วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"สมาคมตำรวจ" ออกโรง เคียงข้างองค์กรถูกย่ำยี "ตำรวจเกลียดผู้ชุมนุมไม่ได้"

กว่า 100 วันในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลท่ามกลางความอึดอัดและกดดันของคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้ที่ทำหน้าที่รักษากฎหมาย รักษากฎกติกาและรักษาความ มั่นคงภายในประเทศต้องทำงานหนักขึ้น

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้แสดงให้เห็นความตั้งใจที่แน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง

เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายได้ใช้ความอดทน อดกลั้นอย่างสูงสุด ไม่ใช้ความรุนแรงตอบโต้กลุ่มผู้ชุมนุม


ยอมแม้จะเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพื่อสยบความวุ่นวายรุนแรงจากความแตกแยกของคนในชาติ

ตำรวจไม่ได้มองผู้ชุมนุมเป็นศัตรูแม้จะถูกแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมปราศรัยโจมตีขับไล่มาโดยตลอดการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่แสดงกิริยาเหยียดหยามองค์กรตำรวจอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พฤติกรรมผู้ชุมนุมบางคนย่ำยีสัญลักษณ์ของตำรวจที่ติดตั้งอยู่ที่ ตร. และ บช.น.เป็นสิ่งที่ไม่สมควร บุกรุกพื้นที่ราชการ บางคนใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

อาจมิใช่การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และอาจเป็นพฤติกรรมตรงข้ามกับคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระที่รับรองการชุมนุม

เป็นเหตุสำคัญที่บั่นทอนกำลังใจตำรวจที่ปฏิบัติการตามหน้าที่และกฎหมายโดยปราศจากอาวุธ ความสูญเสียทั้งที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความอดทน อดกลั้น ยอมเป็นโล่มนุษย์ให้ถูกกระทำย่ำยี ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ใช้โล่ กระบอง ป้องกันตัวตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ตั้งรับอยู่ในที่ตั้งอย่างยอมจำนนเพื่อรักษาสถานที่ราชการ

ไม่คิดตอบโต้เกินกว่าเหตุ ทั้งที่ๆกฎหมายและรัฐธรรมนูญได้ให้ สิทธิอำนาจในการป้องกันตนได้

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นผู้นำบริหารจัดการภายใต้สถานการณ์วิกฤติ ท่ามกลาง ความจำกัดของเครื่องมือเครื่องใช้กำลังพล และกฎหมายที่ไม่ได้รองรับการชุมนุม ใช้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของหน่วย ร่วมกันรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีขององค์กรตำรวจ

ป้องกัน “คนนอก” หรือกลุ่มมือที่ 3 คิดสร้างสถานการณ์รุนแรงเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดๆที่เข้ามาทำให้สถาน-การณ์ประเทศบอบช้ำ องค์กรอิสระที่คอยหาช่องทำลายความชอบธรรมของกฎหมาย เล่นงานเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงยืนหยัดรักษากฎหมายเพียงลำพังด้วยคำว่า...หน้าที่

ยึดพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ขอทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด


แม้ขณะนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ จะอยู่ในสภาพที่ถูกกดดันอย่างหนักในฐานะ  ผบ.ตร. ที่ต้องปกป้องคุ้มครองชีวิตลูกน้องที่ทุ่มเทเสียสละทำหน้าที่รักษากฎหมาย และ ผอ.ศอ.รส.ที่ต้องประคับประคองสถานการณ์ชุมนุมไม่ให้ไปสู่เป้าหมายความรุนแรง

พล.ต.อ.อดุลย์ แน่วแน่มั่นคงในหน้าที่ของตำรวจ ทำให้คนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจและเห็นใจตำรวจ

“สมาคมตำรวจ” ซึ่งเป็นอดีตตำรวจเก่า ที่ได้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ได้เห็นการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างยอมทนเห็นสภาพองค์กรตำรวจถูกป้ายสีอย่างไม่เป็นธรรม

ทุกคนเดินหน้าออกมาปกป้ององค์กรตำรวจ วิงวอนให้ส่วนราชการอื่นและประชาชนที่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ร่วมมือกับตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการทุกจังหวัด เรียกร้องประชาชนที่รักความสงบและประชาธิปไตยร่วมแรงร่วมใจรักษาความสงบเรียบร้อยของชาติอย่างพร้อมเพรียงกันตามหน้าที่ ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช นายกสมาคมตำรวจเปิดใจถึงความรู้สึกสถานการณ์ตำรวจในช่วงนี้ว่า

“มีความรู้สึกในฐานะที่เป็นตำรวจเห็นใจตำรวจทุกคนที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุม ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ประจำของตำรวจ เห็นใจตำรวจ ผู้ปฏิบัติที่ต้องอดทนกับกลุ่มผู้ชุมนุมบางคนที่ใช้ความรุนแรง เพราะการที่มาเป็นตำรวจไม่มีสัญญาว่าตำรวจไม่ต้องป้องกันตัวเอง เอาตัวตำรวจเป็นโล่มนุษย์ให้เป็นเครื่องระบายอารมณ์โกรธแค้นของกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้ตอบโต้ ขณะที่กฎหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันตัวเองพอสมควรแก่เหตุได้ แต่รัฐบาลขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลดอาวุธ”

“ทั้งที่ปกติคนร้ายไม่กล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะมีอาวุธปืนมีกฎหมายดำเนินคดีคนที่กระทำผิด ขณะที่รัฐบาลห้ามม็อบทำร้ายตำรวจไม่ได้ ตำรวจได้รับการถ่ายทอดจากผู้บังคับบัญชาสืบทอดกันมา คนร้ายที่ยิงต่อสู้ตำรวจเสียชีวิตต้องจับตัวมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นตำรวจคนอื่นจะต้องตายเพราะความเหิมเกริมไม่กลัวตำรวจที่มีอาวุธ การสั่งตำรวจไม่พกอาวุธกับกลุ่มม็อบบางคนที่ใช้ความรุนแรงไม่ต่างกับการมัดมือชก เพราะไม่ใช่สถานการณ์ชุมนุมโดยสงบ”


“ช่วงนี้ตำรวจเหน็ดเหนื่อย สนองต่อนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของประชาชน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะรัฐบาลมีนโยบายอะลุ่มอล่วยไม่ใช้อาวุธในการควบคุมการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายใช้โล่ กระบองป้องกันตัวเองตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ตั้งรับอยู่ในที่ตั้งไม่ยอมจำนนเพื่อรักษาสถานที่ราชการที่เป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตำรวจ ไม่ได้กระทำการเกินกว่าเหตุ จนเป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งที่แกนนำผู้ชุมนุมเป็นผู้กระทำผิด แต่ ผบ.ตร.ใช้การประคับประคองไม่ต้องการให้เป็นเงื่อนไข ผู้ชุมนุมพยายามใช้วิธีทางกฎหมายเข้ามาดำเนินการ แต่แกนนำผู้ชุมนุมกลับปลุกระดมให้ผู้ที่มาชุมนุมเกลียดชังตำรวจ ทั้งที่ตำรวจต้องเสี่ยงชีวิตดูแลความปลอดภัยกลุ่ม

ผู้ชุมนุมจากฝีมือกลุ่มมือที่ 3 มาทำให้เหตุรุนแรงเข้าสู่เป้าหมาย ตำรวจถูกทำร้าย กดดัน อย่างหนัก”

นายกสมาคมตำรวจ ย้ำอีกว่า “สถานการณ์ขณะนี้ตำรวจอดทนอดกลั้นจนถึงที่สุด อะไรจะเกิดขึ้น เพราะไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลตำรวจต้องทำหน้าที่รับใช้รัฐบาล ถ้าไม่ทำรัฐบาลมีอำนาจปลดได้ แต่ให้ตำรวจเข้าข้างผู้ที่กระทำความผิด ไม่จับกุมเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะให้ผู้รักษากฎหมายไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่เข้าข้างช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ได้ เหมือนการ “ฆ่าตัวตาย” ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตนให้เต็มที่ ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย ไม่ทำให้สังคมบิดเบือน เป็นหน้าที่ของนักกฎหมาย นักวิชาการ และข้าราชการ ช่วยกัน ขณะนี้สังคมบิดเบือน คนใช้คำว่าประชาธิปไตยที่เกินเลยส่งผลสะท้อนผู้รักษากฎหมาย ให้ผู้บังคับใช้กฎหมายได้ไม่เต็มที่ เพราะเกรงถูกเล่นงานจากองค์กรอิสระที่มองในเรื่องสิทธิมนุษยชนเกินกว่ากฎกติกาสังคม “ตำรวจ เสียทั้งขึ้น ทั้งล่อง” ขณะนี้ ผู้ชุมนุมไม่พอใจตำรวจที่ทำหน้าที่ รักษากฎหมาย แต่อีกไม่นานคงมีสติเห็นความจำเป็นของตำรวจที่ต้องทำหน้าที่รักษากฎกติกา”


“ตำรวจไม่พกอาวุธ แสดงให้เห็นว่า ตำรวจมีวินัย เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา แต่ผู้ชุมนุมบางกลุ่ม กระทำเกินไปบุกรุกสถานที่ราชการ ตัดน้ำ ตัดไฟ  ใช้กำลังขัดขวางไม่ให้ข้าราชการทำงาน ถ้ามีข้าราชการหรือพี่น้องที่อยู่ใน  กทม.แจ้งความ ตำรวจต้องดำเนินการ เพราะหน้าที่ไม่ต่างจาก กกต.ที่มีหน้าที่ จัดการเลือกตั้ง ข้าราชการมีหน้าที่อะไรก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มกำลัง ขอให้มองตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมาย ไม่ใช่คนของฝ่ายไหน ตำรวจทุกคนได้ทุ่มเทเต็มที่ วิงวอนผู้ชุมนุมอย่าทำร้ายเหยียดหยามตำรวจที่ทุ่มเททำหน้าที่รักษากฎหมายบ้านเมือง ไม่เห็นมีนักวิชาการ องค์กรอิสระ นักสิทธิมนุษยชน และนักกฎหมายคนไหนคิดปกป้องกฎหมายบ้านเมือง”

“ขอร้องประชาชนทุกฝ่าย ขณะที่ด่าว่าตำรวจ มีคนถูกทำร้าย ทรัพย์สินสูญหายใครเดือดร้อน ก็เรียกใช้บริการตำรวจ เพราะตำรวจมีหน้าที่ที่ต้องรับใช้ประชาชนทั้งที่กระทำผิดกฎหมาย มีการระดมกำลังตำรวจทั่วประเทศมาดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม ระวังไม่ให้มือที่ 3 มาเกี่ยวเพื่อให้บานปลาย ตำรวจเกลียดชังผู้ชุมนุมไม่ได้ เพราะทุกคนคือประชาชน ขอให้เข้าใจตำรวจ ถ้าทุกคนคิดเอาใจเขามาใส่ใจเราก็จะไม่มีใครเกลียดชังตำรวจ ตำรวจส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ตำรวจมีชีวิตมีครอบครัว เป็นชั้นประทวน ซึ่งสมควรได้รับความเห็นใจจากสังคม ชาวบ้านส่วนใหญ่ เห็นใจความอดทนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำหน้าที่รักษากฎหมาย ให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจทุกคนมีหน้าที่ต้องทำ”


สภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมพิสูจน์ให้เห็นความทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เพราะหน้าที่ตำรวจคือผู้รักษากฎหมาย กติกาสังคม

ไม่ว่าจะถูกกระทำหยามเหยียดขนาดไหนตำรวจก็เป็นคนไทยที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ อยู่เหนือภารกิจใดๆทั้งหมด.

 


ทีมข่าวอาชญากรรม

18 ม.ค. 2557 11:09 ไทยรัฐ