วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุเทพหลั่งน้ำตาแฉเหยื่อบึมเป็น 'ผู้หญิง' นับสิบ

ค้นเจอ‘อาวุธ’ในตึกร้าง‘มท.2’อ้างมีคนหมั่นไส้

มือมืดปาบึมใส่ขบวน กปปส.ระหว่าง “สุเทพ” นำขบวน กปปส.เดินเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมชัตดาวน์กรุงเทพฯ ที่ถนนบรรทัดทอง การ์ดผวารีบกันตัวออกจากพื้นที่ เหตุการณ์ชุลมุนลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล สารวัตรทหารเข้าตรวจสอบอาคารร้างซอยจุฬาฯ 6 พบปืนเอ็ม 16 แยกชิ้นส่วน พร้อมวิทยุสื่อสารและข้าวของเครื่องใช้ หลังเกิดเหตุแกนนำ กปปส.ถกเครียดประเมินท่าทีหลายรอบ เล็งปรับแผนเคลื่อนไหว ใช้มาตรการ  รปภ.เข้มข้น ผบ.ตร.ชี้เป็นระเบิดลูกเกลี้ยง ยันทำคดีเต็มที่ ศูนย์เอราวัณเผยยอดผู้บาดเจ็บพุ่ง 36 ราย จ่อออกหมายจับมือปาระเบิดวังสวนผักกาด เชื่อพวกเดียวกับกลุ่มปาบ้าน “มาร์ค” ด้านแกนนำทุกเวทีเดินสายปิดสถานที่ราชการทั่วกรุง

จากการที่กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) เดินหน้าชัตดาวน์กรุงเทพฯ และมีการดาวกระจายปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง เพื่อไม่ให้ทำงานและเข้าร่วมกับ กปปส.และล่าสุดมีการยกระดับโดยประกาศจัดทีมตามล่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะที่เกิดเหตุการณ์ยิงและปาระเบิดทุกคืนในหลายจุดนั้น

นายกฯหารือประเมินสถานการณ์

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 17 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม  เมืองทองธานี ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศอ.รส. นายพงศ์เทพ  เทพกาญจนา รองนายกฯ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ชัตดาวน์กรุงเทพฯต่อเนื่องเป็นวันที่ 5

นายกฯให้สื่อนอกสัมภาษณ์พิเศษ

ต่อมาเวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปิดโอกาสให้สำนักข่าวต่างประเทศ 15 แห่งสัมภาษณ์พิเศษ อาทิ ซีเอ็นเอ็น เอพี บีบีซี รอยเตอร์ เอเอฟพี อัลจาซีราห์ บลูมเบิร์ก ใช้เวลาทั้งสิ้น 45 นาที โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ว่า ถ้าการเลือกตั้งสามารถผ่านไปได้ เชื่อว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองจะจบลงเร็วขึ้น โดย กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง รัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุน ยืนยันการเลือกตั้งต้องเดินต่อไป และถ้าวันที่ 2 ก.พ.ได้ ส.ส.ไม่ครบ ตามกฎหมายก็ให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน รอจนกว่าจะครบจำนวนก็จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ลั่นไม่ลาออกจนกว่าได้นายกฯใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ชุมนุมที่ออกมาประท้วงส่วนใหญ่พูดถึงครอบครัวของนายกฯ และมองว่าเป็นตัวปัญหา ทำไมนายกฯจึงไม่ลาออกเพื่อให้ปัญหาจบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ต้องทำหน้าที่รักษาการนายกฯจนกว่าจะได้คนใหม่เข้ามา อยู่ดีๆลาออกไม่ได้ การเลือกตั้งคือวิธีที่ดีที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ถ้าไม่ชอบคณะรัฐมนตรี  ไม่ชอบนายกฯ ก็ต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะทำให้สถานการณ์ต่างๆจบลงได้ ถ้าไม่ไปเลือกตั้งก็ไม่เป็นประชาธิปไตย ฝั่งผู้ชุมนุมเองก็ไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นนายกฯ เพราะไม่มีการชูใครขึ้นมา วิธีการที่ดีที่สุดในเวลานี้ ตนจึงพยายามที่จะเปิดเวทีการปฏิรูปประเทศควบคู่ไปด้วยเพื่อที่จะให้ประเทศเดินหน้าต่อไป

โอดครอบครัวตกเป็นเหยื่อ

เมื่อถามว่าครอบครัวของนายกฯมีบทบาทสำคัญและอยู่เป็นศูนย์กลางความโกรธในกรุงเทพฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ที่พูดถึงนั้นคือแค่กลุ่มคนกลุ่มเดียว คุณยังไม่ได้ถามกลุ่มคนกลุ่มอื่นที่เลือกตนเข้ามา ครอบครัวเป็นเหยื่อ ไม่มีใครอยากมายืนตรงนี้แล้วให้คนมาเกลียดทุกวัน แต่เราต้องรักษาประชาธิปไตย และอยากเห็นการจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเลือกปรึกษาใคร และมีการปรึกษากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ไม่ได้ปรึกษา พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ปรึกษาทีมรองนายกฯที่ทำงานอยู่ร่วมกัน และฝ่ายความมั่นคง

ชี้ปฏิวัติไม่ช่วยแก้ปัญหา

เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าสถานการณ์ขณะนี้จะเกิดสงครามกลางเมือง และนำไปสู่การปฏิวัติ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า อยากให้คนไทยคำนึงถึงเรื่องดังกล่าว และช่วยกันรักษาบรรยากาศ ถ้ามีการปฏิวัติก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร รัฐบาลจะพยายามทำดีที่สุดคือการรักษาความสงบ โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ห้ามใช้กำลังกับผู้ชุมนุม และไม่ให้มีการใช้อาวุธ เพราะไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย วันนี้ ก็ไม่ได้ปิดโอกาสพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกปปส. แต่ข้อเรียกร้องของ กปปส.วันนี้ ไม่สามารถทำได้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

สมช.คาดยืดเยื้อถึงวันเลือกตั้ง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า เท่าที่ประเมินการชุมนุมจะยืดเยื้อจนถึงวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. และโดยส่วนตัวยอมรับว่ามีความกังวลถึงการสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 ที่อาจจะมาจากทั้ง 2 ฝ่าย หรือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จะร่วมกันตั้งจุดตรวจเพิ่มเติมในพื้นโดยรอบการชุมนุม อาทิ แยกหลักสี่ โลตัส แจ้งวัฒนะ แยกตึกชัย สะพานหัวช้าง สวนเบญจสิริ สน.พหลโยธิน

“ประชา”ขู่ฟัน ขรก.ร่วมม็อบ
ต่อมาเวลา 13.40 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การชุมนุมที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และแกนนำ 58 คน ที่ศาลอาญาออกหมายจับข้อหากบฏมีโทษถึงประหารชีวิต ตามมาตรา 215 กรณีการร่วมกันมั่วสุ่มก่อให้เกิดความวุ่นวาย ความผิดดังกล่าวบุคคลที่รับโทษไม่ได้มีแค่นายสุเทพและแกนนำ แต่ร่วมผู้ชุมนุมด้วย ดังนั้น หากปรากฏบุคคลที่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนการชุมนุม ขึ้นเวทีปราศรัย เดินขบวนปิดล้อม และบุกยึดสถานที่ราชการ ทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย มีโทษร้ายแรงทางอาญาและมีความผิดทางวินัยด้วย

จ่อหมายจับมือบึมวังสวนผักกาด

เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง  ผบ.ตร.กล่าวว่า พนักงานสอบสวน  สน.พญาไท เตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาลอาญา ขออนุมัติออกหมายจับ 2 ผู้ต้องสงสัย ปรากฏตามภาพวงจรปิดบริเวณหน้าวังสวนผักกาด หลังเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดสังหาร ชนิดเอ็ม 26 เข้าไปในวังสวนผักกาด เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา จากการตรวจสอบเชื่อว่าผู้ก่อเหตุคดีนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุขว้างระเบิดใส่บ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯเนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุและหลักฐานที่พบจากสะเก็ดระเบิดเป็นชนิดเดียวกัน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะผ่านการฝึกการใช้ระเบิด เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดระบุชัดเจน มีการขว้างในลักษณะของผู้ชำนาญ ระเบิดชนิดนี้มีใช้ในราชการทั้งทหารและตำรวจ  แต่จากกระเดื่องที่พบมีการลบหมายเลขของระเบิดทิ้ง ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 2 คดีนี้ จะเป็นบุคคลกลุ่มใดนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่ยอมรับว่าระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุหาซื้อได้ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านกำชับให้ฝ่ายสืบสวนขยายผล และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว  จากนี้ไปตำรวจต้องเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของสายตรวจและการตั้งจุดตรวจให้มากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณสถานที่ราชการ บ้านพักบุคคลสำคัญ และใกล้เคียงสถานที่ชุมนุม

รถยนต์เสียหาย–ไร้คนเจ็บ

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ รอง ผบช.น. และโฆษก บช.น.กล่าวถึงกรณีมีคนร้ายก่อเหตุขว้างวัตถุต้องสงสัยเสียงดังคล้ายระเบิดเข้าไปที่พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้ยินเสียงคล้ายระเบิด ตรวจสอบพบว่าพื้นลานจอดรถเป็นรอยหลุมกว้างประมาณ 12 ซม. ลึก 4 ซม. และมีรถยนต์ทะเบียน ศค 3023 กรุงเทพมหานคร เสียหายกระจกแตก  สน.พญาไท  ได้รับคำร้องทุกข์ดำเนินคดีในข้อหา กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น เบื้องต้นทราบว่า มีชาย 2 คน ขี่จักรยานยนต์แบบผู้หญิง ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น ทะเบียน มาตามถนนศรีอยุธยา จากด้านแยกมักกะสันมุ่งหน้าแยกพญาไท ในช่องทางคู่ขนาน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนนั่งซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อก ใส่เสื้อแจ็กเกต สีเข้มแขนยาว ลงจากรถมายืนบนเกาะกลางถนนแล้วขว้างวัตถุคล้ายระเบิดเข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุแล้วหลบหนีไปทางแยกพญาไท แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน

รอผลสอบ 3 ลูกประดู่พกปืน

พล.ต.ต.อดุลย์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีจับ 3 ทหารเรือ พกพาอาวุธปืนท้องที่ สน.นางเลิ้ง ว่า หน่วยงานต้นสังกัดคือ กองทัพเรือ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวน เมื่อทราบผลจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในหน้าที่หรือไม่อย่างไร ในส่วนนี้กองทัพเรือจะเป็นผู้ดำเนินการ บช.น.ได้ทำหน้าที่ในเรื่องของการสอบสวนดำเนินคดี ทหารกระทำความผิด จะต้องขึ้นศาลทหาร ส่วนกรณีที่ทหารเรือได้ปิดล้อม สน.นางเลิ้ง ขณะส่งตัวนั้น เป็นการไปให้กำลังใจเพื่อนเท่านั้น ไม่ได้มีลักษณะที่เป็นการปิดล้อม ตำรวจได้ประสานกับทหารกองทัพเรือตั้งจุดร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อการสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว เบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่เกี่ยวข้องกับเหตุปะทะบริเวณสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง

ตั้งด่านตรวจร่วมเพิ่มเป็น 16 จุด

รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า บช.น. ได้รับคำสั่งจาก ศอ.รส. ให้จัดกำลังตรวจร่วมตำรวจและทหารในจุดปฏิบัติการมวลชน เพิ่มเติมจากเดิม 10 จุด เป็น 16 จุด เริ่มปฏิบัติตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ดังต่อไปนี้ 1.แยกหลักสี่ 2.สน.พหลโยธิน 3.แยกตึกชัย 4.สะพานหัวช้าง 5.คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 6.แยกเพลินจิต 7.แยกวิทยุ 8.แยกอังรีดูนังต์ 9.แยกจุฬา ซอย 9/12 10.สวนเบญจศิริ 11.หน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ 12.หน้ากรมการขนส่งทางบก 13.หน้าสวนสันติภาพ (ถนนราชวิถี) 14.แยกราชปรารภ 15.ถนนสีลมตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 16.หน้า มศว.ประสานมิตร (ถนนรัชดาภิเษก)

“มาร์ค” ชี้ทุกฝ่ายห่วงแรง

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางมาทิลด้า บ็อกเนอร์ ผู้แทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคณะ ซึ่งได้รับการร้องขอจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้เข้ามาตรวจสอบความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ยังได้นำนางมาทิลด้า และคณะไปดูสภาพความเสียหายของร้านกาแฟหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกราดยิงด้วย จากนั้นนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นางมาทิลด้าเป็นห่วงต่อปัญหาความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ตนได้บอกว่าทุกฝ่ายเป็นห่วง แต่อยากให้ติดตามข้อเท็จจริงเรื่องการใช้ความรุนแรงที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่การชุมนุมด้วย เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการใช้ปืน ระเบิด ใช้ความรุนแรงกับนักการเมืองที่เป็นฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่องเป็นขบวนการและเป็นระบบ

แฉรัฐบาลล็อบบี้ ตปท.แทรก

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเพื่อให้เข้าใจจุดยืนของพรรค แต่ที่เป็นห่วงคือ หลังจากได้พบทูตานุทูตและหลายๆคน ยังไม่เข้าใจกระแสที่ผู้ชุมนุมต่อต้านต่างชาติ จึงอธิบายว่ามาจากตัวนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ที่มักบิดเบือนคำแถลงของประเทศต่างๆให้คนเข้าใจว่าต่างประเทศเลือกข้างเพื่อเป็นประโยชน์ในทางการเมือง ทั้งนี้ได้เตือนไปว่าต้องค้นหาข้อมูลรอบด้าน การที่รัฐบาลพยายามดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศนั้นทำกันอย่างเป็นกระบวนการ มีการล็อบบี้ด้วย

ตั้งข้อสังเกตมือป่วนย่ามใจ

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงเหตุปาระเบิดที่วังสวนผักกาด บ้านพัก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอย่างต่อเนื่องว่า รัฐบาลไม่ได้แสดงท่าทีเดือดร้อนใจอะไร ซึ่งตนได้กำชับสมาชิกพรรคให้ระวังตัวเองอย่าประมาท แต่ไม่มีใครยอมจำนนกับการใช้วิธีการแบบนี้แน่นอน ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยก็จะทำเท่าที่ทำได้ เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่จะมีส่วนรู้เห็นอำนวยความสะดวกให้คนร้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนหวังว่าไม่ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมกล้าทำขนาดนั้น เหมือนกับรู้ว่าจะไม่ถูกจับ จึงอยากให้รัฐบาลมีท่าทีที่ชัดเจนว่าอยากเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยและคุ้มครองสวัสดิภาพทุกคน

ยิง–ปาบึมเวทีห้าแยกกลางดึก

ด้านเหตุการณ์การก่อความวุ่นวายสถานที่ในการชุมนุมนั้น เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 ม.ค. บริเวณที่ชุมนุมเวทีห้าแยกลาดพร้าว เกิดเสียงประทัดยักษ์และเสียงปืนดังขึ้นหลายครั้ง บริเวณจุดกลับรถถนนพหลโยธิน หน้าธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ ใกล้จุดที่การ์ด กปปส.ตั้งด่านตรวจก่อนเข้าพื้นที่ชุมนุม และบริเวณสะพานยกระดับข้ามแยกลาดพร้าว ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้บนเวทีต้องหยุดการแสดงลงและประกาศให้ผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การ์ดได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยบาดเจ็บที่มือขวา 1 ราย และเหนือคิ้วซ้าย 1 ราย หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลราชวิถี แต่อาการไม่สาหัส แพทย์เย็บแผลแล้วให้กลับบ้าน โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์เห็นรถเก๋งสีดำขับจากสวนจตุจักรมาเลี้ยวรถกลับหน้าธนาคารทหารไทยแล้วเกิดเสียงปืนดังหลายนัด และมีเสียงคล้ายระเบิด 2 ครั้ง และ มีคนเห็นมอเตอร์ไซค์ 3 คัน วิ่งจากแยกสุทธิสารมาตามถนนวิภาวดีรังสิตถึงใกล้สถานที่ชุมนุมแล้วยิงปืนใส่หลายนัด ก่อนขี่รถหลบหนีไป

บุกปิดกรมอุทยานให้ ขรก.กลับ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. พร้อมด้วยนายสุชาติ ศรีสังข์ นำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนรถบรรทุก 10 ล้อ และรถกระบะหลายสิบคันไปปิดการทางพิเศษฯ โดยวิ่งไปตามถนนพหลโยธิน เมื่อถึงหน้ากรมอุทยานแห่งชาติ พบว่ายังมีข้าราชการทำงานอยู่ แต่ประตูใหญ่ด้านหน้าถูกปิดคล้องโซ่ไว้ นายอิสสระจึงให้รถบรรทุกจอดขวางกดดันให้เปิดประตูขอเข้าไปตรวจสอบ พร้อมขู่จะพังประตูเข้าไป แต่นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ออกมารับหน้าและให้ รปภ. เปิดประตู  นายอิสสระจึงให้มวลชนทั้งหมดเข้าไปอยู่รอบตึกกรมป่าไม้ แต่ห้ามเข้าตัวอาคารและห้ามทำลายทรัพย์สินทางราชการพร้อมชี้แจงว่าที่ต้องบุกเข้ามาเพราะบอกจะหยุดทำงานแต่ยังมา จึงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ด้วยการตัดน้ำตัดไฟและให้กลับบ้าน จากนั้นได้เข้าไปตรวจสอบที่กรมอุทยานฯ ซึ่งอยู่ด้านหลังอาคารกรมป่าไม้ พร้อมกับประกาศให้ข้าราชการกลับบ้าน และให้ตัดน้ำตัดไฟทันที ทำให้ข้าราชการพากันเก็บของทยอยขับรถเดินทางออกไป

เมินปลาตายตัดน้ำไฟกรมประมง

จากนั้นในช่วงเย็น นายสุชาติ ศรีสังข์ นำผู้ชุมนุมไปจอดรถบรรทุกขวางประตูทางเข้าออกกรมประมงเรียกร้องให้หยุดทำงานรับใช้รัฐบาล  จากนั้นได้ตัดไฟและใช้โซ่คล้องกุญแจล็อกประตูทางเข้าออก โดยนายนพดล ภูวพานิช ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด ได้พยายามชี้แจงว่าการตัดไฟจะส่งผลกระทบกับอะควาเรียมพันธุ์ปลาน้ำจืดและปลาหายากจำนวนมาก หากใช้เครื่องปั่นไฟสำรองต้องใช้น้ำมันจะอยู่ได้ไม่นาน แต่นายสุชาติไม่ยอมและให้กรมประมงไปแก้ปัญหาเอง จากนั้นได้เปิดประตูให้ข้าราชการนำรถส่วนตัวทยอยวิ่งออกไป และให้ตัวแทนผู้ชุมนุมเดินเข้าไปสำรวจตามตึกต่างๆ ว่ายังมีคนทำงานหรือไม่ ก่อนให้คล้องโซ่ปิดทางเข้าออกทุกประตู

บุกกรมอุตุฯห้าม รมว.ไอซีทีเข้า

ส่วนความเคลื่อนไหวของเวที กปปส.ราชประสงค์ ภายหลังจากเกิดเหตุตามจุดชุมนุม ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมา การ์ดได้ช่วยกันนำกระสอบทรายและแผ่นเหล็กขนาดใหญ่มาตั้งเป็นบังเกอร์ ตามจุดต่างๆ โดยรอบเวทีราชประสงค์เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์เหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมรวมทั้งผู้สื่อข่าวจะต้องถูกการ์ดตรวจค้นทั้งกระเป๋าถือรวมทั้งสัมภาระอย่างละเอียด ส่วนบนเวทีทางการ์ดได้นำไฟบาซูกาที่ใช้ส่องตามอาคารสูงต่างๆ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีผู้ไม่หวังดีแอบแฝงอยู่บนอาคาร เช่นเดียวกับร้านค้าที่ก่อนหน้านี้เคยเข้ามาตั้งร้านขายอาหาร สินค้าต่างๆบริเวณใกล้กับด้านหลังเวที ได้ถูกย้ายออกไปจากพื้นที่อีกด้วย ต่อมาช่วงบ่ายนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส นำมวลชนไปที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติภายในกรมอุตุนิยมวิทยา เข้าพบนายวรพัฒน์ ทิวถนอม อธิบดีกรมอุตุฯ เพื่อขอว่า อย่าให้ รมว.ไอซีทีเข้ามาใช้พื้นที่ในการทำงาน

ยิงปืนป่วนเวทีแจ้งวัฒนะ

เมื่อเวลา 09.00 น. หลวงปู่พุทธะอิสระ นำมวลชนขึ้นรถออกเดินทางจากเวทีชุมนุม กปปส.ศูนย์ ราชการแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าไปยังภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเรียกร้องให้ทหารทุกคนหยุดการปฏิบัติหน้าที่แล้วมาร่วมชุมนุม จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานที่ดิน และสำนักงานสรรพากร สาขาปากเกร็ด จ.นนทบุรี แต่ปรากฏว่าสำนักงานสรรพากรได้ปิดทำการแล้ว จึงได้เคลื่อนขบวนกลับ ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. มีกลุ่มรถตู้และรถจักรยานยนต์ประมาณ 30 คัน เคลื่อนตัวมายังปากทางซอยแจ้งวัฒนะ 14 โดยไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใด และมีเสียงปืนดังขึ้น 5-6 นัด สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านที่เดินอยู่ในบริเวณดังกล่าว ต่างวิ่งหลบหาที่กำบังกันโกลาหล จากนั้น กลุ่มรถตู้และรถจักรยานยนต์ได้เคลื่อนตัวกลับไป

ทหารตั้งบังเกอร์กันปะทะ

เวลา 11.00 น. บรรยากาศพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.บริเวณคลองประปาถึงซอยแจ้งวัฒนะ 14 ตึงเครียด ภายหลังมีรถมอเตอร์ไซค์และรถตู้ พร้อมรถขยายเสียงของคนเสื้อแดงพยายามจะเข้ามาประท้วงกลุ่ม กปปส.ให้ยุติการชุมนุม เพราะทำให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการรถตู้เดือดร้อน มีการบีบแตร บิดคันเร่งส่งเสียงดังย่านปากซอยแจ้งวัฒนะ 14 ห่างจากการดูแลของการ์ด กปปส. 100 เมตร และมีเสียงปืนดังขึ้น ทำให้กลุ่มรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างและรถตู้แตกกระเจิงขับหนีไปทางปากเกร็ด ทางด้านทหาร ร.1พัน. 2 ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ และตั้งบังเกอร์บนเกาะกลางถนนกันไม่ให้มีการปะทะของทั้งสองฝ่าย หลังเหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 30 นาที ไม่พบมีผู้บาดเจ็บก่อนทั้งสองฝ่ายต่างแยกถอยห่างออกจากกัน กลุ่ม กปปส.ตั้งด่านแรกอยู่บริเวณด้านซอยแจ้งวัฒนะ 14 ด่านที่สองคือปากซอยแจ้งวัฒนะ 12 และตั้งด่านย่อยอีกหลายด่าน ส่วนกลุ่มคู่กรณีได้สลายตัวกลับไปก่อนจะมีเสียงดังคล้ายประทัดดังมาจากด้านปากเกร็ดหนึ่งครั้ง การ์ดจึงสั่งให้ผู้ชุมนุมและนักข่าวหลบเข้าหลังบังเกอร์

การ์ดเพิ่มมาตรการคุมเข้ม

ต่อมานายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ กปปส.ได้นำมวลชนกลุ่มสหภาพรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พร้อมมวลชนจำนวนหนึ่งมาสมทบกับผู้ชุมนุมที่แจ้งวัฒนะที่มีจำนวนบางตามากกว่าทุกวัน ภายหลังเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นช่วงสาย ได้มีกำลัง ศอ.รส.ทหาร ตำรวจ เข้าควบคุมสถานการณ์โดยตั้งเต็นท์อำนวยการร่วมบริเวณด้านหน้าห้างโลตัส สาขาแจ้งวัฒนะ พร้อมตั้งกระสอบทรายทําบังเกอร์บริเวณเกาะกลางถนนใต้สะพานข้ามแยกคลองประชาหน้าห้างโลตัสเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะขึ้นอีก จากนั้นหลวงปู่พุทธะอิสระ แถลงว่าสถานการณ์ในพื้นที่ชุมนุมไม่น่าไว้วางใจ มีกลุ่มรถ จยย. และรถตู้กว่า 50 คัน พร้อมอาวุธเข้ามาก่อกวน โดยยิงปืนเข้าใส่การ์ดอาสา 6 นัด อาจจะต้องระงับกิจกรรมการเคลื่อนไหวในภาคบ่ายลง เพื่อรักษาที่ตั้งและดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ การ์ดได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ปิดการจราจรในพื้นที่ชุมนุม ตั้งแต่ซอยแจ้งวัฒนะ 12 ถึง บ.ทีโอที รวมถึงมีการวางกำลังตามจุดต่างๆอย่างแน่นหนาโดยเฉพาะบริเวณซอยแจ้งวัฒนะ 12

เดินสายปิดสรรพากรเขต

เวลา 11.00 น. นายสกลธี ภัททิยะกุล และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 2 แกนนำเวทีอโศก นำผู้ชุมนุมขึ้นรถสองแถวประมาณ 15 คัน มุ่งหน้าไปปิดสำนักงานสรรพากร ที่ตั้งอยู่ในอาคารไทม์สแควร์ ใกล้กับเวทีชุมนุมแยกอโศก โดยมีผู้จัดการตึกและผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพฯ เขต 13 ต้อนรับและพาขึ้นไปปิดสำนักงานจำนวน 3 ชั้น จากนั้นเคลื่อนขบวนไปที่สำนักงานสรรพากรเขต 12 ใช้โซ่เหล็กปิดล็อกประตูสำนักงาน ก่อนเคลื่อนขบวนต่อไปพักรับประทานอาหารที่ด้านหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย ช่วงบ่ายไปที่กรมอุตุนิยมวิทยา เขตบางนา สำหรับบรรยากาศตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่านมีพนักงานบริษัทและประชาชนออกมาให้กำลังใจเป่านกหวีดด้วย

บุกคุรุสภาขวางพิมพ์บัตรเลือกตั้ง

เวลา 13.00 น. นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนโดยรถยนต์ไปโรงพิมพ์คุรุสภา ถนนลาดพร้าว เพื่อระงับยับยั้ง และขัดขวางการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่หยุดงาน พร้อมเชิญชวนให้ออกมาร่วมการชุมนุม โดยนายถาวรกล่าวว่า ได้สืบทราบมาว่านายสมมาตร์ มีศิลป์ ผอ.คุรุสภา มีคดีทุจริตติดตัว มากกว่า 10 คดี แต่ยังได้รับการสรรหามารับตำแหน่งอีก ทั้งๆที่ไม่มีสิทธิ์ ผิดคุณสมบัติอย่างสิ้นเชิง สำหรับหน่วยงานนี้ได้ถูกจ้างวานพิมพ์บัตรเลือกตั้ง และจากการตรวจสอบพบว่าการกระทำต่างๆส่อแววในทางที่ทุจริต เพราะจำนวนคนที่มี สิทธิเลือกตั้ง 19 ล้านคน แต่มีการพิมพ์บัตรทั้งหมด 90 ล้านใบ ใช้งบสูงถึง 50-60 ล้านบาท ทั้งที่ปกติใช้เพียง 10 ล้านบาท ที่สำคัญยังพบว่าหน่วยงานดังกล่าวไม่มีประสบการณ์ในการพิมพ์บัตรที่ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง มีแนวโน้มว่าอาจจะมีการทำบัตรปลอมเกิดขึ้นได้

คปท.บุกปิดเอ็กซิมแบงก์

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ช่วงสายนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. ได้มวลชนจำนวนหนึ่งจากเวทีชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก เดินไปปิดธนาคารเพื่อส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) สำนักงานใหญ่ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี แบงก์) และสำนักงานสรรพากรที่ 4 กรุงเทพฯ อาคารปิยวรรณทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน เนื่องจากเชื่อว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง และผู้บริหารกระทรวงการคลัง มาอาศัยสำนักงานเป็นสถานที่ทำงาน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดการทำงานและออกจากตึกภายใน 20 นาที ไม่เช่นนั้นจะทำการตัดน้ำตัดไฟ ทำให้ผู้บริหารต้องรีบประกาศหยุดทำงานและรีบเดินทางกลับบ้าน ทั้งนี้หัวหน้าการ์ด คปท.ให้หยุดงานปิดที่ทำการเป็นเวลา 5 วัน

กปท.บุกปิดกรมทรัพยากรธรณี

ด้านกลุ่ม กปท.และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล นำมวลชนเดินทางไปปิดล้อมกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเปิดให้ข้าราชการทยอยเดินออกมาด้านนอก จากนั้นมีการนำโซ่คล้องประตูและจัดการ์ดอาสาจำนวน 20 คน เข้าตรวจตราพื้นที่ภายในว่ามีข้าราชการทำงานหรือไม่ ปรากฏว่าส่วนใหญ่ทยอยออกเกือบหมดแล้ว คงเหลือเพียงข้าราชการของศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย ปฏิบัติหน้าที่อยู่ โดยแจ้งกับการ์ดว่าหน่วยงานดังกล่าวมีหน้าที่เฝ้าระวังภัยพิบัติธรรมชาติ ดินถล่ม แผ่นดินไหว มีความจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เฝ้าศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทางการ์ดได้อนุญาตให้ทำงานอยู่ภายในตึก ส่วนที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีการคล้องโซ่ประตู ทำให้เจ้าหน้าที่แตกตื่น รีบปีนประตูรั้วด้านหน้าออกมาอย่างทุลักทุเล

“สุเทพ” นำเดินสี่พระยาสุรวงศ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นำผู้ชุมนุมเวทีสวนลุมพินีเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมกับ กปปส. โดยใช้เส้นทางเดินแยกศาลาแดงเลี้ยวขวาถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุรวงศ์ เลี้ยวขวาเข้าถนนนเรศ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสี่พระยาเพื่อเลี้ยวขวาเข้าถนนมหานคร และเลี้ยวขวาเข้าถนนพระรามที่ 4 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบรรทัดทอง แยกเจริญผล และเลี้ยวขวาเข้าถนนพระรามที่ 1 ผ่านหลังเวทีปราศรัยแยกปทุมวัน ไปยังเวทีแยกราชประสงค์ ซึ่งมีประชาชน พนักงานบริษัทห้าง ร้าน ออกมาทักทายกับนายสุเทพและผู้ชุมนุมจำนวนมาก พร้อมบริจาคเงิน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของการ์ดที่คล้องแขนเป็นกำแพงให้ขบวนเดินปลอดภัย ทั้งนี้ เมื่อขบวนถึงหน้าสถานีตำรวจนครบาลบางรัก ถนนนเรศ ขบวนได้หยุดเดินประมาณ 10 นาที เนื่องจากพบว่ามีผู้ชุมนุมรายหนึ่งถูกก้อนหินตกจากที่สูงใส่ ตรวจสอบพบว่ามีคนอยู่บนอาคารอพาร์ตเมนต์ข้างสถานีตำรวจนครบาล บางรัก จึงให้การ์ดขึ้นไปตรวจสอบและเดินขบวนต่อไป ขณะเดียวกันมีครูโรงเรียนอนุบาลจิดาภา ถนนมหานคร นำนักเรียนออกมาต้อนรับนายสุเทพ

มือมืดปาบึ้มหัวขบวนเจ็บอื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ขบวนเดินผ่านถนนบรรทัดทอง ก่อนถึงแยกเจริญผลประมาณ 50 เมตร เกิดเหตุระเบิดขึ้นข้างกำแพงสังกะสีของอาคารร้าง ส่งผลให้มีผู้ชุมนุมที่กำลังเดินอยู่หัวขบวนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลายคนถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ มีเลือดไหลเป็นทาง ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมที่อยู่หัวขบวนต่างอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเกิดความวุ่นวายซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ห่างกับจุดที่นายสุเทพกำลังเดินประมาณ 100 เมตร จากการตรวจสอบพบว่าแรงระเบิดทำให้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ตฉ 3679 กรุงเทพมหานคร ที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียงใช้เป็นรถนำขบวนและเป็นรถของนายโกวิท ธารณา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับความเสียหายที่ข้างตัวรถด้านขวามีรอยสะเก็ดระเบิด และหลังเกิดเหตุมีการลำเลียงผู้บาดเจ็บไปส่งยังโรงพยาบาลต่างๆ ขณะที่ผู้ชุมนุมคนอื่นที่อยู่ในขบวน รวมทั้งนายสุเทพก็เดินผ่านจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว พร้อมแหงนหน้ามองตึกร้างดังกล่าวด้วย จากนั้นการ์ดได้นำตัวนายสุเทพออกจากพื้นที่ในทันที

ทหารรุดตรวจพบกระเดื่อง

นอกจากนี้ มีการระดมการ์ดนับร้อยคน ทุบกำแพงสังกะสีเพื่อเข้าไปค้นตึกร้างดังกล่าวเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งแต่ละคนหาเศษไม้ เหล็กเป็นอาวุธ ซึ่งในระหว่างนั้นก็ยังมีเสียงปืนดังเป็นระยะๆ อย่างไร ก็ตาม พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ตำแหน่งรองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ นำกำลังสารวัตรทหารเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนที่ พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 จะเข้าไปดูที่เกิดเหตุเช่นกัน ซึ่งการ์ดตรวจสอบบนอาคารร้างพบเหล็กลักษณะคล้ายกระเดื่องระเบิด มีตัวเลขสลักไว้ว่า “48 -88 Y3Pr m-2” และได้มอบให้ทหารนำไปตรวจสอบต่อไป

เจอชิ้นส่วนเอ็ม 16 พร้อม ว.

หลังเกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมการ์ด กปปส.ได้เข้าไปตรวจสอบตึกร้างทุกตึก ในซอยจุฬาซอย 12 ที่ล้อมรั้วสังกะสี รอการปรับปรุงพื้นที่ โดยที่อาคารร้าง 3 ชั้น เลขที่ 849/21 ซอยจุฬา 6 ตรงข้ามทางเข้าประตูหลังสนามศุภชลาศัย การ์ด กปปส.พบอาวุธปืนสงคราม และวิทยุสื่อสารจำนวนหนึ่ง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปตรวจสอบ พร้อมเชิญผู้สื่อข่าวแต่ละสำนักเข้าไปบันทึกภาพทีละช่อง โดยชั้นล่างของอาคารดังกล่าว บริเวณทางเข้าเป็นประตูกระจก แปะสติกเกอร์ข้อความว่า “ศูนย์ประสานงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หจก.ยอดเทพประทาน บริเวณทางขึ้นบันไดชั้นที่ 2 พบปืนเอ็ม 16 ถูกแยกชิ้นส่วนวางเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะไม้ โดยมีวิทยุสื่อสาร 4 เครื่อง มีดสปาร์ตายาว 1 ฟุต 1 เล่ม และหมวกแก๊ปสีแดงปักอักษร ชุดปฏิบัติการจู่โจม 1 ใบ วางอยู่ด้วย นอกจากนี้การ์ด กปปส.ตรวจสอบที่ชั้น 2 พบเสื้อผ้าผู้ชายแขวนบนราวเหล็กกว่า 10 ชุด และยังพบบัตรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ y.t.p.อีก 6 ใบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารแจ้งว่า จะประสานตำรวจ สน.ปทุมวัน ให้มาร่วมตรวจสอบ และเก็บปืนเอ็ม 16 รวมทั้งอุปกรณ์ทั้งหมดที่พบไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดระบุว่า ระเบิดที่ใช้ เป็นระเบิดแบบขว้าง รุ่น rgd5 แบบกว้าง รัศมีทำลาย 6 เมตร

จ่อปรับแผนเคลื่อนไหว

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.กล่าวภายหลังเกิดเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงที่สุด คนร้ายขว้างระเบิดสังหารเจตนาฆ่าคน ความรุนแรงที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่าฝ่ายนั้นต้องการเพิ่มความรุนแรงขึ้น โดยกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ รวมถึงเหตุการณ์ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มแดงปทุมไปก่อเหตุก็มีรถตำรวจนำหน้า ถือว่าร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นที่สุด โดยเพิ่มหน่วยการ์ดลาดตระเวนมากขึ้น เพราะมีการวางแผนโจมตี และจะหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาการ กปปส. ประเมินท่าทีพร้อมปรับแผนการเคลื่อนไหวต่อไป

“สุเทพ” ถกเครียดขบวนโดนบึ้ม

ด้านเวที กปปส.สีลม ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 แยกศาลาแดง บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. นำโดยนายวิทยา แก้วภราดัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และนายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ แกนนำ กปปส.ได้นำมวลชนร่วมเดินกับขบวนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากนั้นในเวลา 14.00 น. ได้ประชุมหารืออย่างเคร่งเครียดภายในเต็นท์หลังเวที เพื่อสรุปกับเหตุการณ์ปาระเบิดระหว่างการเดิน ขณะที่บนเวที กปปส.สีลม มีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับผู้ร่วมชุมนุมทราบเป็นระยะ และโจมตีการกระทำของคนร้าย เป็นการสร้างสถานการณ์ของรัฐบาล รวมถึงเชิญชวนประชาชนออกมาร่วมต่อสู้กัน หากมีคนน้อยลงจะไม่บรรลุเป้าหมายได้

กร้าวไม่กลัวหมาลอบกัด

จากนั้น นายชินวรณ์ได้ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา นายสุเทพ มาร่วมหลับนอนกับประชาชน ในสวนลุมพินี และในช่วงเช้ายังนำมวลชน ออกเดินอย่างสงบอหิงสาปราศจากอาวุธ จนมีชัยชนะ มีประชาชน กทม.ออกมาร่วมต้อนรับตลอดเส้นทางอย่างล้นหลาม และร่วมบริจาคเงินได้มา 7 กระสอบ แต่ขณะเดินถึงอาคารร้างย่านถนนบรรทัดทอง กลับได้รับการต้อนรับจากทรราชหมาลอบกัด แอบปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่เดินทางผ่าน จนมีประชาชนบาดเจ็บ แต่เป็นการรับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อเกิดเหตุการณ์นายสุเทพยังมีหัวใจต่อสู้ตั้งสติ สั่งให้รถเครื่องเสียงเปิดเพลงต่อสู้ไม่ถอย และประกาศให้มวลมหาประชาชนเดินหน้าต่อสู้ต่อไป แต่อย่างไรก็ตามการกระทำครั้งนี้มวลมหาประชาชนไม่มีวันกลัว และยืนยันต่อสู้ จนกว่าได้รับชัยชนะ

จ่อบุก สตช.ถามหาความรับผิดชอบ

ต่อมานายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส.ได้ขึ้นเวทีราชประสงค์ ประกาศกับผู้ชุมนุมว่า ในวันที่ 18 ม.ค.เวลา 10.00 น.จะนำผู้ชุมนุมเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยกล่าวว่าจะไปเรียกร้องให้ ผบ.ตร.รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกระเบิดจนมีผู้บาดเจ็บถึง 28 คน รวมทั้งเวทีของ กปปส.ที่ต่างๆถูกระเบิดป่วนเช่นเดียวกัน จะเข้าไปถามว่าทำไมไม่ดูแลประชาชนเพราะเหตุเกิดกลางวันแท้ๆ รวมทั้งจะพามวลชนไปมอบตัวกรณีที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ออกมาประกาศว่า ผู้ชุมนุมเป็นกบฏ พวกเราจะไปอย่างเป็นมิตร อยากให้ ผบ.ตร.มั่นใจในพลังของประชาชนและเปิดประตูรับ เราจะไม่เข้าไปในตัวอาคาร

“มาร์ค” จี้รัฐคลี่ปมบึ้มกลางวันแสกๆ

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์  โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสาธิต ซากัล ตัวแทนนักธุรกิจย่านสีลม เดินเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบปาระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่ถนนบรรทัดทอง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากฝากรัฐบาลว่ามีความชัดเจนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายมาก ก่อเหตุในเวลากลางวันกับประชาชนมือเปล่า

ขณะเดียวกัน นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส.ที่รับผิดชอบดูแลเวทีลุมพินี-สีลม แถลงว่า กปปส.จะดูแลค่ารักษาพยาบาลและเยียวยาอย่างเต็มที่ ขอประณามการกระทำดังกล่าวว่าไร้ซึ่งศักดิ์ศรี คิดฆ่าประชาชน ขอให้ตำรวจและทหารเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด อย่าให้คดีเงียบหายเหมือนที่ผ่านมา

ผบ.ตร.ยันมือที่สามป่วนสถานการณ์

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.บริเวณถนนบรรทัดทองว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 20 คน ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้ เป็นระเบิดชนิดลูกเกลี้ยง อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ยืนยัน ส่วนกรณีตรวจพบอาวุธปืนและยุทธภัณฑ์หลายชนิดบริเวณอาคารร้างใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ตำรวจยังไม่สามารถเข้าไปได้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมจะยกระดับรุนแรงขึ้น ได้กำชับให้ฝ่ายสืบสวนดูแลเรื่องกลุ่มมือที่ 3 ที่เคยเป็นห่วงมาตลอด แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ากลุ่มใดที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะนำอาวุธมาใช้ในการก่อเหตุ และไม่ยืนยันว่า เป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ในหรือนอกราชการหรือไม่

รุดรายงานเหตุการณ์นายกฯ

เวลา 16.20 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เดินทางเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม รายงานเหตุระเบิดกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เดินขบวนที่ถนนบรรทัดทอง โดย ผบ.ตร.เปิดเผยภายหลังเข้าพบว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปในที่เกิดเหตุและจุดที่พบอาวุธได้ อยากขอร้องให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ยืนยันจะทำคดีอย่างเต็มที่ สำหรับถนนบรรทัดทองเป็นจุดที่อยู่นอกแผนที่กปปส.แจ้งไว้จากเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ อย่างไรก็ตาม นายกฯกำชับให้ดูแลคดีนี้เต็มที่ ยืนยันว่าอาวุธและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตำรวจไม่เกี่ยวข้อง สิ่งที่กังวลสุดคือมือที่สาม ช่วงหลังจะเห็นว่าเราค้นอาวุธได้มาก เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ ขั้นต้นให้ ผบช.น.ไปปราบปราม เมื่อถามว่า นายชุมพล จุลใส แกนนำกปปส. ประกาศจะบุกยึด สตช.ให้เบ็ดเสร็จ ถ้ายึดไม่ได้ยอมตาย ผบ.ตร.ตอบว่า เป็นพื้นที่ราชการต้องดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามว่าต้องยกระดับกฎหมายในการดูแลสถานการณ์เพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ตอบว่า ต้องดูกันไป ยอมรับว่าสถานการณ์น่าห่วง

นายกฯสั่งลากตัวมือบึมดำเนินคดี

ต่อมาเวลา 18.35 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการณ์ปาระเบิดเข้าใส่ขบวนของ กปปส.ที่ถนนบรรทัดทองว่า เป็นห่วงสถานการณ์ และไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังรุนแรงไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ได้เร่งให้ตำรวจสืบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นใคร พร้อมกำชับตำรวจคอยดูแลประชาชน เบื้องต้นคงต้องขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำงาน เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถดูแลได้ เมื่อถามว่า ม็อบกล่าวหาว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้น นายกฯตอบว่า ไม่สนับสนุนการใช้กำลังรุนแรงใดๆทั้งสิ้นและจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดในทุกกรณี

“ปึ้ง” จับผิด “สุเทพ” เปลี่ยนเส้นทาง

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแล ศอ.รส. กล่าวว่า เหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง นายสุเทพพยายามกล่าวหารัฐบาลมีส่วนรู้เห็น ซึ่งรัฐบาลไม่มีนโยบายทำให้ผู้ชุมนุมประท้วงได้รับบาดเจ็บ ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้กำชับให้ตำรวจไม่ใช้ความรุนแรง อยากถามนายสุเทพกลับว่าเหตุใดถึงจึงเปลี่ยนเส้นทางไปในเส้นทางที่เป็นตึกร้าง ต้องตอบสังคมตรงนี้ให้ได้ และเชื่อว่าอาจจะมีสถานการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก สำหรับการจัดทีมตำรวจติดตามนายสุเทพนั้น ได้รายงานว่าเมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 17 ม.ค. นายสุเทพเข้าพักที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แยกราชประสงค์ ส่วนการจับกุมรอจังหวะที่เหมาะสม

ทบ.ชี้กระทบความมั่นคง

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีคนร้ายโยนระเบิดใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และใช้อาวุธปืนยิงผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้มีการกระทำรุนแรงทั้งกลางวันและกลางคืนบ่อยครั้ง สร้างความสูญเสียแก่ประชาชน ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐ ส่อให้เห็นถึงการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร จะต้องคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว และสืบหาให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด  เพราะส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนกรณีที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี นำคนเสื้อแดงไปข่มขู่มวลชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถนนแจ้งวัฒนะนั้น ทหารรับไม่ได้ที่มีการข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนให้เกิดความหวาดกลัว ขอเตือนทุกฝ่ายควรเคารพกฎหมาย การชุมนุมและการกระทำใดที่ก่อให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ พ.ร.บ.มั่นคง ไม่ว่ากลุ่มใดล้วนมีความผิดเช่นกัน

อีโอดีสรุปเป็นปืนปลอม

เย็นวันเดียวกันที่ สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด  บก.สปพ. หรืออีโอดี รับมอบของกลางทั้งหมดจากแกนนำกลุ่ม กปปส. ประกอบด้วยชิ้นส่วนอาวุธปืน 26 ชิ้น พร้อมแบตเตอรี่ 2 ก้อน มีดปลายแหลม 5 เล่ม กระบองทำด้วยไม้ 3 ท่อนหมวกแก๊ปสีแดง 1 ใบ เสื้อเชิ้ตสีแดง 7 ตัว ผ้ากันเปื้อน 1 ผืน ไฟฉาย 2 กระบอก เครื่องปริ๊นต์ 1 เครื่อง วิทยุสื่อสาร 5 เครื่อง พร้อมแท่นชาร์จ เสาอากาศทีวีก้างปลา 1 เสา สายต่อยูเอสบี 5 เส้น ซิมการ์ดทรู 1 อัน คีมตัดเหล็ก 1 อัน โดย พ.ต.อ.กำธรกล่าวว่า ได้รับมอบของกลางทั้งหมดที่การ์ดกปปส. ยึดได้เพื่อนำมาตรวจสอบว่าเป็นอาวุธชนิดใด  และตรวจหาที่มาของแหล่งผลิต พบว่าอาวุธปืนที่ตรวจยึดมาได้นั้นเป็นปืนที่ไม่มีชุดลั่นไก ส่วนใหญ่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน  ไม่สามารถใช้งานได้ พร้อมตรวจสอบด้วยการชั่งน้ำหนักของตัวปืน พบว่าเป็นปืนปลอมน้ำหนักไม่เท่าของจริง แต่มีอาวุธมีด อุปกรณ์เหล็ก ไม้กระบอง และวิทยุสื่อสารที่เป็นอาวุธ และเครื่องสื่อสารต้องรอการตรวจสอบต่อไป

เรียก รปภ.ที่ดูแลตึกร้างมาสอบ

ด้าน พ.ต.ท.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น. 6 รับผิดชอบ ผบ.เหตุการณ์รอบพื้นที่การชุมนุมแยกปทุมวัน เปิดเผยว่าเนื่องจากหลังเกิดเหตุตำรวจเข้าไปตรวจสอบพร้อมพนักงานสอบสวน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมให้เข้า ได้ขับไล่ทางเจ้าหน้าที่ออกมา ทำให้การตรวจสอบเป็นเพียงเฉพาะส่วนของการ์ดผู้ชุมนุม  ต่อจากนี้ต้องเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ  หจก.ยอดเทพประทาน ที่ดูแลตึกร้างและเป็นคนนำของกลางมามอบให้เจ้าหน้าที่ มาสอบปากคำร่วมกับตัวแทนกลุ่ม กปปส. โดยมีอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นคณะกรรม-การสังเกตการณ์ร่วม  ส่วนการติดตามคนร้าย เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียด  เป็นธรรมและเป็นกลางที่สุด พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดต่อไป

ยอดผู้บาดเจ็บพุ่ง 36 ราย

เวลา 17.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) รายงานตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่ ถ.บรรทัดทอง ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 36 ราย เป็นชาย 26 ราย หญิง 10 ราย นำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี 12 ราย นอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล 4 ราย โรงพยาบาลหัวเฉียว 12 ราย นอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล 4 ราย โรงพยาบาลกลาง 3 ราย นอนโรงพยาบาล 2 ราย โรงพยาบาลจุฬาฯ 9 ราย ซึ่งยังต้องรอผลการตรวจอยู่ ด้านสภากาชาดไทยได้มีการออกประกาศข่าวด่วนขอระดมรับบริจาคโลหิต เพราะขณะนี้มีหลายโรงพยาบาลได้ขอเบิกโลหิตเข้ามาทางสภากาชาด

ม็อบเมินระเบิดตกค่ำยิ่งคึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมกลุ่มกปปส.เวทีปราศรัยแยกปทุมวัน เป็นไปอย่างคึกคัก แม้จะมีการก่อเหตุขว้างระเบิดใส่ขบวนผู้ชุมนุมที่ถนนบรรทัดทอง ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก โดยเพิ่มจุดตรวจบริเวณทางเข้า-ออก 2 ชั้นก่อนเข้าพื้นที่การชุมนุม ขณะที่บนเวทีปราศรัยแกนนำและนักวิชาการสลับกันขึ้นเวที โดยเฉพาะนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. รายงานความคืบหน้าผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดเป็นระยะๆ พร้อมประณามการกระทำดังกล่าว และประกาศตั้งกองทุนเพื่อเป็นเงินไว้ใช้รักษาผู้บาดเจ็บด้วย ทั้งนี้เวลาประมาณ 16.00 น. ทีมงานนายสุเทพโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวนายสุเทพว่า “หลังจากขบวนถูกโยนระเบิด ทีมงานรักษาความปลอดภัย ขอร้องให้กำนันสุเทพขึ้นรถกันกระสุน แต่กำนันปฏิเสธไม่ยอมทิ้งพี่น้องประชาชน ขอเดินนำมวลชนกลับที่มั่น และยังร้องเพลงสู้ไม่ถอยทำเอาผู้ติดตาม ถึงกับหลั่งน้ำตา” อย่างไรก็ตาม เวลา 18.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินทางโดยรถยนต์กันกระสุนส่วนตัว เข้ามายังด้านหลังเวทีปทุมวัน โดยมีการ์ดรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเช่นเดียวกัน

“เทือก” ขึ้นเวทีเล่าเหตุการณ์บึม

ที่เวที กปปส.สีลม บริเวณลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยว่า เมื่อคืนนอนเต็นท์ที่สวนลุมพินี แต่นอนไม่หลับ ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวนำมวลชนออกเดินรณรงค์ตามเส้นทางเศรษฐกิจ แต่หลังกินอาหารเที่ยงเสร็จ มีคนร้ายลอบกัดขว้างระเบิดแบบสังหาร และยิงปืนใส่ประชาชน หลังเกิดเหตุทหารชุดอีโอดีเข้าตรวจสอบกับการ์ด กปปส.ภายในอาคารร้างถนนบรรทัดทอง พบอาวุธเอ็ม 16 ยังไม่ประกอบ 3 กระบอก วิทยุสื่อสาร 4 เครื่อง อุปกรณ์ครองชีพ และมีหมวกราชการ ระบุชุดจู่โจมพิเศษ คาดว่ามีคนร้ายไม่น้อยกว่า 3 คน วางแผนอย่างดี แต่กลุ่มคนร้ายไม่คิดว่าขบวน กปปส.เดินเร็ว ทำให้ประกอบอาวุธปืนเอ็ม 16 ไม่ทัน จึงขว้างระเบิดและใช้อาวุธปืนสั้นก่อเหตุแทน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 31 ราย สาหัส 2-3 ราย กปปส.จะดูแลช่วยเหลือเยียวยาคนเจ็บทุกคนจนกว่าหายเป็นปกติ แต่อย่างไรก็ตาม การก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุมมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แม้แต่เมื่อ 02.00 น. ยังมีคนร้ายบุกเข้ามายิงการ์ด กปปส.ข้างสวนลุมพินี รวมถึงมีการปาประทัดยักษ์หลายพื้นที่

ปักใจ “คำรณวิทย์” อยู่เบื้องหลัง

นายสุเทพกล่าวว่า เหตุขว้างระเบิดนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้อาวุธสงครามก่อเหตุความรุนแรงมากขึ้น และไม่ต้องสงสัยเลยว่าใครออยู่เบื้องหลัง บุคคลที่สามารถหาอาวุธสงครามมาก่อเหตุได้ต้องเป็นรัฐบาลแน่นอน เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาเคยพูดถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรี่ยไรเงินจากเจ้าของตู้ม้า ชื่อเสี่ยเลี้ยงกิจเมืองนนทบุรี เสี่ยอ้วน ปทุมธานี ให้เป็นคนจัดหาอาวุธและคนมาก่อเหตุ จนเกิดเหตุจริงตามคาดการณ์ไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอฝากผู้ที่จะก่อเหตุว่าถ้าอยากฆ่าตน ฆ่าได้ให้ฆ่าเสีย หากไม่ตายรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ แต่หากตนตาย ประชาชนจะชนะทันที เพราะมีตัวแทนออกมาเป็นล้านคน

ลั่น “ปู–ตระกูลชิน” อยู่ไม่เป็นสุข

นายสุเทพกล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับการข่าวแจ้งว่าตำรวจชุดปฏิบัติการจะเข้าจับกุมไม่ว่าจะแบบเป็นหรือตาย ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ย่านราชประราชสงค์ ตนจึงแอบหลบมานอนกับประชาชนในสวนลุมพินี และสั่งเสียครอบครัวหากเสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อคืน ให้นำเงินที่ซุกซ่อนไว้นำออกมาเคลื่อนไหวจนกว่าจะชนะเพราะประชาชนร่วมกันลงทุนมามาก ทั้งเสียเลือด เนื้อ และชีวิต ต่อไปนี้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตระกูลชินวัตร จะอยู่ไม่เป็นสุขอย่างแน่นอน เพราะเหตุการณ์ขว้างระเบิดวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด มีคนชราหญิงบาดเจ็บตนเห็นกับตา ทำให้บาดเจ็บหัวใจรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และไม่น่าก่อเหตุกับประชาชนมือเปล่า ดังนั้น ให้ประชาชน และข้าราชการ ออกมาต่อสู้ร่วมกัน เพราะข้าราชการน่าจะเห็นแล้วว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนางมารร้าย ขว้างระเบิดใส่มวลชนโดยไม่สนใจว่าจะมีคนเจ็บกี่คน ดังนั้นตนนำรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดออกมาเปิดเผยว่าอยู่จังหวัดใดบ้าง และให้ประชาชนในพื้นที่ไปปิดหน่วยงานราชการจังหวัดนั้น ให้รัฐบาลดำเนินการไม่ได้

ขึ้นเวทีร่ำไห้สงสารคนเจ็บ

กระทั่งเวลา 19.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยบนเวทีแยกปทุมวันว่า วันนี้เกิดเหตุสะเทือนใจที่ถูกคนร้ายขว้างระเบิดเข้าใส่   ทำให้ประชาชนบาดเจ็บกว่า  31  คน  ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 10 คน คนที่อาการหนักที่สุดคือ คุณประคอง ชูจันทร์ ชาว จ.นครศรีธรรมราช ถูกสะเก็ดระเบิดที่หน้าอกตัดเส้นเลือดใหญ่ หยุดหายใจชั่วขณะ แต่ได้รับการดูแลอย่างดีจากแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว และยังมีคนเจ็บรอผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาลอีกคือนายสมพร แก้วยศ อายุ 56 ปี ชาว จ.ราชบุรี ถูกสะเก็ดระเบิดที่หน้าอก นายเดชา สิงสะตระกูล อายุ 41 ปี จาก จ.ยะลา ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวและข้อเท้า และนายนพดล สายสุวรรณ ชาว จ.ยะลา ผ่าตัดเรียบร้อย สรุปมีผู้บาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลรามาฯอีก 6 คน กลับบ้านได้แล้ว 6 คน คืนนี้ขอให้ช่วยสวดมนต์ให้คุณประคอง ชูจันทร์ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลหัวเฉียวขณะนี้มี 4 คน อาการปลอดภัยทุกคน กลับบ้านแล้ว 8 คน ที่โรงพยาบาลกลาง มีผู้บาดเจ็บ 2 คน กลับบ้านแล้ว 1 คน และที่โรงพยาบาลจุฬาฯ มีผู้บาดเจ็บ 9 คน ขอให้พี่น้องมั่นใจ กปปส.จะรับ ผิดชอบค่าใช้จ่าย ดูแลค่ารักษาพยาบาลให้กับทุกคน ทั้งนี้ ระหว่างปราศรัยนายสุเทพถึงกับร้องไห้ด้วย

ตั้งท่ารอดูบิ๊ก ตร.ชี้แจง

นอกจากนี้ นายสุเทพเปิดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยประกาศว่าหลักฐานทั้งหมดอยู่ที่ตำรวจแล้ว จึงอยากให้ประชาชนเป็นพยาน และจากวิทยุสื่อสารทราบมาว่าสามารถสืบได้ว่ามีประวัติการติดต่ออย่างไร ตนจะคอยดูว่าตำรวจจะสืบได้หรือไม่ และหมวกสีแดงที่ปรากฏในที่เกิดเหตุเป็นของตำรวจฝึกอบรมปฏิบัติการพิเศษจู่โจม ทำงานเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบใน จ.นราธิวาส ดังนั้น อยากให้ฟังว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. จะแถลงว่าอย่างไร สิ่งที่น่าแปลกคือใกล้ตึกร้างมีรถตู้ของตำรวจ ระบุชื่อติดต่อคือ ร.ต.ท.เอกพล ผุดหอม รองสารวัตรและประเมินผลงาน ซึ่งเมื่อ 2 วันที่แล้วมีตำรวจบอกว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์เคยสั่งให้จัดหาคน มือปืน และออกเงินไปก่อน และ 2 วันที่ผ่านมาตนพูดว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์เรี่ยไรเงินจากเจ้าของตู้ม้าให้จัดหาอาวุธและคนมาก่อเหตุ ซึ่งก็เกิดเหตุจริงตามคาดการณ์ไว้ โดยใช้เงินทั้งหมด 100 ล้านบาท ให้ทั้ง 3 คน มาจัดการกับแกนนำกปปส. เพื่อให้พี่น้องแตกฮือกลับบ้าน

ยันไม่สร้างเรื่องฆ่าพวกเดียวกัน

“ดูที่ทำกับเรา เราถูกข่มเหงรังแกมากว่า 27 ครั้งแล้ว ทั้งขว้างระเบิด ปืนเอ็ม 16 มายิง เมื่อคืนก็มีการวางแผนเด็ดหัวผม ไอ้ปึ้งไอ้เหลิมเป็นคนสั่ง จะจัดการผมที่อินเตอร์คอน ผมก็ไปนอนกับพี่น้องที่สวนลุมฯ มันก็ตามไปยิงอีกตอนตีสอง ข่าวของเพื่อนตำรวจผมเตือนมาตลอด คืนนี้ก็เช่นกันถ้าผมเดินทางระหว่างเวทีจะจัดการผม เหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง ตำรวจแถลงกันในไลน์ตำรวจว่าพวกเราสร้างสถานการณ์กันเอง ต้องบอก พล.ต.อ.อดุลย์ พล.ต.อ.วรพงษ์ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และ พล.ต.ต.ปิยะ ว่ากูไม่ใช่พวก นปช.ที่จะฆ่าพวกเดียวกันเพื่อสร้างสถานการณ์ คนอย่างกูแม้จะเป็นคนบ้านนอก แต่รักพวก ไม่ฆ่าพวกเดียวกัน ไม่เหมือนพวกมึง ขอให้ได้ประโยชน์ ฆ่าทั้งนั้น” นายสุเทพกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม หากตำรวจจัดการกับตนได้ ก็ขออย่างเดียวว่าอย่ายอมแพ้ ต้องสู้ให้ชนะ ต้องล้มระบอบทักษิณให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทยให้ได้ พี่น้องไม่ต้องกลัว ตนกระจายเงินที่หามาได้ไว้ตามที่ต่างๆ สั่งเพื่อนคณะกรรมการ กปปส.ว่าเงินอยู่ที่ไหน ถ้าตนเป็นอะไรให้เอาเงินตรงนี้มาล้มระบอบทักษิณให้ได้ให้ประชาชนชนะ

มท.2 อ้างคนหมั่นไส้ระบายแค้น

นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ลอบโยนระเบิดใส่ขบวน กปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ว่า ขอประณามผู้ที่ก่อการครั้งนี้ และขอร้องให้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมระมัดระวังตัวเอง ทางที่ดีกลับบ้านดีกว่า วันนี้สถานการณ์ชุลมุนไม่รู้ใครเป็นใคร อาจเกิดเหตุขึ้นอีกก็ได้ สาเหตุที่เกิดขึ้นสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็นคือ 1.ขณะนี้การชุมนุมของ กปปส.ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนจำนวนมาก เป็นไปได้ว่าอาจมีใครมาทำการระบายแค้น 2.มีการสร้างสถานการณ์ เพื่อเดินไปสู่ขั้นแตกหักหรือไม่ เพราะการชุมนุมยาวนานเมื่อยล้าต้องรีบปิดเกม ขอย้ำว่าถ้ามีมือที่ 3 ก่อเหตุอย่ามาโยนบาปโทษรัฐบาล นายสุเทพก่อศัตรูไว้ทั่วบ้านทั่วเมือง และขอเตือนไปยังผู้ให้การสนับสนุนหรือที่พักพิงโรงแรมต่างๆ ถ้าให้เข้าพักจะมีความผิด

กปปส.นนทบุรี เยี่ยมบ้าน “ณัฐวุฒิ”

เวลา 11.30 น. กลุ่ม กปปส.นนทบุรี ที่ประกาศปักหลักที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ตั้งเต็นท์ครัวมุสลิมและใช้พื้นที่กระทรวงเป็นจุดรวมพลก่อนดาวกระจายไปยังจุดอื่นๆในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยนายราเชน ตระกูลเวียง แกนนำ กปปส.นนทบุรี กล่าวว่า ภายในวันที่ 17 ม.ค. ทาง กปปส.นนทบุรี จะถอนกำลังออกจากพื้นที่ของ สธ.ทั้งหมด เนื่องจาก สธ. ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จากนั้นเวลา 13.30 น. นายราเชนนำคณะเคลื่อนขบวนรถขยายเสียงไปที่หมู่บ้านเศรษฐศิริ เพื่อไปบ้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เมื่อไปถึงบ้านเลขที่ 337/72 ซึ่งเป็นบ้านของนายณัฐวุฒิ ก็ไม่พบตัวเจ้าของบ้าน เนื่องจากนายณัฐวุฒิและครอบครัวไม่ได้อยู่บ้านเป็นเวลา 2-3 วันแล้ว นายราเชนจึงอ่านแถลงการณ์ว่าต้องการการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง รวมถึงต้องการกำจัดระบอบทักษิณให้สิ้นจากประเทศไทยและหยุดยั้งวงจรอุบาทว์ทางการเมือง หลังจากอ่านจบนายราเชนได้ยื่นแถลงการณ์ให้กับ พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม ภ.จ.นนทบุรี เพื่อฝากส่งต่อไปให้นายณัฐวุฒิ นอกจากนี้ นายราเชนยังนำแถลงการณ์ดังกล่าวใส่ไว้ในกล่องรับจดหมายหน้าบ้านนายณัฐวุฒิด้วย

เอ็ม 16 ยิงถล่มวัด “หลวงปู่พุทธอิสระ”

เมื่อเวลา 01.45 น. วันที่ 17 ม.ค. ร.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญ พนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกยิงถล่มวัดอ้อน้อย ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน หมู่ 17 ต.ห้วยขวาง จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณรั้วสเตนเลสหน้าวัด พบรอยกระสุนเจาะทะลุ 3 รู รั้วกำแพงปูน 3 รูเสาปูน 2 รู กระจกตู้โทรศัพท์ 1 รู ต้นไม้ 1 รู บนถนนมาลัยแมนฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครปฐมพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่เกลื่อน 12 ปลอก สอบสวนนายกฤษดา อยู่ญาติมาก อายุ 62 ปี รปภ. ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนและพวกอีก 3 คน เข้าเวรยามบริเวณประตูรั้วของวัด ได้มีกลุ่มคนร้ายนั่งรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขับผ่านหน้าวัดแล้วชะลอความเร็วก่อนกราดยิงเข้ามาในวัดสนั่นหวั่นไหว เคราะห์ดีที่ตนและพวกหมอบฟุบกับพื้นทันเลยรอดตายมาได้หวุดหวิด เบื้องต้นคาดสาเหตุเรื่องการเมือง เนื่องจากหลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย เป็นแกนนำ กปปส. หลังเกิดเหตุทางวัดได้ระดมกำลังคนงานนำกระสอบทรายสร้างบังเกอร์ป้องกันกระสุนปืนเต็มพิกัด หวั่นจะเกิดเหตุซ้ำรอยอีก

รณรงค์ผูกผ้าขาวสร้างพื้นที่สันติ

ช่วงหัวค่ำ ที่สะพานกรุงเทพ กลุ่มประชาชนทนไม่ไหว นำโดยนายกิตติชัย อามชัยพิสิฐ ที่เคยจัดกิจกรรมจุดเทียนสันติภาพที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นัดหมายมวลชนที่ไม่เห็นด้วยกับเหตุความรุนแรง สวมเสื้อขาวนับร้อยคนรวมตัวกันบนสะพานกรุงเทพ เพื่อเปิดแคมเปญใหม่ชวนคนทั่วประเทศรณรงค์ผูกผ้าขาว เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านความรุนแรงและสนับสนุนการเลือกตั้ง ตามสถานที่ต่างๆ โดยทางกลุ่มได้ชวนคนที่เห็นด้วยนำผ้าขาวผูกราวสะพานกรุงเทพตลอดแนว ทั้งนำป้ายผ้าขนาดใหญ่ข้อความว่า “พอกันที” มาติดไว้ ก่อนที่จะพร้อมใจกันยืนเรียงแถวบนคอสะพานแล้วจุดเทียน ประกาศเจตนารมณ์ไม่ต้องการให้ทุกฝ่ายสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง และตะโกนพร้อมกันว่าต้องการการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ทั้งนี้ แกนนำกลุ่มระบุว่ากิจกรรมนี้จะเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อสร้างพื้นที่สีขาวหรือพื้นที่สันติให้กรุงเทพฯ เตรียมรณรงค์ลักษณะนี้ตามสะพานต่างๆ เนื่องจากเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ของความเชื่อมต่อกันของแต่ละฟากฝั่ง

18 ม.ค. 2557 07:49 ไทยรัฐ