วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ในหลวงเสด็จ 'แก่งกระจาน'

ในหลวงเสด็จ 'แก่งกระจาน'

  • Share:

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 17 ม.ค.พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปเขื่อนแก่งกระจาน สังกัดกรมชลประทาน ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ความจุน้ำ 710 ล้าน ลบ.ม. โดยในวันนี้มีปริมาณน้ำที่ 651 ล้านลูกบาศก์เมตร ในการนี้ทรงเจิมป้ายเขื่อนแก่งกระจาน เนื่องในโอกาสครบรอบ 48 ปีของการสร้างเขื่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ พระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่ ต.แก่งกระจาน และบริเวณใกล้เคียง จำนวน 15 ครั้ง ทุกครั้งได้พระราชทานแนวพระราชดำริอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของราษฎร

จากแนวพระราชดำริต่างๆ ส่งผลให้ปัจจุบันนี้เกษตรกรสามารถทำนาปรังและนาปีได้ผลผลิตดี เกษตรกรสามารถทำไร่ทำสวน อาทิ ชมพู่เมืองเพชร และมะนาวเมืองเพชร มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยผลักดันน้ำเค็มออกจากแหล่งน้ำของราษฎร รวมทั้งช่วยรักษาระบบนิเวศวิทยา เป็นแหล่งผลิตประปาน้ำจืด ผลิตไฟฟ้า และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว ปัจจุบันราษฎรชาวเพชรบุรีจึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก

ในการนี้ทรงปล่อยพันธุ์ปลาไทย ที่กรมประมงน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายจำนวน 99 ตัว ลงสู่เขื่อนแก่งกระจาน ประกอบด้วยปลาเวียน ปลาทรงเครื่อง ปลาจาด ปลาแก้มช้ำ ปลากาดำ ปลาสร้อยขาว ปลาตะเพียนทอง ปลาหมอไทย และปลากราย ทั้งนี้ เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนแก่เกษตรกรที่อาศัยอยู่บริเวณเขื่อนแก่งกระจาน

โอกาสนี้ได้มีพระราชดำรัสแก่นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ ผอ.สำนักชลประทานที่ 14 ในเรื่องการจัดการน้ำ โดยทรงให้กักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนแก่งกระจานให้ได้จำนวนมาก และทรงพอพระราชหฤทัยที่วันนี้สามารถเก็บน้ำได้มาก และมี พระราชดำรัสให้ส่งน้ำเข้าไปในไร่นาของเกษตรกร จ.เพชรบุรี อย่างทั่วถึง เพราะชาวเกษตรกรต้องใช้น้ำมาก และขณะนี้การทำไร่ทำสวนผลไม้ต่างๆ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจำนวนมากได้ ทั้งยังมี พระราชดำรัสให้กรมชลประทานช่วยดูแลชาวเกษตรกร จ.เพชรบุรี ให้ดี ระวังอย่าให้เกิดอุทกภัย โดยที่ผ่านมาได้พระราชทานพระราชดำริให้สร้างประตูระบายน้ำราชประชานุเคราะห์ จำนวน 9 แห่ง บริเวณริมคันกั้นน้ำเค็ม รวมทั้งเมื่อมีเขื่อนแก่งกระจาน ก็ช่วยบรรเทาอุทกภัยได้เป็นอย่างดี ยังความผาสุกมาให้แก่ราษฎรเมืองเพชรเป็นอย่างมาก

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านรับรองบนเขา 1 ทอดพระเนตรนิทรรศการเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เขื่อนแก่งกระจาน และทรงเยี่ยมราษฎรบริเวณใกล้เคียง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเล่าถึงการเสด็จพระราช ดำเนินมาที่แก่งกระจานให้กับผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฟังว่า เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2502 เสด็จประพาสต้นไป ทรงเยี่ยมราษฎรชาวกะเหรี่ยงที่บ้านสองพี่น้อง และแก่งกระจาน โดยราษฎรได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสร้อยโบราณแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเมื่อวันที่ 19 เม.ย.2515 และ 28 มี.ค.2516 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรผลการดำเนินงานอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ทรงเยี่ยมราษฎร และทรงพายเรือคยัคในเขื่อนแก่งกระจานและวันที่ 2 พ.ค.2516 เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร และเดือน มิ.ย.2520 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงรับการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายช้างเผือก และทรงเยี่ยมราษฎร ณ สนามฟุตบอลโครงการชลประทาน ตำบลแก่งกระจาน

โอกาสนี้ทอดพระเนตรการสาธิตการปฏิบัติการฝนหลวงจำลอง ซึ่งได้ทรงเล่าพระราชทานแก่ผู้ตามเสด็จว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบัญชาการปฏิบัติการทำฝนหลวงสาธิตแก่นักวิทยาศาสตร์สิงคโปร์ ณ เขื่อนแก่งกระจาน ทรงบังคับให้ฝนตกลงตรงเป้าหมาย ท่ามกลางสายตาของผู้แทนต่างประเทศ ข้าราชการและพสกนิกรชาวไทยที่มาเฝ้ารับเสด็จ ซึ่งต่างชื่นชมในพระปรีชาสามารถ ถือเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีฝนหลวงที่พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย” และกำหนดให้วันที่ 19 ต.ค.ของทุกปี “เป็นวันเทคโนโลยีของไทย” เพื่อจารึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งในวันนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้สาธิตปฏิบัติการฝนหลวงตามเทคนิคที่ได้พระราชทานเมื่อปี 2543 ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ล่าสุด ใช้ในสภาวะอากาศยากลำบาก เป็นสูตรการกระตุ้นให้เกิดเมฆ โดยใช้เครื่องบินเซสน่าคาราแวน จำนวน 4 ลำ พร้อมกันนี้ ทอดพระเนตรการสาธิตการทำประมงของราษฎรตำบลเขื่อนแก่งกระจาน และบริเวณใกล้เคียงโดยใช้การวางตาข่ายดักปลา ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของราษฎรบริเวณโดยรอบเขื่อนแก่งกระจานอันเป็นแหล่งประมงที่สามารถทำรายได้ให้ราษฎรปีละกว่า 100 ล้านบาท โดยปลาที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นปลานิล ซึ่งเป็นปลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยพระราชทานให้ปล่อยในเขื่อนแก่งกระจาน

หลังทอดพระเนตรโครงการเขื่อนแก่งกระจานอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 12.55 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับยังพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้