วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.เล็งร้องกกต.แจกใบแดง 'ปู'

พร้อม16รมต.-ข้อหาเอาเปรียบคู่แข่ง

มท.สั่งปลัดจังหวัด-นายอำเภอ สนับสนุน การเลือกตั้ง ระดม ผวจ. 15 จังหวัดภาคใต้ หารือเลขาฯ กกต. ผวจ. สงขลา-สุราษฎร์ธานี ยอมรับ 2 ก.พ.อาจจัดเลือกตั้งไม่ได้ “ภุชงค์” เล็งเสนอแก้ไขระเบียบ กกต.แก้ปัญหาขาดแคลน กปน. ให้ตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกเขตมาทำหน้าที่ได้ พร้อมเสนอออก พ.ร.ฎ. เลือกตั้งใหม่ใน 28 เขต ที่ไร้ผู้สมัคร ด้าน ปชป.เล็งร้องแจกใบแดงนายกฯ-16 รมต.ใช้อำนาจและกลไกรัฐสร้างเอาเปรียบคู่แข่ง แถมยื่นฟัน ครม.กรณีต่อเวลาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ขณะที่ พท.ขู่ฟ้องกลับฐานร้องเท็จ ยันไม่ได้ทำผิด รธน.มาตรา 181 “อุเทน” ชี้ช่องปลดล็อกวิกฤติ แนะนายกฯเสนอ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ พร้อมให้คณะรัฐมนตรีลาออก เพื่อบีบม็อบเลิกชุมนุมแล้วเข้าสู่โต๊ะเจรจาเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์จะถึงวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. แต่ความขัดแย้งระหว่าง กกต.กับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งยังมีอีกมากมายที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขให้ลงตัว

มท.จี้ปลัด จว.–นอภ.หนุนเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมปลัดจังหวัด นายอำเภอ เพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุนการเลือกตั้ง โดยเชิญตัวแทน กกต.มาร่วมบรรยายปัญหาและอุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งด้วย นายวิบูลย์กล่าวว่า ขอให้นายอำเภอและผู้อำนวยการเขตสนับสนุนการเตรียมการเลือกตั้งตามที่ กกต.กำหนดไว้ ขอให้ปลัดจังหวัดช่วยประสานในการจัดหาบุคลากรเพื่อเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ให้ครบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหา สำหรับการรักษาความสงบเรียบร้อยให้แต่ละจังหวัดจัดทำแผนเผชิญเหตุ เน้นให้ปฏิบัติได้จริง รวมถึงขอให้แก้ไขปัญหาชุมนุมประท้วงอันเนื่องจากการเลือกตั้ง รวมถึงการเตรียมแก้ไขปัญหาการซื้อเสียง การข่มขู่คุกคามผู้สมัคร โดยสอดส่องซุ้มมือปืนในพื้นที่ และขอเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดในช่วง 10 วันก่อนการเลือกตั้ง ห้ามไม่ให้นายอำเภอและปลัดจังหวัดมีการประชุมสัมมนา หรือเดินทางไปสัมมนาต่างจังหวัด

เร่งจัดหา กปน.ให้ครบ

นายวิบูลย์กล่าวว่า  กกต.ขอให้กระทรวงสนับสนุนสถานที่และบุคลากรเข้ามาช่วยงาน และการทำให้ประชาชนมาใช้สิทธิกันให้มากที่สุด สำหรับการปิดสถานที่ราชการ ข้าราชการจะต้องทำงานหนักมีความอดทน จะต้องทำงานอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาใช้บริการ การปิดสถานที่ราชการย่อมจะมีผลต่อการเลือกตั้ง แต่เมื่อมีกฎหมายกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ก็ต้องเดินหน้าต่อไป

นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ปัญหาในส่วนของภาคใต้เราจะดูแลตามสถานการณ์ สิ่งที่ต้องเร่งคือแต่งตั้ง กปน.ให้ครบก่อน การแก้ไขปัญหาคงจะเน้นคนเป็นหลัก

ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต.แฉ 5 อุปสรรค

นายบุญยเกียรติ รักชาติเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงาน กกต. กล่าวบรรยายตอนหนึ่งว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้ได้แม้ว่ามีผู้ขัดขวาง ปัญหาที่ กกต.กังวลและมองว่าจะเป็นปัญหาอุปสรรคคือ 1.กรรมการการเลือกตั้งประจำเขต และ ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตถูกกดดันให้ลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ 2.การหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ได้ไม่ครบ ซึ่งมีหลายหน่วยหาคนมาเป็น กปน.ไม่ได้ 3.การขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดในวันที่ 26 ม.ค. โดยได้ประสานหน่วยความมั่นคงช่วยเหลือ 4.กปน.ที่แต่งตั้งแล้วไม่ยอมมารับบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์จัดการเลือกตั้ง 5.การเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ณ ที่เลือกตั้งกลางที่จะลงคะแนนในวันที่ 26 ม.ค. เกิดปัญหาคือบางหน่วยไม่อยากให้เก็บหีบบัตรไว้ แต่ยังหาที่เก็บหีบบัตรที่ปลอดภัยไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นขวากหนามในการจัดการเลือกตั้ง จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย หากการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ผ่านไปได้ ถือว่าไม่เก่งก็เฮง เพราะถูกขัดขวางในทุกกระบวนการ

ถกปัญหาในพื้นที่ภาคใต้

ต่อมาในช่วงบ่าย นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. ประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ตัวแทนเหล่าทัพ กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัด 15 จังหวัดภาคใต้ และตัวแทนกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยนายภุชงค์กล่าวรายงานสถานการณ์ภาพรวมปัญหาว่า สำนักงาน กกต. 12 จังหวัดใน 15 จังหวัดภาคใต้ ถูกผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ปิดล้อม จนไม่สามารถทำงานได้ มีเพียง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ กกต.ต้องย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ส่วนการจัดหาสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งกลางเพื่อให้ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. ได้ย้ายจากศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง เป็นสนามกีฬาคลองจั่น บางกะปิ

สงขลา–สุราษฎร์คาดเลือกตั้งไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผวจ.ภาคใต้ ส่วนใหญ่ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีการจัดการเลือกตั้ง พร้อมกับแสดงความกังวลว่าในพื้นที่ที่ไม่มีผู้ลงสมัคร ส.ส. ประชาชนก็จะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง นอกจากนี้หลายหน่วยเลือกตั้งยังไม่มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่ ผวจ.สงขลา และสุราษฎร์ธานียอมรับในที่ประชุมว่า อาจจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ได้ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังคงขัดแย้งแตกแยก เชื่อว่าในวันเลือกตั้งจะมีมวลชนไปขัดขวางการลงคะแนน เหมือนกับช่วงการเปิดรับสมัคร ส.ส. ส่วน ผวจ. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงในวันเลือกตั้ง จึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จาก กอ.รมน. เข้าดูแลพื้นที่แล้ว

ชงทางออกแก้ปัญหาขาด กปน.

นายภุชงค์กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังได้รับฟังปัญหาจาก ผวจ. 15 จังหวัด ทำให้ทราบว่า สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาคือ เรื่องของการหาสถานที่เลือกตั้ง และการหา  กปน. วันที่ 26 ม.ค. จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้า แม้ ผวจ.ยืนยันว่าสามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้ แต่ กปน.ยังขาดประมาณ 5 หมื่นคน ตนจึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม และเหล่าทัพให้ความร่วมมือ อีกทั้งจะนำข้อเสนอแก้ไขระเบียบ กกต.ให้สามารถแต่งตั้ง กปน.จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกเขตได้ กปน.ในส่วนนี้อาจจะใช้กำลังพลจากหน่วยงานอื่นมาปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้า กกต.เห็นชอบก็สามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนกรณีที่มีผู้ชุมนุม กปปส.ไปปิดล้อมโรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว และมีการทำลายบัตรเลือกตั้งนั้น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ไปตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการทำลายบัตรเลือกตั้งตามที่เป็นข่าว มีเพียงการตัดน้ำตัดไฟ ส่วนบัตรเลือกตั้งจะอยู่ครบหรือไม่นั้น ต้องขอตรวจสอบก่อน

เสนอออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ 28 เขต

นายภุชงค์กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้ง 28 เขตใน 8 จังหวัดภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตนั้น สำนักงาน กกต.มีความเห็นว่าจะต้องออกเป็น พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ หลังวันที่ 2 ก.พ.ไปแล้ว กระบวนการจะต้องนับหนึ่งใหม่ ด้วยการเปิดรับสมัครใหม่และให้จับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร จะเหมือนกับการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. หน่วยเลือกตั้งต่างๆ ต้องจัดให้มีการลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้ง 54 พรรคการเมือง แม้ใน 28 เขตจะไม่มีผู้สมัครก็ตาม และหากการจัดการเลือกตั้งใหม่สามารถดำเนินการได้ กกต.ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ปชป.ชงแจกใบแดงนายกฯ—16 รมต.

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จะไปยื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อขอให้ออกใบแดงก่อนการเลือกตั้งกับ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 2.นายจารุพงศ์  เรืองสุวรรณ  รมว.มหาดไทย  3.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ 4.นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม 5.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รมว.แรงงาน  6.พล.ต.อ.ประชา  พรหมนอก รองนายกฯ 7.นายพงศ์เทพ   เทพกาญจนา รองนายก-รัฐมนตรี 8.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายก-รัฐมนตรี 9.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 10.นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ 11. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ 12.นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ 13.นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย 14.นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง 15.นายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม 16.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที 17.นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข ทั้ง 17 คนร่วมกันทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 เพราะมีการใช้อำนาจให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ใช้กลไกรัฐเป็นเครื่องมือ และมีการกระทำที่ผูกพัน ครม.ชุดต่อไป ซึ่งมีบทบัญญัติห้ามไว้ในรัฐธรรมนูญ

เอาผิด ครม.ต่อเวลาใช้ พ.ร.บ.มั่นคง

นายวิรัตน์กล่าวว่า การที่ ครม.รักษาการขยาย เวลาประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ใน กทม.และจังหวัดปริมณฑล เพื่อควบคุมประชาชนที่มาชุมนุม ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญรองรับว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยังประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงเพื่อให้ได้เปรียบในการเลือกตั้ง เพื่อหวังปิดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเปิดเผยความชั่วร้ายของรัฐบาล ซึ่ง กกต.มีอำนาจให้ใบแดงตัดสิทธิได้ทันที นอกจากนี้การออกมติ ครม.ดังกล่าวยังมีกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเช่น นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายปลอดประสพ สุรัสวดี เมื่อกรรมการบริหารพรรคทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม จึงเป็นเหตุผลที่จะร้องเพื่อให้มีการยุบพรรคเพื่อไทยต่อไป เชื่อว่าภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่เพียงพอที่ กกต.จะให้ใบแดงก่อนการเลือกตั้งได้

พท.ขู่ฟ้องกลับมือกฎหมาย ปชป.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา ทีมกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์  จะยื่นคำร้องต่อ  กกต.ให้ใบแดงนายกฯและรัฐมนตรีอีก 16 คน ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่สร้างความได้เปรียบทางการเมือง และร้องเอาผิดคณะรัฐมนตรีที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงดังกล่าวไม่ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ตามที่นายวิรัตน์อ้างถึง เพราะ ครม.มีอำนาจอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการสร้างนโยบายใหม่ ไม่ใช่การก่อหนี้ผูกพัน หรือโยกย้ายข้าราชการ ถ้าไม่ทำต่างหากจะเสียหายต่อประเทศ นายวิรัตน์ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่เอาเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมือง ไม่มีน้ำใจนักกีฬา ไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ ซ้ำยังทำผิดกฎหมายเสียเอง เราจะพิจารณาฟ้องกลับในข้อหาร้องเท็จ รวมทั้งพิจารณาด้วยว่าเป็นการทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคได้รับผลกระทบหรือไม่ ซึ่งจะเอาผิดฐานทำให้เสียคะแนนเสียง

บี้ กกต.เอาผิด กปปส.ขวางเลือกตั้ง

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า วันที่ 21 ม.ค.จะไปยื่นเอกสารหลักฐานที่สำนักงาน กกต.ชั่วคราว จ.ชลบุรี กรณีที่ กปปส.ขัดขวางการสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบเขต รวมถึงบุกรุกปิดล้อมและยึดอุปกรณ์ของโรงพิมพ์คุรุสภา และไปกดดันเจ้าหน้าที่ที่มีการประชุม กกต. ทั้งนี้ จะสอบถามนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. และพวก ขัดขวางการเลือกตั้งซ้ำซากตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.56 จนถึงวันที่ 20 ม.ค.57 กกต.ยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด อ้างว่าเตรียมเอกสารและหลักฐานอยู่ ถ้า กกต.ยังนิ่งเฉยไม่ดำเนินการ ตนจะไปยื่นเอาผิดกับ กกต.ทั้งทางแพ่งและอาญา เนื่องจากละเว้นการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบและดูแลในการจัดการการเลือกตั้ง

“อุเทน” ชี้ช่องปลดล็อกวิกฤติชาติ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาวิกฤติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศสามารถแก้ไขได้หากทุกฝ่ายทุกกลุ่มร่วมแรงร่วมใจกัน โดยรัฐบาลควรเห็นแก่บ้านเมือง ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนมาก ถึงเวลาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ต้องกล้าทำก่อนที่จะสายเกินแก้ โดยขอให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ และรัฐบาลควรกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ก.พ. เนื่องจากมีเหตุความไม่สงบในบ้านเมือง พร้อมขอกราบพระราชทานพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งใหม่ ควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 60-90 วัน พร้อมกันนี้ รัฐบาลควรลาออกเพื่อแสดงความจริงใจในการเจรจา แล้วไปสู้กันที่การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมีขึ้น สำหรับม็อบ กปปส.และผู้ชุมนุมทุกกลุ่มควรยุติการชุมนุมทันทีแล้วเข้าเจรจา เพื่อเข้าสู่เวทีเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้น ทั้ง 2 ข้อต้องทำพร้อมกัน หากไม่เกิดขึ้นทั้ง 2 ข้อ ขอเรียกร้องให้ทหารโปรดช่วยบ้านเมืองออกมาช่วยจัดการด้วย

“พงศ์เทพ” นั่งหัวโต๊ะถกปฏิรูปประเทศ

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่หอประชุมกองบัญชาการกองทัพอากาศ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการปฏิรูปประเทศครั้งที่ 2/2557 โดยเชิญพรรคการเมืองมาร่วมหารือ มีตัวแทน 34 พรรคมาลงทะเบียน อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล นอกจากนี้ ยังมีอดีตนักร้องชื่อดังคือนายนาธาน โอมาน ใส่เสื้อสีส้มของพรรคพลังเครือข่ายประชาชน มาเข้าร่วมหารือด้วย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เข้าร่วมหารือ

ระดมความเห็น 34 พรรค

นายพงศ์เทพกล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา มีหลายองค์กรเสนอแนวคิดการปฏิรูปประเทศ จึงนำเอกสาร 3 ชุดจากข้อเสนอของเครือข่ายองค์กรภาคธุรกิจ ภาควิชาการ องค์กรชุมชนและภาคประชาสังคม สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเมือง ทั้ง 3 ชุดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวความคิดเรื่องการปฏิรูปประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จึงได้มอบหมายให้ตนและนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.เกษตรฯ เชิญหัวหน้าพรรคการเมือง  ผู้บริหารพรรคการเมือง มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแนวทางที่กลุ่มองค์กรต่างๆเสนอมาแล้ว ซึ่งสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะรวบรวมแนวความคิดต่างๆที่มีนำเสนอเพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกพรรคนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันในการที่จะปฏิรูปประเทศต่อไป โดยจะให้เวลาแสดงความคิดเห็นพรรคละ 7 นาที

ชทพ.–ชพน.เชียร์ปฏิรูป

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เพียงแค่การเริ่มต้นอย่าไปผูกพันว่าจะทำอะไร ควรทำเท่าที่ได้ เพราะไม่มีรู้ต่อไปใครจะมาเป็นรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาเห็นด้วยที่จะมีการทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิรูป และทำให้เสร็จครบ 1 ปียุบสภาเลือกตั้งใหม่

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศ และควรควบคู่กับการเลือกตั้ง แต่ควรมีองค์กรมาร่วมในการปฏิรูปประเทศ ควรจัดตั้งสมัชชาปฏิรูปประเทศ ตัวแทนจากทุกกลุ่มอาชีพ 2,000 คนแล้วให้เลือกผู้ได้คะแนนสูงสุด 200 คน เป็นสมัชชาปฏิรูป มีหน้าที่นำเสนอหัวข้อการปฏิรูป ส่วนการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ

พท.เสนอกรอบเวลา 1–2 ปี

นายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลที่จะเข้ามาหลังเลือกตั้ง 2 ก.พ. น่าจะส่งเสริมการปฏิรูปประเทศเดินหน้าไปได้อย่างเป็นรูปธรรม ใช้เวลา 1-2 ปีให้กระบวนการเข้าสู่ระบบ องค์ประกอบขององค์กรอย่างน้อยต้องมี 4 ภาคส่วนคือ ประชาชน วิชาชีพ วิชาการ และการเมือง ครอบคลุมทั่วประเทศ เป้าหมายโดยรวมคือการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แต่เรื่องเฉพาะหน้าควรส่งเสริมการเคารพกฎหมายจริงจัง สร้างความสามัคคี ลดความขัดแย้ง ปฏิรูประบบการเมือง การกระจายอำนาจ ปฏิรูปองค์กรอิสระและทุจริตคอร์รัปชัน ทำอย่างไรจะให้การแก้ปัญหาทุจริตมีประสิทธิภาพ อาจไม่รีบร้อน หลังเลือกตั้งการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพต้องออกกฎหมายรองรับ พรรคการเมืองถ้าเห็นพ้องต้องลงนามร่วมกัน คือเดินหน้าเลือกตั้งหลัง 2 ก.พ.ไปปฏิรูปประเทศร่วมกัน

พรรคเล็กโวยโดนมัดมือชก

น.ส.จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาพรรคพลังประชาธิปไตย กล่าวว่า การเลือกตั้งต้องเดินหน้า จะไม่มีการปฏิรูปแล้วหยุดการเลือกตั้ง ปฏิรูปการเมืองต้องผ่านเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง จะไม่มีการแต่งตั้งโดยเด็ดขาด ส่วนเนื้อหาการปฏิรูปการเมืองให้ตัวแทนแต่ละพรรคเสนอในเวที

นายจำลอง ดำสิม ตัวแทนพรรคกสิกรไทย กล่าวว่า งานใหญ่อย่างนี้ไม่มีหนังสือเชิญเป็นทางการ แค่ให้เด็กโทรศัพท์ไปบอกให้มาประชุม พวกตนไม่ใช่เด็ก ทำเหมือนมัดมือชก สถานภาพองค์กรพวกตนมีมารับฟังหรือมาแบบไหน หรือให้มาเป็นกรรมการร่วมด้วย ตอบโจทย์นี้ก่อนแล้วก็ส่งเอกสารรายละเอียดมา นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลลองถามตัวเองว่าวันที่ 2 ก.พ.จะมีการเลือกตั้งหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนพรรคเล็กส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง เพราะได้ลงพื้นที่และลงทุนจัดทำป้ายหาเสียงไปแล้ว และเมื่อเลือกตั้งแล้วค่อยมาปฏิรูปประเทศ

สรุปลุยเลือกตั้งแล้วค่อยปฏิรูป

ภายหลังใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมง นายพงศ์เทพสรุปผลการหารือว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ทุกพรรคเห็นชอบให้มีการปฏิรูปประเทศ โดยรัฐบาลหลังเลือกตั้งมีภารกิจหลักในการสนับสนุนส่งเสริมการปฏิรูปประเทศโดยใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการสร้างกลไกแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ขณะที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้นำตัวแทนพรรคการเมืองแถลงข่าวจับมือเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ. และปฏิรูปประเทศ แต่ไม่มีการลงสัตยาบันร่วมกัน เพราะไม่อยากให้เกิดข้อผูกมัดในอนาคต

โวย ผอ.โรงเรียนใช้ นร.เลือกข้าง

เวลา 13.00 น.  ผู้ปกครองและนักเรียนโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย (อยว.) รวมตัวกันเป่านกหวีดขับไล่นายเฉลิมศักดิ์ ธาระธัญญา ผู้อำนวยการ ร.ร.อยุธยาวิทยาลัย ที่บังคับให้นักเรียนเดินรณรงค์ไปตามถนนและรวมตัวที่ศาลากลางเก่าเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้ง 2 ก.พ. โดยผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.5 รายหนึ่งเผยว่า รู้สึกไม่พอใจที่ทราบว่าเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ทางโรงเรียนให้ลูกไปเดินรณรงค์ จัดทำป้ายมาให้นักเรียนถือชวนไปเลือกตั้ง เหมือนใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง ต่อมานายเฉลิมศักดิ์ออกมาชี้แจงว่าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้นักเรียนเดินรณรงค์ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ขอให้เข้าใจด้วย  จากนั้นผู้ปกครองและนักเรียนทุกคนแยกย้ายกันไป

21 ม.ค. 2557 07:35 21 ม.ค. 2557 07:35 ไทยรัฐ