วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่ได้จ้างดารามาฟรี! จากเวทีอินดี้ ถึงจุดยืนหัวใจ... เปลือยตัวตน กิตติ เชี่ยววงศ์กุล

ไม่ได้จ้างดารามาฟรี! จากเวทีอินดี้ ถึงจุดยืนหัวใจ... เปลือยตัวตน กิตติ เชี่ยววงศ์กุล

  • Share:

ทันทีที่มีการเผยแพร่คลิปเวทีอินดี้ที่ชิดลม (ปัจจุบันปิดเวทีไปแล้ว) ไม่กี่ชั่วโมงก็มีคนเข้ามาดูระดับแสนคน ด้วยความสนุก มุกเสียดสีการเมืองแบบแสบๆ คัน ของเหล่าดารา นักแสดงที่คุ้นหน้าออกมาอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นมี  เกลือ-กิตติ เชี่ยววงศ์กุล เจ้าพ่อซิทคอมชื่อดังร่วมยืนท่ามกลางสปอตไลน์อยู่ด้วย

'ถ้าเขารู้ว่าดาราที่มาม็อบแต่ละคนค่าตัวเท่าไหร่ เขาจะไม่กล้าพูดดาราถูกจ้างมา' หลังคำอธิบาย พร้อมย้ำว่า ดารามาฟรี

ในวันที่มีปรากฏการณ์ดารารวมม็อบมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ไทยรัฐออนไลน์ เปิดใจ  เกลือ-กิตติ เชี่ยววงศ์กุล สะท้อนปรากฏการณ์ดังกล่าว พร้อมกับตอกย้ำถึงสิ่งที่ผลักให้เขาออกมาจากจอทีวีสบายๆ ได้เงินง่ายๆ สู่ท้องถนนที่เป็นสิ่งตรงกันข้าม ว่าเขาใช้หัวใจประเภทไหน และเพราะอะไรถึงต้องเสี่ยงออกมา!

เจ้าของคำพูดที่เล่าว่า ผมมีเพื่อนเสื้อแดงซึ่งมีความเชื่อตรงข้ามกันมากมาย แชร์กัน ด่ากันแรงๆ บ่อยครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยโกรธกันสักที

Q : คุณและกลุ่มดาราไปปรากฏตัวที่เวทีชิดลมได้อย่างไร?

A : เริ่มจากที่พี่ๆ ในวงการหลายๆ คนเค้ารวมตัวกัน เวทีนี้เป็นเวทีที่เขาตั้งขึ้นเอง ผมไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วย คือ เป็นรุ่นพี่ที่ชวนๆ กันไป เห็นว่าเป็นเวทีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับทางการเมืองเลย มันคือสภาภาคประชาชนล้วนๆ เน้นไปที่วงการบันเทิง เราทำเวทีขึ้นมาบวกกับคนที่รักศิลปะ และความคิดเห็นทางด้านการเมืองร่วมกันด้วย สร้างอะไรที่มันสวยงาม เป็นการสร้างสีสันให้กับม็อบแบบไม่เครียด

Q : ไม่ได้ผูกติด ผูกรวมกับเวทีชัตดาวน์ที่สร้างขึ้นมา?


A : ไม่มีครับ เราเป็นอิสระ เราถึงเรียกว่าอินดี้ เวทีนี้ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อให้ดารามาขึ้น จริงๆ แล้วตอนต้นมันเป็นเวทีไว้สำหรับงานศิลปะเลย มีดนตรี มีตัวตลก พอผมกับพี่เหมี่ยว ปวันรัตน์ นั่งดู ก็เอ๊ะๆ มีเวทีด้วย ซึ่งใครจะขึ้นไปก็ได้ เราเฮ้ย...เวทีมันโล่งเกินไปก็คุยกันว่าอยากทำอะไรสักอย่าง ถามพี่ๆ เพื่อนๆ ว่าอยากสนุกกันไหม เอาไหมคิดว่าอยากทำอะไรบ้างเลยลองทำเป็นละครไหม คือผมไม่อยากให้การอภิปรายมันต้องมาในทางตึงเครียดเพียงอย่างเดียว การเมืองมันคือการบ้านเมืองมันเป็นเรื่องของคนที่เป็นประชาชนจริงๆ เรารู้สึกอย่างไร คิดเห็นอย่างไร ในแนวทางประชาธิปไตยทุกคนสามารถอธิบายความคิดเห็นของตัวเองได้ แต่ด้วยความที่เราเป็นนักแสดงตลกเลยมาในแบบของเรา จะให้ขึ้นไปไฮปาร์กแบบพี่น้องครับ ดุดันก็ไม่ได้ แล้วสิ่งที่พวกเราทำมันไม่ได้เป็นการไฮปาร์กด้วย มันคือแค่เรารู้สึกแบบนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

Q : เรียกได้ไหมว่าเป็นเรื่องจริงแต่เอามานำเสนอแบบ 'ซิทคอม' การเมือง?

A : (หัวเราะ) มันไม่ได้เป็นซิทคอม เป็นแค่การคุยกันเล่นมากกว่า เหมือนเราพูดกัน คุยกันนั่งอยู่ในวงเพื่อนฝูงแล้วคุยกัน เฮ้ย เจอแบบนี้ๆ เขารู้สึกกับเราแบบนี้ๆ เราก็รู้สึกกับเขาแบบนี้ เหมือนกับทอล์กโชว์คนก็สนุกก็เลยขึ้นมาช่วยกันใหญ่  แต่ผมไม่ใช่เจ้าภาพเวทีนี้ ผมเป็นแขกรับเชิญ เพราะเราเห็นแนวทางเราก็อยากจะร่วมด้วยเพราะอยากไปสนุกกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะประจำเวทีอินดี้ เพราะผมก็เดินไปร่วมเรื่อยๆ ทุกเวที สนุกตรงไหนไปตรงนั้น

จริงๆ วันชัตดาวน์เราก็ไม่ได้ตั้งใจไปเวทีนี้้ด้วย เราก็เดินไปเรื่อยๆ แต่พอดีคนมันแน่นมากเราก็เดินมาถึงชิดลมแล้วก็เห็นเวทีที่นี่น่ารัก คุยกับพี่เหมี่ยว เรามานั่งเล่นตรงนี้ แรกๆ คิดแค่นั่งเล่น พอเห็นเวทีโล่งๆ ก็ขึ้นไปเฮฮา สร้างสีสัน เป็นกำลังใจให้กับคนที่เดินไปเดินมา จริงๆ ผมไม่อยากพูดอะไรที่มัน การเมืองผมไม่อยากให้ภาคการเมืองเราต้องมานั่งด่าทอกันมากๆ ผมก็มีเพื่อนเสื้อแดงเยอะ ซึ่งเราก็คุยกันได้ ผมอยากให้คนไทยเป็นแบบนั้นจริงๆ  พูดกันก็ไม่ได้มีการรอมชอม ด่ากันไปด่ากันมา แต่จบก็คือจบ การเมืองก็คือการเมืองทัศนคติก็คือทัศนคติ เราต้องรู้จักแยกแยะให้ออก

Q : คุณไปร่วมม็อบตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่ชัตดาวน์ หรือตั้งแต่เป่านกหวีดต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม?

A : จริงๆ ไปตั้งแต่สามเสน อุรุพงษ์ ราชดำเนิน คือ ว่างก็ไป ไปแสดงสิทธิ์เรา ผมไปก็เดินไปเรื่อยๆ สนุกตรงไหนไปตรงนั้น จริงๆ วันชัตดาวน์ไม่ได้จะไปที่เวทีด้วย เดินไปเรื่อยๆ แต่คนมันแน่นมาก เดินมาแล้วมาถึงเวทีชิดลม เห็นเวทีน่ารักก็เลยเข้าไปนั่งเล่นกัน เวทีมันไม่มีโชว์อะไรเราก็ขึ้นไปโชว์ซักหน่อย สร้างสีสันให้กับคนที่เดินไปมา เราไม่อยากให้ภาพการเมืองเป็นไปแบบต้องมานั่งด่าทอกัน ผมเองมีเพื่อนเสื้อแดงเยอะ ซึ่งเราก็สามารถคุยกันได้ อยากให้คนไทยทุกคนเป็นอย่างนั้นจริงๆ พูดกันไม่ได้มีการรอมชอมเลย การเมืองก็คือการเมือง เราต้องรู้จักแยกแยะให้ออก 



Q ชัดเจนไหม ว่าเราไม่เอารัฐบาลนี้?

A : ผมชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าผมคิดอย่างไร คือ ไม่ใช่ไม่เอารัฐบาลนี้ มันแคบเกินไปในความรู้สึกผม ย้ำอีกที ผมไม่เอาการโกงไม่ว่าจะรัฐบาลไหนก็ไม่เอา ผมไม่เอาความคอร์รัปชัน การหลอกลวงคนจนเพื่อหวังผลประโยชน์เข้าตัวเองผมไม่เอา ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหนพูดในเชิงโครงสร้าง ผมรู้สึกว่าพอกันที การที่เราจะมารู้สึกว่านักการเมืองก็โกงอย่างนี้ มันน่าเบื่อกับความคิดนี้ 

ซึ่ง ยอมก้มหน้ารับการโกง มันไม่ใช่ เราควรจะต้องคิดใหม่แล้ว ว่า การโกงเป็นสิ่งไม่ดี และจะต้องรับโทษ ตุลาการต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ฝ่ายรักษากฎหมายต้องทำ คนโกงต้องได้รับผลจากการโกง ไม่ใช่โกงแล้วล้างไพ่ใหม่ มันก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ วงจรนี้ก็จะไม่จบซักที ถึงเวลาแล้วที่ต้องมาพูดกันแล้วว่า ไม่ได้ ไม่ถูกต้อง

Q : ฟางเส้นสุดท้ายของการโกง ในเรื่องการเมืองที่ทำให้เคลื่อนออกมา?


A  : มันค่อยๆ สะสมมาเรื่อยๆ คือเราค่อยๆ หาข้อมูลการขาย ปตท. มาจนถึงการเริ่มทำรถไฟฟ้าโดย จริงๆ แล้วจีนจะออกเงินให้แล้วพอจะทำเราก็ต้องไปกู้เอง มันมีความคิดอะ ไรบางอย่าง หรือเรื่องนโยบายรถคันแรก ทำขึ้นมาทำไม ทำไมเราคิดถึงแค่วัตถุที่อยู่ตรงหน้า 30 บ. รักษาทุกโรคมันทำลายระบบโรงพยาบาล หรือเปล่า ซึ่งมันทำลายอย่าง นโยบายรับจำนำข้าวที่มันเห็นผลจริงๆ เหรอ ผลปรากฏว่ารัฐบาลก็ล้มเหลว ทุกวันนี้ยังไม่ได้ยินคำขอโทษจากรัฐบาลเลยสักครั้ง การจำนำข้าวมันผิดพลาด ไม่มีการรับผิดชอบใดๆ เกิดขึ้น ยังมีการแถไถตอบคำถามนักข่าวไม่ได้ เขาก็ไม่ยอมรับความผิด และเราก็จะคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้

ตอนนี้ปัญหาในสังคมไทย คือเราทำผิดแล้วเราไม่ยอมรับ ไม่ขอโทษกัน แต่ดันสู้ ตะแบงกัน ส่วนตัวผมเป็นคนที่ยอมรับผิดนะ ถ้ามีข้อมูลมายืนยัน ถ้าผิดผมขอโทษงั้นผมขอย้ายความคิด แค่นั้นเอง แต่จะยอมรับไหม ถ้าไม่ยอมก็จะเป็นแบบนี้ ใครทำ ใครก่อความรุนแรงจะรับไหม ไม่รับ หรือเวลาแกนนำสั่งประชาชนบอกให้เผาเลย เดี๋ยวรับผิดชอบเอง ถามว่าทุกวันนี้รับผิดชอบของพวกเขาคืออะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดของผม คือ ผมรับไม่ได้ ยอมไม่ได้ ที่มากล่าวไม่ดีกับสิ่งที่เราเทิดทูน ดังนั้นผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ออกมาปกป้อง เพราะผมรู้สึกว่าทำแบบนี้เนรคุณ

Q : คุณวิเคราะห์ไหมว่าทำไมการชุมนุมครั้งนี้ คนในวงการบันเทิงออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้เยอะมาก ทำไมคนบันเทิงจึงสนใจการเมือง?

A : มันไม่ใช่คนบันเทิงหรอกครับ มันเป็นคนทั่วไปที่เริ่มสนใจการเมือง แต่คนบันเทิงเป็นคนที่โดนจับจ้องก็เลยดูเยอะ เอาเข้าจริงๆ ก็มีเยอะ พวกนักธุรกิจ นักศึกษา ครูอาจารย์ แพทย์ เต็มไปหมด มีคนหลากหลายอาชีพออกมา แต่เราแค่ไปโฟกัสความเป็นดารานักแสดง จริงๆ เปล่า เพราะที่นี่มีคนหลากหลายอาชีพที่ออกมา

Q : ดาราออกมาฟรี ไม่ได้จ้าง?


A :ไม่ได้จ้าง เพราะมันมีหลายทีบอกว่าถูกจ้างมา คือการแสดงความคิดเห็นในเชิงดูถูกประชาชนอย่างเห็นได้ชัด การจ้างมา ต้องถามว่าคุณรู้หรือยังว่าเรตค่าตัวนักแสดงทุกคนเท่าไหร่ คนที่ออกมาทุกๆ คืนอย่างนี้ คุณคิดว่าจะจ้างไหวไหม ผมไม่อยากให้มองอย่างนั้น โดยที่ผมก็ไม่ได้มองว่าดาราออกไปเสื้อแดงตั้งแยอะว่ายังไง เราก็เคารพสิทธิ์กันและกัน เข้าใจ ว่าคนนี้อยากเลือกตั้ง ต่างคนต่างมีสิทธิ์ของตัวเอง เดินตามทิศทางความเชื่อของตัวเองตามหลักประชาธิปไตยได้ ไม่คุกคามกัน แต่วันนี้กลายเป็นว่าทำไมเราต้องคุกคามคิดต่าง มึงอยู่ไม่ได้ มีคนมาขู่ผม โดยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย

มึงเจอกู เป็นคำหยาบคายในเฟซบุ๊กผม แต่เราพร้อมอยู่แล้วที่จะรับสิ่งนี้เมื่อเราก้าวออกมาเพราะเราคิดต่าง แต่บางครั้งก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า คิดต่างกันได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมและการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นด้วย การพูดหยาบคายต่อผู้อื่น ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเหล่านั้น หรือการด่าทอคนที่คิดต่างด้วยคำรุนแรง หยาบคาย มันผิดอย่างนี้ไม่ได้

Q :  มีผลกระทบอะไรบ้างไหมตั้งแต่ออกมาเปิดหน้าโชว์?


A : ส่วนตัวผม ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ผมจะไม่หยาบคาย หรือจะต้องไปหยาบคาย เราจะขำๆ เราก็อยู่ในพื้นฐานของเราพื้นที่ของเรา แสดงสิทธิ์ของเรา ไม่ได้เดินออกไปแล้วไปด่าทอม็อบแดง หรือเปิดกระจกด่าเขาแบบนี้ถือว่าละเมิดคนอื่น ผมแค่ยืนแสดงสิทธิ์ในพื้นที่ของผม คุณก็แสดงสิทธิ์ในพื้นที่ของคุณก็จบ

Q : วันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.คุณจะไปใช้สิทธิ์ไหม?

A : ถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้น จะไป ชัดเจนมา คือผมไม่โหวต แต่ผมต้องเคารพสิทธิิ์ในการเลือกตั้ง เพราะถ้าผมไม่โหวตก็จะไม่สามารถถอดถอนได้ โหวตโนชัดเจนครับ

Q : นอกจากคำชื่นชมหลังคลิปดาราบนเวทีอินดี้ทอล์กเรื่องการเมืองออกมา แต่อีกฝั่งก็ต่อต้านคลิปที่ว่านี้รู้สึกอย่างไร


A : เราต้องเคารพสิทธิ์ สิทธิ์ของท่าน ผมเป็นแค่คนคนหนึ่งที่อย่างน้อยจะบอกทุกท่านว่า ใครคิดจะเหยียบผมไม่เป็นไร ผมยังรักทุกคนเหมือนเดิม ยังคงรักพี่น้องเสื้อแดงด้วยแม้จะเห็นต่างกับผม ผมก็ยังทำหน้าที่ดาราคนหนึ่งที่จะรักคนดูทุกคน และยังทำหน้าที่ในการให้ความสุขทุกท่าน วันหนึ่งถ้าท่านจะกลับมาดูผม ผมก็ยังอยู่ที่จุดเดิม ถ้าจะกลับมาดูผมก็ขอบคุณมาก ท่านคิดว่าสิ่งที่ผมคิดต่างนั้น มันเป็นความคิดที่ชั่วช้าแล้วไม่สมควรที่จะได้รับการสนับสนุนก็สิทธิ์ของท่าน

Q : มีอะไรอยากจะฝากไปถึงอีกฝั่งไหม?

A : ผมสงสัยในความเป็นมนุษย์คนหนึ่งว่าหลายรัฐบาลในต่างประเทศที่เมื่อมีประชาชนลุกขึ้นมาจะแสดงสปิริตลาออก เพราะหากดำรงตำแหน่งต่อไปจะเกิดความรุนแรงขึ้น ผมสงสัยในความละอายใจต่อสิ่งนั้นว่าควรจะแสดงอะไรสักอย่างไหมประเทศอื่นๆ เขาไม่รอให้มีคนมากมายขนาดนี้ก็แสดงสปิริตแล้ว แต่นี่กลับเพิกเฉย พูดอยู่ไม่กี่อย่าง ผมอยากให้ท่านพิจารณาเรื่องนี้ดีๆ จริงๆ ว่าคำว่า 'ประชาธิปไตย' ที่พูดอยู่ ถูกต้องแล้วจริงหรือเปล่า คำว่า 'ประชาธิปไตย' ไม่ได้เท่ากับว่าเอาเสียงส่วนใหญ่ชนะเท่านั้น ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยท่านเคารพทั้ง 3 อำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการของประเทศจริงแล้วหรือยัง  สิ่งหนึ่งที่ผู้นำต้องเป็น คือการรวมใจคน ต้องสามารถทำให้คนส่วนใหญ่คิดเห็น และสามารถครองใจคนส่วนน้อยด้วย ถึงจะสงบสุข แต่ถ้าผู้นำคนไหนได้แต่ครองใจคนส่วนใหญ่ แล้วคนส่วนน้อยยังคงลุกฮืออย่างนี้ ถือว่าไม่ใช่ผู้นำ เราต้องหาผู้นำคนใหม่ ที่สามารถครองใจคนส่วนน้อยได้ด้วย

สิ่งหนึ่งที่ผู้นำต้องเป็นก็คือ การเป็นศูนย์รวมใจคน ต้องทำให้คนส่วนใหญ่เห็นและครองใจคนส่วนน้อยด้วย ประเทศชาติถึงจะสงบสุข แต่ตราบใดที่อ้างว่าครองใจคนส่วนใหญ่ได้แต่คนส่วนน้อยลุกฮือ ผมถือว่าไม่ใช่คุณสมบัติของผู้นำ เราต้องหาผู้นำคนใหม่ที่สามารถครองใจคนส่วนน้อยที่เขาอ้างได้ด้วย

Q : อนาคตมีสิทธิ์จะเห็นคุณเล่นการเมืองไหม
?

A : ไม่ ถ้าเล่นขึ้นมาก็ด่าเขาไม่ได้ เพราะคนที่เล่นการเมืองต้องมีความรู้ ความสามารถในการปกครองบ้านเมือง ผมเกิดมาเพื่อทำงานด้านศิลปะ ด้านการบันเทิง ผมก็ขออยู่เป็นประชาชนที่ทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดพอแล้ว ถ้าผมจะขึ้นไปเล่นการเมือง ผมไม่ได้รู้อะไรมากมาย ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่มีความคิดเห็นทางด้านการเมือง ไม่ได้รู้ถึงรายละเอียด ใครมากางกฎหมายให้อ่าน ผมก็ไม่เข้าใจหรอก ต้องมีคนแปลญัตติให้ แต่ถามว่าการแปลนั้นถูกต้องไหม มันทำให้ผมต้องอ่านหลายๆ ข้อมูลมาประกอบด้วยไม่ใช่พูดแล้วจะเชื่อเลย ขอแค่ให้ได้ใช้สิทธิ์ประชาชนของผมเอง

Q : คุณเป็นแฟนพรรคประชาธิปปัตย์?

A : ไม่ได้เป็นแฟนเลย ไม่ได้เชียร์ ถ้าวันหนึ่งไม่ได้เป็นประชาธิปัตย์ขึ้นมาบนเวทีนี้ ไม่มีคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่มีนักการเมือง ถ้านักการเมืองโกงชาติ ผมก็จะมาที่ม็อบอยู่ดี

Q : ถ้ามีคนกรุงเทพฯ ที่บ่นเรื่องปัญหารถติด ขณะชัตดาวน์กรุงเทพฯ คุณอยากจะบอกอะไร?


A : อยากให้อดทน ผมเชื่อว่าการประท้วงไหนจะไม่สร้างความเดืิอดร้อนให้ประเทศชาติ แน่นอนทุกครั้งจะมีความเดือดร้อน ต้องตรองว่าในความเดือดร้อนนั้นมันมากหรือน้อย สิ่งที่ผมไม่มีความคิดแน่ๆ ในการมา คือ ถ้าวันหนึ่งผมอยู่ในม็อบของ กปปส. แล้วถ้าเกิดเขาบอกให้ผมเผาประเทศของตัวเอง ผมจะเดินหนีออกมา นี่คือสิ่งที่ชั่วร้าย ฉะนั้นอยากให้ทุกท่านคิดว่า ถ้ามีรถติดอีก 3-4 วัน แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบประเทศของเราให้ดีขึ้น เห็นใจทุกท่านอยากให้ทุกท่านอดทน ผมก็อดทนมาหลายครั้ง ไม่ไหวแล้ว จนต้องออกมาแสดงสิทธิ์.

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก Kleur Kub

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้