วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.ตะคอกสมชัย ล่าชื่อ-ถอดถอน!

เจ้าตัวยัน-ทําตามกม.ขีดเส้นพบปูใน21ม.ค.

โฆษกเพื่อไทยประกาศล่า 2 หมื่น รายชื่อถอดถอน “สมชัย” หลังให้ข่าวรายวันกดดันนายกฯเลื่อนเลือกตั้ง แถมพูดชี้โพรงให้ม็อบไปบล็อกหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่ “สมชัย” ลุยบีบ “ยิ่งลักษณ์” มาหารือ กกต. ขีดเส้นให้โอกาสถึง 21 ม.ค. เพื่อหาข้อสรุปจะให้รัฐบาลออก พ.ร.ฎ. หรือให้ กกต.ออกประกาศแก้ปัญหา 28 เขต ออกตัวไม่อยากถูกฟ้องคดีจนต้องติดคุก “มาร์ค” ย้ำนายกฯต้องรับผิดชอบถ้าเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ. ด้านศาลฎีกาฯ คืนสิทธิ 4 ผู้สมัคร ส.ส.ชาติไทยพัฒนา พร้อมยกคำร้อง 29 เด็ก พท.ที่ชวดสมัครเลือกตั้ง ป.ป.ช.เล็งสัปดาห์หน้าส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา “บุญทรง” พร้อมพวกกรณีทุจริตโครงการจำนำข้าว แถมขู่มีข้อมูลไต่สวน “ยิ่งลักษณ์” มากพอสมควรแล้ว ส่วนนายกฯอ้างเจตนาช่วยเหลือชาวนาท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับ กกต. โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง พยายามกดดันให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนวันเลือกตั้ง แต่ทางรัฐบาลอ้างว่าเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต.ที่จะบริหารจัดการเลือกตั้งให้ได้นั้น ล่าสุดโฆษกพรรคเพื่อไทยประกาศจะล่ารายชื่อประชาชน 2 หมื่นคนเพื่อยื่นถอดถอนนายสมชัย

พท.ร้อง กกต.เยียวยารับสมัคร

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่สำนักงาน กกต.ชั่วคราวใน จ.ชลบุรี นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมสมาชิกพรรคเพื่อไทย 29 คนที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ใน 8 จังหวัดภาคใต้ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ผ่านนายปรีชา พุตฉายา ผอ.ศูนย์การเรียนการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ 2 ขอให้ กกต.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญดำเนินการรับสมัคร ส.ส.ใน 8 จังหวัด เพื่อป้องกันไม่ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ถูกร้องเป็นโมฆะ และเพื่อให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้ง 29 คนได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.อย่างสมบูรณ์

นายพร้อมพงศ์ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งชี้ว่าการรับสมัครและการจัดการเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ถ้า กกต.ไม่เยียวยาเปิดรับสมัครเพิ่ม ก็จะเดินหน้าฟ้องร้อง กกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และถือว่าเป็นการประมาทเลินเล่อ ผิดกฎหมาย กกต.มีโทษถึงจำคุก

ลั่นล่ารายชื่อถอดถอน “สมชัย”

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า จะรวบรวมรายชื่อประชาชน 2 หมื่นชื่อภายในสิ้นเดือนนี้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นถอดถอนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เนื่องจากออกมาให้ข่าวรายวันว่าจะเชิญนายกฯมาหารือเรื่องการเลื่อนเลือกตั้ง และมีการระบุว่าจะนัดพบที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ถือว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ ไม่เป็นสุภาพบุรุษ ส่วนที่นายสมชัยระบุหากเดินหน้าเลือกตั้งจะทำให้บ้านเมืองฉิบหาย รวมทั้งบอกว่าจะไม่ลาออก เพราะหากลาออกจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย ไม่มีใครจัดการเลือกตั้งนั้น ตนกลับเห็นว่าถ้านายสมชัยยังอยู่ในตำแหน่งจะยิ่งทำให้บ้านเมืองฉิบหายยิ่งกว่า หากนายสมชัยลาออก กกต.เหลือ 4 คนก็จัดการเลือกตั้งได้ หรือถ้า กกต.ทั้งหมดลาออก ก็ยังเหลือเลขาธิการ กกต.ที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้

เล็งยื่นยุบ ปชป.ฐานขึ้นเวที กปปส.

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า กรณีที่นายสมชัยระบุว่าหากเดินหน้าจัดการเลือกตั้งจะเห็นนรกนั้น ตนมองว่านายสมชัยพูดเอาจินตนาการและความรู้สึกตัวเอง แต่ไม่ได้มองกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ กกต.สามารถขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน สามารถประสานกองทัพและตำรวจได้ แต่ก็ไม่ทำ กลับมาบอกว่าหากมีการบล็อกหน่วยเลือกตั้งแล้วจะทำให้ประกาศผลการนับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ได้ พูดอย่างนี้ไม่รู้ชี้โพรงให้กระรอกหรือเปล่า ถ้ามีญาณรู้ล่วงหน้า ทำไมไม่ป้องกัน ขอความร่วมมือจากทหาร และทำไมไม่แจ้งความดำเนินคดีกับนายสุเทพก่อน ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ กกต.เอาผิดนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ที่นำมวลชนไปยังคุรุสภาขัดขวางการพิมพ์บัตรเลือกตั้งด้วย นอกจากนี้ วันที่ 20 ม.ค.ตนจะไปยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ฐานกระทำความผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำพรรคหลายคนไปขึ้นเวที กปปส. แสดงตัวชัดเจน แต่กรรมการบริหารไม่ห้ามปราม

“เหลิม” ของขึ้นอยากตบปาก กกต.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยไม่หาเสียงก็ชนะขาด พรรคประชาธิปัตย์แพ้ไปอีก 10 ปี เรื่องนี้ไม่มีหน้าที่ อย่าถามดีกว่า ตนก็เพียงแต่ช่วยนายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย หาเสียงในพื้นที่เท่านั้น แต่ กกต.คนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์น่าตบปาก คำก็จะออก สองคำก็จะออก แล้วมึงมาสมัครทำไม อำนาจจัดเลือกตั้งเป็นของ กกต. รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนสิ่งที่ กกต.ร้องขอ

ถามใช้กฎหมายไหนเลื่อนเลือกตั้ง

นายพนัส ทัศนียานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ยังคงอยากเลื่อนการเลือกตั้งออกไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนจาก กกต.ว่าอาศัยข้อกฎหมายใดเลื่อนการเลือกตั้ง ทั้งที่มี กกต. 3 คนเป็นอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา น่าจะรู้ข้อกฎหมายดี ดังนั้น ขอให้แจกแจงมาให้ชัด ไม่ใช่มาทำให้คลุมเครือจนทำให้การเลือกตั้งนำไปสู่ความรุนแรง อย่างที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. อ้างอยู่ตลอดเวลา และพฤติกรรมที่ผ่านมาชัดแจ้งว่าเจตนาไม่อยากให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น  ถามว่าอย่างนี้ควรหรือไม่ และขณะนี้มีการลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร รวมทั้งกำลังจะถึงการ เลือกตั้งล่วงหน้าในราชอาณาจักรวันที่ 26 ม.ค. กระบวนการเลือกตั้งดำเนินไปแล้ว มาเสนอเลื่อนตอนนี้เพื่อประโยชน์อะไร หากจะหลีกเลี่ยงปัญหาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น คือเลื่อนวันลงคะแนนเฉพาะหน่วยที่มีปัญหา ไม่ใช่การเลื่อนทั้งหมด  เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน

กกต.กดดันนายกฯมาหารือ

ต่อมาเวลา 14.20 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุม กกต.นอกสถานที่ที่ จ.ชลบุรี ว่า กกต.ได้พูดคุยถึง 28 เขตใน 8 จังหวัดภาคใต้ ที่ไม่มีผู้สมัคร โดยมีข้อถกเถียงกันอยู่ ยังไม่มีข้อยุติใน 2 ประเด็นคือ จะออกเป็น พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่โดยรัฐบาล และออกเป็นประกาศ กกต. เพื่อดำเนินการรับสมัครใน 28 เขต ได้ขอให้ฝ่ายกฎหมาย กกต.ไปศึกษาแล้วมารายงานในวันที่ 21 ม.ค.นี้ คาดว่าทั้ง 2 ประเด็นนี้น่าจะดำเนินการได้หลังวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. เหตุที่ต้องพูดคุย 2 ประเด็นนี้เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งใน 28 เขตเสียไป เพราะถ้าใช้ช่องทางผิดจะทำให้เสียหายได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งจะต้องหลัง 2 ก.พ.ไปแล้ว คาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงปลายเดือน ก.พ. ถ้ารัฐบาลคุยกับ กกต.เร็ว ก็จะออกประกาศ พ.ร.ฎ.ได้เร็ว หากคุยกับเราช้า 28 เขตก็จะประกาศให้มีการเลือกตั้งได้ช้าลง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากรัฐบาล

ห่วง 13 จังหวัดใต้พื้นที่เสี่ยง

นายสมชัยกล่าวว่า กกต.กังวลใจในสถานที่เลือกตั้งกลางที่จะใช้เลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. โดย กกต.จังหวัดได้หาที่เลือกตั้งกลางได้แล้ว คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าดูจากพื้นที่แล้วไม่ได้ปลอดภัยทั้งหมด ยังเป็นพื้นที่ที่กลุ่มเห็นต่างเข้าไปได้ง่ายในบางพื้นที่ ดังนั้นรัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ 15 จังหวัด เราไม่ห่วง จ.สงขลา และสุราษฎร์ธานี แต่เป็นห่วง 13 จังหวัดที่เหลือ ดังนั้นต้องขอให้รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงดูแลความปลอดภัยของผู้มาใช้สิทธิ กกต.เขต และพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วย

เมิน พท.ล่ารายชื่อถอดถอน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ขู่จะล่าชื่อยื่นถอดถอน นายสมชัยตอบว่า เป็นเรื่องของเขา กกต.ทำทุกอย่างบนหลักของกฎหมาย และใช้ความพยายามเต็มที่ หลักการจัดการเลือกตั้งเรายึดความเป็นกลาง ทำตามกฎหมาย ไม่ให้เกิดความรุนแรงในสังคม ทั้งนี้จะข่มขู่อย่างไรก็ทำได้ แต่ถ้าใช้คำพูดรุนแรงก็อาจจะใช้สิทธิฟ้องหมิ่นประมาทกลับได้ เมื่อถามถึงการพูดถึงโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์  มีการมองว่าไม่เหมาะสม นายสมชัยกล่าวว่า มีอะไร ก็เป็นโรงแรมหนึ่งในหลายโรงแรม การจัดประชุม 3 ครั้งกับพรรคการเมืองก็จัดที่โรงแรม การประชุม กกต.หลายครั้งก็ใช้สถานที่ เป็นโรงแรม การนัดหมายใครต่อใครก็นัดที่โรงแรม ไม่ได้แปลกอะไร ส่วนชื่อโรงแรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ตนไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทำไมพูดชื่อโรงแรมนี้ไม่ได้ ไม่ทราบผิดอะไร

ขีดเส้นให้โอกาสถึง 21 ม.ค.

ต่อข้อถามว่า ศาลฎีกามีคำสั่งแล้วว่าอำนาจการรับสมัครเป็นอำนาจของ กกต. เหตุใดจึงต้องหารือกับรัฐบาลอีก นายสมชัยตอบว่า ฝ่ายกฎหมาย กกต.ยืนยันว่าทำไม่ได้ กกต.ไม่มีอำนาจ เมื่อไม่มีการคุย กกต.เดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไป โดยไม่มีการเลือกตั้ง 28 เขต ถ้ารัฐบาลไม่คุย ก็แช่กันไป 1-4 เดือนจนกว่าจะได้คุยกัน เรื่องไม่จบ เปิดสภาไม่ได้ ก็เป็นรัฐบาลรักษาการต่อไป จะทำอะไรก็ไม่ได้ กกต.ไม่รอบรู้ที่จะตอบโจทย์ทุกเรื่องได้ ตอนนี้ กกต.รอได้ แต่ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค. กกต.หลายคนต้องลงพื้นที่ บางคนต้องไปดูการเลือกตั้งในต่างประเทศ ดังนั้นวันที่ 21 ม.ค.คงเป็นวันสุดท้ายที่ กกต.จะได้คุยกันครบ 5 คน มิฉะนั้นต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์ถัดไป

“สมชัย” ออกตัวไม่อยากติดคุก

“กกต.ต้องหารืออย่างรอบคอบกับรัฐบาล หากเห็นขัดกันต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีที่ปรึกษา อาจหารือกับกฤษฎีกาก็ได้ ถ้าบอกว่าทำได้ กกต.จะได้มั่นใจ หากเห็นตรงกันก็ดำเนินการต่อ แต่ไม่ใช่ให้นักการเมืองคนใดคนหนึ่งออกมาบอกว่าเดินหน้าทำไปเลย หากเราดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วถูกฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ รัฐบาลจะรับผิดชอบหรือไม่ ถ้าติดคุกจะรับผิดชอบหรือไม่ จำได้หรือไม่ว่าเคยมี กกต.ชุดหนึ่งทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และ กกต.ชุดนั้นต้องติดคุกมาแล้ว ตอนนี้ผมไม่อยากติดคุก ตอนนี้เราไม่พูดเรื่องออกจดหมายเชิญนายกฯมาหารือแล้ว เมื่อวาน (16 ม.ค.) ที่ส่งจดหมายเชิญจะเป็นฉบับสุดท้าย แต่รัฐบาลต้องคิดเอง จะมาคุยหรือไม่ให้นัดหมายมา ตอนนี้เราจัดการเลือกตั้งต่อไปเรื่อยๆ” นายสมชัยกล่าว

ศาลยกคำร้องเด็ก พท.29 คน

วันเดียวกัน ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งติดประกาศคำสั่งไว้หน้าศาล และให้คำสั่งมีผลทันที ในคดีระหว่างนายชัยณรงค์ ช่างเรือ พร้อมพวกรวม 29 คน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ผู้ร้อง กับคณะกรรม– การการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ถูกกล่าวหา เรื่องขอให้วินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง โดยผู้ร้องทั้งหมดได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา กรณีที่ผู้ร้องไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่รับสมัครในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ได้ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมปิดล้อมสถานที่ โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องทั้งหมด 29 คดี โดยให้คู่ความขอดูรายละเอียดได้ที่แผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อศาลได้เปิดทำการตามปกติ

คืนสิทธิ 4 ผู้สมัคร ส.ส.ชทพ.

สำหรับกรณีกลุ่มว่าที่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคภูมิใจไทย และพรรคการเมืองขนาดเล็กต่างๆ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิการลงรับสมัครเลือกตั้งกรณีในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 118 คดี ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งยกคำร้องทั้งหมด มีเพียง 4 คดีจากพรรคชาติไทยพัฒนาร้องว่าถูก กกต.ตัดสิทธิ โดย กกต.อ้างว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคครบกำหนดเวลาอันเป็นคุณสมบัติของผู้สมัครตามกฎหมาย ศาลเห็นว่าผู้สมัครได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคนานกว่าที่ครบกำหนดตามกฎหมาย แต่ทางพรรคไม่ส่งรายชื่ออัพเดตให้ กกต.เอง และการส่งรายชื่ออัพเดตให้ กกต.ก็ยังไม่มีบทบัญญัติชัดเจน ทำให้ กกต.ไม่ทราบว่าผู้สมัครดังกล่าวมีคุณสมบัติครบหรือไม่ ศาลเห็นว่าผู้สมัครไม่ได้จงใจ จึงไม่ตัดสิทธิผู้สมัคร 4 รายนี้โดยให้คู่ความขอดูรายละเอียดได้ที่แผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อศาลได้เปิดทำการตามปกติ

40 ส.ว.ชง กกต.เช็กบิล “ยิ่งลักษณ์”

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 กล่าวว่า วันที่ 20 ม.ค.จะยื่นคำร้องต่อ กกต. กรณีรัฐบาลรักษาการที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นผู้นำใช้อำนาจและออกคำสั่งที่ส่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (2) (3) และ (4) โดยไม่ได้เสนอขออนุมัติจาก กกต. กรณีที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2556 ให้ขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-1 มี.ค.2557 ทำให้มีผลผูกพันต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายมั่นคง เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบพบว่ามีการใช้จ่ายมากถึง 1,050 ล้านบาท ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (2) และยังพบมีการใช้กำลังพลประมาณ 4 หมื่นนาย ในช่วงเวลาที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ถือว่าเข้าข่ายเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (4) และจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในกรณีนี้ด้วย รวมถึงนำเข้า พิจารณาคณะอนุกรรมาธิการป้องกันการทุจริต และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ วุฒิสภา

“มาร์ค” จี้นายกฯคุยประธาน กกต.

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า รัฐบาลนี้หมดความน่าเชื่อถือในการเป็นเจ้าภาพใดๆในการพูดคุย การเชิญ 7 องค์กรเอกชนและสภาพัฒนาการเมืองไปหารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิรูปประเทศ ไปก็ได้รับความเห็นที่สวนทางกับรัฐบาล ถามว่ารัฐบาลจะฟังและยอมรับหรือไม่ หรือรัฐบาลเลือกฟังเฉพาะความเห็นที่จะผลักดันไปสู่เป้าหมายของตัวเอง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้เกิดสถานการณ์เผชิญหน้าต่อเนื่อง สุ่มเสี่ยงกับความรุนแรงมากขึ้น ที่นายกฯเชิญฝ่ายต่างๆไปพบจึงไม่ได้ทำเพื่อแก้ปัญหา แต่ทำเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์อยากแก้ปัญหาต้องไปหารือกับประธาน กกต. และทำไมไม่เปิดโอกาสให้ 7 องค์กรเอกชนและสภา พัฒนาการเมืองร่วมเป็นเจ้าภาพแสวงหาทางออกให้กับประเทศ  เพราะทั้งนายกฯและประธาน  กกต.มีความรับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องหาข้อยุติ ในฐานะเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง หากนายกฯมีความจริงใจต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อน และต้องเริ่มเดี๋ยวนี้ เพราะใกล้ถึงวันเลือกตั้งแล้ว หากไม่เริ่มแก้ก็จะแก้ปัญหาไม่ทัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีก้าวแรกที่จะเริ่มต้นนำไปสู่การแก้ปัญหาเลย

ย้ำเดินหน้าเลือกตั้งต้องรับผิดชอบ

“นายกฯกำลังจงใจฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญ  เพราะหากนายกฯซึ่งมีอำนาจในการออกพระราชกฤษฎีกาไม่มีการแก้ไขกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ กกต.ก็ต้องทำหน้าที่ แต่เขาได้แสดงความเห็นบันทึกไว้แล้วว่าจะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและความสงบเรียบร้อย จึงอยู่ที่นายกฯเมื่อตัดสินใจจะเดินหน้าก็ต้องรับผิดชอบทั้งทางกฎหมายและทางการเมืองกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น โทษ กกต.ไม่ได้ เพราะ กกต.เตือนแล้ว หากเดินหน้าแล้วเกิดผลเสียก็ไม่ใช่ความผิดของ กกต.แล้ว และผมไม่เห็นพฤติกรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพี่ชายที่รักษาประชาธิปไตยของประเทศ ถ้าคนคิดรักษาประชาธิปไตยคงไม่พาประเทศมาถึงจุดนี้” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ปชป.รุกเปิดพิมพ์เขียวเลือกตั้งสุจริต

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงความคืบหน้าในการเผยแพร่แนวคิดปฏิรูปประเทศตามแบบพิมพ์เขียวของพรรคประชาธิปัตย์ว่า วันที่ 19 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะเปิดพิมพ์เขียวประเทศไทยประเด็นที่ 2 “เลือกตั้งสุจริต หยุดประชานิยมทำลายชาติ” มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปการเลือกตั้งให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อป้องกันการทุจริต ซื้อสิทธิ ขายเสียง ให้การดำเนินคดีเลือกตั้งรวดเร็ว รวมถึงการแทรกแซงโดยอำนาจรัฐผ่านกระบวนการเลือกตั้ง และใช้นโยบายประชานิยมหวังเสียงเฉพาะหน้าสร้างความเสียหายระยะยาว

เตรียมส่งหนังสือแจ้งข้อหาคดีข้าว

สำหรับความคืบหน้ากรณี ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวกรวม 15 คน  ร่วมทุจริตโครงการรับจำนำข้าว  และตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก– รัฐมนตรี กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการนั้น นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว กล่าวว่า สัปดาห์หน้า  ป.ป.ช.จะส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาให้นายบุญทรงและพวก ระหว่างนี้ต้องใช้เวลาพอสมควรในการรวบรวมเอกสาร เพราะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำของนายบุญทรงและบริษัทเอกชนจำนวนมาก ส่วนนายบุญทรงจะมารับทราบข้อกล่าวหาในวันใด ป.ป.ช.ยังไม่ได้กำหนด การที่นายบุญทรงอ้างว่า ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรม เพราะยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจงนั้น ที่ผ่านมาอยู่ในขั้นตอนการไต่สวน ยังไม่สามารถเรียกนายบุญทรงมาให้การได้ แต่เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ป.ป.ช.จะเรียกนายบุญทรงมาชี้แจงต่อไป

คุ้ยข้อมูลเอาผิด “ปู” ละเลยหน้าที่

นายวิชากล่าวว่า ส่วนการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการนั้น ป.ป.ช.จะตรวจสอบพฤติกรรมทั้งหมดของนายกฯที่ดำเนินการมา ตั้งแต่ ป.ป.ช.มีหนังสือทักท้วงไปยังรัฐบาลถึงโครงการจำนำข้าว และเมื่อตอนเริ่มต้นโครงการ ป.ป.ช.ก็ทักท้วงไปอีกครั้ง และนักวิชาการทุกฝ่ายยังทักท้วงไปอีก ทั้งหมดต้องนำมาประกอบกัน เพื่อดูว่าดุลพินิจของนายกฯมีแค่ไหน ประกอบกันหลายอย่าง เมื่อถามว่าหากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในโครงการมาจากสิ่งที่ ป.ป.ช.เคยเตือนไปแล้ว ถือว่านายกฯมีเจตนาละเลยหรือไม่ นายวิชาตอบว่าต้องดูส่วนอื่นประกอบด้วยเช่น เมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นในโครงการแล้ว มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ต้องนำมาพิจารณาประกอบกันทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องดูพฤติกรรมประกอบทุกด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้เวลาตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนายกฯนานเท่าใด แต่ที่ผ่านมาได้สอบไปมากพอสมควรแล้ว

ยกคดีสลายม็อบ พธม.เทียบเคียง

เมื่อถามว่าหากนายกฯอ้างว่าได้มอบให้  ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องการปราบทุจริตโครงการจำนำข้าว จะถือว่านายกฯเพิกเฉยหรือไม่ นายวิชาตอบว่า กฎหมายบริหารราชการแผ่นดินระบุว่าการมอบหมายไม่ใช่การมอบขาด แต่ต้องกำกับ ติดตามดูแล ทบทวน ถ้าเกิดความเสียหายต้องเปลี่ยน กรณีที่นายกฯตั้งรองนายกฯมาดูแลเรื่องใด ถ้ารองนายกฯทำผิดพลาด ต้องดูว่านายกฯรับรู้หรือไม่ และแก้ไขอะไรไหม ยกตัวอย่างกรณีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ มอบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ ดูแลเรื่องการชุมนุม พล.อ.ชวลิตก็บอกว่ามอบหมายต่อไปให้ตำรวจดูแล แล้วท่านก็นอนหลับไป พอตื่นขึ้นมามีผู้ชุมนุมมือขาดขาขาด แล้ว พล.อ.ชวลิตก็ลาออก ตอนนั้น ป.ป.ช.ยังมองว่ามีความผิด เพราะแทนที่จะลาออก คุณต้องยับยั้งสั่งการว่าต้องถอนกำลังกลับ อย่าไปยิงแก๊สน้ำตา ขอให้ไปอ่านดูในคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลไป

ปชป.กระตุก ป.ป.ช.เร่งสอบนายกฯ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอบคุณ ป.ป.ช.ที่มีมติแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่ทุจริต แต่ส่วนตัวยังไม่พอใจ เพราะคดีล่าช้า ทำให้โครงการนี้เสียหายจนไม่มีเงินไปช่วยชาวนา การตั้งอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องเร่งจัดการตามกระบวนการทางกฎหมายให้รวดเร็ว และขอให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ข้าราชการประจำที่ยอมทำงานรับใช้ฝ่ายการเมืองว่าสุดท้ายต้องติดคุก ส่วนกรณีที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ อ้างว่ายังไม่สามารถส่งมอบข้าวจีทูจีให้จีนได้ โดยโยนให้เป็นความรับผิดชอบของ กกต.ไม่มีความชัดเจนว่าจะอนุมัติหรือไม่นั้น เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น เมื่อ ป.ป.ช.ชี้ชัดว่าเป็นจีทูจีปลอม นายนิวัฒน์ธำรงกลัวติดคุก จึงชะลอเรื่องดังกล่าวเอาไว้ ขณะนี้ชาวนาเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน รัฐบาลต้องรับผิดชอบด้วยการมีมติ ครม.ให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายเงินให้ชาวนา

18 ม.ค. 2557 07:45 18 ม.ค. 2557 07:45 ไทยรัฐ