วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ที่สุดในชีวิต ลูกผู้ชายตัวจริง 'เต๋า สมชาย เข็มกลัด'!

"ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้พบกับลูกผู้ชายตัวจริง 'เต๋า สมชาย เข็มกลัด' มาบอกเล่าถึงเรื่องที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยบอกใครที่ไหนมาให้ฟังกัน...!

1. ภูมิใจที่สุด - เกิดเป็นคนไทย


"ดีใจที่ได้เกิดมาเเป็นเต๋า สมชาย เพราะผมรู้สึกว่าเราเป็นคนไทยเราเป็นออริจินอลไทย เป็นไทยจริงๆ ซึ่งอยากจะบอกว่ารู้สึกดีใจและภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เป็นนามสกุลที่ได้มาจาก 'ตาเข็ม' กับ 'ยายกลัด' รวมมาเป็น 'เข็มกลัด'ซึ่งผมเชื่อว่าด้วยความเป็นไทย ความที่เรามีพระมหากษัติย์เป็นประมุข ผมเคารพและก็เทิดทูนในความเป็นคนไทย ความรักชาติ ยิ่งตอนนี้ ยิ่งรู้สึกว่าที่สุดมากเพราะได้เล่น 'บางระจัน' อ่านบททั้งหมดแล้วรู้สึกคำพูดมันลึกซึ้งทำให้เรารู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อความเป็นคนไทย แล้วจริงๆอยากเห็นที่สุดของคนไทยก้คือ สงบสุขที่สุด ยืนทัดเทียมกับเพื่อนบ้านรอบๆ ซึ่งตอนนี้เราเหมือนเราไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ แต่เหมือนเราถดถอย รู้สึกเสียดายกับบางอย่างที่เกิดขึ้น สำหรับเมืองไทยที่เป็นที่สุดอยู่แล้ว ที่สุดคือได้เกิดมาเป็นคนไทย"

 

 


2. รักที่สุด - ภรรยา ลูก

"ถ้าไม่มีคุณยุ้ย (ภรรยา) ผมก็ไม่มีลูก คุณยุ้ยเขาชอบถามผมตอนที่มีลูกคนแรกใหม่ๆ ถามน้ำตาคลอๆ ว่า ระหว่างเขากับลูกผมรักใครมากกว่า มันเป็นคำถามที่ไม่ได้ตอบยากนะ แต่จะตอบยังไงให้ดีที่สุด ต้องตอบให้ดี ตอบผิดไม่ได้เพราะถ้าตอบผิดคำตอบนั้นจะเป็นที่จดจำไปชั่วชีวิต ซึ่งผมก็เป็นคนคิดเร็ว ผมก็เลยตอบไปตามความรู้สึกว่า เฮ้ย เธอ ฉันพูดตรงๆ ถ้าไม่มีเธอก็ไม่มีลูก ฉันตอบแค่นี้ว่าฉันรักเธอหรือลูกมากกว่ากัน ซึ่งผมถือว่าภรรยาสำคัญกว่าลูก เพราะถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีลูก ตอบคำถามนี้ได้เกือบตายครับ (หัวเราะ) คำตอบของผมก็เป็นที่จดจำประทับใจ เขาก็ร้องไห้น้ำตาคลอ"

 


3. ภรรยาเคืองเต๋าที่สุด - ลูก 2 คน เลือดพ่อแรง

"ตอนที่คลอดลูกออกมาทั้ง 2 คน คนแรกภรรยาก็เคืองอยู่แล้ว พอคนที่สองยิ่งเคืองหนักกว่าเดิม คือลูกผมสองคนอยู่ในท้องเขาแท้ๆ แต่เลือดเป็นกรุ๊ปบีทั้งสองคน ซึ่งเป็นกรุ๊ปเดียวกับผม ลูกผมคนแรก 'สมใจ' ผลเลือดออกมาคือกรุ๊ปบีตัวแดงเห็นชัดมาแต่ไกลเลย ผมก็ภูมิใจ เลือดพ่อๆ ภรรยาผมร้องไห้เลยครับตอนคลอดบอกว่า ทำไม ลูกอยู่ในท้องฉันมา 9 เดือน ไม่เอาเลือดฉัน ชัดเจนเลือดผมข้นมาก เสร็จปั๊บผ่านไป อีกปีนึง ลูกคลอดอีกคนนึง 'สุขใจ' มาเลยตัวแดง กรุ๊ปบีอีกแล้ว ภรรยาผมก็บอกเซ็ง บอกว่าลูกเอาแต่เลือดพ่อ ทั้งๆ ที่อยู่ในท้องฉันแท้ๆ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นการเสียสละอย่างมาก ตอนนี้ภรรยาผมสายตายาว เพราะว่าเขาถูกดึงวิตามิน ถูกดึงทุกอย่างเพื่อให้ลูกมันเป็นการเสียสละอย่างรุนแรง ซึ่งผมก็บอกว่า เธอไม่เป็นไรหรอก มันเป็นการเสียสละที่มันยิ่งใหญ่ ก็ต้องขอบคุณเขา นี่เป็นที่สุดที่เขาเคือง"



 

4. จุกที่สุด - ทำหมันให้ภรรยา

"ผมได้ไปทำหมัน เจ็บจุก เหมือนโดนเตะตรงนั้น จุกมาก ตอนทำเหมือนมดกัด แต่ตอนที่เขาดึงเส้นนำเชื้อมาตัดเจ็บมาก นั่นคือที่สุดของการได้ทำหมัน ให้ของขวัญภรรยาวันวาเลนไทน์ด้วยการทำหมัน แต่มันทำแป๊บเดียวก็เสร็จ ทำไม่นาน เขาก็ดีมากทำให้ฟรีแต่ต้องเป็นลูกคนที่สองถึงจะทำให้ เป็นข้อตกลงระหว่างเขากับรัฐบาล เพราะทำถาวรแล้วไม่สามารถแก้ได้แล้ว นี่คือที่สุดของความจุก แต่เราก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมความสุขมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะไม่ต้องกลัวว่าจะมีลูกเพิ่มอีก เพราะถ้ามีลูกเพิ่มอีกคนคงต้องรับละครอีกประมาณ 8 เรื่อง (หัวเราะ) ผมต้องทำงานเยอะขึ้น รับผิดชอบเยอะขึ้น ซึ่งมีลูกแค่ 2 คน สำหรับผมพอแล้ว ผู้หญิง 1 คนผู้ชาย 1 คน"

5. ดีใจที่สุด- 26 ปีวงการบันเทิง

 

 


"26 ปีที่ผ่านมา สำหรับวงการบันเทิงผมว่าที่สุดละ สุข เศร้า เหงา รัก จนถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาผมว่าที่สุดแล้ว คงไม่มีคำที่ที่สุดกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้รอที่สุดอีกอย่างก็คือรอดูความที่สุดของลูกว่าจะเป็นอย่างไร ผมจะไม่วางมือจากวงการบันเทิง ผมเป็นมือโปร เรื่องอะไรจะวาง จะให้ผมไปทำอะไรอย่างอื่น เริ่มต้นนับหนึ่งคงไม่ได้ ผมเห็นน้องๆ สมัยนี้ที่เข้ามาประกวดกันแล้วผมรู้สึกว่าผมดีใจที่ผมไม่ต้องไปประกวดกับใคร"

"ผมเข้ามาตั้งแต่แรกด้วยพี่พจน์ อานนท์ ซึ่งเป็นที่สุดของผมเหมือนกัน ต้องขอบคุณที่พาผมเข้ามาในวงการบันเทิงเมื่อ 26 ปีที่แล้ว เหมือนหนังเลย ตอนนั้นมีรถขับผ่านผม จอดแล้วก็ถอยหลังยื่นนามบัตร ถ้าอยากถ่ายแบบโทรหาพี่นะ ผมก็รับนามบัตรมา ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้รู้จักพี่พจน์ อานนท์ ซึ่งตอนนั้นผมก็เรียนหนังสืออยู่ ซึ่งนานครับผมรอปิดเทอมสามสี่เดือน ผมก็อ่านนามบัตร พจน์ อานนท์ บรรณาธิการหนังสือเธอกับฉัน หนังสือไรวะ เพราะผมเป็นนักบอลจะรู้จักแต่พวกหนังสือฟุตบอลไทย สยามกีฬา หนังสือแฟชั่นอยู่ไกลตัวมาก เพราะลำพังเงินจะมาโรงเรียนยังไม่ค่อยจะมีเลย หนังสืออะไรไม่มีปัญญาซื้อ ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรจนปิดเทอม แคมป์ปิด ฟุตบอลปิด บอกเพื่อนหาเงินเที่ยว คิดถึงคนที่เคยให้นามบัตรเรา เราลองโทรหาเขาดู เขาบอกว่าถ้าอยากเป็นนายแบบให้โทรหาเขา ผมเดินไปแผงหนังสือหาหนังสือเธอกับฉัน ผมก็เปิดมาหน้าแรกเจอพี่พจน์ เป็นบรรณาธิการจริงๆ ไม่โกหก ก็เลยโทรไป เขาก็นัดไปคุยและได้เข้าวงการบันเทิงมาจนถึงทุกวันนี้".

"ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสได้พบกับ 'เต๋า สมชาย เข็มกลัด' มาบอกเล่าถึงเรื่องที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยบอกใครที่ไหนมาให้ฟังกัน...! 20 ม.ค. 2557 13:12 20 ม.ค. 2557 15:10 ไทยรัฐ