วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครบ 5 ปี สั่งเด้ง'ปลัดมท.' อำนาจรัฐที่ขัดกฎหมาย สอนมวยนักการเมืองไทย

ครบรอบ 5 ปี พอดิบพอดี กับการออกคำสั่งเด้งฟ้าผ่า นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามประกาศิตของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ​ เมื่อปี 2552 เป็นคำสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิมในฉับพลัน...

เป็นข่าวใหญ่คึกโครมในวันที่ 21 มกราคม 2552 ที่หลายคนต้องจดจำ!??

จดจำในบริบทการบริหารราชการของสังคมไทย ที่มีนักการเมืองเป็นใหญ่ รวมทั้งกลไกการบริหารงานที่ข้าราชการไทยต้องจำใจยอมรับ ยิ่งเมื่อไรที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การโยกย้ายข้าราชการประจำระดับสูงของหน่วยงานราชการต่างๆ ย่อมเปลี่ยนไปตามขั้วอำนาจทางการเมืองอยู่ร่ำไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอำนาจรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ที่ถูกชักใยจากขาใหญ่ในรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ล้างไพ่เพื่อเช็กบิลและครองอำนาจสร้างฐานคะแนนสืบต่อกันไป


ดังนั้น สังคมไทยต้องรีบสังคายนาครั้งใหญ่!?!

คำสั่งย้ายฟ้าผ่าครั้งนั้น นายพีรพล ต้องพึ่ง ศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ยืนยันว่า เป็นคำสั่งโยกย้ายโดยมิชอบ ด้วยเพราะนายพีรพลเพิ่งมานั่งตำแหน่งปลัดได้เพียง 3 เดือนเศษเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลชุดนายอภิสิทธิ์ก็เข้ามาบริหารได้เพียง 1 เดือนเช่นกัน เหตุผลที่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าไม่เหมาะสมสารพัด จึงฟังไม่ขึ้น คดีนี้สู้คดีกันมายาวนาน จนกระทั่งในวันที่ 19 พ.ย. 55 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งสำนักนายกฯ ของนายอภิสิทธิ์ และให้คืนสิทธิประโยชน์ที่นายพีรพลจะได้รับในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันคดีถึงที่สุด

นับเป็นอีกบทเรียนที่นักการเมืองไทยต้องจำไว้

ว่าถึงแม้จะมีอำนาจ แต่ก็ยังมีกฎหมายคอยค้านไว้!??


ย้อนไปดูปูมหลังของเรื่อง เกิดในวันประชุม ครม. ของรัฐบาลยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 52 วันนั้น นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้มีหนังสือต่อที่ประชุม ครม. เป็นวาระจร เรื่องสั่งให้ข้าราชการปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ มท.0100/222 ด้วยนายกรัฐมนตรี ได้อาศัยอำนาจมาตรา 11 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มีคำสั่งให้นายพีรพล ปลัดกระทรวงมหาดไทย มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ภายใต้เหตุผลเพื่อประโยชน์ของทางราชการ


ตามความเห็นของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่นำเสนอไป

ทั้งนี้ ในขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือ มท.เลขที่ 0100/0502 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการ โดยมีเนื้อหาระบุว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อมีมติอนุมัติแต่งตั้งให้ นายวิชัย ศรีขวัญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชการโองการโปรดเกล้าฯ จึงกลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ขึ้นมาทันใด

กรณีนี้ หนีไม่พ้นข้อครหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการล้างกระดานขั้วอำนาจเก่า ที่คน ปชป.  หวาดระแวงว่า นายพีรพลอาจเป็นไส้ศึกอดีตนายกฯ ทักษิณ เรื่องการสร้างฐานอำนาจในกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาล ปชป. ที่ห่างหายจากการเป็นรัฐบาลมานาน รวมไปถึงปมอื่นอีกต่างๆ นานา ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งหลังมีคำสั่งฟ้าผ่าเด้งออกมา นายพีรพลได้เก็บตัวเงียบ ลาพักผ่อนไปหลายวัน ก่อนจะหันกลับมาต่อสู้กับคำสั่งไม่ชอบธรรมอีกครั้ง โดยนายพีรพลตัดสินใจยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อดำเนินการในช่วงกลางปีเดียวกัน โดยเข้าร้องทุกข์กับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ในวันที่ 11 ก.พ. 52 เพื่อนำคดีมาฟ้องศาลปกครองอีกครั้ง

ฟ้องนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายไปพร้อมกัน


ศาลจึงรับไว้ดำเนินการ!?!


นายพีรพลระบุคำร้องแย้งเหตุผลของนายสุเทพ ที่อ้างว่า สั่งย้ายเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงาน ตามความเหมาะสม และต้องการให้มีข้าราชการที่ทำงานแล้วรัฐบาลรู้สึกสบายใจว่า งานที่รัฐบาลสั่งการลงไป ข้าราชการสามารถรับไปปฏิบัติและได้ผลที่น่าพอใจ ทั้งๆ ที่นายพีรพลเพิ่งมาปฏิบัติราชการตำแหน่งปลัดมหาดไทยได้เพียง 3 เดือนเศษเท่านั้น ขณะที่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ก็เพิ่งเข้ามาบริหารได้เพียง 1 เดือนเช่นกัน จึงไม่อาจเป็นเหตุผลที่รับฟังได้

การต่อสู้ในชั้นศาลกินระยะเวลายาวเนิ่นนาน ผ่านไปเกือบ 4 ปี กระทั่งวันที่ 19 พ.ย. 55 ศาลปกครองกลาง โดยนายสมิง พรทวีศักดิ์อุดม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น ประจำศาลปกครองสูงสุด เจ้าของสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 1054/2552 พร้อมองค์คณะ มีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 17/2552 ลงวันที่ 20 ม.ค. 52 ที่แต่งตั้งนายพีรพล อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ และให้คืนสิทธิประโยชน์ที่นายพีรพล จะได้รับในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันคดีถึงที่สุดจนได้

ถึงอย่างไรก็ตาม กรณีนี้มีสิทธิ์ขออุทธรณ์ได้ แต่ทว่าพนักงานอัยการเห็นว่าเรื่องนี้ทางราชการไม่ได้รับความเสียหาย จึงมีคำสั่ง "ไม่ฟ้อง" เสนอให้รัฐบาลชุดต่อไปในปี 2557 อันมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาต่อไป โดย ร.ต.อ.เฉลิม พิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ตามความเห็นของพนักงานอัยการ พร้อมทำรายงานไปยังสำนักงานคดีปกครองรับทราบตามขั้นตอน พร้อมแจ้งให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทยทราบผลคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง


ทำให้คดีของอดีตปลัดพีรพล จบลงโดยปริยาย

คล้ายคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด กรณีของ นายจาดุร อภิชาตบุตร ที่ให้เพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 18 กันยายน 2551 และดำเนินการให้ นายจาดุรกลับไปดำรงตำแหน่งรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

จากวันนั้นถึงวันนี้ เวลาผ่านล่วงเลยไปนาน 5 ปีแล้ว นายพีรพลเกษียณอายุราชการ เป็นอาจารย์บรรยายให้ความรู้เรื่องงานปกครองตามสถาบันการศึกษาต่างๆ แต่ก็ยังคงเฝ้าตามคดีอยู่ไม่ห่าง และยังตามลุ้นกรณีที่คล้ายคลึงกันของ นายถวิล เปลี่ยนศรี ว่าผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งในฐานะผู้เสียหายกฎหมายเปิดช่องให้นายพีรพลฟ้องร้องเอาผิดกับ ป.ป.ช. เล่นงานรัฐบาลชุดนั้นได้

เพียงแต่รอ "ฟ้าเปิด" เพื่อดำเนินการต่อไป!??

คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เป็นบทเรียนสอนให้นักการเมืองได้รู้ไว้ว่า การใช้ "อำนาจ" ไม่จำเป็นต้องบรรลุผลเสมอไป

ตราบใดที่ยังมีกฎหมายผดุงความยุติธรรมอยู่!?!

 

ครบรอบ 5 ปี พอดิบพอดี กับการออกคำสั่งเด้งฟ้าผ่า นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามประกาศิตของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ​ เมื่อปี 2552 เป็นคำสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิมในฉับพลัน... 20 ม.ค. 2557 11:58 ไทยรัฐ