วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บำเหน็จนักหมากรุก

หมากรุก เป็นกีฬาที่โบราณเรียกว่า กีฬากษัตริย์ นิยมเล่นในหลายประเทศ จึงมีเหตุให้เถียงกันว่า ประเทศไหน คิดค้นขึ้นมาเล่นก่อน

ส.พลายน้อย เขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ รู้ร้อยแปด เล่ม 2 (สำนักพิมพ์สารคดี) ว่าหลักฐานการเล่นหมากรุกในไทย มีตัวหมากรุกสังคโลก ทำจากดินเผาเคลือบเขียว ศิลปะสุโขทัย

ในสมัยอยุธยา พระราชพงศาวดารกล่าวว่า ปลายแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เมื่อทรงพระประชวรหนัก พระราชทานราชสมบัติให้เจ้าฟ้าอภัย พระราชโอรส

แต่พระมหาอุปราช ไม่ชอบพระทัยใช้ทหารชิงอำนาจ เจ้าฟ้าอภัยและเจ้าฟ้าปรเมศร รบสู้ไม่ได้ หนีไปซ่อนอยู่ในป่าอ้อพงแขม เมื่อทหารพระมหาอุปราชตามไปพบ

“เห็นพระราชบุตรเจ้าทั้งสอง เอาดินมาปั้นตัวหมากรุกเล่นกันอยู่” แสดงว่า หมากรุกมีในราชสำนักอยุธยาแล้ว

ประเด็นต่อมา ไทยรับหมากรุกมาจาก เปอร์เซีย อินเดีย หรืออาหรับ

หลักฐานอยู่ที่ตัวหมากรุกนอกจากมีช้าง ม้าแล้ว ยังมีอูฐ ที่ทำเป็นรูปคนแต่งกายตามแบบของชาตินั้นรวมอยู่ด้วย

ชาติยิว อ้างพระเจ้าโซโลมอนกษัตริย์ยิว ชาติกรีกอ้างอริสโตเติล ชาติจีนอ้างฮั่นสิน เป็นคนคิดตั้งแต่ พ.ศ.369 ชาติอินเดียอ้างนางมณโฑ คิดให้ทศกัณฐ์เล่น เมื่อทำสงครามกับพระราม

ส่วนชาติเปอร์เซีย ไม่เพียงอ้างว่าคิดเล่นมาก่อนใคร ยังมีตำนานเป็นหลักฐานเล่าประกอบ

พระเจ้ากาอิท พระราชาแห่งเปอร์เซีย ชอบทำสงครามชิงประเทศข้างเคียง รบดะชนะหมดไปทุกประเทศ จนหาประเทศรบด้วยไม่ได้ ก็เหงาเปล่าเปลี่ยวมาก ออกประกาศว่า ถ้าใครหาของเล่น มาเล่นจนหายเหงา จะให้รางวัลตามที่ขอ

อำมาตย์เฒ่าผู้หนึ่ง พยายามค้นคิด...ให้ช่างแกะงาช้างเป็นรูป ขุน...สองเม็ด คนขี่ม้า สองเม็ด และตัวอื่นๆ อย่างละสองเม็ด แบ่งเป็นตัวสีขาวพวกหนึ่ง ตัวสีแดงอีกพวกหนึ่ง

ได้ตัวเล่น...ครบตามตั้งใจ อำมาตย์เฒ่า ก็ให้ช่างไม้ทำกระดานขีดตาตาราง ได้รวม 64 ตา

เสร็จแล้วก็นำไปถวายพระราชา กราบทูลว่า สิ่งที่นำมาถวาย เป็นการทำสงครามอย่างใหม่ ไม่ต้องฆ่าฟันมนุษย์ด้วยกัน เงื่อนไข ฝ่ายชนะ ต้องใช้สติปัญญาให้มากกว่าอีกฝ่าย

พระเจ้ากาอิท เรียนรู้วิธีเล่น แล้วก็ลองเล่นได้อย่างเพลิดเพลินเจริญพระทัย

“เจ้าอยากได้อะไร ก็ขอมา” พระเจ้ากาอิท ตรัส “ของที่เจ้าขอ แม้มีราคาถึงครึ่งอาณาจักร ข้าก็จะให้”

อำมาตย์เฒ่า ขอแค่เมล็ดข้าว วางลงในช่องตาตารางหมากรุกช่องที่ 1 เมล็ดข้าว 1 เมล็ด ช่องที่สอง เพิ่มเป็นสองเท่า และเพิ่มหนึ่งเท่า แต่ละช่องเรื่อยไป จนถึงตาที่ 64

“ขอแค่เมล็ดข้าวแค่นี้ ข้าว่ามันน้อยไป อยากให้เจ้าขออะไรที่มีค่ามากกว่านี้”

แต่อำมาตย์เฒ่า ยืนยันคำขอ ขอเมล็ดข้าวแค่นั้น

พระเจ้ากาอิท สั่งให้หาเมล็ดข้าวตามที่อำมาตย์เฒ่าขอ แต่หาเมล็ดข้าวมาใส่ในตารางตาหมากรุก ยังไม่ถึงช่องที่ 64 ข้าวที่มีในพระราชอาณาจักร ก็หาได้ไม่พอ

อำมาตย์เฒ่าไม่ติดใจ ไม่ขออะไรเพิ่มเติม พอใจที่ช่วยให้มนุษย์ไม่ต้องล้มตายเพราะสงคราม

ผมอ่านเรื่องหมากรุก ของอาจารย์ ส.พลายน้อย ชอบตอน...เมล็ดข้าว ที่พระเจ้ากาอิท ให้รางวัลอำมาตย์เฒ่า...หาข้าวทั้งอาณาจักร มาใส่ช่องหมากรุกได้ไม่พอ นี่คือความมหัศจรรย์ของตัวเลข ที่ประเมินผิวเผินไม่ได้

จำนวนคนชุมนุม มากน้อย...คนเรือนหมื่น หรือถึงเรือนล้าน ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เท่ากับแรงกดดันทางจิตใจ

ถ้าอำมาตย์เฒ่า ตั้งใจจะได้ข้าวจริงๆ ก็จะเกิดปัญหาขาดแคลนข้าวครั้งใหญ่ พระเจ้ากาอิท อาจต้องส่งทหารไปโจมตีบ้านเมืองไกลออกไป หาข้าวมาให้ตามที่อำมาตย์เฒ่าขอ บ้านเมืองที่ประชาชนไม่มีข้าวกินคงเดือดร้อน

คล้ายๆกับบ้านเมืองสมัยใหม่ ที่ชาวนาขายข้าว ด้วยวิธีจำนำข้าว แต่ไม่ได้เงิน

ท่านผู้นำ เจอปัญหาขบวนมวลมหาประชาชน รุกเหมือน “ขุน” หนียะย่ายพ่ายจะแจ เจอปัญหาชาวนาทวงเงินค่าข้าวขยับรุกซ้ำ...มีคนกระซิบผม ไม่เกินสิ้นเดือนมกราคม ก่อนเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ขุนจะเข้าตาอับ...จนกลางกระดาน

ผมดูสงครามที่กำลังเกิดในบางบ้านเมือง แล้วก็เสียดาย ผู้นำสมัยใหม่ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย เล่นหมากรุกไม่เป็น.

 

กิเลน ประลองเชิง

20 ม.ค. 2557 10:55 ไทยรัฐ