วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉเหตุ'กระทิง'ตาย กินไมยราบไร้หนาม คพ.ตรวจพบสารหนู

รองอธิบดีกรมอุทยานฯเผยกระทิงอุทยานฯกุยบุรี กิน “ไมยราบไร้หนาม” ตายเพราะมีปริมาณสารไนเตรทหรือสารพิษสูง เชื่อกระทิงตาย 22 ตัว จากสาเหตุธรรมชาติ 3 ตัว ตายแบบผิดธรรมชาติ 19 ตัว ส่วนช้างก็กินต้นไม้มรณะ แต่ไม่ตายเพราะกินต้นนนทรีป่าแก้พิษเข้าไป 

ในที่สุดการตายปริศนาของกระทิงป่า 22 ตัวในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกพิสูจน์ออกมาแล้วโดยเมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีกระทิงป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตายไปแล้วถึง 22 ตัวว่า ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และทีมสัตวแพทย์สัตว์ป่าออกสำรวจเก็บข้อมูลร่องรอยการตายของกระทิงทั้ง 22 ตัวเพิ่มเติมและติดตามเฝ้าระวังอาการของกระทิงที่มีอาการป่วยอีก 2 ตัว รวมทั้งตามหาซากกระทิงซึ่งคาดว่ายังมีอยู่อีก

นายธีรภัทรกล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุการตายของกระทิงน่าจะมาจากต้นไมยราบไร้หนามซึ่งมีข้อมูลว่า เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เกิดฝนตกในพื้นที่อุทยานแห่ง ชาติกุยบุรีค่อนข้างหนัก ทำให้ต้นไมยราบไร้หนามเจริญเติบโตค่อนข้างมาก และพบว่าในช่วงเวลานั้นปริมาณสารไนเตรทซึ่งเป็นสารพิษในต้นไมยราบไร้หนามมีปริมาณค่อนข้างสูง  จึงให้กรมปศุสัตว์ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าภายในกระเพาะอาหารของกระทิงนั้นมีไมยราบไร้หนามอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม การตายของกระทิงทั้ง 22 ตัว ส่วนหนึ่งค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า กระทิง 3 ตัวตายจากสาเหตุธรรมชาติ แต่อีก 19 ตัวนั้นตายแบบผิดธรรมชาติแน่นอน และทั้ง 19 ตัวนั้นก็ตายในเวลาไล่เลี่ยกันด้วยในระยะเวลา 1-2 วันติดต่อกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีต้นไมยราบไร้หนามที่มีไนเตรทสูงในเวลาดังกล่าว หากกระทิงกินแล้วตายจริง สัตว์ชนิดอื่น เช่น ช้างที่กินต้นไม้ชนิดนี้ด้วยทำไมไม่ตาย นายธีรภัทรกล่าวว่า มีข้อสังเกตว่าช่วงเวลาที่คาดว่ากระทิงตายจำนวนมากนั้น สังเกตพบว่าต้นนนทรีป่าถูกหักโค่นกินจากช้างจำนวนมากผิดปกติจึงสงสัยว่าต้นไม้ชนิดนี้จะแก้พิษจากไนเตรทได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเพียงข้อสงสัยข้อหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีการตัดประเด็นข้อสงสัยใดๆออก แม้กระทั่งประเด็นการวางยาเพราะยังไม่มีข้อสรุปอะไรเลย ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ม.ค. นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว. ทรัพยากรฯ ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมปศุสัตว์ กรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีมาประชุมเพื่อสรุปผลที่ได้จากการตรวจในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์หรือห้องแล็บ

ด้านนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า เบื้องต้นผลการตรวจสอบซากกระทิงนั้นพบว่า 1 ใน 18 ตัว ที่ คพ.ตรวจมีสารอาร์ซินิกหรือสารหนู ที่เป็นสารชนิดเดียวกับสารที่เป็นสาเหตุให้ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นโรคไข้ดำ แต่รายละเอียดอื่นๆจะแจ้งให้ทราบอีกทีในวันที่ 17 ม.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการหาสาเหตุการตายของกระทิงได้เข้ารายงานผู้ใหญ่ในกระทรวงฯ ทราบว่ากระทิงทั้ง 22 ตัวที่ตายนั้น เพราะสาเหตุจากพิษในธรรมชาติที่สัตว์ใหญ่ในพื้นที่อุทยานฯกุยบุรี คือ กระทิง และช้างกินเข้าไป แต่สาเหตุที่ช้างไม่ตายเพราะช้างได้พากันกินต้นนนทรี ป่าเข้าไป ซึ่งไม้ชนิดนี้สามารถแก้พิษสารพิษกินเข้าไปก่อนหน้านี้ได้ ทั้งนี้จะมีการปลูกต้นนนทรีป่าในพื้นที่อุทยานฯกุยบุรี และพื้นที่ข้างเคียงเพิ่มให้กระทิงได้กินเพื่อเป็นตัวแก้พิษด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเชื่อในรายงานนี้มากนัก

17 ม.ค. 2557 07:48 ไทยรัฐ