง ก็คิดอ่านป้องกันแข็งแรง

เราจึงตัดสินใจ จะบินมาหากินทางเหนือ เราเชื่อว่า คนบ้านนอกคงไม่ฉลาดมาก น่าจะตากอะไรทิ้งให้เราหากินได้บ้าง”

คุยกันไป กาเหนือกาใต้ก็เริ่มคุ้นเคยกัน ต่างฝ่ายก็ฝากเนื้อ ฝากตัวกันและกัน ถ้ากาตัวไหนเจออาหารดีๆ อย่างหมาเน่าสักตัว ฝ่ายที่เจอหมาเน่าจะได้เป็นอาจารย์

ในขณะนั้น...ก็บังเอิญมีคนจีนคนหนึ่ง บุตรภรรยาหามีไม่ เที่ยวแจวเรือขายพริกแห้ง มาถึงพอดี

คนจีนเอาพริกแห้งกองไว้หัวเรือ จับปลาได้ก็เอามาตากไว้ท้ายเรือ ขณะตัวเองแจวเรือ

กากรุงเทพฯต้องการทดสอบสติปัญญากาเหนือ จึงถามว่า “ท่านกำลังคิดไปหากินกรุงเทพฯ บอกเราเถิดว่า จะเอาปลาตรงหน้าคนจีนมากินได้หรือไม่”

“ใครจะไปเอามาได้เล่า” กาเหนือตอบทันที “จีนเจ้าของมันจะได้เอาไม้ฟาดคอหักไป”

“ถ้าเช่นนั้น กาอย่างท่าน คงไปหากินกรุงเทพฯไม่ได้” กากรุงเทพฯว่า แล้วก็บอกกาเหนือ “ขึ้นชื่อว่ากากรุงเทพฯ ต้องเอาปลาตรงหน้าคนจีนคนนั้นมากินจนได้”

กาเหนือไม่เชื่อ หลุดปากท้า “ถ้าท่านเอาปลามากินได้ เราจะยอมเป็นทาส หาอาหารให้ท่านกิน ตลอดชีวิต”

“จริงดังนั้น หรือ” กากรุงเทพฯว่า “จริงแน่นอน” กาเหนือว่า

“งั้นท่านคอยดูฝีมือ” กากรุงเทพฯ พูดแล้ว ก็บินจากต้นมะขามเทศ ปากก็ร้อง กา กา กา ไปจับที่หัวเรือ แล้วโดดเข้าจิกกองพริก จิกพริกทิ้งลงน้ำ

คนจีนร้อง “ซั้ว ซั้ว” ไล่ กาก็ไม่ยอมไป ยังจิกพริกต่อ คนจีนขัดใจวิ่งจากท้ายเรือไปหัวเรือ กาก็บินไปท้ายเรือ คาบปลาไปกินได้ดังใจ

นิทานวชิรญาณ เรื่องนี้จบลง ด้วยคำสอน สำนวนโบราณ...ถ้าแม้นได้ยินข่าว หรือมีความดำริว่า ที่นั้นๆ เป็นที่อุดมไปด้วยทรัพย์สมบัติ แลบริบูรณ์ไปด้วยอาหาร...จึ่งละทิ้งถิ่นเดิมเสีย

ถ้าสมดังที่คิดไป หรือดังที่ได้ฟังข่าวมา ก็พอประทังไปได้คราวหนึ่ง

ถ้าไม่สมดังเจตนาเดิม ครั้นจะเหลียวหลังกลับมาถิ่นเดิม บางทีก็เพลี่ยงพลาดไป...สุดท้ายชะตากรรมจะยิ่งเลวร้าย เหมือนกาเมืองเหนือ ที่ลงท้ายต้องเป็นทาสกาเมืองใต้

อ่านเรื่องนี้ อย่าเอาไปโยงกับการเมือง...ในนิทานกาใต้ฉลาดกว่าจึงชนะกาเหนือ แต่ในเรื่องจริง คนใต้ไม่ฉลาดกว่าคนเหนือ...

ผลแพ้ชนะสงคราม ไม่ได้อยู่ที่ คนเหนือน้อย คนใต้มาก หรืออยู่ที่คำตัดสินของศาล แต่อยู่ที่ทหาร

บ้านเมืองแบบที่เขาว่า กำลังพัฒนา หนีไม่พ้นวังวนนี้.

 

กิเลน ประลองเชิง