วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใครรับผิดชอบ

ใครรับผิดชอบ

  • Share:

รู้อยู่แล้วว่าปัญหารออยู่ข้างหน้าแต่ก็ยังดันทุรังไม่ฟัง เสียงใคร เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ยิ่งนานเข้ายิ่งเห็นภาพชัดว่าเป็นฝีมือของใครกันแน่ไม่ต่างกับปี 53 แต่จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้เหตุการณ์ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงเริ่มปรากฏชัดเจนแล้ว แม้กระทั่งกลางวันแสกๆยังมีการขว้างระเบิดใส่ผู้ชุมนุม กปปส.ระหว่างเคลื่อนขบวนรณรงค์ให้คนกรุงเทพฯ ออกมาร่วมชุมนุม

ณ ถนนบรรทัดทองกลางเมืองหลวงแท้ๆยังกล้าทำร้ายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน เพื่อหวังข่มขู่หวาดกลัว

เพราะ “กำนันสุเทพ” เป็นผู้นำขบวนด้วยตัวเอง

หลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบบนตึกร้างพบอาวุธและอุปกรณ์ต่างๆเป็นจำนวนมากเป็นการเตรียมการที่จะก่อเหตุอย่างชัดเจน

คงไม่ต้องถามว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นใคร ไม่ใช่มือมืด ไม่ใช่มือที่ 3

แต่เป็น “มือที่ทราบฝ่าย” แน่ชัดและมีเป้าหมายเพื่อต้องการสนับสนุนรัฐบาลที่ถูกแรงกดดันไปรอบด้าน

นี่เป็นเหตุรุนแรงที่ชัดแจ้งไม่นับการก่อเหตุในหลายๆจุดของผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงกลางดึก

ผลที่เกิดขึ้นมาอย่างนี้ฝ่ายไหนชอบใช้ความรุนแรง

รัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงจะทำอย่างไร เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องรักษาความสงบและดูแลพี่น้องประชาชน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอดแต่จับคนร้ายไม่ได้สักราย

งานนี้ไม่ต้องอ้าง “มือที่ 3” กันแล้ว

การเมืองที่เผชิญหน้ากันทุกวันนี้มันกำลังขยายปมกว้างขึ้นไปเรื่อยๆฝ่ายหนึ่งต้องการรักษาอำนาจทุกวิถีทาง โดยไม่ฟังเสียงประชาชนที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

และเพื่อให้การปฏิรูปเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีนักการเมืองต้นตอสำคัญของปัญหาเข้ามาเกี่ยวข้องจึงขอให้นายกฯ และ ครม.ลาออกจากรักษาการ

มันเป็นเหตุเป็นผลในตัวของมันอยู่แล้ว

ที่ไม่ยอมกันก็เพราะกลัวจะหมดอำนาจ โดยเฉพาะ “คนแดนไกล” ที่บัญชาการให้ต่อสู้ทุกรูปแบบอย่างที่เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้ “หากตัวเขาไม่มีความสุข ใครก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข”

ยิ่งเวลานี้ผลประโยชน์ในประเทศไทยแทบจะไม่มีแล้ว ฉะนั้นอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่มีอะไรจะเสีย มีแต่บรรดาเครือข่ายในประเทศยังนั่งอยู่บนกองผลประโยชน์หากไม่ร่วมต่อสู้ก็จะต้องถูกเช็กบิลแน่

พูดง่ายๆว่าเป็นผลประโยชน์ระหว่างนอกประเทศกับในประเทศ

จึงไม่ต้องแปลกใจที่เครือข่ายในประเทศจะต้องพยายามต่อสู้ทุกรูปแบบตามคำสั่งไม่ได้คิดถึงชาติบ้านเมือง ไม่ได้คิดถึงประชาชนแม้แต่น้อย

นอกจากพยายามใช้อำนาจรัฐเล่นงานฝ่ายตรงข้ามและหาความชอบธรรมเพื่อสนองแนวทางไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 หรือการปฏิรูปทั้งๆที่รู้ดีว่ามันมีปัญหา

เหนืออื่นใดเนื่องจากความผิดพลาดเชิงนโยบายโดยเฉพาะการรับจำนำข้าวได้ปรากฏผลให้เห็นแล้วก็คือไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนาจนต้องลุกขึ้นมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลหาเงินมาจ่าย

ทว่าเมื่อไม่มีเงินก็เกิดแรงสะท้อนกลับอย่างที่เห็นๆกันอยู่

ขณะที่ ป.ป.ช.ก็ออกมาชี้แล้วว่าการดำเนินรับจำนำข้าวไม่สุจริต อดีตรัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็ถูกกล่าวโทษเป็นโขยง

แม้แต่นายกฯ ก็ถูกชี้เป้าสั่งสอบเพราะ “รู้แล้วแต่เพิกเฉย” เพราะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงแม้จะมอบหมายงานให้รัฐมนตรีไปแล้วก็ตาม

จะมารับแต่ชอบแต่ไม่รับผิดคงไม่ได้

หากไล่เรียงจากการบริหารประเทศมา 2 ปีกว่าๆอะไรเป็นอะไร อะไรทำอะไรไม่ทำ ประชาชนส่วนใหญ่ได้รู้ได้เห็นจนเกิดความรู้สึกยอมรับไม่ได้

เหตุการเมืองที่เกิดขึ้นมันจึงเป็นอย่างนี้!!!


ลิขิต จงสกุล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้