วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย
18 ม.ค. 2557 05:00 น.
อย.เตือนภัย"โซเดียม"ในขนมกรุบกรอบ กินมากเสี่ยง'ไต'พัง

อย.เตือนภัย"โซเดียม"ในขนมกรุบกรอบ กินมากเสี่ยง'ไต'พัง

โดย
18 ม.ค. 2557 05:00 น.
  • Share:

เมื่อเร็วๆนี้ มีการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งบริโภคสาหร่ายทอดกรอบในปริมาณมากทุกวันจนม่านตาเสีย เลนส์ตาเสื่อม และไตพัง ซึ่งต่อมาแพทย์ระบุถึงสาเหตุของการเกิดภาวะดังกล่าว ว่าเกิดจากการบริโภคเกลือและโซเดียมกลูตาเมทในปริมาณที่มากเกินไป

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา บอกว่า เรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้ ซึ่งที่ผ่านมา อย.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเตือนผู้ปกครองเกี่ยวกับการบริโภค ขนมกรุบกรอบรวมทั้งสาหร่ายทอดกรอบที่นำสาหร่ายอบแห้งธรรมดามาปรุงรสด้วยรสชาติต่างๆโดยใส่เกลือโซเดียมและโซเดียมกลูตา-เมท หรือผงชูรสเป็นส่วนผสม เพื่อให้มีรสชาติอร่อยชวนรับประทานมากขึ้น

“อย.ได้ทำการสำรวจ พบว่าสาหร่ายทอดกรอบมีปริมาณโซเดียมเฉลี่ย 100 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หรือเทียบเท่ากับเกลือ 250 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงมาก เมื่อเทียบกับปริมาณเกลือที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน” นพ.บุญชัยบอกพร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า แม้องค์การอนามัยโลกจะกำหนดมาตรฐานการบริโภคเกลืออยู่ที่ไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน และ น้ำตาลไม่เกิน 10 กิโล-กรัมต่อปี แต่ล่าสุดจากการสำรวจ พบว่าคนไทยมีการบริโภคเกลือสูงกว่ามาตรฐานโลกถึง 3 เท่าตัว จากข้อจำกัดที่กำหนดให้เพียงวันละไม่เกิน 1 ช้อนชา แต่ปรากฏว่าคนไทยมีการบริโภคเกลือมากถึง 3 ช้อนชาต่อวัน


เลขาธิการ อย. บอกด้วยว่า อย.มีความห่วงใยในเรื่องนี้อย่างมาก เพราะผลเสียของการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง จะทำให้เกิดการคั่งของเกลือและน้ำในอวัยวะต่างๆ ทำให้แขนขาบวม เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก ทำให้ความดันโลหิตสูง รวมทั้งเกิดผลเสียต่อไต ทำให้ไตทำงานหนักขึ้น และไตเสื่อมเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา อย.ได้เฝ้าระวัง โดยสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์สาหร่ายทั้งชนิดปรุงรสและชนิดที่ใช้ปรุงอาหาร เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสารปรอท ตะกั่ว และสารหนูอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554-ปัจจุบัน พบว่ามีคุณภาพมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากคุณภาพมาตรฐานของอาหาร หากแต่เกิดจากการบริโภคที่อาจจะมากเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมและโซเดียมกลูตาเมทเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ

คุณหมอบุญชัย บอกด้วยว่า ปริมาณเกลือและโซเดียมที่ควรได้รับต่อวัน ไม่ควรเกิน 2,400 มิลลิกรัม ซึ่งเทียบเท่ากับเกลือแกง (โซเดียมคลอไรด์) 6 กรัม หรือเทียบเท่ากับเกลือแกงแบบร่วนละเอียดประมาณ 1 ช้อนชา และนอกจากจะได้รับโซเดียมจากเกลือแล้ว ผู้บริโภคยังอาจได้รับโซเดียมจากผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตา-เมท) ที่อยู่ในรูปของเครื่องปรุงรส/ผงปรุงรส อีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากเตือนผู้ปกครองให้แนะนำบุตรหลานในการบริโภคขนมกรุบกรอบ ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่ง ข้าวเกรียบ สาหร่ายทอดกรอบ หรือสาหร่ายปรุงรสแล้ว อย.ยังได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้ผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยว 5 ชนิด ได้แก่ มันฝรั่งทอดหรืออบกรอบ ข้าวโพดคั่วทอดหรืออบกรอบ ข้าวเกรียบหรืออาหารขบเคี้ยวชนิดอบพอง ขนมปังกรอบหรือแครกเกอร์หรือบิสกิต และ เวเฟอร์สอดไส้ แสดงข้อมูลในรูปแบบจีดีเอ (Guideline Daily Amounts : GDA) หรือ ฉลากหวาน มัน เค็ม เพื่อนำไปสู่การลด หวาน มัน เค็ม จากการบริโภคอาหาร

ฉลากดังกล่าว กำหนดให้แสดงค่าพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ใน 1 ซอง/ห่อ เทียบเป็นค่าร้อยละของปริมาณสูงสุดที่ควรได้รับในแต่ละวันบนด้านหน้าฉลาก

“นอกจากผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวทั้ง 5 ชนิด อย.กำลังเตรียมขยายฉลากจีดีเอให้ครอบคลุมอาหารอื่นๆ ได้แก่ ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์ขนมอบ อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารมื้อหลักที่เป็นอาหารจานเดียว ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นหรือตู้แช่แข็งตลอดระยะเวลาจำหน่าย และผลิตภัณฑ์อาหารขบเคี้ยวอื่น ซึ่งก็รวมถึงสาหร่ายทอดกรอบด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจนและเข้าใจได้ง่าย สามารถตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่เหมาะสมต่อสุขภาพได้

สุดท้าย นพ.บุญชัย บอกว่า อยากให้ผู้บริโภคยึดหลัก 3 ฉ. เพื่อสุขภาพดี คือ ฉลาก ฉลาด และ เฉลียว โดยอ่านฉลากทุกครั้ง ฉลาดซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีประโยชน์และเฉลียวใจในการดูสภาพของผลิตภัณฑ์ ตรวจสอบไม่ให้มีสิ่งใดปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ และว่า อย.จะส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการอ่านฉลากโภชนาการ โดยเน้นการรณรงค์ตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับโภชนาการ รวมทั้งปลูกฝังพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมสำหรับประชาชน และยังเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีขึ้น นำไปสู่การลด หวาน มัน เค็ม อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเกินที่ยั่งยืนต่อไป

หากพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน ร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดที่พบการกระทำความผิดได้ตลอดเวลา.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้