วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทือกแข็งกร้าว ชัตดาวน์หนักกว่าเดิม


เอาแน่อาทิตย์หน้า ผบ.สส.ยันสัมพันธ์ นายกฯ-ทหารแน่น ตร.แฉได้เค้ามือบึม กปปส.บุกคุรุสภาฯ ตัดน้ำ-ตัดไฟเดี้ยง

“สุเทพ” ไม่สนเสียงระเบิด เดินสายปลุกคนกรุงไล่รัฐบาลต่อเนื่อง นำทัพมวลชนย่ำรอยถนนบรรทัดทองอีกรอบ การ์ดคุมเข้มอารักขาความปลอดภัยแน่นหนา ห้ามบุคคลภายนอกเข้าใกล้เลขาธิการ กปปส. “สาทิตย์” โต้ข้อครหาไม่มีการเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน เตรียมมอบเงินเยียวยาครอบครัวเหยื่อบึ้ม! 1 ล้านบาท ม็อบ กปปส.ยังคึกคัก บุกเย้ยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมลุยตัดน้ำตัดไฟโรงพิมพ์คุรุสภา ขณะที่เวทีแยกลาดพร้าวโดนลูบคมโยนประทัดยักษ์ใส่ ก่อนไล่ตะครุบมือปาได้ทันควัน อ้างเป็นสมุน “โกตี๋” ด้าน  ผบ.ทหารสูงสุดแนะรัฐบาล-ผู้ชุมนุมเจรจาหาทางออก ปัดนั่งเก้าอี้นายกฯ คนกลางสงบศึก ศอ.รส.บ้อท่าสารภาพตามจับตัว “สุเทพ” ยาก สมช.เชื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น ตร.เผยหมวกแดงปริศนาในตึกร้างเป็นของยามประจำตึก

ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบปาระเบิดใส่ขบวนกลุ่ม กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ระหว่างที่กำลังเดินรณรงค์ชวนคน กทม.มาร่วมต่อต้านรัฐบาล ที่ถนนบรรทัดทอง จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ล่าสุดในวันที่ 18 ม.ค.นายสุเทพยังคงนำมวลชน กปปส.เดินรณรงค์เชิญชวนคน กทม.อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

“ปึ้ง”ถก รมต.–ฝ่ายมั่นคงประเมินม็อบ

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) หารือร่วมกับรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมปิดกรุงเทพฯของกลุ่ม กปปส.

ยอมรับตามจับตัว “สุเทพ” ยาก

ทั้งนี้ในที่ประชุม พล.ต.อ.วรพงษ์รายงานเหตุการณ์คนร้ายลอบปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ที่ถนนบรรทัดทอง และเหตุการณ์ปาประทัดยักษ์ที่บริเวณแยกลาดพร้าว โดยระบุว่า ทั้งสองเหตุการณ์เป็นความพยายามของกลุ่มที่ต้องการสร้างสถานการณ์นำไปสู่ความรุนแรง และมีการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ส่วนความคืบหน้าติดตามจับกุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นั้น เมื่อคืนวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสุเทพ และแกนนำบางส่วน เข้าพักโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งการจับกุมมีความยากลำบาก เนื่องจากนายสุเทพอยู่ในวงล้อมมวลชน

“ปู”ซุกเซฟเฮาส์เกาะติดม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ได้เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ และไม่ได้ไปร่วมพิธีสวนสนามและแสดงสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ รวมถึงไม่ได้พักอยู่ที่บ้านซอยโยธินพัฒนา 3 โดยมีรายงานว่า นายกฯพักอยู่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งภายในกรุงเทพฯ เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุม และรับฟังรายงานจากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส.ทุกระยะ

สมช.เชื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น

ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบเหตุการณ์คนร้ายปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่ถนนบรรทัดทองพบว่า คนร้ายแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนเหตุการณ์ปาประทัดยักษ์ที่บริเวณกลางแยกลาดพร้าว น่าจะเกิดจากการสร้างสถานการณ์ หรือผู้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการจราจรเป็นอย่างมาก เชื่อว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะรุนแรงขึ้น ซึ่งการกระจายตัวเคลื่อนการชุมนุมไปยังพื้นที่ต่างๆมากขึ้น ทำให้ยากต่อการดูแลความปลอดภัย และมีความพยายามสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นระหว่างทหาร ตำรวจ และรัฐบาล ดูได้จากเหตุการณ์ที่บรรทัดทองที่ให้ทหารเข้าไปในพื้นที่ได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกันไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ โดยพยายามโยนให้เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข้องใจเปลี่ยนเส้นทางเดินชุมนุม

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขอแสดงความเสียใจต่อ ครอบครัวผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุม กปปส.ที่ถนนบรรทัดทอง พรรค เพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงทุกรูปแบบ แต่ไม่อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมด่วนโยนความรับผิดชอบให้รัฐบาล พรรคเพื่อไทยมีข้อสังเกตหลายประเด็นที่มีนัยการเมืองเช่น การที่ กปปส.เปลี่ยนเส้นทางเดินกะทันหัน โดยไม่ประสานกับเจ้าหน้าที่ก่อน การเดินผ่านตึกร้างหาคำอธิบายเรื่องการเชิญชวนมวลชนไม่ได้ และเมื่อเกิดเหตุแล้ว การ์ดไม่อนุญาตให้ตำรวจและสื่อมวลชนเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ นอกจากสถานีบลูสกายเท่านั้น และน่าสงสัยว่า เหตุใดทหารไปถึงที่เกิดเหตุก่อนตำรวจ ที่สำคัญคือผู้ก่อเหตุทิ้งร่องรอย หลักฐานเต็มไปหมดทั้งอาวุธ บัตร หมวก จึงน่าจะมีเบื้องหลัง การจัดฉากไม่แนบเนียน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจโยงไปสู่ข้อมูลว่า หลังจากนี้อาจมีการสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ เพื่อต้องการให้อำนาจนอกระบบมาแทรกแซง ฉีกรัฐธรรมนูญ ส่วนที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ระบุจะจัดคน 500 คน ไล่ล่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องถามว่า ขัดกฎหมายหรือไม่ กองทัพต้องส่งสัญญาณเรื่องนี้ให้ชัด เพราะมีการข่มขู่คุกคามผู้นำ กระทบภาพลักษณ์ประเทศ กองทัพต้องแสดงท่าทีเพื่อความสบายใจ

ตร.ไม่เชื่อปาระเบิดจากรถกระบะ

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ห้องแถลงข่าว ศอ.รส. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. พ.ต.อ.กำธร อุ๋ยเจริญ ผกก.กลุ่มเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ร่วมกันแถลงการตรวจพิสูจน์เหตุระเบิดกลุ่ม กปปส.ที่แยกบรรทัดทอง โดย พ.ต.อ.กำธรบรรยายสรุปว่า หลุมระเบิดที่พบห่างตัวรถกระบะ 30 เซนติเมตร กว้าง 15 เซนติเมตร ลึก 5 เซนติเมตร และพบชิ้นส่วนระเบิดขว้างชนิดสังหารชนิดอาร์จีดี 5 ผลิตในประเทศจีนหรือรัสเซีย รัศมีฉกรรจ์ 6 เมตร ส่วนกระเดื่องมีคนพบมอบให้เจ้าหน้าที่ทหาร แต่ตำรวจยังไม่ได้รับกระเดื่องจริง ทำให้ไม่ทราบวิถีของระเบิดในช่วงเกิดเหตุ ต้องรอกระเดื่องถึงจะชี้ได้ว่าขว้างมาจากทิศทางใด ยืนยันว่า ระเบิดชนิดนี้ไม่มีใช้ในราชการทหาร-ตำรวจ เป็นระเบิดคอมมิวนิสต์ ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการโยนระเบิดจากในรถกระบะของการ์ดตามคลิปที่ปรากฏ พ.ต.อ.กำธรตอบว่า หากมีการโยนระเบิดออกจากรถ มีโอกาสที่ผู้โยนจะเสียชีวิตสูง เพราะอยู่ใกล้ระเบิดมากที่สุด ส่วนการตรวจค้นอาวุธในชั้นล่างบันไดทางขึ้นอาคารร้าง พบของกลางวางในที่เกิดเหตุ มีผู้ชุมนุม ทหาร และ ส.ส.คนหนึ่งอยู่ในห้องที่เกิดเหตุ โดยอุปกรณ์อาวุธปืนไม่สามารถนำมาประกอบเป็นอาวุธปืนได้ เพราะขาดเครื่องลั่นไก

เผยหมวกแดงเป็นของยามบริษัท

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า ได้รับทราบจากข่าวพบอาวุธที่ทำการของบริษัทรักษาความปลอดภัยยอดเทพประทาน ที่ได้รับจ้างจากจุฬาฯ ดูแลความเรียบร้อยอาคารร้างที่ได้เวนคืนมา จากนั้นจึงประสานทหารเพื่อเข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบข้อมูลในช่วงเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ รปภ.บริษัท 2 คน ทานอาหารในสำนักงานได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นมา มีการ์ดจำนวนมากไล่ตาม รปภ.ทั้งคู่กลัวไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีภรรยาและลูกจึงปิดสำนักงานหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตามตัวมาดูของกลางยืนยันวิทยุสื่อสาร หมวกเป็นของบริษัท แต่สิ่งเทียมคล้ายอาวุธไม่ใช่ ผลการตรวจพิสูจน์พบว่า เป็นเพียงอาวุธปืนบีบีกันของเล่นยังไม่ครบองค์ประกอบสมบูรณ์เพราะขาดชุดอุปกรณ์ลั่นไก ส่วนหมวกแดงที่อ้างว่าเป็นของตำรวจปฏิบัติการพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นายณัฐวุฒิ พุ่มด้วง หัวหน้า รปภ.ให้การยืนยันพื้นที่ดังกล่าวเป็นสำนักงานบริษัท รปภ. และหมวกเป็นของ พนักงานบริษัทถอดเก็บไว้ แต่ในส่วนที่เป็นชุดพนักงานขายไอศครีมไม่ทราบมาได้อย่างไร ตำรวจดำเนินการตรวจสอบดีเอ็นเอและลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อหาเจ้าของอุปกรณ์ดังกล่าว

ประสานแกนนำขอ ตร.เข้าพื้นที่

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. แยกบรรทัดทองว่า พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน สอบปากคำพนักงานรักษาความปลอดภัย และผู้จัดการบริษัทรักษาความปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากการ์ด กปปส.ตั้งเต็นท์ไม่ให้เข้า แต่จะขอเจรจากับแกนนำเพื่อให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ ยืนยันว่าตำรวจต้องการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ตรงไปตรงมา จำเป็นต้องหาหลักฐานภายในที่เกิดเหตุ อยากขอร้องแกนนำ กปปส.ช่วยให้การ์ดเปิดทางให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบด้วย ส่วนบุคคลที่ปรากฏชื่อและข้อมูลในโซเชียล มีเดียต่างๆ พนักงานสอบสวนจะเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ผู้การนราธิวาสโต้หมวกปริศนา

พล.ต.ต.พัฒนวุฒิ อังคะนาวิน ผบก.ภ.จ.นราธิวาส กล่าวถึงกรณีพบหมวกแก๊ปสีแดงปักอักษรหน่วยปฏิบัติการจู่โจม ตกอยู่ในตึกร้างหลังเกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ว่า ยืนยันว่าหมวกดังกล่าวไม่ใช่ของตำรวจในพื้นที่แน่นอน เนื่อง จาก บก.ภ.จ.นราธิวาส ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมหรือชุดสลายฝูงชนเข้าร่วมปฏิบัติการควบคุมหรือดูแลสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. นอกจากนี้ ลักษณะหมวกที่พบในที่เกิดเหตุ มีสัญลักษณ์แตกต่างและตัวอักษรเขียนไม่เหมือนกับชุดจู่โจม หรือชุดสลายฝูงชนที่ บก.ภ.จ.นราธิวาสใช้ปฏิบัติหน้าที่

งัดวงจรปิดแฉตัวมือวางระเบิด

ที่ บช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนสอบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลายครั้งพบขณะเกิดเหตุมีชายสวมหมวกสีขาวเดินเร็วแล้ววางระเบิดกับพื้น ก่อนเดินเข้าไปที่เสากำบังประมาณ 5 วินาที จึงมีการระเบิดเกิดขึ้น สักพักคนขับรถที่ใส่ชุดดำวิ่งไปที่เสาหาชายคนแรก เมื่อฝุ่นจางทั้ง 2 คนเดินออกมาพร้อมกัน ก่อนมาเก็บของที่พื้น คาดว่าน่าจะเป็นกระเดื่องระเบิดแล้วไปจากที่เกิดเหตุ โดยไม่สนคนเจ็บแต่อย่างใด เชื่อว่าคนวางน่าจะเชี่ยวชาญเพราะมีรัศมีในการระเบิดประมาณ 5 เมตร ตามแนวการสืบสวนเป็นไปได้ว่าทั้ง 2 คนน่าจะรู้จักกัน เพราะขณะที่คนล้มระเนนระนาด แต่ชายทั้งคู่กลับเดินออกมาหาสิ่งของไม่สนใจคนเจ็บ ขณะนี้ทราบทะเบียนรถแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดต่างๆให้ชัดเจนเพื่อออกหมายจับทั้ง 2 คน

“มาร์ค” วอนชาวโลกยับยั้ง “ทักษิณ”

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเสียใจกับครอบครัวของนายประคอง ชูจันทร์ ผู้ชุมนุมชาวนครศรีธรรมราชที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง โดยก่อนหน้านี้ ช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า “ปัญหาของประเทศจะไม่หายไป ตราบเท่าที่คุณทักษิณ ชินวัตร ยังคงทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติก็ตาม นั่นคือปัญหาหลักๆที่เกิดขึ้น ขอวิงวอนประชาคมโลกรวมถึงสื่อต่างประเทศให้ศึกษารายละเอียดข้อเท็จจริง ขอให้ช่วยยับยั้งพฤติกรรมของบุคคลนี้ที่อยู่นอกประเทศไทย อย่าให้ทำลายประเทศชาติและทำลายชีวิตของคนไทย”

ร่อนหนังสือแจง ตปท.ประจาน รบ.

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง แสดงให้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กำลังจะปิดประเทศล้อมปราบประชาชน คาดว่าในวันที่ 20 ม.ค. พรรคประชาธิปัตย์จะทำจดหมายไปถึงองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ และสถานทูตต่างประเทศทุกแห่งในประเทศไทย อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ในปี 53 มีชายชุดดำโจมตีทำร้ายประชาชน วันนี้ขบวนการนี้ได้กลับมาอีกครั้ง เราจะบอกว่า กระบวนการที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ไม่ใช่กระบวนการล้มล้างประเทศไทย แต่เป็นการล้มล้างรัฐบาลทรราชเพื่อรักษาประชาธิปไตย ส่วนที่มีข่าวว่า ส.ส.คนหนึ่งของสหรัฐฯ ทำหนังสือถึงประธานาธิบดี บารัค โอบามา ให้เข้ามาแทรกแซงปัญหาภายในประเทศไทย เชื่อว่าสหรัฐฯจะไม่ทำอะไรแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย น่าสงสัยมีข่าวว่า มีการจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ล็อบบี้สภาคองเกรสและวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ โดยคนทางไกลพยายามใช้เครือข่ายที่อยู่ต่างประเทศทำให้รัฐบาลต่างชาติมาแทรกแซงกระบวนการภายในประเทศ

ป้อง “เทือก” จัดฉากบึ้ม

นายชวนนท์กล่าวว่า ส่วนการเผยแพร่คลิปกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.จัดฉากเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทองนั้น เป็นไปไม่ได้ คนคิดอย่างนี้คงเคยจัดฉากทำร้ายประชาชนมาก่อนในการชุมนุมคนเสื้อแดง การชุมนุมของ กปปส.เป็นไปด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ แต่ความรุนแรงเกิดขึ้นหลังจากที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้ดูแล ศอ.รส. ประกาศจะใช้ความรุนแรง และมีการใช้อาวุธลอบยิงกลุ่ม กปปส. แต่ตำรวจไม่สามารถจับคนทำผิดได้แม้แต่คนเดียว และยังระบุว่า อาวุธปืนที่พบจำนวนมากเป็นปืนบีบีกัน น่าสังเกตว่ามีสถานที่หลายแห่งใน กทม.มีการซ่องสุมอาวุธอยู่จำนวนมาก จึงขอให้ตำรวจและรัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เด็ก ปชป.ป้องลูกน้องโยนระเบิด

นายโกวิทย์ ธารณา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีถูกระบุว่า มีการปาระเบิดออกมาจากรถของตนในเหตุการณ์ระเบิดที่ถนนบรรทัดทองว่า รถคันดังกล่าวไม่ใช่รถของตน แต่เป็นรถของลูกน้องตนชื่อนายสายันต์ แสนอวน หรือนายเหลาที่ไปร่วมชุมนุมด้วย ส่วนที่ระบุว่าคนในรถมีส่วนเกี่ยวข้องในสถานการณ์ระเบิดนั้น ยืนยันว่า นายเหลาที่เป็นคนขับก็ยังบาดเจ็บ โดนสะเก็ดระเบิด นอนอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เรื่องนี้ไม่มีใครสร้างสถานการณ์ ตำรวจต้องสอบสวนข้อเท็จจริง ไม่ใช่ดูคลิปแล้วบอกว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ถามว่ามีใครในโลกนี้บ้าจะโยนระเบิดใส่ตัวเอง ถ้าไม่ต้องการพลีชีพ

ป้อง “ทักษิณ” จ้างล็อบบี้ยิสต์โจมตีไทย

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า ปัญหาของประเทศจะไม่หายไปตราบเท่าที่ พ.ต.ท.ทักษิณยังทำตัวอยู่เหนือกฎหมายนั้น นายอภิสิทธิ์ควรมองพฤติกรรมตนเองและคนใกล้ชิดบ้างว่ามีส่วนทำให้เกิดความขัดแย้งและแตกแยกทางการเมืองหรือไม่ อย่าไปโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่ได้อยู่ในรัฐบาลนี้ พรรคเพื่อไทยและคนไทยหลายคนตั้งคำถามว่า วิธีการที่ทำให้บ้านเมืองสงบคือ ยอมให้พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์จะทำหนังสือถึงองค์กรระหว่างประเทศและสถานทูต เพื่ออธิบายถึงเหตุการณ์ความรุนแรงและปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และกล่าวหาว่าผู้มีอำนาจเหนือรัฐบาลอยู่ต่างแดนจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ในการล็อบบี้สภาคองเกรส เพื่อกดดันประเทศไทยนั้น ขอปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ จ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ใดๆตามที่ถูกกล่าวหา เรื่องนี้พิสูจน์ได้ง่าย โดยตรวจหลักฐานการว่าจ้างจากเว็บไซต์ได้ว่ามีหรือไม่

ผบ.ทบ.ชิ่งร่วมวันกองทัพไทย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย เนื่องในวันกองทัพไทยประจำปี 57 โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และนายทหารระดับสูงมาร่วมพิธี ขาดเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ที่ติดภารกิจ จึงมอบให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.เดินทางมาร่วมพิธีแทน โดย พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า วันกองทัพไทยถือเป็นวันสำคัญของประเทศ เพราะการที่เรามีแผ่นดินที่อยู่เย็น สุขสบายทุกวันนี้ เพราะพระมหากษัตริย์ บรรพบุรุษ วีรชนที่ได้ทำมา กองทัพจึงจัดกิจกรรมรำลึกขึ้นมา การที่เราอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะความเสียสละ และความรักชาติ ยึดประโยชน์ของชาติ ส่วนสาเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธี เนื่องจากติดภารกิจ

มาร่วมสวนสนามกองทัพบก

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในเขตจังหวัดทหารบกกรุงเทพ เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2557 โดยก่อนเริ่มพิธีสวนสนามมีการสาธิตการปฏิบัติการทางทหารภายใต้แนวคิด “ความเข้มแข็งและทันสมัย” อาทิ การแสดงขีดความสามารถของกำลังพลในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าผ่านเหตุการณ์จำลอง การสาธิตการปฏิบัติการแทรกซึมทางอากาศที่ติดกล้องส่งสัญญาณภาพจีพีเอส แทรคกิ้งร่วมกับการยิงสนับสนุนปืนใหญ่ การใช้ระบบลาดตระเวนด้วยเครื่องบินไร้คนขับยูเอวี การปฏิบัติของชุดจักรยานยนต์ทางยุทธวิธีร่วมกับยานเกราะล้อยาง BTR 3 E-1 จากนั้น พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ นำกำลังพลสวนสนามจำนวน 26 กองพัน โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้โอวาทว่า ขอให้ทุกคนยึดมั่นและรักษาคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้ให้ไว้เป็นกำลังสำคัญของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจที่มีขอบเขตครอบคลุมในหลายมิติ โดยทำหน้าที่อย่างดีที่สุดด้วยความเสียสละอดทน มีสามัคคี ปฏิบัติตามวินัยอย่างเคร่งครัด

ผบ.ทหารสูงสุดห่วงสถานการณ์

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงเหตุการณ์รุนแรงในการชุมนุมของ กปปส.ว่า กองทัพเป็นห่วง เพราะหน้าที่ทหารคือรักษาอธิปไตยความมั่นคง ปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของประเทศ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในขอบเขต การดำเนินการอะไรมีทั้งสีดำและสีขาว เมื่อรวมกันจะเป็นสีเทาเหมือนทหารที่ทำงานร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำอาสาสมัครหรือผู้ชุมนุมร่วมกันทำให้เกิดความปลอดภัย การเดินขบวนสามารถทำได้แต่จะทำอย่างไรให้ปลอดภัย น่าจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเพราะหากทำร่วมกันได้ก็จะไม่มีเรื่อง ขณะนี้ประเทศเหมือนร่างกายอ่อนแอ มีโรคแทรกซ้อน ต้องดูแลไม่ให้อ่อนแอ เหมือนมะเร็งถ้าป้องกันได้ก็ไม่แพร่เข้ามา นี่คือสิ่งที่เป็นห่วง ตนเป็นห่วงไม่อยากให้ใครเป็นอะไร แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย เหตุการณ์ที่ถนนบรรทัดทอง ทราบจากข่าวว่ามีการเปลี่ยนเส้นทางเดินกะทันหัน ถ้าจะเปลี่ยนต้องเปลี่ยนไปเส้นทางที่ไม่ถูกลอบทำร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลรักษาความปลอดภัย เราต้องเป็นตาสับปะรด ช่วยกันดูแลไม่ใช่ปากสับปะรด

ปัดนั่งนายกฯคนกลางสงบศึก

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ส่วนที่สหรัฐฯจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานั้น มองว่าบ้านเราต้องแก้กันเอง ถ้าเอาคนอื่นเข้ามาจะเหมือนสาวไส้ให้กากิน ได้พูดคุยกับผู้นำทหารต่างประเทศเป็นประจำ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ทหารจะปฏิบัติตามกติกา ไม่ให้ใครเป็นอะไร ซึ่งต่างประเทศชื่นชมว่า ทหารวางตัวเหมาะสม ทั้งนี้ผู้ชุมนุมและรัฐบาลไม่อยากให้มีใครเป็นอะไร แต่บางครั้งสุดวิสัย เมื่อเกิดแล้วเราต้องจับวิกฤติให้เป็นโอกาส หันมาพูดคุยกัน เมื่อถามว่า เหล่าทัพจะเป็นคนกลางในการพูดคุยหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ตอบว่า ใครก็เป็นได้ ถ้าทุกคนยอมรับ ทั้ง 2 ฝ่ายอาจอยากคุยกันก็ได้ แต่ยังหาคนกลางไม่ได้ ส่วนจะให้นายกฯลาออกเพื่อให้สถานการณ์ยุตินั้น ต้องกลับไปถามกันอีกที เพราะขณะนี้ตัวละครมีมากขึ้น ขณะนี้มี 3-6 คนต้องไปถามตัวละครทั้งหมด และตัวละครหลักด้วย เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวจะให้ ผบ.ทหารสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง พล.อ.ธนะศักดิ์ตอบว่า เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ตนจะลาออกจากราชการ แต่ไม่สามารถลาออกได้ แล้วจะให้ตนมาทำงานหลังเกษียณจ้างให้ก็ไม่ทำ

ย้ำสัมพันธ์ทหาร–นายกฯยังแน่น

เมื่อถามว่าจะมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ใช่ว่าประกาศแล้วทหารต้องออกมา เพียงแต่ทำให้มีอำนาจทางกฎหมายมากขึ้น ตราบใดที่เรายังรักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้มีใครเจ็บใครตาย จะเป็น พ.ร.บ.อะไรก็ช่วยกันประคองได้ สิ่งที่ดีคือการพูดคุยกัน ไม่อยากให้มีความรุนแรง ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง ผบ.เหล่าทัพกับนายกฯถือว่าปกติ พูดคุยกันตลอด หากไม่คุยสถานการณ์จะไม่นิ่ง จึงจำเป็นต้องคุยเพื่อไม่ให้มีปัญหา การมีคนเจ็บคนตายเป็นเรื่องน่าเสียใจ ไม่มีใครอยากให้เกิด เราประเมินสถานการณ์ทุกวัน เพื่อประคองไม่ให้มีปัญหา ทำอย่างไรก็ได้เพื่อไม่ให้ใครเป็นอะไร และทำให้ประเทศได้ดี คนไทยได้ผลประโยชน์

ทบ.ปัด “บิ๊กตู่” สั่งทหารยิงโต้ชุดดำ

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงกระแสข่าวในโลกออนไลน์ที่อ้างคำพูด พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.สั่งให้ทหารยิงตอบโต้ชายชุดดำทันที หากมีการก่อเหตุปาระเบิดใส่บริเวณพื้นที่ชุมนุมว่า จากข่าวที่ปรากฏทางโซเชียลออนไลน์ เท่าที่ทราบ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ผบ.ทบ.ยังไม่มีการให้สัมภาษณ์สื่อแต่อย่างใด อาจเป็นการสร้างข่าวเพื่อสร้างความสับสนให้สังคม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทหารที่ออกปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีการพกอาวุธ มีเฉพาะเครื่องป้องกันตนเองเท่านั้น ช่วงนี้มีข่าวลือมาก ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสารด้วย

ศูนย์เอราวัณแจงยอดม็อบตาย–เจ็บ

เมื่อเวลา 15.00 น. ศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร สรุปยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง ระบุว่า นำส่ง รพ.รามาธิบดี 12 ราย ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย คือนายประคอง ชูจันทร์ อายุ 46 ปี นำส่ง รพ.หัวเฉียว 12 ราย ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 4 ราย นำส่ง รพ.กลาง 3 ราย ยังนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 ราย นำส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ 13 ราย ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 8 ราย รวมผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่บริเวณถนนบรรทัดทองที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 19 ราย แต่หากนับรวมทุกเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.56 จนถึงปัจจุบัน มีผู้บาดเจ็บยังต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรวม 27 ราย

เมียเหยื่อระเบิดรับศพสามี

วันเดียวกันที่ห้องนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี นางทิพเยาว์ ชูจันทร์ อายุ 42 ปี เดินทางไปรับศพนายประคอง ชูจันทร์ อายุ 46 ปี ผู้เป็นสามีที่ถูกระเบิดเสียชีวิตจากการเข้าร่วมชุมนุมกลุ่ม กปปส.ที่แยกบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค. โดยนางทิพเยาว์ กล่าวว่า ทราบข่าวสามีบาดเจ็บ จึงรีบเดินทางมาจาก จ.ภูเก็ต แต่ไม่ทันได้ดูใจ สามีประกอบอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าที่ อ.ป่าตอง มีบุตรด้วยกัน 3 คน มาร่วมชุมนุมตั้งแต่วันที่เริ่มชัตดาวน์ กทม. 13 ม.ค. ตนได้แต่ส่งกำลังใจไป ตอนนี้เสียใจมากที่ต้องเสียผู้นำครอบครัว ส่วนศพจะเคลื่อนไปตั้งบำเพ็ญกุศลวัดเทพศิรินทราวาส 2 วัน แล้วจะนำไปสวดต่อที่วัดเก็ตโฮ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

กรมคุ้มครองสิทธิมอบเงิน 1 แสน

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า กรณีนายประคอง ชูจันทร์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ติดต่อไปยังภรรยานายประคอง เพื่อมอบเงินเยียวยา 100,000 บาท ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา เนื่องจากเป็นเหยื่อจากความรุนแรงไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ส่วนผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกันต้องรอใบรับรองแพทย์ และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาติดต่อยื่นคำขอรับเงินเยียวยา แต่ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะเยียวยาได้เท่าใด ส่วนกรณีผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิตบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังไม่มีความชัดเจนในรูปคดี จึงยังไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ ต้องรอสรุปสำนวนจากตำรวจว่าผู้เสียชีวิตไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิด

46 ปท.เตือนเลี่ยงเข้าไทย

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์เรื่องการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวของประเทศต่างๆว่า ล่าสุดมีประเทศที่ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวแล้ว 46 ประเทศ แต่เป็นครั้งแรกที่มีการประกาศให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทยโดยคูเวต และยังเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศให้คนของเขาเดินทางออกจากประเทศไทยด้วยคือคูเวตและโอมาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้หลายประเทศจะเพียงแต่ประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯที่มีการประท้วงเท่านั้น ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังแนะนำให้คนของเขาเลื่อนการเดินทางมาเยือนไทยด้วย

องค์กรสื่อประณามเหตุรุนแรง

วันเดียวกัน สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมและความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของฝ่ายใด พร้อมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ โดยไม่ละเว้นการบังคับกฎหมายต่อฝ่ายใด และต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและผู้ชุมนุมทุกพื้นที่ และขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงควรตระหนักถึงการนำเสนอข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง ต้องเป็นข้อเท็จจริง เป็นธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำมาเป็นข้ออ้างในการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง รวมถึงขอให้ ศอ.รส. และ กปปส.พึงหลีกเลี่ยงให้ข้อมูลหรือใช้ถ้อยคำที่อาจนำไปสู่การยั่วยุ เกลียดชัง จะซ้ำเติมสถานการณ์ไปสู่ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สุดท้ายขอให้สื่อมวลชนภาคสนามตระหนักถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุดในการเข้าทำข่าวในพื้นที่ชุมนุม

ระเบิดรางรถไฟที่ชะอำ

เมื่อเวลา 03.45 น. เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดรางรถไฟบริเวณใต้สะพานยกระดับเข้าตัวเมืองชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ห่างจากสถานีรถไฟ อ.ชะอำ 500 เมตร แรงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณแต่ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดพบว่าน่าจะเป็นระเบิดซีโฟร์ ทำลายรางรถไฟเสียหาย โดยก่อนเกิดเหตุมีขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-ตรัง แล่นผ่านไปเพียง 8 นาทีเท่านั้น ส่วนรางรถไฟที่ขาดขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมซ่อมแซมแล้ว ด้านนายมณเฑียร ทองนิตย์ ผวจ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า คาดว่าผู้ก่อเหตุหวังผลทางการเมือง ไม่ให้มวลชนเดินทางเข้ากรุงเทพฯไปชุมนุม

นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้ซ่อมแซมเสร็จแล้ว สามารถเดินรถได้ตามปกติ คงไม่เกี่ยวกับการต้องการสกัดคนภาคใต้ไม่ให้เดินทางมา กทม.เพื่อร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลความปลอดภัยการเดินทางแล้ว

กรุงเก่าเผาโลงสาปแช่ง “สุเทพ”

ที่บริเวณหน้า อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.ท่าเรือ จำนวน 9 ตำบล 84 หมู่บ้าน ชุมนุมเพื่อคัดค้านกลุ่ม กปปส.ที่สั่งยุบการปกครองส่วนภูมิภาค โดยชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านยื่นหนังสือถึงนายวิทิต ปิ่นนิกร นายอำเภอท่าเรือ เพื่อไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้นได้นำโลงศพด้านข้างเขียนชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาเผาสาปแช่ง ขณะเดียวกัน ที่ลานประตูช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ กลุ่มเสื้อแดงอิสระ นำโดยนายอภิชาติ อินสอน รวมตัวกันเผาพวงหรีดติดป้ายชื่อ กกต. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์สนับสนุนวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. ก่อนที่จะสลายตัวไป

ร.ต.ท.โวยถูกโพสต์เป็นมือระเบิด

วันเดียวกัน พ.ต.ต.อดุลย์ สวยสม พงส.สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งความจาก ร.ต.ท.ศักดา เรียบ-สุข รอง สวป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ว่า มีผู้ไม่หวังดีนำภาพของตนไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กชื่อ “แฉ...ความลับ” มีเนื้อความว่า ร.ต.อ.เอกพล กุดถนอม มีส่วนต้องสงสัยโยนระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส. เมื่อวันที่ 17 ม.ค. เมื่อเพื่อนเห็นรูปได้โทร.มาแจ้ง จึงตรวจสอบปรากฏว่า เป็นรูปของตนที่ถ่ายไว้เมื่อปี 56 ขณะที่ไปทำวิจัยที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ทำให้ได้รับความเสียหาย จึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป

ยิงขู่วัดหลวงปู่พุทธะอิสระ

ขณะที่คืนวันที่ 17 ม.ค. ร.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทอง-คงหาญ พนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถเก๋ง ไม่ทราบยี่ห้อ ใช้ปืนกราดยิงซุ้มวัดอ้อน้อย ริมถนนมาลัยแมน หมู่ 17 ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเศษกระเบื้องตกที่พื้น สอบถามพระเกรียงไกร พระลูกวัดวัดอ้อน้อย กล่าวว่า เหตุการณ์วัดถูกกราดยิงเกิดเป็นคืนที่ 2 แล้ว ตั้งข้อ สังเกตว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ขึ้นเวที กปปส. ทำให้ฝ่ายไม่เห็นด้วยมาก่อกวนเช่น ถูกกราดยิง ยิงปืนขึ้นฟ้า โยนระเบิดปิงปองเข้ามาภายในวัด รวมถึงจดหมายขู่ฆ่าหลวงปู่พุทธะอิสระ หลังเกิดเหตุหลวงปู่พุทธะอิสระโทร.มาสั่งให้เพิ่มความเข้มในการเข้าเวรยาม และติดไฟแสงสว่างเพิ่มเติม

พัทลุงเพิ่มระดับความเข้มข้น

นายทวี ภูมิสิงหราช แกนนำกลุ่ม กปปส.พัทลุง กล่าวว่า กปปส.พัทลุง จะเพิ่มความเข้มในการชุมนุมประท้วงรัฐบาลให้มากขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ 20 ม.ค. หน่วยงานรัฐใน จ.พัทลุง ยกเว้นโรงพยาบาล สถานีตำรวจ สำนักงานอัยการ ศาลจังหวัด ต้องปิดสถานที่ทำงานโดยเด็ดขาด หากหน่วยงานใดไม่เชื่อฟังจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตัดน้ำ ตัดไฟทันที โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น ซึ่งในวันที่ 20 ม.ค. กลุ่ม กปปส.พัทลุง ออกเยี่ยมหน่วยงานต่างๆทั้งจังหวัด หากพบการทำงานจะตัดไฟตัดน้ำทันที

คนบางกรวยปล่อยลูกโป่งหนุน ลต.

วันเดียวกันที่สถานีรถไฟบางบำหรุ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ชาวอำเภอบางกรวยกว่าร้อยคนรวมตัวกันสวมเสื้อสีขาว จัดกิจกรรมต่อต้านความรุนแรงสนับสนุนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. โดยทางกลุ่มได้ประกาศเจตนารมณ์ว่า ไม่เอารัฐประหาร ต้องการเลือกตั้ง พร้อมปล่อยลูกโป่งสีขาวเป็นสัญลักษณ์ จากนั้นจุดโคมลอยปล่อยขึ้นฟ้า และจุดเทียนพร้อมกัน เพื่อแสดงจุดยืน

“เต้น” บี้ ป.ป.ช.สอบ “เทือก” ซุกเงิน

วันเดียวกันที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่ม นปช.เปิดแถลงข่าว “ถลกหนังเทือก” ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยนำคลิปวีดิโอที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศบนเวทีว่า ได้แจ้งให้สมาชิก กปปส.ทราบแล้วว่า ซ่อนเงินไว้ที่ไหน หากเงินหมดให้นำเงินที่ซ่อนไว้ตามที่ต่างๆออกมาใช้ต่อสู้ โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า กฎหมายกำหนดให้นักการเมืองต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อเป็นเงินสุจริตแล้วนำไปซ่อนได้อย่างไร เหตุใดไม่อยู่ในบัญชีแสดงทรัพย์สิน จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนายสุเทพล่าสุด มีเงินฝาก 14 ล้านบาทเศษ ที่ดิน 149 แปลง มูลค่า 164 ล้านบาท สิ่งปลูกสร้าง 1 ล้านบาทเศษ ยานพาหนะ 25 ล้านบาท แต่มีหนี้สิน 263 ล้านบาทเศษ เมื่อหักกลบลบหนี้มีหนี้มากกว่าทรัพย์สิน 56 ล้านบาทเศษ เมื่อบัญชีติดลบ แล้วนายสุเทพมีเงินที่ไหนไปซ่อนไว้ตามบ้านต่างๆ ป.ป.ช.สนใจเรื่องนี้หรือไม่ เรื่องนี้จะรอคำตอบ ถ้าไม่ตอบ จะเอาความไม่ชอบมาพากล หลักฐานการทุจริตมาโชว์ทีละเรื่อง ส่วนเหตุการณ์ปาระเบิดที่ถนนบรรทัดทองมีความผิดปกติหลายเรื่อง เช่น การเปลี่ยนเส้นทางเดินกะทันหันมาเป็นซอยร้าง หรือมืออาชีพที่ไหนจะใส่เสื้อแดง หมวกแดงไปซุ่มบนตึกสูง

แฉม็อบฉกอุปกรณ์พิมพ์บัตรเลือกตั้ง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ไม่มีใครทราบว่าระหว่างที่กลุ่มกปปส.นำโดยนายถาวร เสนเนียม นำพวกมาบุกโรงพิมพ์คุรุสภาที่เป็นสถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ปรากฏว่ามีชายฉกรรจ์บุกเข้าไปเอาอุปกรณ์ที่คอนโทรลการพิมพ์บัตรเลือกตั้งออกจากโรงพิมพ์คุรุสภา ทำให้การพิมพ์ชะงัก เรื่องนี้แทนที่ กกต.จะแถลงหรือแจ้งความ กลับไม่มีการพูดถึง สงสัยนายสมชัย ศรี-สุทธิยากร กกต.ตามตื๊อจะเจอแต่นายกฯ แต่ทำไมกลับไม่พูดถึงเรื่องเหล่านี้

กลุ่มโลกสวยกระทุ้ง รบ.รับผิดชอบ

วันเดียวกันกลุ่มโลกสวยเพื่อการปฏิรูปการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยด้วยสันติวิธี ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อม เกษตร สตรี และเยาวชน นำโดยนายวิฑูรย์  เลี่ยนจำรูญ ออกแถลง การณ์ประณามผู้ก่อความรุนแรงต่อประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกลุ่ม กปปส.จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยขอให้ 1.รัฐบาลรับผิดชอบหลักต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น จนกว่าจะจับกุมผู้กระทำความผิดและผู้อยู่เบื้องหลังมาลงโทษได้  2.ขอให้ กปปส.และผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือในการสอบสวนอย่างเต็มที่ด้วยความโปร่งใส  3.ขอให้รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. นปช. และทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองเร่งเข้าสู่การเจรจา สร้างหลักประกันให้มีการปฏิรูปการเมืองโดยเร็วที่สุด 4.ขอให้ประชาชนทุกกลุ่มร่วมกดดันฝ่ายการเมืองให้เกิดการเจรจาหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และผลักดันการปฏิรูปทางการเมือง

คปท.แตกตื่นผวาถูกสลายชุมนุม

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ในวันที่ 18 ม.ค. กลุ่มมวลชน คปท.ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร จนกระทั่งเวลา 15.00 น. ระหว่างการแสดงดนตรีให้ผู้ชุมนุมฟัง เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย เมื่อนายกิตติชัย ใสสะอาด ที่ปรึกษา คปท.ด้านการรักษาความปลอดภัย สั่งระงับการแสดงดนตรี แล้วประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมเฝ้าระวังพื้นที่ชุมนุมระดับสูง โดยอ้างว่ามีการนำรถตำรวจ รถควบคุมผู้ต้องหา 30 คัน รถบัส 2 คันเข้ามาในทำเนียบรัฐบาล และสวนสัตว์ดุสิต เพื่อจับนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสาน คปท. ขอให้มวลชนออกมาร่วมชุมนุม เพราะเกรงว่าจะถูกสลายการชุมนุม ทำให้นายถาวร เสนเนียม และนายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.นำมวลชนเคลื่อนที่เร็วจากเวทีต่างๆมาสมทบที่เวทีชมัยมรุเชฐ เพื่อป้องกันการสลายการชุมนุม ก่อนจะนำมวลชนกลับ หลังจากตรวจสอบพบว่า กองตำรวจที่เคลื่อนมาเป็นการสับเปลี่ยนกำลังดูแลทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไม่ได้มาสลายการชุมนุม

มอบเงินเยียวยาเหยื่อบึ้ม! 1 ล้าน

ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตามเวทีต่างๆนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีสวนลุมพินีแยกศาลาแดง ผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ยังปักหลักชุมนุมอย่างเหนียวแน่น พร้อมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่ถนนบรรทัดทอง ขณะที่บริเวณหลังเวที แกนนำ กปปส. อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายสาธิต เซกัล พร้อมด้วยหัวหน้าการ์ด กปปส.ได้หารือกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตและการเยียวยาช่วยเหลือ ภายหลังการประชุมนายวิทยากล่าวว่า กปปส.จะมอบเงินเยียวยา 1 ล้านบาท ช่วยเหลือครอบครัวนายประคอง ชูจันทร์ ชาวนครศรีธรรมราช ผู้ชุมนุมจากเวทีสวนลุมพินี ที่เสียชีวิตจากเหตุปาระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง ส่วนผู้บาดเจ็บคนอื่นจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล และมอบเงินเยียวยาแก่ผู้บาดเจ็บทุกคน ที่สำคัญจะประสานแกนนำ กปปส.นครศรีธรรมราช ระดมมวลชนปิดหน่วยงานราชการทุกแห่งให้หยุดงานร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที เพื่อตอบโต้ให้รัฐบาลรับผิดชอบ นอกจากนี้ นายสาธิต เซกัล ตัวแทนนักธุรกิจย่านสีลม จะทำความเข้าใจกับเจ้าของอาคารรอบจุดชุมนุมทั้งหมด เพื่อไม่ให้บุคคลที่ 3 หรือตำรวจเข้าไปในอาคาร ซึ่งเจ้าของอาคารทุก แห่งให้ความร่วมมือดี จะไม่ให้ตำรวจเข้าอาคารเด็ดขาด

ขู่ไม่รับรองความปลอดภัยบ้าน “ปู”

ส่วนที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว เมื่อเวลา 10.25 น. นายอิสสระ  สมชัย  แกนนำ  กปปส. ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยว่า ในวันที่ 18 ม.ค. เวลา 09.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะพามวลชนเวทีลาดพร้าวเดินชวนเชิญมวลมหาประชาชนในบริเวณนี้ โดยหลวงพ่อพุทธอิสระจะร่วมเดินด้วย เพื่อความ ไม่ประมาทได้จัดการ์ดชุดเคลื่อนที่เร็วไปเคลียร์เส้นทางแล้ว แต่ขออุบสถานที่ไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ถ้าเกิดเหตุระเบิดขึ้นมาอีก ก็ไม่รับรองว่า ลูกต่อไปอาจเกิดที่บ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือบ้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ก็เป็นได้ ทำไมต้องตั้งรับตลอดเวลา เรายอมรับสันติอหิงสาเฉพาะตำรวจ แต่ถ้าพวกเสื้อแดง เข้ามา จะไม่อหิงสา จะสู้กันแบบเปิดเผย

ป่วนปาประทัดยักษ์เวทีลาดพร้าว

ต่อมาเวลา 11.00 น. เกิดเหตุคนร้ายปาประทัดยักษ์ออกมาจากรถตู้ขณะวิ่งผ่านสะพานข้ามแยกลาดพร้าว ตกลงมาบนพื้นที่ชุมนุมเสียงดังสนั่น การ์ด กปปส.ที่เฝ้าระวังเหตุได้ขี่มอเตอร์ไซค์ติดตามจับคนร้ายได้ 3 คน คุมตัวมาหน้าเวที ทำให้ผู้ชุมนุมบางคนวิ่งเข้าใส่จะทำร้ายด้วยความโกรธ แต่การ์ดกันไว้และรีบนำตัวเข้าไปในเต็นท์หลังเวที จากการสอบสวนพบว่า หนึ่งในคนร้ายพกบัตรสีแดงระบุข้อความ “โกตี๋ STAFF PRESS” เป็นบัตรประจำ ตัวสมาชิกเสื้อแดงกลุ่มนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี ขณะที่นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส.กล่าวว่า ใน 3 คน มี 1 คนร่วมชุมนุมตั้งแต่อยู่ที่กระทรวงการคลัง คงไม่ใช่คนร้าย ส่วนอีก 2 คนให้การปฏิเสธอ้างว่ามาร่วมชุมนุมกับเพื่อน 4-5 คน ที่เวทีลาดพร้าว 4 วันแล้ว แต่ค้นตัวพบบัตรโกตี๋เสื้อแดง อยู่ระหว่างขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 17 ม.ค.หรือไม่ และได้ให้เฝ้าระวังเข้มงวดขึ้น เพราะมีคนจ้องก่อเหตุ

ลุยตัดน้ำ—ไฟโรงพิมพ์คุรุสภา

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายสุชาติ ศรีสังข์ แกนนำ  กปปส.  นำมวลชนเคลื่อนขบวนออกจากเวทีห้าแยกลาดพร้าวไปหน้าโรงพิมพ์คุรุสภา ถนนลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ภายหลังทราบว่า ยังมีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งอยู่ เมื่อไปถึงพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพิมพ์ยังทำงานอยู่ที่อาคารโรงพิมพ์ด้านหลัง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งอยู่ด้านใน แกนนำจึงประกาศบนรถขยายเสียงให้ส่งคนมาเจรจาเพราะไม่ทำตามข้อตกลงที่ทำไว้กับนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ก่อนหน้านี้ แต่ปรากฏว่ารออยู่ 2 ชั่วโมง ไม่มีใครออกมาพบ นายสุชาติจึงสั่งให้การ์ดอาสาตัดน้ำ ตัดไฟทั้งอาคาร ส่งผลให้เครื่องจักรที่กำลังพิมพ์บัตรเลือกตั้งหยุดทำงาน พร้อมประกาศว่าหากวันที่ 19 ม.ค.ยังเดินหน้าพิมพ์บัตรเลือกตั้ง จะมาปิดโรงพิมพ์คุรุสภาอีกครั้ง ก่อนจะยกขบวนกลับเวทีห้าแยกลาดพร้าว

มวลชน 2 เวทีบุกถิ่น สตช.

ด้านเวทีราชประสงค์ เมื่อเวลา 10.19 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.นำมวลชนเดินเท้าไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยมีขบวน กปปส. จากเวทีอโศกของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ นายสกลธี ภัททิยกุล เดินทางมาสมทบ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้หยุดที่หน้าประตูทางเข้า สตช. นายชุมพลขึ้นบนรถบรรทุก 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียงทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมว่า จะไม่บุกเข้าไปภายในตัวอาคารเป็นอันขาด ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนผ่านประตูที่ไม่ได้คล้องโซ่เข้าไปภายใน สตช.อย่างเป็นระเบียบ จากนั้นได้ไปรวมตัวกันที่บริเวณหน้าอาคาร 1 เต็มพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถือโล่และกระบองตั้งแถวดูแลความเรียบร้อยอยู่ภายในอาคาร

อย่างไรก็ตาม เมื่อนายชุมพลเดินไปที่ประตูทางเข้าอาคาร 1 ทำให้ พล.ต.อ.อุดม รักศิลธรรม ที่ปรึกษา (สบ 10) ทำหน้าที่อำนวยการอยู่ในอาคารดังกล่าว ชี้หน้านายชุมพลแสดงความไม่พอใจที่นำผู้ชุมนุมบุกเข้ามาใน สตช. สร้างความไม่พอใจให้แกนนำกปปส. ถึงกับขึ้นเวทีประกาศท้า พล.ต.อ.อุดมออกมา โดยจะให้ พล.ต.อ.อุดมตบหน้า 2 ครั้ง แต่จะขอต่อยหน้า พล.ต.อ.อุดม 1 ครั้ง

ยื่นหนังสือบี้ ตร.ยืนข้าง ปชช.

จนกระทั่งเวลา 12.30 น. พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมารับหนังสือจากผู้ชุมนุม โดยนายณัฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำ กปปส.กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บ เสียชีวิต ในฐานะผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์ต้องหามาตรการดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม พวกเราขอเรียกร้องให้ตำรวจออกมายืนเคียงข้างประชาชน ภายหลังการรับหนังสือ พล.ต.ท.อำนาจกล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องทั้งหมดเสนอต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมขอใช้สถานที่ สตช. รับประทานอาหารกลางวัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำน้ำดื่มมาแจกจ่ายผู้ชุมนุม โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนขอถ่ายภาพคู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังเวทีราชประสงค์และอโศก ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยืนไว้อาลัยให้นายประคอง ชูจันทร์ ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ด้วย

อารักขาเข้ม “สุเทพ” เดินปลุกคนกรุง

ขณะเดียวกันที่เวทีแยกปทุมวัน เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำมวลชนเวทีปทุมวันเดินรณรงค์เชิญชวนให้คน กทม.มาร่วมชุมนุม โดยนายสุเทพกล่าวก่อนออกเดิน ขบวนว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์ปาระเบิดวันที่ 17 ม.ค. แต่จะเคลื่อนไหวต่อไป เพราะทำเพื่อบ้านเมือง จากนั้นได้เริ่มตั้งขบวนที่สะพานหัวช้าง เลี้ยวซ้ายถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกเพชรพระราม เข้าถนนบรรทัดทอง เลี้ยวขวาแยกเจริญผล เข้าถนนพระรามที่ 1 ทั้งนี้ช่วงก่อนที่ขบวนจะเลี้ยวซ้ายแยกพงศ์พระรามเพื่อเข้าถนนพระราม 6 มีตึกร้าง 1 หลังทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยล่วงหน้าแจ้งให้หยุดการเดิน 5 นาที เพื่อขึ้นไปสำรวจความปลอดภัย เพราะเป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุปาระเบิดซ้ำรอยเมื่อวันที่ 17 ม.ค. จากนั้นขบวนเคลื่อนเข้าถนนพระราม 6 จนกระทั่งขบวนเดินมาถึงแยกวัดดวงแข ได้หยุดพักรับประทานอาหาร ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัสเมือง ไปยังแยกสะพานอ่อน ตรงเข้าจุฬา ซอย 22 และเลี้ยวขวาจุฬา ซอย 5 ซึ่งเป็นแหล่งการค้าอะไหล่เก่า (เชียง–กง) มีประชาชนรอต้อนรับอยู่หน้าตลาดสามย่านจำนวนมาก ก่อนที่ขบวนจะเลี้ยวซ้ายแยกสามย่าน เข้าถนนพญาไท กลับถึงเวทีปราศรัยแยกปทุมวัน เวลา 16.00 น. โดยบรรยากาศการเดินรณรงค์มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่น นอกจากสื่อมวลชนเข้าในวงที่มีนายสุเทพอยู่และก่อนถึงตัวนายสุเทพมีการ์ดล้อมกว่าสองชั้น

โต้ไม่มีการเปลี่ยนเส้นทางเดิน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่คลิปภาพเหตุการณ์ระเบิดถนนบรรทัดทอง ที่ระบุว่ามีการโยนระเบิดออกจากรถกระบะผู้ชุมนุม กปปส. ว่า คนที่บิดเบือนข้อมูลมีพฤติกรรมเลว ทั้งที่ภาพคลิปวีดิโอชัดเจนว่าโยนจากบนตึกร้าง และเส้นทางเดินเมื่อวันที่ 17 ม.ค.เป็นไปตามแผนที่วางแผนไว้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงเส้นทางกะทันหัน ซึ่งนายสุเทพยืนยันว่า ไม่มีจิตใจอำมหิตเข่นฆ่าฝ่ายเดียวกัน ส่วนการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุปาระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะนำเงินที่ได้จากการเดินรณรงค์ไปช่วยครอบครัวผู้เสียชีวิต 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะดูตามความเหมาะสม และวันที่ 19 ม.ค.จะเดินขบวนอีก เริ่มต้นที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว ใช้เส้นทางถนนลาดพร้าว ส่วนวันที่ 20 ม.ค.นายสุเทพก็จะเดินขบวนอีก แต่ยังไม่กำหนดเส้นทาง แต่จะเปิดเผยทุกเส้นทางแน่นอน และจะปรับลดระยะทางเหลือไม่เกิน 5 กิโลเมตร ส่วนที่สหรัฐฯพยายามเข้ามาบีบการเมืองไทยนั้น ไม่สนใจ เพราะสหรัฐฯไม่ใช่พ่อ

กปปส.จัดงานศพ “ประคอง” 1 วัน

ด้านบรรยากาศการชุมนุมที่เวทีลุมพินี  เมื่อเวลา 18.00 น. แกนนำ กปปส.นำมวลชนไว้อาลัยให้นายประคอง  ชูจันทร์  ผู้ชุมนุมชาวนครศรีธรรมราช ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง โดยจัดพิธีมีจุดเทียนไว้อาลัยวางดอกกุหลาบสีขาว และยืนสงบนิ่ง สดุดีความกล้าที่เสียสละชีพ เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยนายพิเชฐ พัฒนโชติ แกนนำกปปส.กล่าวว่า แกนนำ กปปส.เวทีลุมพินีจะขออนุญาตครอบครัวนายประคองนำศพมาทำพิธีบำเพ็ญกุศล ที่วัดเทพศิรินทร์ ในวันที่ 19 ม.ค. เป็นเวลา 1 วัน จะตั้งขบวนรถ 6 ล้อ 2 คัน คันแรกเป็นรถนำพวงหรีดขนาดใหญ่ มีแกนนำ กปปส.นั่งไปด้วย คันที่ 2 เป็นรถติดเครื่องเสียงปราศรัยสดุดีความกล้าหาญของนายประคองไปตลอดเส้นทาง จะใช้เวลารดน้ำศพ 1 ชั่วโมง จากนั้นต้องรีบกลับมาที่เวทีสวนลุมพินีก่อนค่ำ เพราะเกรงจะมีคนลอบทำร้ายประชาชนอีก

“เทือก” ขู่สัปดาห์หน้าปิด กทม.หนักขึ้น

เมื่อเวลา 18.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินทางมาที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า จากนั้นนายสุเทพขึ้นเวทีปราศรัยว่า วันที่ 19 ม.ค. จะไปร่วมกับมวลชนที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว เพื่อเดินเชิญชวนประชาชนย่านลาดพร้าว ทราบว่าขณะนี้มีการจัดชุดพิเศษมาจัดการตนให้ได้ เพราะรัฐบาลจนแต้มแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้คิดว่าเราจะอยู่ไม่ได้ และสัปดาห์หน้าเราจะปิดกรุงเทพฯให้สนิทแน่นกว่าเดิม เชื่อว่าจะมีคนมาร่วมมากขึ้น เพราะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ทำให้มีคนบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต คือนายประคอง ชูจันทร์ โดยจะมีการจัดพิธีรดน้ำศพนายประคอง ที่วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 19 ม.ค. เวลา 14.00 น.

เป่านกหวีดส่งดวงวิญญาณ

ต่อมาเวลา 19.30 น. ที่เวทีราชประสงค์ มีพิธีไว้อาลัยนายประคอง ชูจันทร์ ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตร่วมพิธี ซึ่งนำรูปถ่ายของนายประคองที่ถ่ายกับป้ายราชประสงค์ก่อนจะเสียชีวิตไม่นานมาวางไว้กลางเวทีพร้อมกับจุดเทียน โดยให้ผู้ชุมนุมนำดอกเบญจมาศสีขาวมาวางที่หน้าภาพถ่าย เพื่อแสดงความไว้อาลัย ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะร่วมใจกันเป่านกหวีดส่งวิญญาณดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทั้งนี้นายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.กล่าวว่า ในวันที่ 20ม.ค.จะนำมวลชนไปที่สำนักงบประมาณ จ.นนทบุรี แต่จะเป็นเวลาใดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

“เทือก” ให้ 5 ล้านช่วย “เมียประคอง”

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีแยกปทุมวัน โดยช่วงต้นได้ประกาศรายชื่อผู้บริจาคสนับสนุน กปปส. โดยมีนายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำ คปท.บริจาคเงิน 8 แสนบาท ช่วยครอบครัวนายประคอง ชูจันทร์ ผู้ชุมนุมชาว จ.นครศรีธรรมราช ที่เสียชีวิตในเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค. และครอบครัวของตนขอร่วมบริจาคช่วยครอบครัวนายประคองอีก 5 ล้านบาท เพิ่มจากที่กองทุน กปปส.ช่วยเหลือไปแล้ว 1 ล้านบาท จากนั้นนายสุเทพปราศรัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โหดเหี้ยมเกินกว่าที่คิด เพียงเพื่อจะครองอำนาจ ไม่มีอำนาจอื่นที่จะจัดการกับทรราชได้ นอกจากพลังของมวลมหาประชาชน จึงต้องสามัคคีกันให้มากขึ้น และต้องรีบโค่นระบบทักษิณให้หมดจากแผ่นดินไทย พวกตนคุยกันว่า เงินบริจาคที่ได้จากการเดินวันที่ 19 ม.ค.ทุกบาทจะนำเป็นกองทุนช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมด ยกเว้นที่ระบุว่า ให้ช่วยเหลือครอบครัวนายประคอง กปปส.จะตั้งกองทุนเงินบริจาคดูแลผู้บาดเจ็บต่อไป

ปลุกคนใต้ปิดหน่วยราชการ 20 ม.ค.

นายสุเทพกล่าวว่า จะเดินหน้าปิด กทม. สถานที่ราชการ และเดินขบวนไปตามถนนต่างๆเพื่อชักชวนคน กทม.ให้มาต่อสู้ด้วยกันมากขึ้นๆ ไม่ว่า
จะถูกคุกคามอย่างไรก็ไม่ย่อท้อ ในวันที่ 19 ม.ค.ตนจะเดินนำมวลชนเวทีลาดพร้าวไปตามถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก จากนั้นในวันที่ 20 ม.ค. ขอให้พี่น้องร่วมอุดมการณ์ กปปส.จังหวัดต่างๆยกระดับการต่อสู้คู่ขนานไปกับการปฏิบัติที่ กทม. เริ่มจากกปปส.ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. ขอให้ปิดสถานที่ราชการทุกจังหวัด ขอให้ข้าราชการภาคใต้ลุกฮือขึ้นเป็นตัวอย่างให้ข้าราชการภาคอื่น ขอให้ตำรวจภาคใต้อย่าขัดขวางการปิดสถานที่ราชการของมวลมหาประชาชน ส่วนประชาชนภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ หากจังหวัดใดพร้อมปิดสถานที่ราชการ ก็ให้ลุกขึ้นทำพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. แต่ต้องทำโดยสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ตนจะไม่ทอดทิ้งประชาชน แม้จะถึงเวลาหายใจเป็นนาทีสุดท้ายจะไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องแรงขึ้น หนักขึ้น เร็วขึ้น ตั้งแต่วันนี้ให้พวกมันเตรียมนับถอยหลัง มวลมหาประชาชนจะโหมกระหน่ำ ทำทุกอย่างให้มันแพ้ ให้ชัยชนะเป็นของมวลมหาประชาชนให้ได้

19 ม.ค. 2557 01:16 ไทยรัฐ