วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฮือฮา สื่อนอกชี้ ไฟประท้วง รบ.ไทยลุกโชน เพราะ 'อดีตผู้นำ' โกงมากไป

บทความของสำนักข่าวต่างประเทศชี้ อดีตผู้นำพลัดถิ่นของไทย กระทำการทุจริตคอรัปชันมากเกินไป ทั้งยังโจ่งแจ้ง เป็นตัวจุดประกายให้เกิดการประท้วงขับไล่รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร...

สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่บทความที่อ้างว่ามาจากสำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า ข้อกล่าวหาคดีคอรัปชันที่มีต่ออดีตผู้นำพลัดถิ่นของประเทศไทย เป็นต้นเหตุสำคัญของรณรงค์ต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งกล่าวว่าแม้การคอรัปชันจะเป็นปัญหาเรื้อรังของไทยมานาน แต่ผู้นำพลัดถิ่นรายนี้กระทำการล้ำเส้นเกินไป

ประเทศไทยต้องอดทนกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนอันเกี่ยวพันกับการคอรัปชันโดยรัฐบาลที่อ่อนแอ, เครือข่ายการอุปถัมภ์ที่ไม่โปร่งใส และความคาดหวังจากการจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือ สินบนเพื่อให้บางสิ่งบางอย่างสำเร็จ

นายวรนัย วาณิชกะ คอลัมนิสต์จากหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ บอกในบทความนี้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมพยายามที่จะกำจัดอำนาจอิทธิพลของอดีตผู้นำพลัดถิ่นผู้นี้ออกจากประเทศ ไทย ด้วยการขับไล่รัฐบาลซึ่งนำโดยน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเชื่อว่าอดีตผู้นำพลัดถิ่นผู้นี้ทำลายรูปแบบการทุจริตที่ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าเกิดขึ้นในสังคมไทย

"คนไทยค่อนข้างเข้าใจความเป็นจริง เราเข้าใจว่าทุกคนกัดแอปเปิลคำเล็กคนละคำ แต่ปัญหาของอดีตผู้นำพลัดถิ่นผู้นี้คือ เขาปักป้ายไว้ที่หน้าต้นแอปเปิลเลยว่า เป็นทรัพย์สินของตระกูลเขาซึ่งเป็นเรืองอันตรายหากจะทำที่นี่" นายวรนัยกล่าว

 

 

ผู้ชุมนุมยังโจมตีอาณาจักรธุรกิจของเขาว่าทำผิดศีลธรรม รวมถึงแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายประชานิยม และซื้อเสียง ซึ่งพวกเขาอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาและพรรคพวกของเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทุกครั้งตั้งแต่เริ่มต้นศตวรรษที่ 21 นี้ โดยผู้สนับสนุนการชุมนุมคนหนึ่งชื่อว่า ร็อคกี อายุ 24 ปี บอกต่อเอเอฟพีเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า "อดีตผู้นำพลัดถิ่นผู้นี้ทุจริตมากเกินไป และข้อผิดพลาดที่สุดคือ ทุจริตอย่างเปิดเผยให้ทุกคนเห็น"

แกนนำผู้ชุมนุมใช้พลังจากการความโกรธเคืองที่มีต่อเรื่องดังกล่าว เพื่อประกาศเป็นการทำสงครามต่อต้านการคอรัปชัน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้กองทัพและองค์กรอิสระให้ช่วยเหลือพวกเขา ในการขัดขวางการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งคาดกันว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะได้รับชัยชนะอีกครั้ง

อดีตผู้นำพลัดถิ่นได้รับความเคารพอย่างมากในพื้นที่ภาคเหนือ และในหมู่ชนชั้นแรงงานในชนบท แต่เป็นที่เกลียดชังจากคนจำนวนมากในหมู่ชนชั้นกลางในกรุงเทพมหานคร, ชาวภาคใต้และผู้เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังจากเขาถูกโค่นอำนาจ เขาก็ถูกศาลตัดสินลับหลังจำเลยให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ในคดีข้อตกลงซื้อที่ดินที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของเขา

จากนั้นในปี 2010 ศาลประเทศไทยสั่งอายัดทรัพย์สินของอดีตผู้นำพลัดถิ่นรายนี้ประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46,363 ล้านบาทในขณะนั้น) หรือประมาณครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา จากข้อลาเลี่ยงภาษีเชื่อมโยงกับการขายหุ้นบริษัทโทรคมนาคมของเขา ในระหว่างที่เขายังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ อย่างไรก็ตาม อดีตผู้นำพลัดถิ่นผู้นี้ตอบโต้ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งโดยศัตรูทางการเมืองของเขา

 

 

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของอดีตผู้นำพลัดถิ่นบอกต่อเอเอฟพีว่า แกนนำผู้ประท้วงใช้ข้ออ้างเรื่องการคอรัปชันเป็นเครื่องมือดึงดูดฝูงชน "แต่การกล่าวหาตระกูลชินวัตรว่าคอรัปชันแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง" นายนพดลกล่าว

อดีตผู้นำพลัดถิ่นรายนี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากไปกับนโยบายประชานิยม ทั้ง การรักษาโรคฟรี, เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงโครงการจำนำข้าว ที่ออกโดยรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งทำให้เกิดกระแสความโกรษเกรี้ยวเป็นพิเศษ จากการกล่าวอ้างว่าโครงการนี้ทำให้เกิดการทุจริตเป็นวงกว้าง และผลาญงบประมาณของไทยหลายพันล้านดอลลาร์ เพียงเพื่อรักษาฐานคะแนนเสียงในชนบทของเขาเอง

ทั้งนี้ มีนักการเมืองเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังไม่มีประวัติเสื่อมเสียในการเมืองอันสับสนอลหม่านของไทย ที่แม้แต่นักการเมืองประกาศแคมเปญต่อต้านการคอรัปชันอย่างเปิดเผยอย่างนาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าพ่ออาบอบนวด ยังยอมรับว่าตัวเขาเองก็เคยติดสินบนเจ้าหน้าที่เมื่อครั้งอดีต

หรือกระทั่ง ผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งกำลังนำมวลชน ชัตดาวน์กรุงเทพฯ อยู่ในขณะนี้ ก็เคยต้องคดีทุจริตที่ดิน ซึ่งให้สิทธิ์คนรวยเข้าไปเป็นเจ้าของในที่ดินที่ควรจะเป็นของคนจน ซึ่งนำมาสู่การยุบสภาในภายหลัง

 

 

อย่างไรก็ตาม บางคนมองว่า การที่นายสุเทพพลิกบทบาทมาเป็นผู้นำการต่อต้านการคอรัปชัน สะท้อนให้เห็นว่า สังคมปฏิเสธการคอรัปชันมากขึ้น "สุเทพไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่้ขาเปลี่ยนไป ตอนนี้เข้าเป็นผู้นำและจะล้างมือจากการเมืองอยู่แล้วหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้จบลง" ม.ร.ว. อมรรัตน์ กฤดากร ซึ่งเข้าร่วมการประท้วงด้วยกล่าว

อนึ่ง จากข้อมูลสถิติพบว่า ไทยเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการแยกการเมืองออกจากการทุจริต โดยดัชนีการคอรัปชันในภาครัฐ ของ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (ทีไอ) จัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ 102 จากทั้งหมด 177 ประเทศ เท่ากับประเทศมอลโดวาและต่ำกว้าประเทศฟิลิปปินส์และอินเดีย

ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ธุรกิจจ่ายเงินสินบนแก่รัฐบาลในอัตรา 25-35% ของมูลค่าสัญญา เพิ่มขึ้นจาก 5-10% ในปี 1990

 

 

http://www.ndtv.com/article/world/thaksin-shinawatra-corruption-claims-stoke-thai-protest-outrage-473148

บทความของสำนักข่าวต่างประเทศชี้ อดีตผู้นำพลัดถิ่นของไทย กระทำการทุจริตคอรัปชันมากเกินไป ทั้งยังโจ่งแจ้ง เป็นตัวจุดประกายให้เกิดการประท้วงขับไล่รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร... 21 ม.ค. 2557 01:46 21 ม.ค. 2557 02:44 ไทยรัฐ