วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนวโน้มรุนแรงถกทหารงัด พรก.ฉุกเฉิน

กปปส.บุกออมสิน-คุรุสภา‘แจ๊ด’ตั้งค่าหัวมือบึม5แสนบิ๊กตู่ชี้ไม่ถึงจุดอย่าลือปฏิวัติ

รัฐบาลเตรียมเรียกถกหน่วยงานความมั่นคงวันนี้ เชื่อแนวโน้มความรุนแรงจะขยายตัวมากขึ้นหลังเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพฯ เตรียมประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสยบความเคลื่อนไหว “สุรพงษ์” ลั่นเตรียมมอบให้ทหารตำรวจสนธิกำลังเร่งแก้ปัญหาความรุนแรง ขณะที่ “นายกฯปู” ประณามผู้ใช้ความรุนแรง ยันผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตต้องได้รับการเยียวยาจากรัฐบาล “ประยุทธ์” เตือนอย่าให้สถานการณ์ก้าวไปสู่ความรุนแรงสูญเสียจนคนไทยเกิดความเกลียดชังกัน วอนสังคมหยุดข่าวลือทหารทำปฏิวัติฯ “อดุลย์” สั่งพนักงานสอบสวนเร่งควานหามือป่วน ขณะที่ ผบช.น.ตั้งรางวัล 5 แสนบาทชี้เบาะแสมือบึ้ม ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ย่องสำรวจผู้ชุมนุมร้องรัฐบาลต้องเคารพรักษาความปลอดภัยอย่างเสมอภาค

กลุ่ม กปปส.ยังเดินหน้าชัตดาวน์กรุงเทพฯต่อเป็นวันที่ 9 ภายใต้การนำของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชนขับไล่รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ไม่หวั่นต่ออุปสรรคใดๆ  ถึงแม้จะเจอมือดีปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมจนบาดเจ็บเสียชีวิตไปหลายราย  ก็ยังเดินหน้านำมวลชนปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญๆ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น

“ประยุทธ์”จี้สังคมไล่ล่า “มือบึ้ม”

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 20 ม.ค.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวภายหลังเป็นประธานวันสถาปนา ร.11 รอ.ครบรอบ 112 ปี ถึงเหตุระเบิดว่า รู้สึกเป็นห่วงความรุนแรงที่เกิดขึ้นเพราะไม่เป็นผลดีต่อประเทศ เจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุมต้องรักษาความปลอดภัยให้ได้ และต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความชัดเจน  อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่าใครเป็นคนทำ เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาทำให้เกิดความวุ่นวายบานปลายไปเรื่อยๆ จนบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องนำอาวุธมาต่อสู้กันและเป็นปัญหามาทุกวันนี้

“ขอเตือนว่าอย่าให้สถานการณ์ก้าวไปถึงจุดนั้น หากมีการสูญเสียจนเกิดความเกลียดชังกัน สิ่งที่รู้สึกกังวลคือ ความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ พาดพิงถึงทหารว่าไม่ออกมาทำหน้าที่ วันนี้ทหารไม่ได้มีความขัดแย้งหรือมีปัญหากับใคร ผมย้ำเสมอให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง  ดูแลความปลอดภัยประชาชน และประสานกับตำรวจ” ผบ.ทบ.กล่าว

เผยโทร.คุย “อดุลย์” เร่งหาตัวการ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนได้โทรศัพท์คุยกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ให้ติดตามความคืบหน้าและพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์ วันนี้กองทัพบกยังไม่มีความบกพร่องในการทำงาน สังคมอาจมองว่าทหารต้องออกมาทำหน้าที่ แต่ไม่ใช่ว่าจะให้ประเทศนี้มีทหารอย่างเดียวคงไม่ได้ วันนี้มีหลายกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลุ่มที่อยู่ตรงกลางท่ามกลางความแตกแยกแบบนี้ แล้วจะชนะกันได้อย่างไร ทุกฝ่ายต้องหันกลับมามองสิ่งไหนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแล้วก็หาจุดที่ตรงกลาง

วอนหยุดข่าวลือทหารปฏิวัติ

“ผมไม่อยากย้อนไปปี 53 ที่เราออกมาทำงานด้วยใจบริสุทธิ์ตามสถานการณ์ความรับผิดชอบเพราะมีการใช้อาวุธสงครามยิงประชาชน แต่สถานการณ์วันนี้เป็นคนละเหตุผล คนละบริบทกัน และสถานการณ์ยังไม่ถึงจุดนั้น ดังนั้นทหารไม่น่าจะออกมาทำอะไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าสถานการณ์มีความรุนแรงมากๆจนควบคุมไม่ได้  มีการใช้อาวุธสงครามในหลายพื้นที่ แต่วันนี้เหตุการณ์ยังไม่ถึงตรงนั้นและอย่ามาว่าผมไม่ทำหน้าที่ ทุกวันนี้เราทำหน้าที่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ จึงอยากขอบคุณประชาชนที่ฝากความหวังไว้ที่ทหาร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การตัดสินใจทำอะไรต้องใคร่ครวญรอบคอบ จะตัดสินด้วยความเกลียดชังไม่ได้ ที่ผ่านมาตนสนับสนุนทุกส่วนราชการไม่ได้ให้น้ำหนักไปทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง วันนี้ทหารทำงานเต็มที่ตามคำสั่งและนโยบายยังอยู่ในกรอบระเบียบวินัยทุกประการ ดังนั้นอย่าไปลือกันให้เสียหายเพราะที่ลือกันยังไม่มีสิ่งไหนเกิดขึ้นจริงสักเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวกันทุกวัน เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยเกียรติทหาร การพูดอะไรก็ตามทำให้ทหารเสียหายถือเป็นการบ่อนทำลายกองทัพ ซึ่งกองทัพคงไม่ยอมเพราะทหารทุกคนรักเกียรติยศและศักดิ์ศรี

ยอมรับทหารอึดอัดเจอตำหนิ

“เหตุการณ์วันนี้ไปหากันให้เจอว่าปัญหาอยู่ที่ไหน แล้วใครจะเป็นคนแก้แล้วจะแก้กันอย่างไร อย่ามาไล่ล่าฆ่าฟันกันเอง ตำรวจและทหารดีๆมีอยู่มาก ผมต้องพูดเพราะรู้สึกอัดอั้นตันใจ ทหารทุกคนไม่มีความสุข ต้องมานั่งฟังคนด่าตำหนิอีก คนส่วนใหญ่เข้าใจทหารแต่อีกส่วนที่มากดดันทหาร ขอให้รู้ว่าทหารทุกคนกดดันมากกว่าท่าน ผมไม่ได้ห่วงตำแหน่งตราบใดที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ส่วนคนที่กลัวที่หวาดระแวง เพราะกำลังทำความผิดอยู่หรือไม่ ผมอยากพูดให้ทุกคนเข้าใจ เพราะไม่มีคนพูดให้สังคมลดความรุนแรง มีแต่พูดใส่กันไปมา อีกฝ่ายหนึ่งก็โยนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำ ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าเป็นกลุ่ม กปปส.ทำ แต่ไม่ว่าใครทำต้องไปหาคนทำมาให้ได้ไปไล่กันตรงนั้น อย่ามาไล่ว่าเมื่อไหร่ทหารจะออกมา เมื่อไหร่ตำรวจจะเลิกทำงาน ถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะเอาใครมาดูแล วันนี้ทุกคนต้องหยุดกล่าวร้ายเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ พอกันได้แล้ว สังคมต้องช่วยกันไล่ล่าคนพวกนี้ นำตัวออกมาให้ได้ ผมว่าทุกคนรู้ว่าใครทำ ไปตามมาอย่าให้คนพวกนี้อยู่ในสังคม” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เชื่อระดมอาวุธ–ระเบิดถล่มม็อบ

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่การชุมนุมว่า ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจการทำงานของผู้เกี่ยวข้อง อย่าเพิ่งด่วนสรุปหรือป้ายสีกัน ซึ่งตำรวจคงมีเบาะแสจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะรุ่นของระเบิดที่ใช้มีลักษณะเฉพาะที่สามารถจดจำได้ที่สำคัญระเบิดรุ่นนี้มีประวัติเคยถูกนำมาใช้เพื่อข่มขู่กัน ซึ่งในอดีตตำรวจเคยมีประวัติการจับกุมผู้ครอบครอง ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงได้ เนื่องจากเป็นคดีฐานความผิดค่อนข้างรุนแรง

“ขณะนี้มีข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีนิยมความรุนแรงระดมอาวุธและวัตถุระเบิดเพื่อสร้างความรุนแรงกับกลุ่มตรงข้าม ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงที่ต้องเฝ้าระวัง โดยกองทัพบกได้ประสานกับ ศอ.รส.เพื่อปรับแนวทางร่วมกับตำรวจให้การทำงานสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเน้นป้องกันไม่ให้มีเหตุรุนแรง” พ.อ.วินธัย กล่าว

นายกฯประชุมสถานการณ์ม็อบ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประชุมกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลัง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีและการสื่อสาร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานการชุมนุมกลุ่ม กปปส.ทั้งในกรุงเทพฯและในต่างจังหวัด โดยก่อนการประชุมนายกฯไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เลขาฯ สมช.ชี้ม็อบมีไม่มาก

ภายหลังการประชุม พล.ท.ภราดรเปิดเผยว่า เป็นการประชุมติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมว่ามีการเคลื่อนมวลชนไปในจุดใดบ้าง รวมถึงพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อประเมินท่าทีว่าเป็นไปตามคำขู่หรือไม่ พบว่าจากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯมา 1 สัปดาห์ ยังเป็นแค่การแสดงสัญลักษณ์เท่านั้น เนื่องจากจำนวนผู้ชุมนุมมีไม่มาก อย่างในพื้นที่ภาคใต้พบว่าแต่ละจุดมีจำนวนผู้ชุมนุมไม่กี่ร้อยคนที่ไปปิดสถานที่ราชการ ส่วนเป้าหมายการชุมนุมยังเป็นเป้าหมายเดิมคือล้มรัฐบาล อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังเชื่อว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้อีก

พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม กล่าวว่าเมื่อสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ตำรวจคงต้องเคร่งครัดให้มากขึ้น เชื่อว่าตำรวจก็ทำอยู่ ส่วนกระแสข่าวคนมีสีเข้ามายุ่งเกี่ยวจำนวนมากนั้น ต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องในลักษณะไหน

ศอ.รส.เชื่อผู้ชุมนุมกดดันรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ชุมนุม มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าววิเคราะห์ว่าผู้ชุมนุมยกระดับกดดันรัฐบาล มีการดาวกระจาย ยั่วยุ การเผชิญหน้ามวลชน การขัดขวางการเลือกตั้ง การโฆษณาชวนเชื่อ และเหตุแทรกซ้อนที่จะมีทุกวัน เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ทราบ ส่วนเป้าหมายต่างๆทั้งที่บ้านนายกรัฐมนตรีและ ครม. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย กระทรวงกลาโหม อัยการสูงสุด DSI โรงพิมพ์คุรุสภา ศาลากลางจังหวัดในเขตพื้นที่ ภ.8 ภ.9. ให้เตรียมพร้อมในการปฏิบัติ กรณีชาวนาที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้มอบให้ ผบช.ภ.6 ดำเนินการ

นอกจากนี้ สั่งการให้ ผบ.เหตุการณ์ต้องประสานพูดคุยกับแกนนำเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุตั้งด่านตรวจเพื่อป้องกันการยิงด้วยอาวุธวิถีโค้ง ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตรวจสอบแสงสว่างให้ใช้งานได้และมีแผนเผชิญเหตุขอให้มีการปฏิบัติการร่วมระหว่างตัวแทนผู้ชุมนุม ทหาร และตำรวจ

เตรียมขอหมายศาลจับคนร้าย

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.และ พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 แถลงความคืบหน้าเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดย พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าคนร้ายเป็นชายเข้าไปในด้านหลังเวที บริเวณป้ายจอดรถเมล์หน้า รพ.ราชวิถี และได้ปาระเบิดไปยังหลังเวที แต่บังเอิญระเบิดไปกระทบชายคาร้านค้าจึงเกิดระเบิดขึ้น จากนั้นคนร้ายวิ่งหลบหนีและมีคนพยายามไล่จับ คนร้ายจึงปาระเบิดอีกลูกก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าซอยราชวิถี 24 และใช้ปืนยิงผู้ที่ตามจับกุมจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายจะขึ้น จยย.รับจ้างหลบหนีไป

ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้เรียกเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพื่อยืนยันพยานบุคคลและตรวจสอบภาพจากกล้องซีซีทีวีจากที่เกิดเหตุ ซึ่ง พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อร้องขอต่อศาลในการออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมคนร้าย ในข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองและพยายามฆ่า

ยันไม่ใช่ทหาร-อย่าเข้าใจผิด

พล.ต.อ.เอกกล่าวยืนยันว่า จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ยืนยันว่า คนร้ายไม่ใช่ทหารที่มีการแชร์กันในโซเซียลมีเดีย แต่มีผู้ไม่หวังดีนำไปตัดต่อเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ ตอนนี้เราสันนิษฐานได้เพียงแค่ว่าระเบิดมาจากแหล่งเดียวกัน

ขณะที่ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร.กล่าวว่า ระเบิดทั้ง 2 ลูก เป็นระเบิดชนิด RGD5 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุที่ถนนบรรทัดทอง โดยระเบิดชนิดนี้ไม่มีใช้ในราชการ ถ้ามีก็คงเป็นของเถื่อนที่ลักลอบเข้ามาทางแนวชายแดน ซึ่งระเบิดชนิดนี้เป็นชนิดเดียวกับที่จับได้ในพื้นที่ สน.บางนา มีหมายเลขเบอร์ที่กระเดื่องหมายเลข 152 ส่วนที่ถนนบรรทัดทองและที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิหมายเลข 48 ตรงนี้ต้องสืบสวนสอบสวนว่าจะเชื่อมโยงกันหรือไม่

ผบ.นสร.ยันมือบึ้มไม่ใช่ทหารเรือ

พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.)กล่าวถึงเหตุระเบิดในพื้นที่ชุมนุม กปปส.บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็น 1 ใน 3 ของทหารเรือสังกัดหน่วยบัญชาการสงคราม พิเศษทางเรือ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้งจับกุมเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการสร้างกระแสเพื่อให้ทหารเรือได้รับความเสียหาย ทหารเรือไม่เคยมีประวัติทำร้ายประชาชนแม้แต่ปืนกระสุนนัดเดียวก็ไม่เคยยิงประชาชน รวมทั้งทหารเรือก็ไม่ได้เป็นคู่กรณีกับกลุ่มผู้ชุมนุม จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำร้ายผู้ชุมนุมและประชาชน ส่วนทหารเรือทั้ง 3 นาย ขณะนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่หน่วยต้นสังกัด เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร

ตั้ง 5 แสนบาทนำจับมือระเบิด

ที่ บชน. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือการคลี่คลายเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ชุมนุม กปปส. โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า คดีระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิคืบหน้าไปมาก พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลออกหมายจับบุคคลตามภาพวงจรปิดเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด ชุดสืบสวนพบเสื้อและหมวกที่คนร้ายใส่ทิ้งไว้ภายในซอยวัดรวก ย่านฝั่งธนบุรี ทั้งนี้ หากใครสามารถชี้เบาะแสนำไปสู่การจับกุมทั้งคดีที่ถนนบรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะมีรางวัลให้คดีละ 500,000 บาท ทั้งนี้ ขอฝากเตือนผู้ที่ก่อเหตุให้รีบเข้ามอบตัวเพราะชีวิตอาจไม่ปลอดภัย

เร่งรัดคดีปาระเบิดหาคนร้าย

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.และโฆษก บช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าคนร้ายปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ว่า ผบ.ตร.ให้นำคดีที่เกี่ยวกับเหตุระเบิด ไม่ว่าเหตุคนร้ายปาระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และบ้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงคดีระเบิดที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาประชุมเพื่อเร่งรัดคดี ทั้งฝ่าย E.O.D. ฝ่ายสืบสวน และกองพิสูจน์หลักฐานกลาง โดยมี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ และให้ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประสานกับนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ในการจัดแผนการจราจร การรักษาความปลอดภัย โดยมีการ์ดผู้ชุมนุมและตำรวจนอกเครื่องแบบร่วมประสานงานปฏิบัติร่วมกันทั้ง 7 เวทีเพื่อป้องกันเหตุร้าย

เตรียมถกกองทัพใช้ ก.ม.ฉุกเฉิน

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ร่วมกันแถลงเหตุรุนแรง โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับนายกฯและทีมงานแล้วเห็นว่า แนวโน้มจะเกิดเหตุวุ่นวายรุนแรงมากขึ้น อาจต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ต้องการเห็นความสงบ ไม่ต้องการเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น จึงเป็นที่มาว่าวันที่ 21 ม.ค.นี้จะมีการประชุม ศอ.รส.เต็มคณะ หารือร่วมกับกองทัพและหากประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การปฏิบัติหน้าที่จะเป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ

รัฐบาลให้ 2 แสนชี้เบาะแสมือบึ้ม

นายสุรพงษ์กล่าวว่า จากเหตุการณ์ระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 29 คน พบภาพใบหน้าผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน หากใครพบเห็นบุคคลที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับผู้ต้องสงสัยขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมคนร้ายต่อไป โดย สตช.ให้รางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแส 2 แสนบาท ขณะที่นายกฯได้กำชับให้ ศอ.รส.ดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนเข้มงวดมากขึ้น และได้สั่งตำรวจเร่งจับกุมหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ศอ.รส.จะนัดประชุมร่วมกัน

นายกฯประณามใช้ความรุนแรง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดในกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ว่า ต้องแสดงความเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ เราไม่ต้องการเห็นความรุนแรง และขอประณามผู้ที่กระทำความรุนแรง ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามผู้กระทำความผิด และอยากขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุมให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งตำรวจและทหาร เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องจุดตรวจร่วม เพื่อให้ผู้ชุมนุมมีความปลอดภัยและความสบายใจ ส่วนหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต้องได้รับการดูแลเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ติดกฎกติกาช่วงเลือกตั้ง ต้องขอให้ กกต.อนุมัติ และกำลังให้หน่วยงานรวบรวมอยู่ ดูว่าจะนำเข้า ครม.วันที่ 21 ม.ค. เลยหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องยกระดับดูแลความสงบโดยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาอยู่ ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ

“มาร์ค” อัด ศอ.รส.ให้ข่าวสะเปะสะปะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุการณ์รุนแรงเกิดกับผู้ชุมนุมกปปส.มานับสิบครั้งแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับคนร้ายได้เลย แถมคนที่ก่อเหตุก็ไม่แสดงความเกรงกลัว และพฤติกรรมดูอุกฉกรรจ์มากขึ้น จึงอยากเห็นมาตรการของเจ้าหน้าที่ที่ชัดเจนในการป้องกันเหตุ แต่ขณะนี้ ศอ.รส.ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองคือรักษาความสงบมั่นคง แต่กลับมาพยายามใช้การแถลงข่าวเป็นเวทีทางการเมือง แม้กระทั่งข้อมูลเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทองที่เอามาอ้างก็ใช้ไม่ได้ ดูแล้วหลักฐานไม่มีมาตรฐาน ให้ความเห็นสะเปะสะปะ ซึ่งมีแต่จะลดความน่าเชื่อถือของตัวเอง การแถลงข่าวโกหกประชาชนผ่านทีวีพูล คงไม่ทราบด้วยว่าจะโกหก แต่ทั้งหมดที่ทำต่อไปจะชี้ชัดว่า ศอ.รส.เจตนาโกหกก็จะมีปัญหา แต่เราต้องมาดูอีกทีว่าการโกหกผ่านโทรทัศน์ดังกล่าวจะผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าทำผิดก็ต้องโดน ขณะนี้กำลังตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อยู่

ขอทหารตั้งด่านดูแลรอบเวที

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ทหารเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มีความตั้งใจ และคิดว่าหากช่วยทำแบบนี้ได้ต่อไปจะดี ไม่มีใครเรียกร้องให้ออกมารัฐประหาร แค่อยากให้ออกมาดูแลประชาชน และคิดว่าทหารสามารถออกมาตั้งด่านรอบเวทีการชุมนุมได้ ถ้า ศอ.รส.ประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำอยู่ยังไม่สามารถดูแลสถานการณ์ได้ ก็ไปขอกำลังเสริม ผู้สื่อข่าวถามว่าคนในรัฐบาลออกมาให้ข่าวจะมีการประกาศกฎ อัยการศึก และใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เหตุที่เกิดขึ้นขณะนี้เพราะคนจำนวนหนึ่งมาข่มขู่คุกคามผู้ชุมนุมด้วยความรุนแรง จริงๆมาตรการทางกฎหมายคือต้องไปจับกุมคนที่ก่อเหตุ เพราะเหตุความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้ที่มาชุมนุม

สธ.สรุปยอดผู้บาดเจ็บอื้อ

นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากเหตุระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้บาดเจ็บ 28 ราย และพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีก 11 ราย ได้แก่ รพ.ราชวิถี 6 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัด 4 ราย รพ.รามาธิบดี 3 ราย รพ.พระมงกุฏเกล้า 2 ราย ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้ง 2 ราย โดย 1 ราย ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง ถูกตับ ไต และลำไส้ใหญ่ ขณะวิ่งสวนเข้ามาเพื่อจับคนร้าย แพทย์ได้ผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่บางส่วนออกแล้ว อยู่ในช่วงการเฝ้าดู นอกจากนี้เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ยังเกิดเหตุลอบยิงที่สะพานมัฆวาน วิถีกระสุนพุ่งสู่บริเวณหน้าอก โชคดีที่ผู้เคราะห์ร้ายแขวนพระเหรียญหลวงปู่ทวด ทำให้กระสุนไม่สามารถเจาะผ่านทรวงอกเข้าไปได้ จึงได้รับบาดเจ็บเพราะความร้อนจากการที่กระสุนกระทบกับพระเท่านั้น ทั้งนี้จำนวนผู้บาดเจ็บสะสมตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2556 -20 ม.ค. มีทั้งหมด 267 ราย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 29 ราย และเสียชีวิต 4 ราย โดยรายล่าสุดคือผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง

สหรัฐฯเตือนคนอเมริกันเลี่ยงจุดเสี่ยง

วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแถลงเตือนชาวอเมริกันที่อยู่ในไทย โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ระมัดระวังและตระหนักถึงสถานการณ์โดยรอบ รวมถึงติดตามข่าวสารจากสำนักข่าวท้องถิ่น เพราะเหตุการณ์ชุมนุมอาจยกระดับไปสู่การเผชิญหน้าและใช้ความรุนแรง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ และเชื่อว่าการชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปทั้งในกรุงเทพฯและพื้นที่อื่นทั่วไทย สำหรับการแถลงคำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่บุคคลนิรนามโจมตีกลุ่ม กปปส.ด้วยระเบิด ใจกลางกรุงเทพฯ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 28 คน ซึ่งทางการสหรัฐฯจะคงระดับการเตือนภัยจนถึงวันที่ 14 ก.พ.

ทางด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าวว่า รัฐบาลไทยอาจพิจารณาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังเกิดเหตุความรุนแรงกับกลุ่ม กปปส.ในกรุงเทพฯเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ยิงป่วนการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. (20 ม.ค.) ที่เวทีชุมนุมกลุ่ม กปปส. เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้มีคนร้ายขี่รถ จยย.มาจอดที่บริเวณใกล้หน้าแนวบังเกอร์ปากซอยแจ้งวัฒนะ 12 ก่อนจะชักอาวุธปืนออกมายิงใส่การ์ดที่ยืนดูแลพื้นที่อยู่ทางเข้าออกพื้นที่ชุมนุม 3-4 นัด ทางการ์ดจึงจุดประทัดยักษ์ไล่  คนร้ายได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไปเวลา ต่อมาห่างกันประมาณ 1 ชม. ได้มีคนร้ายคนเดียวกันขี่รถ จยย.มาจอดใกล้แนวบังเกอร์บริเวณด้านหน้า บ.ไปรษณีย์ไทย จำกัด ก่อนจะชักปืนออกมายิงใส่การ์ดที่ยืนดูแลพื้นที่อยู่หลังแนวบังเกอร์อีก 2 นัด จากนั้นได้หลบหนีไปโดยทั้งสองเหตุการณ์ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมที่เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ ยังมีมวลชนส่วนหนึ่งปักหลักชุมนุมตามปกติ ทั้งนี้ หลวงปู่พุทธอิสระยังคงเก็บตัวเงียบภายในที่พัก บริเวณที่ชุมนุม ไม่ได้มีการเคลื่อนไหว หรือทำกิจกรรม ใดๆ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

กปปส.บุกปิดสำนักงบประมาณ

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.เวทีราชประสงค์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส แกนนำมวลชนจากราชประสงค์ เดินทางไป สมทบกับมวลชน กปปส.แยกอโศก ที่มีนายณัฐพล ทีปสุวรรณ และนายสกลธี ภัททิยกุล เป็นแกนนำ เพื่อเดินทางไปที่ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งว่า สำนักงบประมาณได้มาใช้เป็นที่ทำงานชั่วคราว ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจนับร้อยตั้งแถวหน้าปิดกั้นบริเวณทางเข้า แกนนำเข้าเจรจากับนายเฉลิมพล ไชยรักษ์ หัวหน้ากองบริการ สนง.สลากฯ และ พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รอง ผบก.จ.นนทบุรี โดยแกนนำขอเข้าไปตรวจว่า มีเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณเข้ามาใช้พื้นที่หรือไม่ นายเฉลิมพลกล่าวว่า มาใช้พื้นที่จริงแต่ย้ายออกไปแล้ว จากนั้นผู้ชุมนุมเข้าไปภายในอาคาร สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจสอบพบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณอยู่ด้านใน จึงใช้โซ่คล้องกุญแจ ปิดประตูทางเข้าทั้ง 3 ด้าน ก่อนจะเดินทางออกไป

บุกดีเอสไอขอร้องหยุดงาน

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางไปที่อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากทราบว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมเข้าใช้สถานที่ทำงานชั่วคราว โดยผู้ชุมนุมพยายามขอพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ พร้อมกับประกาศขอร้องให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หยุดทำงาน โดยผู้ชุมนุมได้เข้าไปภายในโถงชั้นล่าง ซึ่งแกนนำได้พบกับ พ.ต.อ.วรรณพงศ์ คชรัตน์ รอง อธิบดีดีเอสไอ และได้พูดคุยทำความ เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่เดินทางมา

“ชุมพล” ฉุนด่า ผบ.คดีอาญา

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ. สำนักคดีอาญาพิเศษ เดินเข้าภายในอาคารเมื่อนายชุมพลเห็นจึงขอให้พูดคุยกับผู้ชุมนุมก่อน อย่าเพิ่งไปแต่ พ.ต.อ.นิรันดร์รีบเดินขึ้นลิฟต์ซึ่งเป็นที่ทำงาน ขณะนั้นนายชุมพลจึงเดินเข้าไปจับแขนพร้อมบอกให้รอก่อน พ.ต.อ.นิรันดร์จึงตอบกลับไปว่า ตามเข้ามาสิ นายชุมพลจึงรีบตามเข้าไปภายในลิฟต์ และเอามือกันประตูลิฟต์ไม่ให้ปิด เมื่อเข้าไป พ.ต.อ.นิรันดร์ถึงกับหน้าถอดสี พร้อมกับยกมือไหว้ ร้องตะโกนว่า อย่าทำอะไรรุนแรงกับผม นายชุมพลจึงตอบไปว่า พวกผมมามอบตัวแล้ว พี่ทำไมไม่จับ พร้อมกับบอกผู้สื่อข่าวให้เป็นพยานว่า ตนไม่ได้ทำรุนแรงอะไรกับ พ.ต.อ.นิรันดร์ ขณะที่เลขาฯ ของ พ.ต.อ.นิรันดร์ซึ่งเป็นผู้หญิงได้เข้ามาภายในลิฟต์ พ.ต.อ.นิรันดร์จึงได้หลบไปอยู่ด้านหลังเลขาฯ ซึ่งในช่วงเดียวกันนายชุมพลใช้มือชี้หน้ากล่าวว่า หน้าตัวเมีย ขี้ข้าทักษิณ ผมไม่ได้ใช้ความรุนแรงอะไรกับพี่เลย ขณะนี้นายสกลธีได้เข้าพูดคุยและปล่อยให้ พ.ต.อ.นิรันดร์ขึ้นลิฟต์ไป

กปปส.ดักรัฐจ้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากแยกปทุมวันว่า ได้มีการขยายพื้นที่เวทีปราศรัยออกไปจากเดิมเพื่อรักษาความปลอดภัย โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า ขณะนี้ชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังเข้าตาจน ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้ กปปส.ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาปราบปรามการชุมนุม โดยทำเป็นกระบวนการ คือ 1.รัฐบาลว่าจ้างอันธพาลมาสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่ถนนบรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2.เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐใส่เกียร์ว่าง ไม่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ และ 3.รัฐบาลพยายามโยนบาปให้ผู้ชุมนุม ปั้นหลักฐานผ่านไลน์ตำรวจเพื่อใส่ร้ายผู้ชุมนุมทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน

“ฮิวแมนไรท์ฯ” จี้รัฐอย่านิ่งเฉย

เวลา 13.00 น. นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้มาสังเกตการณ์การชุมนุมโดยมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้การต้อนรับและหารือกับแกนนำว่า ฮิวแมนไรท์ฯกังวลต่อเหตุการณ์รุนแรงของผู้ชุมนุม แต่ไม่เห็นความคืบหน้าการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และปรากฏชัดว่ามีการกระทำความรุนแรงต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดยั้งได้ อีกทั้งยกระดับความรุนแรงเพราะเกิดเหตุกลางวัน มีการใช้อาวุธสงครามระเบิดสังหารพุ่งเป้าพื้นที่ที่มีประชาชน ฉะนั้นตำรวจนิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ ทางฮิวแมนไรท์ฯขอเสนอต่อรัฐบาลว่ารัฐบาลต้องเคารพรักษาความปลอดภัยอย่างเสมอภาค เลือกปฏิบัติไม่ได้ จากนั้นเวลา 14.30 น. แกนนำย่อยประจำเวทีขึ้นเวทีปราศรัยเชิญชวนให้มวลชนร่วมเดินขบวนไปปิดล้อมกรมทางหลวง โดยให้มารวมตัวกันที่บริเวณสะพานหัวช้างเพื่อร่วมเดินทางออกไปทันที

ม็อบบุก ธ.ออมสินจี้ไม่ปล่อยเงินกู้

เมื่อเวลา 10.25 น. นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นำมวลชนเดินขบวนไปยังธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยตลอดทาง เมื่อไปถึงผู้ชุมนุมได้กรูกันเข้าไปลานหน้าธนาคาร โดยนายถาวรได้ขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล กล่าวหาการทุจริตหลายโครงการที่จะนำเงินของธนาคารออมสินไปใช้ จึงขอให้พนักงานหยุดงานทันที และไม่ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาล จากนั้นเข้าเจรจากับนายวรวิทย์ ชัย–ลิมปมนตรี ผอ.ธนาคารออมสิน

นายวรวิทย์กล่าวยืนยันว่า จะไม่ปล่อยกู้ให้โครงการรับจำนำข้าวทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ฝากไปยังรัฐบาลหากแน่จริงให้ไปกู้กับธนาคารพาณิชย์เอาเอง เมื่อเรียนผูกก็ต้องหาทางเเก้ โดยไปเจรจากู้จากธนาคารเอกชนเอาเอง การจะปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลในโครงการนี้ไม่สามารถทำได้เพราะตามกฎหมายโครงการจำนำข้าวต้องมีสัญญาผูกพันกับธนาคาร ธ.ก.ส.เท่านั้น

บุกคุรุสภาตรวจพิมพ์บัตร ลต.

ด้านเวที กปปส.บริเวณแยกลาดพร้าว นายสุชาติ ศรีสังข์ และนายทินกร อ่อนประทุม นำผู้ชุมนุมออกเคลื่อนขบวนไปหน้าองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หลังจากที่ กปปส.เคยตัดน้ำ ตัดไฟ ไม่ให้โรงพิมพ์คุรุสภาพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ซึ่งนายสุชาติได้ขอพบผู้บริหารเพื่อขอเข้าไปตรวจสอบแต่ไม่มีใครออกมา ต่อมา พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย เข้ามาเจรจาไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าไปแต่ไม่สำเร็จ แกนนำได้ใช้คีมเหล็กตัดกุญแจเปิดประตูพร้อมส่งตัวแทน เข้าไปที่อาคาร 7 พบว่าอาคารยังเปิดไฟสว่างและมีทหาร ปตอ.พัน 1 รอ. จำนวน 1 กองร้อยเฝ้าดูแลบัตรเลือกตั้ง

นายปิย์ธัญญะ สุคนธ์บารมี ฝ่ายกฎหมาย สกสค. ได้ออกมาชี้แจงกับผู้ชุมนุมว่า ได้หยุดทำงานมาหลายวันแล้ว แต่ผู้ชุมนุมขอเข้าไปดูภายใน ซึ่งทหารที่เฝ้าอยู่ได้ขอร้องให้เข้าใจที่ต้องมาเฝ้าดูแลบัตรเลือกตั้ง โดยอนุญาตให้ตัวแทน 5 คน เข้าไปดูและห้ามบันทึกภาพ จากนั้นไม่ถึง 5 นาทีตัวแทนผู้ชุมนุมเดินออกมายืนถ่ายรูปมอบนกหวีดให้ตำรวจและทหารก่อนพากันกลับ

ยันไม่ปิดศูนย์ควบคุมจราจร

เวลา 14.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เวทีห้าแยกลาดพร้าว เคลื่อนขบวนออกจากหน้าคุรุสภา ตระเวนตรวจดูสถานที่ราชการบนถนนพหลโยธิน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่ายังมีข้าราชการแอบเข้าทำงานหรือไม่ โดยมาหยุดที่หน้าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้ยุติทำงานรับใช้รัฐบาล มีนายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รักษาการรองผู้ว่าการฯ ฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ ออกมายืนยันว่าส่วนต่างๆ ของการทางพิเศษฯหยุดทำงานไปหมดแล้ว ยกเว้นศูนย์ควบคุมระบบจราจรอัจฉริยะที่ยังเปิด เพราะต้องรายงานสภาพการจราจร และอุบัติเหตุบนทางด่วน

จากนั้นได้นำนายทินกร อ่อนประทุม และผู้ ชุมนุมส่วนหนึ่งขึ้นไปห้องควบคุม ดูขั้นตอนการทำงานว่ามีความจำเป็นต้องคงไว้ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีรถจอดบนทางด่วน ระบบจะเตือนให้ส่งกู้ภัยไปช่วย ถ้าปิดชัตดาวน์ระบบควบคุมจราจรจะเกิดปัญหา กับคนที่ใช้ทางด่วน 7-8 แสนรายจะได้รับผลกระทบ ซึ่งทางแกนนำเข้าใจว่าเป็นเรื่องจำเป็นกับประชาชนจึงให้คงเจ้าหน้าที่ในศูนย์ควบคุมจราจรไว้โดยจะไม่ตัดน้ำตัดไฟ

เวทีสวนลุมฯเสริมแนวป้องกัน

เมื่อเวลา 11.00 น. บรรยากาศการชุมนุมของ กปปส.เวทีสวนลุมพินี ที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ แกนนำ กปปส.ขึ้นเวทีกล่าวถึงการยกระดับรักษาความปลอดภัยเพิ่มความเข้มข้น เพราะเกิดเหตุขว้างระเบิดปิงปองใส่ผู้ชุมนุมและการ์ด กปปส. ทั้งนี้ ได้รับรายงานข่าวกรองว่าฝ่ายผู้มีอิทธิพลเห็นต่างลงขันว่าจ้างมือปืน คนร้ายรับจ้างทำลายเวทีสวนลุมพินี เพื่อก้าวสู่สงครามกลางเมืองจึงต้องเสริมกระสอบทราย 2,000 ถุง และยางรถยนต์ 3,000 เส้น รอบพื้นที่ชุมนุม พร้อมยกระดับต่อสู้ปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ด้วยการ ปิดหน่วยงานต่างๆ เบื้องต้นส่งนายสาธิต เซกัล ตัวแทนนักธุรกิจย่านสีลม สำรวจเส้นทางหน่วยงานราชการต่างๆว่า ยังมีองค์กรใดต้องปิดชัตดาวน์อีก หากไม่ยอมปิดชัตดาวน์ตามที่มวลชนเรียกร้องจะนำชื่อหัวหน้าองค์กรนั้นมาประจานว่าเป็นทาสรับใช้ระบอบ ทักษิณ เพื่อให้มวลชนปิดบ้านพักกดดันทันที

คปท.บุกสั่งปิดเซิร์ฟเวอร์ สนง.กฤษฎีกา

ด้านเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ ไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายอมร อมรรัตนานนท์ โฆษก คปท. ได้นำมวลชนไปตรวจสถานที่ราชการและธนาคารต่างๆ ที่เคยไปปิดล้อม อาทิ ธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศ ไทย (เอ็กซิมแบงก์), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) สำนักงานสรรพากร เขต 4 บริเวณถนนพหลโยธิน โดยทั้ง 3 แห่งปิดทำการ ไม่มีพนักงานมาทำงานแต่อย่างใด จากนั้นไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์เท่านั้น ทางผู้ชุมนุมจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดระบบคอมพิวเตอร์ และเก็บข้าวของออกไป

สั่งผู้ว่าฯ ระดมกำลังป้องสถานที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือขอสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีสาระสำคัญคือ ด้วยปรากฏข่าวว่าตั้งแต่ วันที่ 20 ม.ค. 57 เป็นต้นไป กลุ่ม กปปส.จะยกระดับการขัดขวางการปฏิบัติราชการ จากการปิดศูนย์ราชการ เป็นการปิดสถานที่ราชการทุกแห่ง โดยจะเริ่มดำเนินการในจังหวัดภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การบริการประชาชน และรักษาประโยชน์ของประชาชนโดยรวม จึงให้จังหวัดดำเนินการวางแผนและเตรียมการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ส่วนราชการ บริการประชาชนได้เป็นปกติตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยให้ระดมกำลังของทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มความสามารถ และให้รายงานสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขของจังหวัดให้กระทรวงมหาดไทยทราบ ภายใน 17.00 น. ของทุกวัน

รอรับศพ “ประคอง” กลับภูเก็ต

นายอำนวย คุ้มบ้าน แกนนำ กปปส.ภูเก็ต นำกลุ่มมวลชนปิดสถานที่ราชการ 5 วันโดยผูกผ้าดำไว้ที่ประตูทางเข้า-ออก ให้ข้าราชการหยุดทำงาน จากนั้นเปิดเผยว่ากลุ่ม กปปส.แสดงสัญลักษณ์ต่อต้านระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาล ขณะเดียวกันประสานกับญาตินายประคอง ชูจันทร์ วีรบุรุษแห่งถนนบรรทัดทอง เพื่อนำศพกลับมาถึงที่ จ.ภูเก็ตในวันที่ 21 ม.ค. โดยกลุ่ม กปปส.จะเคลื่อนขบวนไปรอรับศพที่บนสะพานคู่ขนานสะพานสารสิน ประตูสู่เกาะภูเก็ต ซึ่งเป็นการรับดวงวิญญาณวีรบุรุษกลับบ้านอย่างสมเกียรติ จากนั้นจะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่เวที กปปส.หน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ตและวัดเกตโฮ่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุยกับครอบครัวชูจันทร์

ยิงขู่ สนง.ประชาธิปัตย์ราชบุรี

เวลา 00.30 น. พ.ต.ท.สมชาย ทองเสงี่ยม พงส.สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งเหตุรถปิกอัพถูกยิงที่บริเวณหน้าสำนักงานนายบุญมาก ศิริเนาวกุล อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ถนนคฑาธร เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ไปตรวจสอบพบรถปิกอัพ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน กจ 5474 ราชบุรี จอดอยู่หน้าสำนักงาน สภาพกระจกด้านหลังถูกยิง 1 นัดแตกทั้งบาน ใกล้กันพบรถปิกอัพถูกยิงอีก 2 คัน ตำรวจสอบสวนคาดคนร้ายหวังผลทางการเมือง รถทั้งหมดเป็นของกลุ่มแกนนำ กปปส.จอดที่สำนักงาน โดยนายบุญมากไม่ได้ลงเล่นการเมือง แต่ส่งนางกัลยา ศิริเนาวกุล ภรรยาลงพื้นที่หาเสียงและเป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ จ.ราชบุรี สนับสนุนจัดหารถคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯมาตลอด ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่หน้าสำนักงานและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

นปช.เปิดเวทีถลกหนัง “สุเทพ”

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่ม นปช.เปิดแถลงข่าว “ถลกหนังเทือก” โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.กล่าวว่า การที่กลุ่ม กปปส.ไปปิดธนาคารออมสิน ไม่ใช่ต้องการไม่ให้ธนาคารปล่อยกู้ให้รัฐบาล แต่ต้องการหลักฐานสั่งจ่ายเงินการทุจริตโรงพักเหมือนที่ไปปิดดีเอสไอมาแล้ว พยายามค้นหลักฐานคดีสั่งฆ่าประชาชนปี 53 ส่วนการประกาศปิดทุกจังหวัดในภาคใต้ หากดูแล้วคนที่เดือดร้อนจริงๆคือคนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ การกระทำเช่นนี้เหมือนคนที่เสพยาบ้าเมาขนาดหนักแล้วจับลูกเมียพ่อแม่ตัวเองเป็นตัวประกัน นอกจากนี้ขอเตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ว่าจะเกษียณอายุราชการอยู่แล้วแต่ถ้ารัฐประหารไม่รู้จะอยู่ถึงเดือน ต.ค.หรือไม่ พวกเราไม่ต้องการรบกับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่ต่างคนต่างอยู่ ถ้ามีรัฐประหาร ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่คนเสื้อแดงและเสื้อขาวจะลุกขึ้นมาต่อสู้ทั้งแผ่นดิน

ศาลรับฟ้องคดีหมิ่น “กำนันเทพ”

ที่ห้องพิจารณา 908 ศาลอาญา รัชดาฯ ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หลังจำเลยแถลงข่าวหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ต่อสื่อมวลชนหลายแขนงว่าขณะที่โจทก์เป็นรองนายกรัฐมนตรีได้รับผลประโยชน์จากการทุจริตก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่ง และอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาแก้ต่างคดี และพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 รวมทั้งให้จำเลยขอขมาทาง นสพ.เป็นเวลา 30 คดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา เป็นคดีหมายเลขดำ อ.495/56 ศาลจึงนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 3 ก.พ. 58 เวลา 09.00 น.

8โรงเรียนแพทย์ออกแถลงการณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม 8 โรงเรียนแพทย์คือ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล, คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์, คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, คณะแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร, คณะแพทยศาสตร์ ม.บูรพา และคณะแพทยศาสตร์ ม.รังสิต ออกแถลงการณ์ เรื่อง ข้อเสนอของกลุ่มโรงเรียนแพทย์ต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ว่าประเทศไทยควรมีการปฏิรูปโดยเร็ว เพื่อยุติความขัดแย้งและความรุนแรง รัฐบาลรักษาการควรยุติบทบาทเพื่อให้รัฐบาลเฉพาะกิจมาแก้ไข ควบคุมสถานการณ์และจัดการเลือกตั้ง, ควรกำหนดการเลือกตั้งภายหลังจากที่ทุกฝ่ายเห็นชอบในกติกา, ข้อให้ทุกฝ่ายยุติการยั่วยุและการบิดเบือนข้อมูล และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายมีการเจรจาร่วมกันโดยเร็วเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์

ม.อ.ไฟเขียวร่วมชุมนุมไม่ถือขาดเรียน

ขณะที่นายชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้ออกประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยไม่ถือเป็นการขาดงานและขาดเรียน โดยระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  ได้พัฒนาไปสู่ความรุนแรงและมีแนวโน้มที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมและการแสดงออกทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในการนี้หากบุคลากรและนักศึกษาประสงค์จะใช้สิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ สามารถกระทำได้โดยมหาวิทยาลัยไม่ถือเป็นการขาดงานและขาดเรียน

จุดเทียนสันติภาพหน้าโรงหนังดัง

ช่วงเย็น ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ปิ่นเกล้า กลุ่มประชาชนที่ใช้ชื่อว่า “เสื้อขาวสันติภาพ” รวมตัวกันบนฟุตปาทริมถนนบรมราชชนนี เพื่อทำกิจกรรมจุดเทียนสันติภาพต่อต้านความรุนแรง และสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. โดยชูป้ายข้อความ respect my vote แล้วนำกระดาษมาพับเป็นนกกระดาษผูกติดไว้บริเวณป้ายรถเมล์ พร้อมเชิญชวนผู้คนที่ผ่านไปมาร่วมกันจุดเทียนเป็นเครื่อง หมายแห่งสันติภาพ แล้วตะโกนพร้อมกันว่า 2 ก.พ.ไปเลือกตั้ง ไม่เอาความรุนแรง ไม่เอารัฐประหาร

ชาวสระแก้วจุดเทียนหนุน ลต.

เวลา 17.30 น. บริเวณสี่แยกอำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว นายจิตต์ประสงค์ เพ็ชรจิตต์ กำนัน ต.โคกสูง พร้อมกำนัน ต.หนองม่วง ต.หนองแวง และตำบลโนนหมากมุ่น นำประชาชนทั้ง 4 ตำบล จำนวนร่วม 300 คน สวมชุดขาวรวมตัวจุดเทียนสันติภาพ ไม่เอารัฐประหาร ไม่เอาความรุนแรง และสนับสนุนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. โดยระหว่างที่นายจิตต์ประสงค์ ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีกลุ่ม กปปส. มีชายขับรถปิกอัพนิสสันนาวาร่าสีเทา  จอดรถขวางผู้ชุมนุมพร้อมลดกระจกชี้มือมายังผู้ชุมนุมทำให้ถูกผู้ชุมนุมโห่ไล่ จนตำรวจที่มารักษาความเรียบร้อยต้องขอร้องให้ชายดังกล่าวขับรถไปจอดที่อื่น จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้จุดเทียนนำมาปักริมถนนก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน

โพลชี้คนส่วนใหญ่ไม่เคยร่วมชุมนุม

นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “การเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองของ คนไทย” ระหว่างวันที่ 16-19 ม.ค. เกี่ยวกับการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ทั้งในส่วนของกรุงเทพฯและต่างจังหวัด  พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ  80.87 ระบุว่า ไม่เคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. กลุ่มคปท. กลุ่ม กปท. ขณะที่ร้อยละ 19.13 ระบุเคยเข้าร่วมชุมนุม เมื่อถามถึงสถานที่ในการเข้าร่วมชุมนุม ร้อยละ 61.20 ระบุเข้าร่วมชุมนุมในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ร้อยละ 50.78 ระบุเข้าร่วมชุมนุมในพื้นที่ต่างจังหวัด และเมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับการได้รับความรู้ทางการเมือง ภายหลังจากการเข้าร่วมชุมนุม กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 90.10 ระบุได้รับความรู้ทางการเมือง เพิ่มขึ้น ขณะที่ ร้อยละ 8.33 ระบุได้รับความรู้ทาง การเมืองเท่าเดิม และร้อยละ 1.56 ระบุว่าไม่แน่ใจ

“สุเทพ” ชื่นชมแพทย์ 9 สถาบัน

เวลา 17.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมเครือข่ายอาสาสมัครทางการแพทย์ ชมรมแพทย์ชนบท บุคลากรทางการแพทย์ 9 สถาบันใช้ชื่อว่า กองทัพเสื้อกาวน์ชัตดาวน์กรุงเทพฯได้เดินมาถึงเวทีอโศกแสดงจุดยืนในการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง พร้อมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายสุเทพจะขึ้นปราศรัยว่า แม้กระทั่งแพทย์ทุกสาขาได้รวมตัวแสดงพลังไล่รัฐบาล  น.ส.ยิ่งลักษณ์  แสดงให้เห็นว่า  แพทย์ยังไล่ ไม่รู้ว่าถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าโรงพยาบาล หมอจะรักษาให้หรือไม่ แต่ตามจรรยาบรรณแพทย์ต้องรักษา ถ้าหัวใจหยุดเต้นหมอต้องปั๊มหัวใจให้ แต่ก่อนปั๊มหัวใจอาจเกิดอุบัติเหตุทางการแพทย์ได้ แพทย์ปกติมีภาระต้องเข้าเวร 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาคนไข้คนป่วย แต่ยังสละเวลามาเดินขบวนแสดงพลัง ข้าราชการทุกสำนักควรเอาอย่างบ้างที่ออกมาแสดงพลัง และอยากขอบคุณหมอและคณะแพทย์ที่ออกมาร่วม หลังจากนั้นคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯได้มอบเงินบริจาคให้นายสุเทพ 1 แสนบาทและกลุ่มแพทย์ที่ร่วมเดินขบวน  นำเงินบริจาคที่ได้รับระหว่างทางเดิน 1 ถุง มอบให้ด้วย

“เทือก” ยันรัฐไร้ช่องกู้เงินออมสิน

กระทั่งเวลา 19.50 น. ที่เวทีปราศรัยแยกปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่มีการทุจริต จนถึงขณะนี้ค้างค่าข้าวกับชาวนากว่า 6 เดือนแล้ว การที่รัฐบาลจะนำเงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับฝากจากเกษตรกรมาจ่ายให้ชาวนาเข้าทำนอง “เสือยืมหมา” พนักงาน ธ.ก.ส.จึงไม่ให้ เพราะต้องรับผิดชอบกับเกษตรกรที่ฝากเงินไว้ และเกรงว่าหากผู้ฝากเงินจะถอนเงินธ.ก.ส.ก็จะไม่มีเงินให้ถอน รัฐบาลจึงคิดจะไปเอาเงินจากธนาคารออมสินกว่าแสนล้านบาท พวกเราจึงไปปิดและทำแถลงการณ์ร่วมกันว่าจะไม่ยอมให้เงินกู้ และให้พนักงานธนาคารออมสินออกมาร่วมชุมนุมได้ จึงขอบอกเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคารออมสินให้สบายใจว่าปลอดภัย ไม่ต้องรีบไปถอนเงิน ผู้บริหารและสมาพันธ์ธนาคารออมสินจะดูแลเงินให้อย่างดี ไม่ยอมให้รัฐบาลปู้ยี่ปู้ยำเงินเด็ดขาด และวันนี้ (20 ม.ค.) ตนเดินผ่านธนาคารกรุงไทย พนักงานบอกว่า ให้ปิดธนาคารกรุงไทยด้วย แต่ปิดไม่ได้เพราะธนาคารกรุงไทยมีบัญชีเงินฝากและการกระทำธุรกรรมคนอื่นจำนวนมากจะกระทบเศรษฐกิจ จึงปิดไม่ได้ แต่ขอให้ระวังว่าหากรัฐบาลจะปู้ยี่ปู้ยำเงินฝากของประชาชนก็จะไปปิดทันที

โวปฏิรูปเสร็จชาวนาได้เงินทันที

นายสุเทพกล่าวต่อว่า การที่ปิดธนาคารออมสิน อย่าไปฟังรัฐบาลว่าจะไม่มีเงินไปจ่ายชาวนา แต่มีวิธีการที่รัฐบาลสามารถนำข้าว 18 ล้านตัน ไปขายก็จะได้เงินไปจ่ายชาวนา ขอรับรองกับชาวนาว่า ทันทีที่ประชาชนยึดอำนาจสำเร็จจะรีบเอาเงินให้ชาวนาทุกคนที่รัฐบาลค้างไว้ ซึ่งขณะนี้ชาวนาเดินแนวทางเดียวกับเรา คือ ปิดศาลากลางจังหวัดต่างๆ และวันที่ 21 ม.ค. ตนจะนำผู้ชุมนุมเวทีสวนลุมพินีเดินต่อไปยังย่านตรอกจันทน์ เพื่อเชิญชวนชาว กทม.ออกมาร่วมชุมนุม แต่ขอให้พี่น้องระมัดระวังการทำสงครามข่าวสารกับเรา โดยจ้างสื่อต่างประเทศและคอลัมนิสต์ภายในประเทศ โดยมีหลาน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ดำเนินการ จึงขอให้พิจารณาการรับข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต และสามารถสอบถามพวกเราได้ รวมทั้งขอให้เตือนกันและกันพร้อมให้รับฟังข่าวสารจากเวที โดยตนได้เปิดเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นประชาชนในเรื่องปฏิรูปประเทศแล้ว

21 ม.ค. 2557 07:39 ไทยรัฐ