วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิพิธภัณฑ์คางคก ที่แรกในโลก


จ.ยโสธรมีทุกสายพันธุ์

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ผุด “พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก” หรือ “คางคก” แห่งแรกของโลก สร้างตึกรูปคางคกความสูง 19 เมตร เท่ากับตึก 5 ชั้น ที่ จ.ยโสธร ให้เป็นที่รวบรวมคางคกกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลกให้เยาวชนได้เรียนรู้ รก.ผอ.อพวช.ชี้ คางคกเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่สัตว์น่ารังเกียจ รวมถึงเป็นสัตว์ในตำนาน เคยเป็นพระโพธิสัตว์ในชื่อ “พญาแถน” นอกจากนี้ ยังสร้างพิพิธภัณฑ์พญานาคคู่กันความยาว 90 เมตร

ไทยจัดสร้างพิพิธภัณฑ์คางคกขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อรวบรวมสายพันธุ์คางคกจากทั่วโลก ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบกในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 18 ม.ค. หลังได้รับการเปิดเผยจากนายสาคร ชนะไพฑูรย์ รักษาการ ผอ. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้มอบหมายให้องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ดำเนินการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก หรือพญาคางคกขึ้นมาเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและของโลกที่ จ.ยโสธร โดยร่วมกับจังหวัดยโสธรจัดสร้างบริเวณอ่างเก็บน้ำลำทวน เพื่อรวบรวมคางคกจากทุกสายพันธุ์ทั่วโลกกว่า 500 ชนิดให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้  เพราะคางคก หรือคันคาก เป็นสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์การแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ

นายสาครกล่าวว่า พิพิธภัณฑ์พญาคันคากนี้ จะมีรูปทรงเป็นตัวคางคกขนาดใหญ่ความสูงเท่ากับอาคารสูง 5 ชั้น คือประมาณ 19 เมตร พื้นที่ประมาณ 835 ตารางเมตร งบประมาณเฉพาะตัวอาคารประมาณ 18 ล้านบาท ในแต่ละชั้นของพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดแสดงตำนานพญาคันคากหรือคางคก เพื่อให้รู้ว่าคางคกไม่ใช่สัตว์ที่น่ารังเกียจ แต่เป็นสัตว์ที่มีประโยชน์มหาศาลในระบบห่วงโซ่อาหาร โดยคางคกจะกินพวกแมลงต่างๆ เป็นการรักษาสมดุลของธรรมชาติ ไม่ต้องพูดถึงการนำหนังคางคกไปทำกระเป๋าขายราคาใบละหลายหมื่นที่ได้รับความนิยมจากในต่างประเทศมาก ที่สำคัญคางคกเป็นสัตว์ในตำนานที่มีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ของประชาชนมายาวนาน โดยเฉพาะการทำบุญบั้งไฟขอฝนที่เป็นประเพณีบุญสำคัญของคนอีสานทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พ.ค.ของทุกปี นอกจากนี้  ยังมีการจัดแสดงตำนานบั้งไฟและวิทยาศาสตร์ในบั้งไฟ อัตลักษณ์เมืองยโสธรและอีสาน เป็นต้น

นายสาครกล่าวต่อว่า พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม ไปจนถึงความทันสมัย เพราะมีการเชื่อมโยงความเป็นพื้นบ้าน คือตำนานพญาคันคากที่คนเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์ในชาติหนึ่ง พญาแถน ความเชื่องานบุญบั้งไฟไปจนถึงความหลากหลายทางชีวภาพของคางคก รวมทั้งความทันสมัยในตัวพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ระบบ 4 มิติ ที่ผู้เข้าชมจะได้รับอรรถรสในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาพ แสง สี เสียง สัมผัส กลิ่น เอฟเฟกต์ต่างๆ จนอาจเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียนของประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะแม้แต่พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียนของประเทศสหรัฐฯ ยังมีการนำเอาบั้งไฟไปจัดแสดงโชว์นักท่องเที่ยว โดยพิพิธภัณฑ์พญาคันคากจะแล้วเสร็จในปีนี้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์แห่งใหม่ของประเทศไทยและของโลก ที่ประชาชนทั่วโลกสามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี

รักษาการ ผอ.อพวช.กล่าวอีกว่า นอกจากมีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์พญาคันคากแล้ว ยังให้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์พญานาคด้วยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน เป็นอาคารรูปทรงพญานาคเลื้อย ยาว 90 เมตร สูง 6.8-11.3 เมตร กว้าง 6.5 เมตร ส่วนหัวสูง 27 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 600 ตารางเมตร โดยจะรวบรวมตำนานพญานาคทั้งหมด พญานาคกับศาสนาพุทธ พญานาคกับวัฒนธรรมอีสาน เส้นทางไหลของแม่น้ำที่ภาคอีสานทั้งแม่น้ำมูล ชี โขงที่เชื่อว่าคดเคี้ยว เพราะเป็นเส้นทางของพญานาค โดยขณะนี้ทั้ง 2 พิพิธภัณฑ์ได้เริ่มดำเนินการแล้ว

19 ม.ค. 2557 01:22 ไทยรัฐ