วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้อนรับบำนาญชาวบ้าน

โดย

ขอแสดงความยินดีกับบรรดาลูกจ้างเอกชนทั้งหลายที่จะได้รับเงินบำนาญชราภาพ ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ลูกจ้างเอกชนได้รับบำนาญ หลังจากที่ทำงานมาตลอดชีวิต ก่อนหน้านี้เคยมีแต่ข้าราชการที่รับบำนาญมานับร้อยๆปี โดยไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ และได้บำนาญเกือบเท่ากับเงินเดือนสุดท้าย

ก่อนหน้านี้มีลูกจ้างเอกชนได้รับบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคมไปแล้ว 160,000 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 6,600 ล้านบาท ส่วนผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับบำนาญจะต้องทำงานมาครบ 180 เดือน หรือ 15 ปี และอายุ 55 ปีขึ้นไป ถ้าเงินเดือน 9,000 บาท จะได้รับบำนาญเดือนละ 1,800 บาท เงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป จะได้รับ 3,000 บาท

แต่ถึงแม้ลูกจ้างเอกชนจะมีบำเหน็จบำนาญโดยถ้วนหน้า ก็ไม่ได้หมายความว่าคนไทยทุกคนมีหลักประกันรายได้ตลอดชีวิต เนื่องจากในบรรดาประชากร 65 ล้านคน อยู่ในวัยทำงาน 38.7 ล้านคน (ตัวเลข 2554) เป็นแรงงานในระบบ 14.6 ล้านคน แรงงานนอกระบบ 24.1 ล้านคน จึงมีหลักประกันเพียง 38% อีก 62% เป็นแรงงานนอกระบบไม่มีหลักประกัน

ในขณะเดียวกันประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปี 2547 และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี 2567 อีกเพียงสิบปีข้างหน้า  เนื่องจากคนไทยอายุยืนมากขึ้น แต่อัตราการเกิดของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้น สัดส่วนของคนแก่อายุ 60 ปีขึ้นไป จึงเพิ่มมากขึ้น แต่สัดส่วนคนในวัยทำงานลดลง กลุ่มผู้สูงอายุจึงกลายเป็นภาระสังคมถ้าไม่มีหลักประกัน

ผู้สูงอายุที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกัน สังคม เป็นแรงงานนอกระบบ ส่วนหนึ่งมีรายได้ต่ำ มีอาชีพรับจ้างหรืออาชีพอิสระ จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ คือ เบี้ยเลี้ยงชีพ เดือนละ 600 ถึง 1,000 บาท เป็นรายได้ที่ต่ำ กว่าเส้นความยากจน คือเดือนละ 1,500 บาท ถ้าไม่ได้รับการดูแลจากลูกหลาน และไม่มีหลักประกันอื่น จึงกลายเป็นกลุ่มคนจนรุ่นใหม่

เบี้ยยังชีพจากรัฐบาล เดือนละ 600 ถึง 1,000 บาท ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยง ชีพอย่างแน่นอน อีกทั้งยังไม่ใช่หลักประกันที่มั่นคง เพราะรัฐบาลอาจยกเลิกเสียก็ได้ ถึงแม้รัฐธรรมนูญปัจจุบันจะระบุว่า ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการอย่างสมศักดิ์ศรี และมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

สังคมไทยจึงต้องสร้างหลัก ประกันอย่างยั่งยืนให้ทุกคน ด้วยการส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบ ได้เข้าสู่ระบบการประกัน สังคมโดยทั่วหน้า และส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในหรือนอกระบบ ได้เก็บออมเงินเตรียมพร้อมสำหรับวัยชรา เพราะลำพังกองทุนประกันสังคมอาจจะช่วยเหลือทุกคนไม่ได้ เนื่องจากต้องรับภาระเพิ่มขึ้นทุกปี.