วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช่วยชีวิต"ประชาคมโลก"สนช.ตั้ง"ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ทางไกลภูมิภาคอาเซียน"ในไทย

ศุภชัย หล่อโลหการ

ช่วยชีวิตคน!

หัวใจของการรักษาผู้ป่วย ยิ่งเร็ว ยิ่งมีสิทธ์ิหาย ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ยิ่งเร็ว ยิ่งมีโอกาสไม่ตาย...

นั่นจึงเป็นที่มาของ ระบบการแพทย์ทางไกล เพื่อแก้ปัญหาการ ขาดแคลนหมอที่เชี่ยวชาญในแต่ละโรค ด้วยการนำเอาความก้าวหน้าทางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้กับงานทางด้านการรักษาพยาบาลทางไกล ด้วยการส่งสัญญาณผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างแพทย์ต้นทางกับแพทย์หรือบุคลากรทางสาธารณสุขปลายทาง สามารถติดต่อกันได้ด้วยภาพเคลื่อนไหวและเสียงทําให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลคนไข้ระหว่างกันเหมือนกับรักษาคนไข้อยู่ในห้องเดียวกัน เพื่อวินิจฉัย วิเคราะห์ ลักษณะอาการของคนไข้ได้อย่างรอบด้านและทันท่วงที

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้เตรียมจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ทางไกลในภูมิภาคอาเซียน (AEC Telemedicine Centers of Excellence)” ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ คือ เป็นการช่วยเหลือชีวิตคน ในภูมิภาคอาเซียนและในประเทศที่กำลังพัฒนารวมทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง

เพราะต้องยอมรับว่า ขณะนี้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ที่เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเป็นเรื่องสำคัญ

“สนช.ได้หารือกับมหาวิทยาลัยลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และจะร่วมมือกันวางระบบการรักษาทางไกลขึ้น เพราะประเทศสหรัฐฯ ค่อนข้างขาด แคลนหมอที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะโรคเขตร้อน เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก โรคที่เกิดจากพยาธิในระบบต่างๆ ทางเดินอาหาร ทางสมองหรือทางผิวหนัง เป็นต้น ซึ่งหมอไทยได้รับการยกย่องว่ามีความเก่ง มีศักยภาพสูงและมีความเป็นผู้นำในเรื่องการรักษาโรคเขตร้อน” นายศุภชัย หล่อโลหการ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ระบุ

ขณะที่แพทย์ในประเทศสหรัฐฯ มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่วนประเทศไทยมีบุคลากรทางการแพทย์มาก ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ ประกอบกับที่ผ่านมาระบบการรักษาแบบ Outsource ทางการแพทย์ค่อนข้างมีปัญหา ทั้งการส่งข้อมูลการตรวจรักษาเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่สามารถให้การรักษาดูแลผู้ป่วยได้ทัน ท่วงที ข้อมูลที่ส่งไม่ได้มาตรฐานการรักษาความลับและข้อมูลของผู้ป่วย ทั้งการรายงานผลไม่ได้รับการจัดระเบียบให้เหมาะสม ไม่สามารถเรียกดูซ้ำในอนาคตได้ ข้อมูลกระจัดกระจาย เครือข่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยยังอยู่ในวงแคบ ไม่สามารถเข้าถึงยังทุกๆที่ได้ กลุ่มผู้ใช้บริการยังอยู่ในวงจำกัดเนื่องจากไม่มีระบบรองรับการขยายตัวที่ดีพอ

ดังนั้น ความร่วมมือดังกล่าวจึงลงตัว

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ทางไกลในภูมิภาคอาเซียน นี้ จะใช้งบประมาณกว่า 150 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกลและโครงสร้างระบบเครือข่าย โดยสำนักงานนวัตกรรมฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดตั้งสถาบันการแพทย์ทางไกล ซึ่งจะตั้งอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

ลักษณะการทำงานจะผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ วินิจฉัยโรค รวมทั้งแปลผลภาพถ่ายผ่านระบบทางไกล ที่จะถูกส่งผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและผ่านทางโปรแกรม Web–based application ที่ถูกออกแบบเพื่อใช้งานทางการแพทย์โดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสำหรับข้อมูลทางการแพทย์ เช่น ข้อมูลผู้ป่วย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ วีดิโอทางการแพทย์หรือภาพถ่ายทางการแพทย์ เป็นต้น โดยมีทีมแพทย์ของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยลอสแอนเจลิส เป็นผู้ประสานงาน

นอกจากนี้ ข้อมูลทางการแพทย์ยังสามารถแลกเปลี่ยนและส่งต่อระหว่างทีมแพทย์ผู้รักษา โรงพยาบาล รวมทั้งสามารถส่งไปยังประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลกอีกด้วย ทั้งนี้ วิธีการรักษาแบบดังกล่าวจะมีต้นทุนที่ต่ำมาก

“สำหรับแพทย์ไทยที่จะมาอยู่ประจำศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ทางไกลในภูมิภาคอาเซียนหรือในสถาบันแพทย์ทางไกล จะเป็นแพทย์ที่จบมาจากประเทศสหรัฐฯ โดยจะมีการขึ้นทะเบียนและออกใบรับรองให้กับแพทย์ที่จะมาทำงานประมาณ 100-300 คน ไม่ใช่แพทย์ที่ไหนจะมาทำก็ได้ โดยจะทำงานแบบนอกเวลา เพื่อจะไม่ต้องเสียเวลาในการทำงานประจำ สามารถนำงานกลับไปทำที่บ้านได้ โดยจะเริ่มดำเนินการจากการวินิจฉัยเกี่ยวกับโรคปอดก่อน จากนั้นจะเป็นโรคเกี่ยวกับการติดเชื้อและระบบเนื้อเยื่อ คาดว่ากลางปีนี้จะสามารถเปิดให้บริการได้  และประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกของโลกที่มีการวินิจฉัยโรคทางไกลเพื่อรักษาชีวิตคนและจะช่วยชีวิตคนให้รอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บได้มากขึ้น” ผอ.สำนักงานนวัตกรรมฯ กล่าว

และผลพลอยได้จากการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ยังเป็นการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านการแปลผลข้อมูลทางการแพทย์ระดับภูมิภาค ทั้งยังเป็นการสร้างโครงข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลผลข้อมูลทางการแพทย์เฉพาะด้าน และทำให้เกิดการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ทางไกลอีกต่างหาก

ทีมข่าววิทยาศาสตร์ มองว่าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ทางไกลภูมิภาคอาเซียน จะเป็น “อีกหนึ่งทางเลือก” ทั้งของวงการวิทยาศาสตร์และวงการแพทย์ ให้ทำงานร่วมกันผ่านระบบเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ ด้วยเป้าหมายให้สามารถเข้าถึงบริการในการรักษาเป็นไปอย่างทั่วถึง รวดเร็ว ทันเวลา...เพื่อช่วยชีวิตคน ทั้งยังเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อข้อมูลและบริการทางการแพทย์ในระดับภูมิภาคและระดับโลกอีกด้วย

แต่สิ่งที่เราต้องขอฝากไปถึง สนช. ฐานะเจ้าของเรื่องนี้ คือ การคำนึงถึงประโยชน์ที่คนไทย จะได้รับประโยชน์จากศูนย์ฯนี้ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่มีความจำเป็นหรือข้อจำกัดบางประการ เช่น ผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ เพราะเงินงบประมาณที่ถูกนำไปใช้นั้นล้วนแล้วแต่มาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น

คงน่าเศร้า...หากประเทศไทยมีศูนย์ความ เป็นเลิศด้านการแพทย์ทางไกล แห่งแรกของโลก แต่คนไทยยังคงต้องสังเวยชีวิตกับโรคภัยไข้เจ็บเพียงเพราะไม่มีโอกาสได้รับการรักษาที่มีมาตรฐาน!

 

ทีมข่าววิทยาศาสตร์

สนช.ตั้ง"ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ทางไกลภูมิภาคอาเซียน"ในไทย... 20 ม.ค. 2557 13:24 21 ม.ค. 2557 09:29 ไทยรัฐ