วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมบัติต้องห้าม

สมบัติต้องห้าม

โดย ยูเรนัส
22 ม.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

เกิดมาเป็นศรีภริยาและได้ชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของฟิลิปปินส์นั้นบางทีก็ไม่ดีเท่าไหร่ ดูอย่าง นางอีเมลดา มาร์กอส ภริยาม่ายของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอส นั่นไง ตอนนี้มีทรัพย์สินอะไรที่เคยกอบโกยไว้โดยมิชอบสมัยที่สามีของนางยังเรืองอำนาจก็ถูกริบเก็บเป็นของหลวงไปแล้ว

อย่างเมื่อไม่นานมานี้ ศาลต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของฟิลิปปินส์ในกรุงมะนิลา พิพากษาว่า เครื่องเพชรซึ่งถูกยึดได้จากทำเนียบประธานาธิบดีมาลากันญังในกรุงมะนิลา หลังประชาชนลุกฮือขับไล่ครอบครัวมาร์กอสออกนอกประเทศเมื่อปี 2529 สรุปว่าศาลตัดสินให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน

โดยสื่อมวลชนเรียกเครื่องเพชรชุดล้ำค่านี้ว่า ชุดเครื่องเพชรมาลากันญัง ประกอบด้วยเครื่อง ประดับอัญมณี 60 ชิ้น รวมทั้ง ทับทิมพม่าซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 150 กะรัต ก็ถูกริบให้เป็นสมบัติของชาติเช่นเดียวกัน

ส่วนคณะกรรมการธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นองค์กรอิสระด้านการตรวจสอบการทุจริตของฟิลิปปินส์ ระบุว่า รัฐบาลจะเปิดประมูลเครื่องเพชรทั้งหมดนี้ เพื่อนำเงินรายได้ไปใช้จ่ายในโครงการขจัดความยากจนของประชาชน ก็ขออนุโมทนา สาธุที่ยังเห็นแก่ประชาชนตาดำๆ ผู้ยากไร้

คำตัดสินของศาลเช่นนี้ ทำให้หลายคนตีความไปในทำนองว่า เป็นชัยชนะของประชาชนที่มีชัยเหนือตระกูลเผด็จการมาร์กอส ซึ่งครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน นายมาร์กอสเคยผูกขาดปกครองฟิลิปปินส์นานถึง 20 ปี

ว่ากันว่า ชุดเครื่องเพชรซึ่งเคยเป็นของนางอีเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่ถูกยึดมานั้น มีทั้งหมด 3 คอลเลกชั่น ซึ่งรัฐบาลจะทยอยขายออกไปทีละชุด คาดว่าถ้านำออกประมูลขายคงมีรายได้เข้าคลังรวมมูลค่ามากโขอยู่ ด้านนางมาร์กอสและทนายความของตระกูลยังปิดปากเงียบไม่มีใครแสดงความเห็นใดๆออกมา

แหล่งข่าวบางกระแสแจ้งว่า การที่รัฐสามารถ ยึดทรัพย์สมบัติของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอสรวมทั้งนางอีเมลดา มาร์กอส ชี้ให้เห็นว่า ในสมัยที่เขาเรืองอำนาจนั้นมีการทุจริตคอร์รัปชันนำเงินที่ควรเป็นของชาติไปเป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งแม้อาจจะตามเก็บมาได้ไม่หมด แต่เท่าที่ได้มา ก็ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ถูกใจประชาชนเป็นอย่างมาก

อันที่จริงก็น่าเห็นใจนางมาร์กอสอยู่เหมือนกันนะ ที่เธอถูกตำหนิติเตียนว่า เป็นเจ้าแม่แห่งความฟุ่มเฟือยสมัยที่ยังเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ด้วยการกล่าวหาว่า สมัยนั้นเธอมีรองเท้าถึงพันคู่ แหม...ถ้าไปดูทำเนียบประธานาธิบดีชาติอื่นที่ปกครองแบบเผด็จการและผูกขาดอำนาจมาอย่างยาวนาน เช่น ชาติที่โดนปฏิวัติดอกมะลิและปรากฏการณ์อาหรับสปริง บรรดาคนใกล้ชิดผู้นำเหล่านี้ย่อมนิยมการช็อปปิ้งมือเติบไม่แพ้กัน เพียงแต่ไม่เปิดเผยออกมาเท่านั้น

ที่สำคัญมันอยู่ตรงนี้ต่างหากคือ บรรดาสิ่งของที่ช็อปฯมานั้น ไม่แน่ว่าเป็นเงินของสามีที่ได้มาจากการคอร์รัปชันหรือโกงกินมาหรือเปล่า? หากเสวยสุขจากการโกงกินก็สมควรถูกริบทรัพย์ ตกเป็นของแผ่นดิน.

 

ยูเรนัส

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้