วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มสาวรั้ว มทร.ธัญบุรี รวมพลัง "ตั้งจิตบูชาพระคุณครู" ปั้น "ศิษย์ดี" สู่สังคม

โดย

“ทุ่มเทเพื่อศิษย์ จากจิตวิญญาณของครู แสงเทียนเพื่อการเรียนรู้ ยังสู้ยังส่องเรื่อยมา ให้ศิษย์ถึงฝั่ง ด้วยแรงหวังแรงศรัทธา เหนื่อยกายและใจทว่าเป็นสุขอยู่ทุกนาที”

เนื้อหาบทเพลง “รางวัลของครู” บางเสี้ยวบางตอนซึ่งหลายคนได้ฟังแล้วคงต้องคิดถึงคุณครู

แม้จะผ่านพ้นกันไปแล้วกับการจัดงานวันครูประจำปี 2557 ภายใต้คำขวัญ “เทิดพระเกียรติทั่วหล้า กตัญญูบูชา แม่และครูแห่งแผ่นดิน”

แต่ “นายว้าก” ฐานะศิษย์มีครูขอถือโอกาสกราบคารวะครูผู้มีพระคุณ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ส่งลูกศิษย์ลูกหาให้ถึงฝั่งฝันทุกๆคน

และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่ยังคงอบอวลของงานวันครูเลยขอชะแว้บพาไปชมกิจกรรมสร้าง สรรค์ของบรรดาหนุ่มๆ สาวๆ ชาวรั้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ตั้งจิตบูชาพระคุณครู” เนื่องในโอกาสวันครู 16 ม.ค.2557 ที่ผ่านมา

ว่าแล้วอย่ามัวเสียเวลา ไปฟังหัวเรือใหญ่ผู้ซึ่งเป็นทั้งครูและผู้บริหาร รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวถึงอาชีพที่ถูกเปรียบเป็นเรือจ้างว่า “ตลอดอายุการทำงาน 28 ปี อยู่ในสายวิชาชีพครูมาตลอดเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์ มุ่งมั่นในการเรียนการสอน ต้องมีความรู้และพัฒนาตัวเองตลอด มีความเสียสละทั้งกายใจ มีจิตอาสา หวังเพียงเพื่อให้ลูกศิษย์เป็นคนดี ทุกวันนี้สังคมให้ความคาดหวังกับอาชีพครูมาก เพราะครูเป็นพ่อแม่คนที่ 2 ที่จะบ่มเพาะให้ลูกศิษย์เป็นคนดี ดังนั้นจึงขอเป็นกำลังใจให้ครูและนักศึกษาที่จะออกไปประกอบวิชาชีพครูทุกคนต้องมีสติ มีวินัยครองตนและตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของความเป็นครู”

ฟังคนที่เป็นครูไปแล้วหันมาฟังเสียงของลูกศิษย์กันบ้าง เริ่มที่ “นิค” จตุรงค์ อินทรสาด ปี 3 สาขาครุศาสตร์ไฟฟ้า นายกสโมสรนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เผยความในใจว่า “ในอนาคตต้องออกไปประกอบอาชีพในสายครู เมื่อมาเรียนสายนี้ทำให้เข้าใจคุณครูมากขึ้นว่าเวลาที่นักเรียนไม่ตั้งใจเรียนความรู้สึกของคุณครูเป็นอย่างไร จิตวิญญาณของครู ต้องเข้าใจลูกศิษย์ของตนเอง เนื่องจากลูกศิษย์ต่างมีที่มาต่างกัน คนเป็นครูต้องรักในวิชาชีพนี้จริงๆ และในฐานะของลูกศิษย์ที่มีครูขอสำนึกในพระคุณครู บูชาพระ–คุณของครูทุกคนทั่วประเทศไทย และขอส่งกำลังใจให้คุณครูที่ปฏิบัติงาน ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย”

“ข้าวฟ่าง” ศิริขวัญ กองสิน ปี 2 สาขาวิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม บอกว่า “เนื่องจากมีแม่และยายเป็นแบบอย่างในการประกอบวิชาชีพครู นอกจากความรู้ที่ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์แล้ว ยังคอยอบรมขัดเกลาจิตใจ ให้คำปรึกษาเป็นพ่อแม่คนที่สอง สั่งสอนปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ครูถือเป็นผู้ให้ ถ้าไม่มีครูตนเองไม่สามารถอ่านออกเขียนได้จนถึงทุกวันนี้ อยากให้ทุกคนเชื่อฟังครู ตั้งใจเรียนเหมือนที่คุณครูตั้งใจสอน”

ขณะที่หนุ่มมาดเข้ม “แสง” ธีรพงศ์ แสงเจริญ ปี 4 สาขาครุศาสตร์เครื่องกล สานต่อกันทันทีว่า “ตอนเรียนมัธยมต้น ครูท่านหนึ่งสอนว่า การเป็นครูได้สอนนักเรียนถือเป็นอะไรที่มีความสุข ยิ่งเมื่อได้เห็นนักเรียนที่สอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีงานทำยิ่งรู้สึกดี และคำพูดนี้เองจึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองมาเรียนสายครู และยิ่งได้ออกไปสังเกตการสอนก่อนออกฝึกสอนปีการศึกษาหน้า รู้สึกว่าเป็นจริงอย่างที่คุณครูพูด ความรู้สึกภาคภูมิใจ ถ้าคนในสังคมเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีคุณครู สังคมคงมีแต่ความวุ่นวาย เพราะแต่ละคนเกิดมาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่เมื่อมาโรงเรียนมีคุณครูคอยอบรมให้ความรู้ จึงทำให้สังคมน่าอยู่”

ฟากฝั่งสาวหน้าใส “แอม” ภัท-ทิรา นพศรี ปี 3 สาขาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์ ยิ้มหวานก่อนเอ่ยเสียงดังฟังชัดว่า “คนเราจะมีความรู้ได้ และประเทศจะพัฒนาขึ้นได้นั้น ทุกคนต้องเรียนหนังสือ และบุคคลที่สำคัญที่สุด คือ คุณครู เพราะเป็นอาชีพที่สร้างคนหนึ่งคนให้มีความรู้ เป็นอาชีพที่พิเศษ เพราะคนที่จะประกอบอาชีพนี้ได้ต้องมีความอดทนสูง มีความรู้ และสามารถนำความรู้มาถ่ายทอดด้วยการสอน สอนอย่างไรให้คนเข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้  ยกตัวอย่าง คุณครูที่ให้ความรู้ให้กับนักเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นอกจากจะต้องเก่งแล้ว ยังต้องมีอุดมการณ์ ยอมเสียสละเสี่ยงต่อภัยรอบตัว ถ้าขาดครูที่มีความเสียสละเด็กๆใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คงจะไม่ได้เรียนหนังสือแน่”

ปิดท้ายที่ “กลอฟ์” วัชระ บุญกระจ่าง ปี 3 สาขาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์ ร่วมแจมว่า “คนหนึ่งคนที่สามารถสอนคนเป็นสิบเป็นร้อยเป็นพัน เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดต่อไป ถือเป็นผู้ที่มีพระคุณต่อตัวเรา เพราะว่าท่านเสียสละทุกอย่าง ทำทุกวิธีให้คนหนึ่งคนเข้าใจในสิ่งที่ถูกที่ควร เป็นอีกหนึ่งวิชาชีพที่มีบทบาทมากที่สุด ก่อนที่จะเป็นหมอต้องมีคุณครูสอนหมอ ก่อนจะเป็นทหาร ตำรวจต้องมีคุณครูสอน ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่มีครู ซึ่งกว่าที่จะเข้ามาศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้ต้องผ่านการสอนมาจากครูหลายคน และจะปฏิบัติตนให้ดีอย่างที่คุณครูทุกท่านได้พร่ำสอนมา”

ครูแม้จะไม่ใช่พ่อแม่ที่ให้กำเนิดหรือเกี่ยวพันทางสายเลือดโดยตรง แต่ก็เป็นคนที่พร้อมมอบวิชาความรู้ทั้งหมดให้กับศิษย์ โดยไม่หวังสิ่งอื่นตอบแทน

เพียงต้องการให้ลูกศิษย์เติบโตเป็นคนดีของสังคมไทย แค่นี้ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจและความสุขใจของคนเป็นครู

แล้วทุกวันนี้เราได้ทำดีอย่างที่ “คุณครู” ท่านตั้งความหวังหรือยัง...?


นายว้าก

18 ม.ค. 2557 11:49 ไทยรัฐ