วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กบฏบวรเดช

โดย บาราย

หลังการเป็นแกนนำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง วันที่ 24 มิ.ย. 2475 พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนาก็ต้องนำกำลังทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2476 และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันรุ่งขึ้น

ณรงค์ พ่วงพิศ เรียบเรียงเรื่องกบฏบวรเดชไว้ในสารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย (เล่ม 1 อักษร ก.) ฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า

ต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น... เริ่มมาจากรัฐบาล และสภาผู้แทนฯ เกิดความแตกแยกกันอย่างรุนแรง เนื่องจากเค้าโครงการเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ถูกค้านว่ามาจากแนวคิดคอมมิวนิสต์


แรงกดดันข้อหาคอมมิวนิสต์ รัฐบาลต้องผ่อนคลายด้วยการส่งหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ออกไปนอกประเทศ เมื่อเดือน เม.ย.2476

เมื่อพลเอกพระยาพหลฯ เป็นนายกก็เรียกตัวหลวงประดิษฐ์กลับไทย เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2476 หลังมีการซักฟอกข้อหาคอมมิวนิสต์กันในสภาฯ ก็ให้ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีลอย

บทบาทรัฐบาลพลเอกพระยาพหลฯ สร้างกระแสไม่พอใจให้เกิดขึ้นกับคนหลายกลุ่ม คณะทหาร เรียกตัวเองว่า คณะกู้บ้านกู้เมือง นำโดยนายพันเอกพระยาสิทธิสงคราม (ดิ่นท่าราบ) และนายทหารตั้งแต่ระดับนายพันถึงนายร้อยเอก รวมหลายสิบคน

นายทหารระดับนายพลที่เข้าร่วมด้วย เป็นนายทหารที่ถูกปลดประจำการไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เริ่มแต่พลตรีพระยาเสนาสงคราม (ม.ร.ว.อี๋ นพวงศ์) พลตรีพระยาจินดาจักรรัตน์ (เจิม อาวุธ) พลตรีพระยาทรงอักษร (ชวน ชวนะลิขิตกร)

คณะทหารกู้บ้านกู้เมืองหารือกันแล้ว ตกลงให้นายพลเอกพระองค์เจ้าบวรเดชฯ เป็นหัวหน้า วันที่ 11 ตุลาคม 2476 เริ่มต้นด้วยการประกาศยึดเมืองนครราชสีมาเป็นฐานที่มั่น

พลเอกพระองค์เจ้าบวรเดชฯปราศรัยที่ศาลาร่วมเริงใจ ในกรมทหารโคราชว่า การนำหลวงประดิษฐ์มนูธรรม เจ้าของเค้าโครงเศรษฐกิจ สังคมนิยมมาเข้าร่วมรัฐบาล เป็นสิ่งที่คณะกู้บ้านกู้เมืองยอมรับไม่ได้

แต่สิ่งที่ร้ายแรงยิ่งไปกว่า ก็คือรัฐบาลพระยาพหลฯ ปล่อยให้คนดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากนั้นพลเอกพระองค์เจ้าบวรเดชฯ ก็เคลื่อนกำลังทหารทางรถไฟ แวะหยุดรับหน่วยทหารจากสระบุรีสมทบ เช้าวันที่ 12 ตุลาคม ก็ถึง ดอนเมือง ซึ่งขณะนั้น หลวงพันเอกพระยาสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ) นำทหารคณะกู้บ้านกู้เมือง จากอยุธยามายึดกรมอากาศยานดอนเมืองรอท่าไว้แล้ว

กองบัญชาการคณะกู้บ้านกู้เมืองตั้งขึ้นที่ดอนเมืองเรียบร้อย ก็ยื่นคำขาดให้รัฐบาลปฏิบัติตาม 6 ข้อ...ดังต่อไปนี้

1.ต้องจัดการทุกอย่างที่จะอำนวยให้ประเทศสยามมีพระมหากษัตริย์ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ

2.ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งและถอดถอนคณะรัฐบาล ต้องเป็นไปโดยเสียงข้างมากในสภา มิใช่ทำโดยการจับอาวุธ

3.ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ต้องอยู่นอกการเมือง เว้นแต่ผู้อยู่ในตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่อยู่ในการเมืองโดยตรง

ตำแหน่งฝ่ายทหารตั้งแต่ผู้บัญชาการทหารบก ทหารเรือลงไป ต้องไม่มีหน้าที่ในการเมือง

4.การแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งราชการ จักต้องถือคุณวุฒิ ความสามารถเป็นหลัก ไม่ถือเอาความเกี่ยวข้องทางการเมืองเป็นความชอบ หรือเป็นข้อรังเกียจในการบรรจุหรือเลื่อนตำแหน่ง

5.ผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 รัฐบาลต้องถวายรายชื่อผู้เหมาะสมจำนวนหนึ่งแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงเลือกตามจำนวนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

6.การปกครองกองทัพบกจะต้องมีหน่วยผสมตามหลักยุทธวิธี เฉลี่ยอาวุธสำคัญแยกกันไปประจำตามท้องถิ่น มิให้กำลังส่วนใหญ่อยู่เฉพาะแห่งใดแห่งหนึ่ง

รัฐบาลไม่ฟังคำประกาศคณะกู้บ้านกู้เมือง พระยาพหลฯ แต่งตั้งพันโทหลวงพิบูลสงคราม  (แปลก ขีตตะสังคะ) เป็นผู้อำนวยการปราบปรามคณะกู้บ้านกู้เมือง

การสู้รบระหว่างทหารสองฝ่ายเกิดขึ้นที่สมรภูมิหลักสี่ เขตบางเขน วันที่ 15 ตุลาคม ฝ่ายกู้บ้านกู้เมืองแพ้ หนีไปตั้งหลักที่นครราชสีมา กองทหารรัฐบาลติดตามไปโจมตีไม่ลดละ

25 ตุลาคม 2476 นายพลเอกพระองค์– เจ้าบวรเดช หัวหน้าคณะกู้บ้านกู้เมืองต้องเสด็จลี้ภัยไปประเทศกัมพูชาโดยเครื่องบิน

วันรุ่งขึ้น...ทหารฝ่ายกู้บ้านกู้เมืองก็ยอมจำนน สถานการณ์สู้รบจึงยุติลง.


OบารายO

18 ม.ค. 2557 09:03 ไทยรัฐ