วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ศศิน เฉลิมลาภ" ฮีโร่หัวใจสีเขียว สืบสานตำนานนักอนุรักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ของไทย

ศศิน เฉลิมลาภ

ทันทีที่เสียงปืนหนึ่งนัดดังก้องในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หลังการตัดสินใจหยิบปืนขึ้นลั่นไกปลิดชีพตัวเองของ “สืบ นาคะเสถียร” หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผืนป่าอนุรักษ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศถึง 3,888,750 ไร่ ภายในเขตจังหวัดอุทัยธานี, ตาก และกาญจนบุรี เมื่อตอนเช้ามืดของวันที่ 1 ก.ย.2533 เพื่อประกาศเจตนารมณ์พิทักษ์ผืนป่าทุกแห่งในประเทศไทย ตำนานนักอนุรักษ์คนสำคัญของประเทศไทยก็ได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมกับการก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และความตื่นตัวครั้งใหญ่ต่อการอนุรักษ์ป่าของสังคมไทย

จนถึงวินาทีนี้ แม้สถานการณ์ของป่าไม้เมืองไทยได้หลุดพ้นจากวิกฤติร้ายแรง แต่ก็ใช่ว่าจะมีอนาคตแจ่มใสอย่างที่วาดหวังกันไว้ เพราะปัจจุบันประเทศไทยเหลือพื้นที่ป่าไม้แค่ 108 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 33.8 ของพื้นที่ทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้เพียง 34 ล้านไร่ โดยปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญคือการบุกรุกทำลายป่าอย่าง ต่อเนื่องของชาวบ้านพื้นถิ่น ส่งผลให้สภาพป่าเสื่อมโทรมอย่างหนัก

ท่ามกลางความเป็นจริงอันน่าสะพรึงกลัว ความหวังเดียวที่พอพึ่งพิงได้คือ การฝากผืนป่าและสัตว์ป่าไว้ในมือของนักอนุรักษ์รุ่นหลัง ที่จะมาช่วยสืบสาน ปณิธานของ “สืบ นาคะเสถียร” โดยหนึ่งในนักอนุรักษ์แถวหน้ายุคใหม่ “ศศิน เฉลิมลาภ” อาจารย์หนุ่มนักธรณีวิทยาที่หันมาสนใจงานอนุรักษ์จริงจัง เปิดใจเล่าถึงเส้นทางขรุขระของชีวิตนักอนุรักษ์ป่าตลอดเวลากว่า 10 ปี ที่ทำงานให้ “พี่สืบ” ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อปกป้องพิทักษ์ผืนป่าของประเทศไทยให้คงอยู่ตราบชั่วลูกชั่วหลาน

จากนักธรณีวิทยาผันตัวมาเป็นนักอนุรักษ์ป่าได้อย่างไร

ผมสนใจงานด้านการอนุรักษ์ตั้งแต่เป็นนักศึกษา กระทั่งเรียนจบธรณีวิทยา จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และทำงานเป็นอาจารย์สอนวิศวกรรมโยธา ที่มหาวิทยาลัยรังสิต 13 ปี ระหว่างนั้นทำงานด้านวิชาการด้วย โดยเป็นคณะกรรมการของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ภายหลังได้รับการชักชวนจาก “อาจารย์รตยา จันทรเทียร” ประธานมูลนิธิฯ ให้เข้ามาช่วยงานเต็มตัว โดยเข้ามาเป็นเลขาธิการมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2546

ทำงานอนุรักษ์มานาน ปัจจุบันสถานการณ์ป่าไม้ประเทศไทยดีขึ้นหรือเลวลง

เราผ่านจุดวิกฤติมาแล้ว ก่อนที่รัฐจะประกาศนโยบายปิดป่า เมื่อปี 2532 เพื่อยกเลิกสัมปทานทำไม้ในพื้นที่ป่าทั้งหมด ตอนนั้นป่าไม้โดนทำลายอย่างหนักจากการสัมปทานของรัฐ แต่กระบวนการป้องกันไม่ค่อยมีอนาคตเท่าไหร่ ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าแค่ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งก็ไม่เพียงพอหรอกพื้นที่เหมาะสม กับขนาดของประเทศควรจะอยู่ที่ 2 ใน 3 เพื่อปกป้องป่าไม้ต้นน้ำลำธารให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานอุ้มซับน้ำบนภูเขาต้นน้ำในภาคเหนือ เพื่อป้องกันน้ำท่วม จากผลสำรวจพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยปี 2552 พบว่า มีพื้นที่ป่าไม้ 171,585.65 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 33.44 ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นจากจุดวิกฤติ แต่ก็ยังเทียบกับปี 2504 ไม่ได้ เพราะมีพื้นที่ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ถึง 53.33% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด

ทำไมพื้นที่ป่ายังลดลงไม่เลิก ทั้งๆที่มีการปิดป่าตั้งแต่ปี 2532


การบุกรุกป่าขยายพื้นที่ทำการเกษตรเชิงเดี่ยวของชาวบ้านในชุมชนป่าดั้งเดิม กลายเป็นปัญหาใหม่ที่ทำลายป่าไม้ในขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนติดขอบชายแดน จังหวัดน่าน, แพร่, ตาก, ตราด และสตูล สิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ หยุดการขยายพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยว ที่มันอยู่กลางป่า และรุกล้ำเข้าไปเรื่อยๆ ตัวการร้ายสุดที่ทำลายป่าไม้เมืองไทยคือ การส่งเสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยวของกลุ่มนายทุนใหญ่ ซึ่งพยายามชี้ให้ชาวบ้านในชุมชนป่าที่เคยปลูกข้าวไร่ทำไร่เลื่อนลอย ได้เห็นว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมันได้กำไรมากกว่า เมื่อรัฐไม่เข้าไปดูแลความเป็นอยู่ของชุมชนเหล่านี้ พวกเขาก็หันมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวกันหมดเพื่อหารายได้เลี้ยงปากท้อง ในบรรดาพืชเชิงเดี่ยว ไม่มีอะไรทำลายป่าเท่ากับการปลูกข้าวโพดเป็นอาหารเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่!! ซึ่งต้องเปิดหน้าดินทั้งหมด ทำให้เกิดการชะล้างหน้าดินและดินพังทลาย ตอนแรกที่ปลูกก็จะกำไรดี โดยชาวบ้านต้องเอาพันธุ์พืช, ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง จากกลุ่มนายทุน พอลงทุนปั๊บก็เป็นหนี้ ปีต่อมาผลผลิตจะลดลง เพราะเป็นการปลูกในพื้นที่ลาดชัน ดินต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ทำให้เป็นหนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรลดลง ภายในเวลาไม่กี่ปีชาวบ้านต้องบุกรุกป่าขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็กลายเป็นวัฏจักรบุกรุกพื้นที่ป่าไม่รู้จบ

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มีบทบาทสำคัญอย่างไรในการตัดวงจรอุบาทว์นี้

พวกเราพยายามเข้าไปทำงานกับชุมชนในผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติรวม 17 แห่ง ในเขตพื้นที่ 6 จังหวัด คือ ตาก, กำแพงเพชร, นครสวรรค์, อุทัยธานี, สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี เนื่องจากเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีอาณาเขตต่อเนื่อง จึงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธารมาก สิ่งที่มูลนิธิฯต้องทำคือ การเป็นตัวกลางทำความเข้าใจกับชาวบ้านในชุมชนป่าตะวันตกเพื่อให้เลิกบุกรุกป่า ซึ่งกระจายกันอยู่มากกว่า 100 จุด มีจำนวนผู้อยู่อาศัยหลายหมื่นคน ขณะเดียวกัน ก็โน้มน้าวให้พวกเขาเปลี่ยนใจจากการปลูกข้าวโพด หันมาทำเกษตรกรรมประเภทอื่นที่เป็นมิตรกับป่า พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่รัฐไม่เข้าไปดูแล ไม่ดูแลทั้งคนและป่า เดิมชาวบ้านพวกนี้ทำกินด้วยการปลูกข้าวไร่ ลักษณะแบบไร่เลื่อนลอย ซึ่งไม่ทำลายป่าเท่ากับการทำไร่ข้าวโพด ปัจจุบันการบุกรุกป่าแถบนี้ขยายวงออกไปเรื่อยๆ พวกเขาบุกรุกไปเยอะจนมันสุดพื้นที่หน้าผาทุกด้าน ไม่เหลือพื้นที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตรแล้ว

ชีวิตของนักอนุรักษ์ต้องกัดฟันต่อสู้หนักหนาขนาดไหน

พื้นเพผมโตมาในเมือง เป็นคนอยุธยา แต่ทุกวันนี้ชีวิตผมมีความหมายขึ้นเยอะ ได้ทำในสิ่งที่รัก คืองานอนุรักษ์ ผมรู้สึกอยากตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน มีความสุขที่ได้เดินทางไปเจอชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ ได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางเปิดอกคุยกับชาวบ้านดีๆ ไม่ใช่เอะอะเรียกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปจับพวกเขา แรกๆก็มีกระแสต่อต้านเยอะ เพราะในสายตาชาวบ้าน นักอนุรักษ์กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็อยู่ข้างเดียวกัน แต่ทุกวันนี้สถานการณ์ดีขึ้นเยอะ เพราะเราส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปฝังตัวทำความคุ้นเคยกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

อะไรคือทางเลือกทางรอดของการปฏิรูปการ อนุรักษ์ป่าในประเทศไทย

ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐสามารถย้ายชาวบ้านเหล่านี้ออกจากพื้นที่ป่า ปัญหาการบุกรุกป่าก็คงหมดไป แต่เอาเข้าจริงๆไม่สามารถทำได้ เพราะเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง!! ทางออกที่ทำได้คือ จะทำยังไงให้ชาวบ้านหยุดขยายพื้นที่บุกรุกป่าด้วยสันติวิธี ทางแก้ระยะสั้นคือต้องทำให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการปกป้องผืนป่า ส่วนระยะยาวต้องหาอาชีพทำกินที่ยั่งยืนเพื่อทดแทนการปลูกข้าวโพดให้พวกเขา

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สร้างความคืบหน้าด้านใดบ้างในการอนุรักษ์ป่า

ทุกวันนี้ 70-80% ของชาวบ้านในชุมชนป่าตะวันตกสามารถอยู่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้อย่างสงบ เท่าที่ติดตามสถานการณ์มาตลอด 4-5 ปี ก็ไม่มีการจับกุมชาวบ้าน, ไม่มีความขัดแย้งรุนแรงระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ และป่าไม้ก็ไม่ลดลง สิ่งที่ต้องลุยต่อไปคือ การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และการส่งเสริมอาชีพทำกินที่ยั่งยืนเพื่อทดแทนการปลูกข้าวโพด เราได้สร้างครอบครัวชุมชนต้นแบบที่จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากวิถีเศรษฐกิจพอเพียงที่ยั่งยืนกว่า ด้วยการปลูกข้าวไร่, เลี้ยง หมู และเลี้ยงปลา มีรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน โดยที่ไม่ต้องลงแรงหนักเท่าการปลูกข้าวโพด ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นต้นแบบของชาวบ้านในชุมชนป่า การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของธรรมชาติเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ของประเทศแถบเขตศูนย์สูตร ซึ่งสามารถหาพันธุกรรมพืชได้มหาศาล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์เป็นยารักษาโรค ถือเป็นมรดกจากป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ ตอนนี้เหลือขุมทรัพย์ที่ต้องไปค้นหาและวิจัยอีกมาก แต่ในเมื่อป่าที่มีพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์เป็นหมื่นๆชนิด กำลังถูกแทนที่ด้วยข้าวโพด ก็คงไม่มีอะไรเหลือให้ลูกหลานแล้ว นี่คือปัญหาใหญ่ ไม่ใช่ปัญหาของคนเดินถือขวานเข้าไปตัดไม้!!

แบกภาระหนักอึ้งขนาดนี้ ได้พลังใจจากไหนไม่ให้ถอดใจหนี

การทำงานอนุรักษ์ต้องเผชิญกับอุปสรรคเยอะมาก ต้องใช้พลังใจเยอะเพื่อไม่ให้ถอดใจ อุดมการณ์และความตั้งใจแน่วแน่ของ “พี่สืบ” ทำให้ผมมีกำลังใจต่อสู้ การทำงานของนักอนุรักษ์เต็มไปด้วยความเสี่ยงรอบด้าน เราต้องยืนหยัดความเชื่อต่อไป ต้องหาที่มั่นยึดให้แน่นๆ “พี่สืบ” ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อปกปักรักษาผืนป่านี้ไว้ แต่ผมโชคดีกว่าเยอะ และไม่กดดันถึงขั้นต้องฆ่าตัวตาย แล้วทำไมจะเลิกทำล่ะ “พี่สืบ” เคยบอกว่าทำมากที่สุดแล้ว ทำดีที่สุดแล้วในชีวิต!! ในความรู้สึกผม ตอนนี้ผมไม่ได้โดดเดี่ยวแบบ “พี่สืบ” เพราะพอพูดถึงเรื่องการอนุรักษ์ป่า มีคนเห็นด้วยตั้งเยอะ ฉะนั้น ผมจะยึดคำของ “พี่สืบ” เป็นหลัก เราต้องทำเต็มกำลัง, ไม่หวาดหวั่นอุปสรรค และต้องแน่วแน่กล้าหาญ

ความฝันสูงสุดของนักอนุรักษ์ป่าคืออะไร


อยากให้คนในป่าเป็นมิตรกัน และชาวบ้านไม่ขยายพื้นที่บุกรุกป่าด้วยสันติวิธี คนไหนออกนอกกติกา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ต้องจับกุม อยากให้มีแนวทางที่ไปสู่ความยั่งยืนของอาชีพที่เป็นมิตรกับป่า นี่คือความสำเร็จสูงสุด สิ่งที่ทำอยู่คือการสร้างต้นแบบของชุมชนการเกษตรแบบพอเพียงในพื้นที่ป่า ขณะเดียวกัน ก็ต้องปรับปรุงสวัสดิการและสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งเป็นหน่วยลาดตระเวนปกป้องผืนป่าที่เสียสละที่สุด อีกด้านหนึ่งคือ การปฏิรูปการทำงานของกรมป่าไม้ โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชัน, การซื้อขายตำแหน่ง, การหาผลประโยชน์ในพื้นที่ของตัวเอง และการแทรกแซงของนักการเมือง อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐมีความกล้าหาญในการทำหน้าที่ของตัวเอง เช่น กรมอุทยานแม่วงก์ ก็ต้องกล้าที่จะออกมาพูดว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์มีผลกระทบเลวร้ายต่อป่าที่ตัวเองดูแลอยู่อย่างไร ไม่ใช่ปิดปากเงียบ!!

แม้จะผ่านไปกว่าสองทศวรรษ แต่ความเสียสละของ “สืบ นาคะเสถียร” ก็ยังเป็นแสงไฟที่ไม่เคยดับมอด โดยได้รับการเติมเชื้อไฟจากนักอนุรักษ์รุ่นหลังผู้เป็นความหวังของสังคมไทย.

 

ทีมข่าวหน้าสตรี

ทันทีที่เสียงปืนหนึ่งนัดดังก้องในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หลังการตัดสินใจหยิบปืนขึ้นลั่นไกปลิดชีพตัวเองของ “สืบ นาคะเสถียร” หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ... 18 ม.ค. 2557 13:06 18 ม.ค. 2557 13:11 ไทยรัฐ