วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวันดาแซงหน้าไทย จากฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สู่ดาวรุ่ง

วันเสาร์สบายๆวันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ “ประเทศรวันดา” ใน ทวีปแอฟริกา  กันสักวันนะครับ  ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ คงเคยได้ยินชื่อประเทศรวันดามาแล้ว เพราะประเทศนี้เคยมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างคนสองเผ่า จนถึงกับมีการ สังหารหมู่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กันเลยทีเดียว มีคนตายไปกว่า 1 ล้านคน

ผมไม่ขอเล่าถึงความโหดร้ายของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่วันนี้ผมอยากจะเล่าถึง “วันฟ้าใหม่” ของ “รวันดา” หลังจากบทเรียนอันเจ็บปวดจากการแย่งชิงอำนาจของชนสองเผ่า เป็นรายงานการวิจัยของ “ไอเอ็มเอฟ” หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่วารสาร “การเงินธนาคาร”  นำมารายงานไว้ในคอลัมน์เวิลด์เอ็กซ์คลูซีฟฉบับเดือนมกราคม

งานนี้ ไอเอ็มเอฟ ได้เข้าไปสำรวจศึกษาประเทศในแอฟริกา 12 ประเทศ ซึ่งเป็นชาติที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว และพบว่ามีอยู่ 8 ประเทศที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็ง โดยไม่ได้พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าแต่อย่างใด และจากการกลั่นกรองด้วยคุณสมบัติ 2 ประการ คือ ช่วงปี 1995-2010 มีการขยายตัวของจีดีพีเฉลี่ยอย่างน้อย 5% ต่อปี และมีจีดีพีต่อหัวเฉลี่ยอย่างน้อย 3% ต่อปี พบว่ามี 6 ประเทศที่เข้าข่าย คือ รวันดา, บูร์กินาฟาโซ, เอธิโอเปีย, โมซัมบิก, แทนซาเนีย และ ยูกันดา

ไอเอ็มเอฟ ได้เจาะลึกลงไปอีกว่า มีอะไรที่ช่วยให้ประเทศที่เคยบอบช้ำเหล่านี้กลับมาเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ  สิ่งแรกที่พบก็คือ ความมีเสถียรภาพของประเทศ การมีนโยบายที่แน่วแน่ และ ความสามัคคีในชาติ ซึ่งประเทศเหล่านี้เคยได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดสาหัสจากความแตกแยกในชาติมาแล้ว

6 ประเทศนี้ไม่เพียงเข้าตาไอเอ็มเอฟในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเข้าตา ธนาคารโลก หรือ World Bank ในเรื่อง “การกำจัดคอร์รัปชัน” ที่เบ่งบานลดลงอย่างเห็นผล ทำให้การทำงานภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และ การเมืองมีเสถียรภาพ บรรยากาศการทำธุรกิจของภาคเอกชนก็สดใส จนแทบจะไม่เหลือร่องรอย พวกมาตรการควบคุมราคาต่างๆ (ที่ไทยยังต้องทำอยู่ทุกวันนี้) หรือ การผูกขาดโดยภาครัฐ (ที่ไทยยังก้าวไม่พ้น)

ไอเอ็มเอฟ  ได้ยกตัวอย่าง  ประเทศรวันดา ที่เคยเกือบสิ้นชาติเพราะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวันดาเคยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเขาพันลูก เพราะเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเนินเขามากมาย แต่เดิม ชาวไร่กาแฟรวันดา ปลูกกาแฟกันแบบซังกะตาย เพราะราคากาแฟที่แท้จริงไม่เคยตกถึงมือชาวไร่กาแฟ เพราะรัฐเข้าไปควบคุมกำหนดราคาเอง (ฟังคล้ายๆเรื่องข้าวของประเทศด้อยพัฒนาแถวนี้)

แต่เมื่อ รัฐบาลรวันดา มีการปรับปรุงระบบใหม่ ให้อิสระชาวไร่กาแฟในการกำหนดราคาเมล็ดกาแฟเอง และ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาทำธุรกิจกาแฟมากขึ้น วันนี้ รวันดา กลายเป็นประเทศที่ส่งออก “กาแฟระดับพรีเมียม” ไปยัง “ตลาดระดับบนทั่วโลก” อย่างไม่น่าเชื่อ รวันดา วันนี้ยังติดอันดับ 32 ของ ธนาคารโลก ในฐานะ ประเทศที่มีกฎระเบียบผ่อนปรนแก่ธุรกิจมากที่สุด เหลือเชื่อไหมพ่อแม่พี่น้อง

ผลจากความโปร่งใสที่เกิดขึ้น ทำให้เงินช่วยเหลือทั้งในรูปการให้เปล่าและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ ต่างก็หลั่งไหลไปสู่ 6 ชาตินี้ ช่วยให้มีการพัฒนาด้านการศึกษาและสาธารณูปโภคอย่างมาก

ในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนก็ให้ความไว้วางใจประเทศเหล่านี้ด้วย ส่งผลให้การออกพันธบัตรของรัฐบาลทั้ง 6 ประเทศ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี สามารถระดมเงินทุนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกครั้งล่าสุด ธนาคารเครดิต สวิส  และ ธนาคารวีทีบีของรัสเซีย ได้ช่วย ประเทศโมซัมบิก ระดมเงินทุนถึง 850 ล้านดอลลาร์ 28,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนซื้อเรือประมงฝูงใหม่

ประเทศไทย ของเรากำลังจะแพ้ รวันดา อีกประเทศ หลังจากที่แพ้เพื่อนบ้านมาเรื่อยๆ เพราะ การเมืองปัจจุบันที่โกงกินทุจริตไม่เลือกหน้า น่าเศร้านะครับ.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

17 ม.ค. 2557 10:24 ไทยรัฐ