วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท็อปบูตนิ่ง กกต.เครียด

ประยุทธ์

สีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบนักข่าวที่ถามว่าสถานการณ์ขณะนี้มีความจำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือยัง ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานชั่วคราวที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของม็อบ กปปส.ที่ยกระดับความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน

อาการล่าสุดของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อช่วงสายวันที่ 20 มกราคม

สะท้อนอารมณ์เครียดๆ คนสวยเริ่มยิ้มไม่ออก

และก็ใกล้แบตเตอรี่หมดเต็มแก่ กับภาพที่ “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ทรุดตัวลงนั่งพิงล้อรถยนต์ พักเหนื่อยระหว่างนำขบวนม็อบเชิญแขกย่านถนนลาดพร้าว

เล่นบทห้าวมา 2 เดือน เดินทางยาวๆชักเมื่อย

บ่งบอกอาการล้าๆ “ลุงกำนัน” เองก็เหนื่อยเต็มที

ประกอบกับสถานการณ์ของกองทัพม็อบที่ต้องเดินด้วยท้อง นาทีแว่วๆมาจากแนวร่วมที่ไปเกาะติดขอบเวที สังเกตความกินดีอยู่ดีที่ลดระดับจากอาหารเหลา 5 ดาว ตอนนี้เหลือแค่ข้าวกล่อง

น้ำเลี้ยงเหือด ม็อบเสบียงร่อยหรอ

เงื่อนไขไฟต์บังคับที่เดาสถานการณ์ได้ ต้องเร่งปิดเกมกันในเร็ววันนี้

ในสถานการณ์ระเบิดตูมตามรายวัน ไล่กันไปตามเวทีหลักของม็อบ กปปส. ล้อกับจังหวะการยกระดับกดดันด้วยการบุกล้อมสถานที่ราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ปิดไม่ให้ข้าราชการทำงานได้

ต่างฝ่ายต่างเร่งเกม “กระชับพื้นที่”

และยังเช็กที่มาที่ไปไม่ได้ว่าของจริงหรือของเก๊ กับหนังสือหัวตราครุฑ เอกสารลับๆร้อนๆของทหารที่ส่งกันว่อนในโลกออนไลน์

เป็นบันทึกข้อความด่วนมาก ส่วนราชการ กยก.มทบ.12 เรื่องการเตรียมการเชิญหัวหน้าส่วนราชการมารายงาน ณ ที่ตั้งหน่วย หนังสือลงวันที่ 18 มกราคม 2557 และให้แจ้งภายในวันที่ 22 มกราคม

ว่ากันตามอารมณ์นี้ก็คือการเตรียม “ปฏิวัติ” นิ่มๆ

ขณะที่จ่าฝูงกองทัพบกอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เปิดปากยอมรับรู้สึกอึดอัดกับกระแสรัฐประหาร ทหารถูกกดดันมาตลอด
แต่ก็ยังออกตัว ทหารออกมาทำอะไรคงไม่ได้

เพราะปี 53 ที่ทหารออกมาทำหน้าที่ เนื่องจากความรุนแรงเกิดกับเจ้าหน้าที่ หน่วยราชการ ซึ่งเป็นบริบทกับเหตุการณ์ขณะนี้ที่ความรุนแรงเกิดกับประชาชน

พูดไปก็ยังเดาอะไรไม่ได้ เพราะยังแทงกั๊กออกแนวตรงกลาง

ที่แน่ๆจากปรากฏการณ์รัฐประหารที่ผ่านมา ทหารก็ไม่เคยบอกล่วงหน้าตรงๆซักครั้งเดียว

เงื่อนไขของท็อปบูตคาดเดาลำบาก

แต่ปัญหาที่คาดการณ์ล่วงหน้าได้ ถ้ายังเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์

กับปรากฏการณ์ป่วนๆไม่ใช่แค่ 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ปักษ์ใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร หรือประเด็นกรรมการคุมหน่วยเลือกตั้งที่ยังหาไม่ได้กว่า 5 หมื่นคน
ยังมีปมที่ไม่ได้พูดถึงกันก็คือปัญหาการนับคะแนนในส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่โยงจากปัญหา ส.ส.เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร ไม่สามารถลงคะแนนได้

เอาเข้าจริงไม่ใช่แค่ 28 ส.ส.ที่หายไป แต่อาจนับเป็นหลักร้อยถ้ารวมปาร์ตี้ลิสต์ด้วย

เรื่องของเรื่องโดยปมติดล็อก มันยิ่งกระตุกต่อมเครียดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยิ่งต้องคิดหนัก เทียบเคียงความผิดระหว่างโทษของการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามเสียงขู่ของพรรคเพื่อไทย

เข็นครกขึ้นภูเขา เดินหน้าจัดเลือกตั้งไปแบบไม่มีอนาคต

กับความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามเสียงขู่ของ “กำนันเทพ” ที่ประกอบกับเสียงเตือนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินออกมาทักดักคอแล้วว่า งบประมาณแผ่นดิน 3 พันกว่าล้านบาทที่จะใช้จัดการเลือกตั้งอาจสูญไปโดยเปล่าประโยชน์

เหมือนล็อกคอกันเป็นนัย ได้เตือนกันแล้ว

ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่ 5 เสือ กกต.ต้องแบกรับความเสี่ยงไปเอง

เรื่องของเรื่อง กกต.ติดคุกก็มีตัวอย่างมาแล้วซะด้วย.


ทีมข่าวการเมือง