วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิธีปราบขี้โกงการเมือง

โดย

ข่าวดีสำหรับขบวนการต่อต้านการคอร์รัปชันไทย คือผลการสำรวจความเห็นคนทั่วประเทศ ครั้งล่าสุดของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า มีกลุ่มตัวอย่างถึง80% ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่ารัฐบาลที่ทุจริต แต่มีผลงานและทำประโยชน์ให้สังคมเป็น เรื่องที่รับได้ นับเป็นครั้งแรกที่ผลของโพลออกมาแบบนี้ ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับรัฐบาลโกงถ้าตนได้ประโยชน์

แต่ในการสำรวจความเห็นผู้ประกอบการภาคเอกชน และข้าราชการ2,400 ตัวอย่าง ในคราวเดียวกัน ก็ยืนยันว่าการคอร์รัปชันของไทยยังรุนแรง ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐ 75% ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้นักการเมืองและข้าราชการ เป็นค่าหัวคิว 26–35% ในปี 2556 อาจทำให้ประเทศเสียหายถึง 3.2 แสนล้านบาท หรือ 13.75% ของงบประจำปี

ผลการสำรวจพิสูจน์ชัดเจนว่า การทุจริตโกงกินในประเทศไทยยังรุ่งเรืองเฟื่องฟู ถึงแม้ภาคเอกชนจะรวมกันจัดตั้งเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชัน และทำการรณรงค์อย่างแข็งขัน ให้ภาคธุรกิจรวมหัวกัน “ไม่จ่าย” ให้นักการเมืองและข้าราชการ แต่ก็อาจจะมีนักธุรกิจอีกเป็นอันมาก ที่ต้องร่วมขบวนการ “สามประสานกินเมือง” เพราะต้องทำธุรกิจกับรัฐ

การสำรวจครั้งนี้ทำในเดือนธันวาคม เป็นช่วงเวลาที่กระแสการต่อต้าน การทุจริตกำลังพุ่ง เนื่องจากการชุมนุมใหญ่ของ กปปส. พรรคการเมืองทุกพรรคต่างชูคำขวัญ “ปฏิรูปประเทศ” กันสลอน คำขวัญ ของพรรคเพื่อไทยคือ “ปฏิรูปประเทศไทย ขจัดภัยคอร์รัปชัน” แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำได้อย่างไร? ในขณะที่ยังถือกันว่าการเมืองคือการลงทุนสูง

ถ้านักธุรกิจการเมืองถือว่าการ เมือง คือการลงทุนสูง จึงต้องถอนทุนบวกกำไรจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้อย่าง ไร? ยิ่งถ้านักการเมืองหรือพรรคการเมือง มองว่า ศาลและองค์กรอิสระต่างๆเป็นอุปสรรคต่อการบริหารบ้านเมือง จึงต้องลดอำนาจหรือยุบองค์กรดังกล่าว ก็จะย่ิงทำให้ระบบการตรวจสอบอ่อนแอ และทำให้กิจการทุจริตรุ่งเรือง

คำขวัญและคำโฆษณาหาเสียงของพรรค เรื่องการปฏิรูปประเทศและปราบปรามการทุจริต จะกลายเป็นเพียงวาทกรรมที่ว่างเปล่าและไร้ความหมาย การปฏิรูปการเมืองที่ถูกต้อง ต้องทำให้ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจเข้มแข็ง การบังคับใช้กฎหมาย อย่างโปร่งใสเสมอกันทั่วหน้าและตรงไปตรงมา

มีผู้เสนอแก้ไขกฎหมายเอาผิดนักการเมืองโกงให้แรงยิ่งขึ้น และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต อันที่จริงกฎหมายอาญาก็ระวางโทษการทุจริตถึงขั้นประหารชีวิตอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครเกรงกลัว โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ เพราะอาจลบล้างความผิดได้ ชัดเจนที่สุดคือการออกกฎหมาย นิรโทษกรรมให้พวกพ้องไม่กี่คน แต่อาจลบล้างคดีทุจริตถึงกว่า 25,000 คดี.

20 ม.ค. 2557 11:10 ไทยรัฐ