วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักทหารลืมประชาธิปไตย อียิปต์ถอยหลังเข้าคลอง?

ต้าน รธน.ใหม่  -  กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมหมัด มูร์ซี หลบควันแก๊สน้ำตาที่ทหารยิงเข้าใส่ ใกล้มหาวิทยาลัยไคโรในเขตกิซา ระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับทหาร ซึ่งกลุ่มภราดรภาพมุสลิมของมูร์ซีชี้ว่า “ผิดกฎหมาย” (เอพี)

สัปดาห์ที่แล้ว “อียิปต์” จัดการลงประชามติในรัฐธรรมนูญใหม่ “ฉบับทหาร” หลังเผชิญวิกฤติการเมืองมาตลอด 3 ปีหลัง ซึ่งบางแง่มุมคล้ายคลึงกับไทยแลนด์ของเรา โดยเฉพาะบทบาทของ “ทหาร” และการปฏิเสธ “ประชาธิปไตย” ที่บิดเบี้ยว

วิกฤติอียิปต์เริ่มปะทุช่วงกระแสปฏิวัติดอกมะลิ “อาหรับ สปริง” ตั้งแต่ 25 ม.ค.2554 เมื่อประชาชนลุกฮือขับไล่ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค “จอมเผด็จการ” ผู้นั่งบัลลังก์มา 30 ปีจนต้องสละอำนาจเมื่อ 11 ก.พ.ปีนั้น

ต่อมา 24 มิ.ย. 2555 มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ นายโมฮัมหมัด มูร์ซี ผู้นำขบวนการ “ภราดรภาพมุสลิม” ชนะขาดลอย แต่ไม่นานกลับถูกโจมตีว่าบริหารประเทศล้มเหลวและรวบอำนาจ เร่งรัดร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เน้น “กฎหมายอิสลาม” มากเกินไป ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของสตรีและคนเชื้อชาติศาสนาอื่นๆ

แม้ รธน.ฉบับนี้ผ่านการลงประชามติในเดือน ธ.ค. แต่หลายภาคส่วน รวมทั้งสถาบันศาลยุติธรรม ตำรวจ สื่อฯ นักวิชาการ พรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายซ้าย เสรีนิยม ฝ่ายแยกศาสนาจากการเมือง ชาวคริสเตียนชนกลุ่มน้อย ผนึกกำลังประท้วงใหญ่ขับไล่มูร์ซี จนเกิดการปะทะนองเลือด บ้านเมืองเริ่มลุกเป็นไฟ “กองทัพ” ภายใต้การนำของ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ผบ.ทบ. และรมว.กลาโหม จึงสบช่องก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อ 3 ก.ค.2556

คณะปฏิวัติตั้งรัฐบาลรักษาการ  จับมูร์ซีและแกนนำภราดรภาพฯ หลายร้อยคนดำเนินคดีในหลายข้อหาหนัก กลุ่มภราดรภาพฯ ยังถูกขึ้นบัญชีเป็น “องค์กรก่อการร้าย” กลุ่มผู้สนับสนุนภราดรภาพฯ ที่ลุกฮือประท้วง

ก็ถูกกวาดล้างอย่างเฉียบขาด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย

รัฐบาลรักษาการ และกองทัพตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา 50 คน เกือบทั้งหมดเป็นฝ่ายตัวเอง มีตัวแทนฝ่ายอิสลามสายเคร่งพอเป็นพิธีแค่ 2 คน ก่อนจัดการลงประชามติเมื่อ 14-15 ม.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายภราดรภาพฯ และแนวร่วม “คว่ำบาตร” การลงประชามติครั้งนี้

กองทัพและรัฐบาลตั้งธงล่วงหน้าว่า “ต้องชนะ” เท่านั้น และต้องชนะถล่มทลายด้วย เพื่อใช้อ้างความชอบธรรมว่า “มวลมหาประชาชน” มีบัญชาให้กำจัดนายมูร์ซีและ “ระบอบภราดรภาพฯ” แบบขุดรากถอนโคน ซึ่งผลก็ออกมาตาม “ใบสั่ง” มีผู้โหวตรับประชามติกว่า 90% แม้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิไม่สูงนัก คือเกือบ 40% แต่ก็ยังอ้างได้ว่าสูงกว่าการลงประชามติใน รธน.ฉบับมูร์ซี ซึ่งมีผู้ออกมาใช้สิทธิแค่ 33% และสนับสนุนแค่ 64%

ก็จะไม่ให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร? เพราะก่อนลงประชามติ กลุ่มภราดรภาพฯ และแนวร่วมต่อต้านรัฐบาลอื่นๆ เช่น “พันธมิตรสนับสนุนความชอบธรรมแห่งชาติ” (เอ็นเอเอสแอล)  ถูกกวาดล้างและข่มขู่คุกคามทุกรูปแบบ รวมทั้งมีการออกกฎหมายใหม่ ห้ามชุมนุมเกิน 10 คน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกถึง 3 ปี

รัฐบาลยังใช้กลไกรัฐทุกอย่างโหมรณรงค์ให้ประชาชนโหวต “เยส” ส่วนโทรทัศน์ทั้งของรัฐและเอกชนส่วนใหญ่ก็เข้าข้างรัฐบาล ช่วงก่อนการลงประชามติ รัฐยังระดมตำรวจ 200,000 นายทหารอีกกว่า 160,000 นายออกมาคุมเข้มทั่วประเทศ ป้องกันไม่ให้ใครหืออือ!

แม้ประชามติจะผ่านฉลุย แต่หลายฝ่ายชี้ว่า “รัฐธรรมนูญใหม่” ซึ่งมีทั้งสิ้น 247 มาตรา พยายามยัดบางอย่างเข้าไปให้ถูกใจประชาชน หรืออย่างน้อยไม่ให้ประชาชนต่อต้านมากนัก แต่ยังมีจุดบกพร่องเยอะแยะและไร้ความเป็นประชาธิปไตย ที่สำคัญ “เพิ่มอำนาจให้ทหาร” จนน่าเกลียด

อาทิ มาตรา 204 ระบุว่า พลเรือนที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีบุคลากร สถานที่และทรัพย์สินของกองทัพโดยตรง จะถูกดำเนินคดีในศาลทหาร ส่วนมาตรา 234 ระบุ รัฐมนตรีกลาโหมซึ่งควรมาจากกองทัพ ต้องได้รับการอนุมัติจาก “สภาสูงสุดของกองทัพ” (เอสซีเอเอฟ) ใน 2 สมัยแรกของประธานาธิบดี หรือ 8 ปีข้างหน้า และประธานาธิบดีไม่มีอำนาจตั้ง รมว.กลาโหมเอง นอกจากนี้ ยังระบุให้งบประมาณของกองทัพเป็นความลับ ห้ามหน่วยงานพลเรือนใดๆ ตรวจสอบเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ด้านดีของรัฐธรรมนูญใหม่ก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะให้ประธานาธิบดีและรัฐสภาคานอำนาจกันมากขึ้น โดยระบุเป็นครั้งแรกว่า รัฐสภามีอำนาจจัดการลงประชามติถอดถอนและดำเนินคดีประธานาธิบดีได้ ส่วนประธานาธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ รวมทั้งมหาดไทยและต่างประเทศได้

ในด้านศาสนา มาตรา 2 ระบุว่า อิสลามยังคงเป็นศาสนาประจำชาติ และการออกกฎหมายต่างๆ ต้องยึดหลักการของกฎหมายอิสลาม (ชารีอะ) เป็นหลักใหญ่ แต่ลดความเข้มข้นของการตีความชารี-อะลง ทั้งยังระบุว่า ห้ามพรรคการเมืองใดๆ ก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานด้านศาสนา เพศ เชื้อชาติ หรือภูมิศาสตร์

ด้านสิทธิเสรีภาพ รัฐธรรมนูญใหม่ระบุว่า บุรุษและสตรีต้องเสมอภาคกันในด้านสิทธิพลเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ทั้งยังแจกแจงรายละเอียดเรื่องสิทธิและหน้าที่ของหลายภาคส่วนในสังคม อาทิ นักวิทยาศาสตร์ ชาวประมง ศิลปิน ไปจนถึง “คนแคระ” ว่ามีอะไรบ้าง

แต่ด้วยเหตุที่รัฐธรรมนูญใหม่ให้อำนาจทหารมากขึ้น ฝ่ายต่อต้านจึงชี้ว่า อียิปต์กำลัง “ถอยหลังลงคลอง” กลับสู่ยุคเผด็จการทหารเหมือนสมัยมูบารัค ละทิ้งจุดหมายที่แท้จริงของ “อาหรับ สปริง” หรือการปฏิวัติโดยประชาชน ซึ่งต้องการประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพของแท้มากกว่านี้

ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นกลไกหลักในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภาผู้แทนฯ ในปีนี้ และค่อนข้างแน่นอนว่า พล.อ.อัลซิซี ผู้นำคณะรัฐประหาร จะลงชิงและพิชิตเก้าอี้ประธานาธิบดีได้อย่างไม่ยากเย็น ทำให้ทหารกลับเข้ามากุมอำนาจอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ถึงตอนนั้น มวลมหาประชาชนที่ต่อต้านเผด็จการทหารอาจลุกฮือประท้วงใหญ่ จนลุกลามนองเลือดอีกครั้งเป็น “วัฏจักรอุบาทว์” ที่ฉุดรั้งแดนไอยคุปต์ให้ดำดิ่งสู่ห้วงอเวจีไม่รู้จบ!


บวร โทศรีแก้ว