วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ยังชี้จุดขว้างระเบิดไม่ได้ ขณะรอบทำเนียบฯ แค่สับเปลี่ยนกำลัง

ตร.ยังไม่ชี้ชัด จุดปาระเบิด ต้องรู้ก่อนกระเดื่องตกอยู่ที่เกิดเหตุ จุดใด ชี้ ถ้าปาระเบิดมาจากรถกระบะ อาจถึงเสียชีวิต ส่วนกำลัง ตร.เคลื่อนไหวรอบม็อบ คปท. ยันแค่สับเปลี่ยนกำลัง

วันที่ 18 ม.ค. พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว ผลการตรวจสอบชนิดระเบิด ที่คนร้ายใช้ในคดีขว้างเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ขณะเดินขบวน ผ่านถนนบรรทัดทอง เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า เป็นระเบิดชนิด อาร์จีดี 5 เป็นระเบิดที่ผลิตจากประเทศจีน หรือ ประเทศรัสเซีย และมีรัศมีทำลายล้าง 6 เมตร ซึ่งไม่มีใช้ในราชการของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจุดที่ปาระเบิด ขณะนี้ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ เพราะยังต้องนำกระเดื่องระเบิดของจริง ที่อยู่กับเจ้าหน้าที่ทหาร มาตรวจสอบ เพื่อหาลายนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ และซีเรียลนัมเบอร์ของระเบิด นำไปเทียบเคียงกับเหตุที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งหากรู้ว่า กระเดื่องตกอยู่จุดใดในที่เกิดเหตุ ก็จะสามารถยืนยันได้ ว่า ระเบิดถูกขว้างมาจากทิศทางใด แต่จากคำบอกเล่าของกลุ่มผู้ชุมนุม ระบุว่า เห็นคนร้ายขว้างมาจากอาคารร้างเท่านั้น

ส่วนอาวุธที่ตรวจยึดได้ ภายในอาคารร้างดังกล่าว จากการตรวจสอบ ยืนยันว่า เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน ประเภทบีบีกัน ที่ใช้ในการกีฬา ไม่สามารถประกอบเป็นอาวุธปืนจริง หรือ ใช้ในราชการสงครามได้ เพราะขาดชุดเครื่องลั่นไก และมีวัสดุที่มีส่วนประกอบของพลาสติก โดยจากการตรวจสอบแม็กกาซีนของปืนที่พบ  ก็ไม่สามารถใช้งานกับกระสุนจริงได้ เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า

ขณะที่ พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. กล่าวถึงกรณีคลิปวิดีโอ ที่ระบุว่า คนร้ายปาระเบิดออกมาจากรถกระบะ โดยกล่าวว่า ยังไม่สามารถชี้ชัดได้เนื่องจากต้องรอการตรวจสอบกระเดื่องระเบิด แต่โดยพฤติกรรมของคนร้ายทั่วไปแล้ว หากมีการปาระเบิดในระยะเดียว กับจุดที่อยู่ อาจทำให้เสียชีวิตได้

พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานด้านความมั่นคง เปิดเผย หลังกลุ่มผู้ชุมนุม คปท. มีการระดมมวลชน และสร้างกระแสข่าวว่าจะมีกำลังตำรวจเพิ่มเติมในทำเนียบรัฐบาลว่า กรณีดังกล่าว ยืนยัน เป็นเพียงการสับเปลี่ยนกำลังตามวงรอบเท่านั้น ในทุกจุดที่ตำรวจ มีการวางกำลังดูแลความปลอดภัยสถานที่ ไม่ใช่การเพิ่มกำลัง ตามที่ผู้ชุมนุมเข้าใจ แต่เพื่อเป็นการฟื้นฟูกำลังพล

ส่วนการดูแลความปลอดภัยโดยรอบนั้น ตำรวจยังเน้นการจัดกำลังสายตรวจออกตรวจตามพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังเหตุ แต่ยอมรับว่า มีปัญหาในเชิงปฏิบัติเนื่องจากมีข้อกำจัดในการเข้าพื้นที่บางส่วน ที่ไม่ได้รับความยินยอมจากมวลชน แต่ยืนยัน จะปฏิบัติงานเต็มกำลัง

ตร.ยังไม่ชี้ชัด จุดปาระเบิด ต้องรู้ก่อนกระเดื่องตกอยู่ที่เกิดเหตุ จุดใด ชี้ ถ้าปาระเบิดมาจากรถกระบะ อาจถึงเสียชีวิต ส่วนกำลัง ตร.เคลื่อนไหวรอบม็อบ คปท. ยันแค่สับเปลี่ยนกำลัง 18 ม.ค. 2557 16:49