วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมช.ขอประเมินสถานการณ์2วันคาดประกาศพรก.ฉุกเฉิน

สมช.ชี้สถานการณ์เข้าข่ายใช้ กม.ฉุกเฉิน ขอประเมินสถานการณ์อีก 1-2 วันก่อน ขณะที่นายกฯ ยังเก็บตัวเซฟเฮาส์ ขณะที่สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ จัดเฮลิคอปเตอร์ สตช.ให้นายกฯ กรณีฉุกเฉิน...

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ระเบิดที่เวทีชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 28 ราย สาหัส 7 ราย จากสถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ความรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่พื้นที่เสี่ยงอย่างแยกลาดพร้าว ที่ศูนย์ราชการ หรือไม่ใช่กลางคืนเท่านั้น ที่สำคัญพบว่า คนร้ายมีการแฝงตัวในกลุ่มผู้ชุมนุมสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ขณะนี้ถือว่าเข้าข่ายประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว เนื่องจากส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเหลือเพียงแต่เงื่อนไขการก่อการร้ายเท่านั้นโดยช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา ทางตำรวจได้เสนอรัฐบาลขอใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งไม่ได้ใช้เพื่อปราบปรามประชาชน แต่ทั้งนี้ยังต้องขอดูสถานการณ์ก่อน 1-2 วัน และจะต้องมีการหารือระหว่างทหารกับตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอีกครั้งหนึ่งก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และไม่ได้พักอยู่ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 แต่ยังคงเก็บตัวอยู่ที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อความปลอดภัย และติดตามและรับฟังรายงานสถานการณ์จาก ศอ.รส.เป็นระยะๆ โดยนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ เผยว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ได้รายงานเหตุระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้นายกฯ รับทราบแล้ว ขณะที่การรักษาความปลอดภัยนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงได้มีการจัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไว้จำนวน 2 ลำ ไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเฮลิคอปเตอร์ สตช.ได้เคยมาประจำการอยู่ที่ลานจอดรถบริเวณอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งอยู่ติดกับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม.