วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มติปปช. จำนำข้าวจีทูจีเก๊ ฟัน2รมต.

บุญทรงกับภูมิ งัดอนุฯสอบปู เจ๊งแต่ไม่เบรก

มติ ป.ป.ช.ประเดิมแจ้ง ข้อกล่าวหากราวรูด “บุญทรง-ภูมิ” กับพวก จีทูจีข้าวจีนเก๊ สั่งสรรพากรไล่ เช็กบิลภาษีย้อนหลัง 17 บริษัทฉาว “ปู”โดนตั้งอนุฯสอบฐานเป็น ปธ.บอร์ดข้าว รู้ทั้งรู้ทำแล้วเจ๊งแต่ไม่สั่งระงับยับยั้ง “วิชา” ปัดเป็นแผนปลดล็อกทางการเมือง “บุญทรง” เซ็งมาตรฐาน ป.ป.ช. จวกไม่เรียกชี้แจงแต่กลับชี้มูล “นายกฯปู” เมินพบ 5 เสือ กกต. ถกเลื่อนเลือกตั้ง บ่ายหน้าเข้าประชุมเวทีปฏิรูปเต็มตัว “สุรนันทน์” จวกยับ “กกต.สมชัย” ผิดคิว-ล้ำเส้นจนเกินหน้าที่ ปชป.อัด “ปู” เปิดเวทีปาหี่ปฏิรูปปล่อยฝูงหมาป่ารุมทึ้งเลขาฯ กกต. “สมชัย” ซัดรัฐบาลนิยมสงครามดราม่าจัดเวทีปฏิรูปเพื่อให้ดูดี กร้าว กกต.ชัตดาวน์ตัวเองเมื่อไหร่จะวุ่นไปกันใหญ่ กุนซือ “แม้ว” โต้เดือด “ธีรยุทธ” ตั้งฉายาลูกพี่ “พญาแร้งดำหิมาลัย” เย้ยหยุดประดิษฐ์ขยะวิชาการเสียที

หลังจากที่รัฐบาลเปิดเวทีตัวแทนจาก 70 องค์กรและหน่วยงานต่างๆมาร่วมหารือเกี่ยวกับการเลื่อนวันเลือกตั้งตามข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ตามกำหนดการเดิมต่อไป ขณะที่ ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวกราวรูด

“นายกฯปู” เมินตอบพบ กกต.

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาประชุมร่วมกับรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการ เตรียมความพร้อมในการประชุมเวทีปฏิรูปประเทศ โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายนิวัฒน์-ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายกฯไม่ตอบผู้สื่อข่าวว่า จะเดินทางไปพบ กกต.หรือไม่ ขณะเดียวกัน นายกฯได้เปิดโอกาสให้สำนักข่าวเอพี และรอยเตอร์ เข้าถ่ายทำภารกิจของนายกฯ ช่วงวิกฤติการเมือง แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ขึ้นสปีชเวทีปฏิรูปประเทศที่ ทอ.

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมการปฏิรูปประเทศ ไทย ร่วมกับผู้แทนภาคเอกชน 12 องค์กร ตัวแทนวิชาการ ภาคประชาชน 7 องค์กรภาคธุรกิจ เช่น สภา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศ ไทย สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุม

นายกฯกล่าวเปิดประชุมว่า วันนี้จะเป็นการหารือถึงข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ ที่สังคมเห็นพ้องให้เริ่มต้นปฏิรูปได้แล้ว เพราะมีหลายภาคส่วนที่เสนอแนวทางปฏิรูป จึงต้องนำมารวบรวมให้เป็นแผนปฏิรูปเดียวกันให้สามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และต้องมีกลไกเชื่อมโยงสู่ฝ่ายปฏิบัติ

7 องค์กรแนะตั้ง รบ.ปรองดองแห่งชาติ

ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสรุปจากการเปิดเวทีกลางของภาคเอกชน 7 องค์กรภาคเอกชนร่วมกับองค์กรครือข่ายอีก 18 แห่ง อาทิ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์พัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีข้อเสนอ 4 ประเด็น คือ 1.จัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปประเทศในช่วงก่อนการเลือกตั้ง มีสถานะทางกฎหมายรองรับที่ชัดเจนเพื่อสร้างหลักประกันของการทำงานได้ต่อเนื่อง 2.การทำความตกลงร่วม พรรคการเมืองในการปฏิรูป 3.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และ 4.ปรับรูปแบบของรัฐบาลรักษาการในช่วงก่อนการเลือกตั้ง นายกฯต้องลากิจไม่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการ และเสนอให้มีรัฐบาลผสมหลายพรรคเป็นรูปแบบ “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” ซึ่งตั้งขึ้นตามกรอบรัฐธรรมนูญ เพื่อทำภารกิจปฏิรูป มีอายุ 1 ปี

“ธีรภัทร์” จี้นายกฯออก–กปปส.หยุด

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า รัฐบาล และ กปปส.ควรเจรจาพูดคุย หาทางออก ซึ่งสภาพัฒนาการเมืองพร้อมเป็นคนกลาง ควรเลื่อนเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ออกไปก่อน รัฐบาลต้องลาออกจากการรักษาการและ กปปส.ต้องไม่ผูกขาดการปฏิรูปการเมือง และ กปปส.ต้องหยุดการชุมนุมโดยทันที โดยให้มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน จากนั้นอาจออกพระราชกำหนดหรือพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามมาตรา 165 (1) ของรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนลงมติจะให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.หรือปฏิรูปหลังการเลือกตั้ง ส.ส.และอาจมีกระบวนการให้พรรคการเมืองทำสัตยาบันปฏิรูปการเมืองหลังการเลือกตั้ง และกำหนดให้ยุบสภาภายใน 1 หรือ 1 ปีครึ่ง

ภาคประชาชนดันเลือกตั้ง 2 ก.พ.

นายเอกชัย ไชยนุวัติ นักวิชาการ ในฐานะสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย เห็นว่าควรเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ตามกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับให้เลื่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ได้มีตัวแทนภาคประชาชนอีกหลายองค์กร ระบุว่าการเลือกตั้งอาจไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด แต่สถานการณ์ปัจจุบันต้องจัดการเลือกตั้ง เพื่อเคารพสิทธิของประชาชน แม้จะมีความเห็นต่างในสังคม และควรปฏิรูปที่ตัวนักการเมือง ขณะที่ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง

“ปู” พรั่งพรูอยู่เพื่อส่งมอบกติกา

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ทุกความเห็นยินดีน้อมรับ ไม่อยากเอาความขัดแย้งนี้มาเป็นอุปสรรคของประเทศ ถ้าทำอย่างนายธีรภัทร์เสนอแล้วลดความขัดแย้งได้ถือเป็นเรื่องดี เพราะไม่อยากได้รับการบอกว่าตนเป็นตัวปัญหา หลายฝ่ายเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ บนความรับผิดชอบของรัฐบาล เรามีทางเลือกเพียง 2 ทางคือลาออกกับยุบสภา ตนก็ได้แสดงออกแล้วด้วยการยุบสภา วันนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรี มีเพียงนายกรัฐมนตรีที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกฎหมาย ไม่สามารถบอกว่าท้อ ไม่อยากทำ ทิ้งไว้เฉยๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะโดนประชาชนที่เลือกมากล่าวหาว่าไม่รับผิดชอบหรือเปล่า วันนี้กติกาที่เราอยู่ ไม่ต้องการอยู่เพื่อที่จะบอกสังคมว่า ดิฉันเป็นคนที่จะสร้างความขัดแย้ง แต่อยู่เพื่อส่งมอบกติกาประชาธิปไตยนี้ให้กับคนใหม่ ที่มาถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหลังการเลือกตั้ง จะเลื่อนเลือกตั้งต้องศึกษาด้วย และไม่ได้ปิดกั้นคนกลางเจรจา ไม่มีรัฐบาลไหนอยากเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน

ถามจะเอาอำนาจไหนไปปฏิบัติ

นายกฯ กล่าวว่า เรียนด้วยความเคารพยินดีให้ความร่วมมือทุกเวที ทุกมิติถ้ามีอำนาจในการปฏิบัติได้ ช่วยบอกด้วยว่าใช้อำนาจอะไรในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ เพราะแม้แต่อำนาจจะจ่ายเงินให้กับพี่น้องชาวนายังไม่มีเลยวันนี้ อำนาจนี้ต้องถาม กกต.ก่อนทุกครั้ง แล้วจะเอาอำนาจไหนเอาเงินไปให้ วันนี้ถามแล้วนายกฯ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่เป็นนายกฯเต็ม สิ่งสำคัญเราหาเปิดเวทีให้ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วม เราจะเปิดเวทีให้แต่ละเวทีที่มีพิมพ์เขียว ภาคต่างๆได้มีโอกาสนำเสนอ แล้วกระบวนการภาคประชาชนได้แสดงความคิดเห็น นี่คือสิ่งที่เราจะได้ทำให้ความสามัคคีกลับคืนมา

“สุรนันทน์” คอนเฟิร์มนายกฯไม่ไป

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายก– รัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯไม่มีกำหนดการเดินทางพบ กกต. เอาให้ชัดก่อนว่าจริงแล้ว นายสมชัย ศรีสุทธิ– ยากร กกต.ติดต่อมาว่า กกต.ทั้ง 5 คน ขอมาพบนายกฯและหากจะพบกันจริงๆต้องเป็นการพบกับ กกต.ทั้ง 5 คน หรือระหว่างนายกฯกับประธาน กกต.และอยากให้รัฐบาลสนับสนุนอะไรในการเลือกตั้ง นายกฯเปิดกว้างอยู่แล้ว ไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ใช่เป็นการต่อรอง พร้อมให้ความร่วมมือกับ กกต.เพราะ กกต.ก็มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งไม่ใช่ กกต.ท่านหนึ่งออกมาพูดตามสื่อ

ว้าก “กกต.สมชัย” ล้ำเส้น-ผิดคิว

“วันนี้ขอให้นายสมชัยนึกถึงตัวเองดีๆว่าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งในมูลนิธิองค์กรกลางอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่นักการเมืองด้วย วันนี้เป็นหนึ่งใน กกต.ให้หารือกับ กกต.ให้ดีก่อน คนอื่นที่เขาทำตามกติกาจะได้ทำถูก มีพรรคการเมืองอีก 50 กว่าพรรค นายสมชัยต้องดูแลพรรคการเมืองให้เท่าเทียมกัน ส่วนที่บอกจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องเลื่อนเลือกตั้งก็ไม่ใช่มติ กกต.และไม่ใช่เรื่องที่ กกต.ท่านใดท่านหนึ่งจะออกมาข่มขู่ พรรคการเมือง ข่มขู่รัฐบาลว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทุกคนมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ให้เรียบร้อยตามข้อกฎหมาย” นายสุรนันทน์กล่าว

“อ๋อย” ให้ดูโปรไฟล์ กกต.แล้วจะรู้

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าว ขณะนี้จะมีการเลือกตั้งขึ้นวันไหนยังไม่รู้ แต่คิดว่า กกต.คงจะเออออไปกับฝ่ายที่ขัดขวางการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งก็ไม่สำเร็จง่ายๆ จึงต้องไปดูว่าทำอย่างไรให้ กกต.มีสำนึกในระบอบประชาธิปไตยมากกว่าที่เป็นอยู่ กกต.ชุดนี้หลายคนผมเข้าใจว่าไม่อยากให้มีการจัดการเลือกตั้ง อยากให้เลื่อนไปเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกมาก ก็ต้องไปดูว่าที่มาของ กกต.เป็นอย่างไร ซึ่งสะท้อนกับระบบรัฐธรรมนูญที่ทำไว้ จนกระทั่งเราได้ กกต.ที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในบ้านเมือง ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างมาก

เดือด “ธีรยุทธ” ประดิษฐ์ฉายา “แม้ว”

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า กรณีที่นายธีรยุทธ บุญมี ผอ.สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย ม.ธรรมศาสตร์ ออกมาตั้งฉายา พ.ต.ท.ทักษิณเป็นพญาแร้งดำหิมาลัยว่า ยืนยันได้อีกครั้งว่านายธีรยุทธเป็นนักวิชาการขาประจำที่เต็มไปด้วยอคติ หมกมุ่นและก้าวไม่พ้น พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งๆที่ท่านไม่ได้เป็นนายกฯและอยู่ต่างประเทศมาเกือบ 7 ปีแล้วทุกๆหกเดือนนายธีรยุทธจะหายไปประดิษฐ์ฉายาที่เจ็บแสบมาใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อให้ได้พื้นที่ข่าว เนื้อหาการแถลงข่าวก็มาแนวเดิมทุกครั้ง เป็นการสรุปด้านเดียวที่ฉาบฉวย เน้นการด่าและวาทกรรมเป็นหลัก ไม่เคยพูดถึงด้านดีและผลงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ตนก็ไม่คาดหมายจะได้เห็นคุณภาพและความเป็นกลางจากตัวนายธีรยุทธอยู่แล้ว

จวกขยะวิชาการ–ไล่ซุก ปชป.

นายนพดลกล่าวว่า นายธีรยุทธไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนการเลือกตั้ง แต่กลับสนับสนุนม็อบ กปปส.ซึ่งทำให้เห็นคุณค่าความเท่าเทียมกันของมนุษย์หนึ่งคนหนึ่งเสียง ขอถามว่า ประเทศควรหรือไม่ที่จะเอาภาษีประชาชนไปจ่ายค่าจ้างนักวิชาการเลือกข้างที่เอาเวลาไปรวบรวมอคติส่วนตัวมาโจมตีฝ่ายตรงข้ามแบบทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็เลว ทั้งๆที่ในชีวิตจริงมันไม่มีคนชั่วร้อยเปอร์เซ็นต์หรือคนดีที่ไม่เคยทำผิด ในบั้นปลายชีวิตของนายธีรยุทธควรปรับปรุงการทำงานให้มีคุณภาพ หากอยากเล่นการ เมืองก็ควรเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้างานที่นำมาแถลงยังเป็นเช่นนี้ เดี๋ยวนักวิชาการท่านอื่นเขาจะตั้งคำถามว่าเป็นขยะทางวิชาการหรือไม่

พท.กร้าว กกต.ยึกยักโดนหนัก

นายอำนวย คลังผา อดีตประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณี กกต.ยืนยันจะให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไปว่า กกต.จงใจไม่อยากให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.เกิดขึ้น ที่ผ่านมากรณีที่ผู้สมัคร 28 เขต ไม่สามารถรับสมัครเลือกตั้งได้ เมื่อมีการไปแจ้งความขอรับรองสิทธิการสมัคร แต่ กกต.กลับเพิกเฉย เพราะตั้งแต่วันที่ 1-15 ม.ค.ที่ผ่านมา กกต.ไม่ยอมตรวจหลักฐานของผู้สมัครทั้ง 28 เขตเลย มัวไปทำอะไรอยู่ ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มีความผิดชัดเจน ดังนั้นถ้าการเลือกตั้งมีปัญหาเกิดขึ้น จนไม่สามารถเลือกตั้งได้ จะฟ้อง กกต.ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วนที่ กกต.จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เป็นสิทธิที่ดำเนินการได้ แต่การจะทำอะไร ขอให้ทุกคนนึกถึงแผ่นดิน ให้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าได้ ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

ตะเพิดสนั่นเกียร์ว่างลาออกไป

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายสมชัยบอกว่าพยายามดึงฟืนออกจากไฟ แต่มองว่าการกระทำวันนี้น่าจะเป็นการเติมเชื้อไฟเสียมากกว่า พยายามยื้อเลื่อนเลือกตั้งออกไป บนความเสียหายของประเทศ กลุ่มนักวิชาการบางกลุ่มบอกแล้วว่าถ้าเลื่อนเลือกตั้งก็ไม่ต่างจากการปฏิวัติเงียบ วันนี้อยากให้นายสมชัยเลิกพูดชี้นำ ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของตัวเองไป ถ้าไม่ทำถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ทำก็ลาออกไปเสียดีกว่า กกต.ที่เหลืออีก 4 ท่านยังทำงานได้ การตรวจสอบคุณ– สมบัติว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 28 เขต ที่ยังค้างคาอยู่ไม่ใช่เรื่องยากเลย เรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ แต่ไปทำเรื่องไม่ควรทำ วันนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล นายกฯ พรรคการเมือง หรือผู้สมัคร แต่อยู่ที่นายสมชัยคนเดียว

ร้อง ป.ป.ช.สอบ “สมชัย” ออฟไซด์

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่นายสมชัยระบุว่าส่งหนังสือเชิญจนกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปร่วมหารือด้วย เรื่องดังกล่าวได้ไปร้องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบแล้วว่าการกระทำของนายสมชัยอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กกต.หรือไม่ ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ทำหนังสือถึงนายบัน กี มูน เลขาธิการองค์การสห– ประชาชาติ เพื่อปฏิเสธว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายแก้วสรร อติโพธิ แกนนำ กปปส. ไม่มีส่วนเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะทั้ง 2 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแค่ร่วมประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในวาระ 2 นั้น ถือว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะนายแก้วสรรได้แปรญัตติขยายระยะเวลาในการนิรโทษกรรมให้ครอบคลุมย้อนหลังไปถึงปี 2547 ส่วนนายอภิสิทธิ์ได้แปรญัตติตั้งแต่ชื่อเรื่องไปจนถึงมาตรา 6 จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร

ปชป.อัดฝูงหมาป่ารุมทึ้งเลขาฯกกต.

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า เป็นการตั้งเวทีจัดฉากทางการเมืองเพื่อยืนยันให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. โดยปล่อยฝูงหมาป่าให้รุมขย้ำเลขาฯกกต.ที่ไปร่วมเวทีดังกล่าว และสรุปใช้เสียงส่วนใหญ่ให้เดินหน้าไปตามความต้องการของรัฐบาล ชี้ให้เห็นถึงความไม่จริงใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเมื่อ กกต.เชิญให้ไปคุยในฐานะรักษาการร่วมตามกฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ยอมไป แต่จะไปหารือกับฝ่ายที่คาดว่าต้องได้ผลลัพธ์ที่ตัวเองพอใจเท่านั้น หรือประชุมกับคนอื่นเมื่อมั่นใจว่าตัวเองเป็นเสียงข้างมาก เป็นแนวคิดเผด็จการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

เย้ยสภาปฏิรูปปาหี่การเมือง

นายชวนนท์กล่าวต่อถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศว่าจะตั้งสภาปฏิรูปอีกครั้งว่า ที่สุดก็จะเป็นสภาปฏิรูปปาหี่อีกครั้ง จนคนสงสัยว่ามีการปฏิรูปอะไรบ้างที่รัฐบาลทำ เพราะก่อนหน้านี้เคยพูดถึงการตั้ง คณะกรรมการสรรหา 11 คน มาเลือกสภาปฏิรูป แต่จนปัจจุบันยังไม่มีการลงนามในระเบียบสำนักนายกฯแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่คิดเอาตัวรอดไปวันๆ โดยไม่ได้คิดปฏิรูปประเทศหรือคำนึงถึงผลสำเร็จและประโยชน์ต่อประเทศชาติ ดังนั้นเวทีนี้จึงเป็นเพียงวาทกรรมใช้คำว่าปฏิรูปที่หวังหลอกให้ประชาชนหลงเชื่อว่ารัฐบาลมีแนวคิดปฏิรูปประเทศทั้งที่มีความคิดตรงกันข้ามกับการปฏิรูป

ส.ว.จี้ กกต.สั่งการเลื่อนเลือกตั้ง

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กลุ่ม ส.ว.รักชาติ กล่าวว่า ได้หารือกับเพื่อน ส.ว.บางส่วน เตรียมทำจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญช่วงยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ขอให้ดำเนินการใน 2 เรื่องเร่งด่วน คือ 1.ใช้อำนาจสั่งการเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกกลุ่ม ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเสนอแนวทางปฏิรูป ไม่ใช่กระทำโดยกลุ่มคนบางกลุ่ม 2.เรื่องความเดือดร้อนของชาวนา ที่จนถึงขณะนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าว เพราะมีการโยนความรับผิดชอบระหว่างรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กกต. ต้องเร่งพิจารณาและชี้แจงให้ชัดว่าเป็นอำนาจของใคร กกต.ต้องเข้าใจว่าสภาวการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่ใช่
ภาวะปกติ และ กกต. มีอำนาจหน้าที่โดยตรง จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองไม่ได้

“สมชัย” โอดจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ.หืดจับ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวอภิปรายเรื่อง “การเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 กับการปฏิรูปการเมืองไทย” ตอนหนึ่งว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่ายากที่สุดนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งมา หลายคนสงสัยว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งแต่ทำไมไม่เดินหน้าจัดการเลือกตั้ง กลับมาทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ต้องชี้แจงว่าถ้าจัดการเลือกตั้งในสภาวะปกติมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราเห็นถึงสภาพการณ์ที่อยู่ข้างหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น จึงไม่อยากเห็นฟืนเข้าไปในกองไฟ อะไรก็ตามที่สามารถดึงฟืนออกจากไฟได้เราพร้อมที่จะทำ

ชงทำสัตยาบันเลือกตั้งกันเดือน พ.ค.

นายสมชัยกล่าวอีกว่า นอกจาก 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร ส.ส.แล้ว ยังมี 22 เขตที่มีผู้สมัครเพียงรายเดียวที่ต้องได้คะแนนเสียงเกิน 20 เปอร์เซ็นต์และต้องได้คะแนนมากกว่าโนโหวต ดังนั้น สภายังจะเปิดไม่ได้จนกว่าจะได้ ส.ส.เกิน 95 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเดินหน้าต่อไปกว่าจะเปิดสภาตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่า เดือน พ.ค. รัฐบาลยังต้องรักษาการต่อไป บรรยากาศจากนี้ยังเป็นความขัดแย้ง และมีโอกาสพัฒนากลายเป็นความรุนแรงได้ตลอดเวลา ดังนั้น ต้องคิดใหม่ กำหนดวันเลือกตั้งในเดือน พ.ค. ทุกพรรคมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง และต้องลงสัตยาบรรณร่วมกัน ส่วนกลุ่มที่ขัดแย้งต้องมาพูดคุยกัน สิ่งที่เรียกร้องคือการปฏิรูป แล้วทุกคนเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ให้ธงการเลือกตั้ง พ.ค. เป็นทางออกสังคม หลังจากนั้นใครชนะเลือกตั้งต้องยอมรับหรือมีข้อตกลงจะปฏิรูปกี่วัน กี่เดือน กปปส. หรือ นปช.เชื่อว่าเขามีเหตุผลระดับหนึ่งที่ยอมรับข้อเสนอที่ดีต่อสังคมได้ นี่คือสันติภาพ แต่รัฐบาลเลือกสงคราม

ยังดึงดันโดนฟ้องโมฆะอย่าโทษกัน

นายสมชัยกล่าวว่า หากมีการเลือกตั้งแล้วมีการฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะหลังวันที่ 2 ก.พ. จะต้องมีการเลือกตั้งในอีก 28 เขต ทั้งที่กฎหมายระบุว่าการเลือกตั้งจะเป็นวันเดียวกันพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร ที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทุกอย่าง เมื่อเห็นโจทย์แบบนี้จึงต้องการคุยกับรัฐบาล ถ้าท่านคิดว่าเดินหน้าเราจัดการเลือกตั้งให้ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นรัฐบาลไม่สามารถโทษเราได้ ตรงนี้เป็นความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นไปจนถึง พ.ค. ดังนั้น เมื่อเห็นเส้นทางว่าเสี่ยงจะต้องถูกฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เสี่ยงจะต้องจัดการเลือกตั้งซ้ำ เสี่ยงไม่มีประชาธิปไตยไปอีกสักระยะ ตอนนี้เสี่ยงทุกวัน ตื่นมาตอนเช้าทุกวันตนนั่งเช็กข่าวรัฐประหาร ความเสี่ยงทั้งหมดคือความเสี่ยงที่ลดให้น้อยลงได้

ซัดรัฐบาลดราม่าจัดเวทีปฏิรูป

นายสมชัยกล่าวว่า กปปส. เป็นกลุ่มคนที่ปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น และหมดความศรัทธาต่อระบบการเมืองปัจจุบัน หมดความไว้วางใจต่อนักการเมืองเกือบทุกคน แต่กระบวนการคิดอาจจะเร็ว นอกกรอบ รูปแบบสภาประชาชนอาจจะดูดีในแนวคิดของเขา แต่ 100 คน มาจาก กปปส. สรรหาคัดเลือกเอง อีก 300 คน มาจากสภาวิชาชีพ ไม่น่าจะยอมรับได้ในสังคมระบอบประชาธิปไตย ขณะที่เรื่องปฏิรูปไม่ใช่เกิดแค่ข้ามคืน แต่สามารถเอาประสบการณ์ในอดีตมาสังเคราะห์ ความสำเร็จทั้งหมดจะอยู่ที่ฝ่ายการเมืองจะเอาด้วยหรือไม่ เพราะฝ่ายการเมืองทำเรื่องนี้ เพื่อให้ตัวเองหน้าตาดี ทำให้เหมือนกับว่าเปิดใจกว้าง ทันสมัยเท่านั้น แต่ไม่จริงใจ อย่างรัฐบาลจะจัดเวทีนี้ในวันนี้ ถ้าข้อเสนอไม่ตรงใจตัวเองก็คงเก็บไว้ในห้องสมุด

แขวะไปเจอที่โฟร์ซีซั่นอาจใจอ่อน

“ปัญหาอุปสรรคการปฏิรูปคือฝ่ายการเมือง ที่จะคิดได้ก็ต่อเมื่อม็อบออกมาชุมนุมเต็มบ้านเมือง อีกทั้งประชาชนจะนิ่งเฉยไม่ได้ ประชาชนต้องตื่นตัว สร้างกระแส แต่ต้องมีขอบเขต จึงอยากฝากบอกไปยังนายกรัฐมนตรีว่ามาประชุมกับ กกต.ได้ประโยชน์กว่าเยอะ ถ้าหากยังไม่มาก็จะส่งจดหมายเชิญไปอีก จะเปลี่ยนโรงแรมที่นัดคุยไปเรื่อยๆ ซึ่งสุดท้ายอาจจะเป็นโรงแรมโฟร์ซีซั่นนายกฯก็อาจจะมาหารือกับ กกต.ก็ได้” นายสมชัยกล่าว

กร้าว กกต.ชัตดาวน์ รบ.จะวุ่น

นายสมชัยกล่าวว่า ขอตอบโจทย์ว่าทำไมไม่ลาออก ขอเรียนว่า การลาออกเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ไม่ใช่สิทธิทั้งหมด การใช้สิทธิส่วนบุคคลไม่ใช่การลาออกอย่างเดียว เมื่อใดคนอยากให้ตนลาออกเยอะๆ เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง บอกให้ลาออก ตนก็ไม่ออก ถามว่าการลาออกของ กกต.จะเกิดผลอย่างไร ให้กลับไปคิดให้ดี รัฐบาลรักษาการไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงได้ การใช้งบกลางอนุมัติไม่ได้ การทำสัญญาที่มีผลผูกพันรัฐบาลชุดต่อไปทำไม่ได้ และการใช้งบประมาณแผ่นดินถ้ากระทบต่อการเลือกตั้งใช้ไม่ได้ คิดใหม่ ไม่ได้ขู่ อย่างกรณีน้ำมันดีเซลรัฐบาลต้องขอ กกต.ในการลดภาษี ถ้าขอไม่ทัน กกต.ป่วยไม่สบาย กกต.ช้ำใจโดนวิจารณ์เยอะ กกต. งอน 1 ก.พ. น้ำมันดีเซลขึ้นไป 41 บาท ไม่ฉิบหายทั้งประเทศหรือครับ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การมาพูดโจมตีกระแนะกระแหนกัน ดังนั้น ที่บอกว่าลาออกไปคิดใหม่

จองหอประชุม ทร.นัดพบ “ปู”

นายสมชัยให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ได้ทำหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีขอให้มาหารือกับ กกต.ในวันที่ 17 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ หากไม่สะดวกขอให้แจ้งกลับมาเพื่อนัดหมายในวันจันทร์และวันอังคารต่อไป แต่ทั้งนี้ถ้านายกฯจะมอบหมายให้บุคคลอื่นมาหารือแทน ต้องเป็นบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจไม่เช่นนั้น กกต.ขอสงวนสิทธิไม่เจรจาด้วย ทั้งนี้ประเด็นที่จะหารือกับนายกฯเป็นประเด็นข้อกฎหมายสำคัญอย่างน้อย 3 เรื่อง ซึ่งจะขอเปิดเผยเมื่อได้หารือกับนายกฯแล้ว และการหารือก็อยากให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มท. ได้มาร่วมหารือด้วย อย่างไรก็ตาม การขอพบนายกฯเป็นความเห็นร่วมกันของ กกต.ทั้ง 5 คน ไม่ใช่ของตนเพียงคนเดียว โดย กกต.ทำงานและตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งการที่นายกฯหลบหน้า ไม่ยอมคุย แล้วใช้วิธีให้สัมภาษณ์สื่อไม่เกิดประโยชน์กับสังคม ประเทศชาติไม่ใช่ของเล่น ต้องช่วยกันดูแลให้เกิดความสงบสุข

มติ ป.ป.ช.ตั้งอนุฯสอบ “ปู” เอี่ยวข้าว

อีกเรื่องหนึ่ง นายวิชา มหาคุณ โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนไปดำเนินการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เนื่องจากคณะอนุกรรมการไต่สวนได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยตามมาตรา 66 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ว่าการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ได้ละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งความเสียหายจากการดำเนินการโครงการดังกล่าว

ชี้รู้ว่าจะเจ๊งแต่กลับไม่สั่งเบรก

“นายกรัฐมนตรีได้ทราบถึงการท้วงติงและความเสียหายจากการดำเนินการโครงการแล้ว แต่กลับละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้ง อันอาจเป็นมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยจะเร่งแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบและใช้สิทธิ์คัดค้านบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่คณะอนุกรรมการไต่สวน และจะเร่งแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป” นายวิชากล่าว

ปัดเร่งเครื่องหวังปลดล็อกการเมือง

นายวิชากล่าวว่า การดำเนินการของ ป.ป.ช.ในกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะ ป.ป.ช.ได้พิจารณาตามระบบของกฎหมายและข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม เรื่องกรอบเวลาการพิจารณาของ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและชี้มูลความผิดได้เมื่อไหร่ นอกจากนี้มั่นใจว่านับตั้งแต่การทำงานในตำแหน่ง ป.ป.ช.ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและไม่เชื่อว่าจะมีการล็อบบี้เกิดขึ้น

“บุญทรง–ภูมิ” อ่วมโดนจีทูจีเก๊

นายวิชากล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นชอบตามคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวที่ให้แจ้งข้อกล่าวหากับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล เมื่อดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และผู้ดำเนินการเจรจาซื้อขายข้าวของทั้งฝ่ายไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมไปถึงผู้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เข้ามาเจรจาด้วยจำนวน 15 ราย อาทิ นายสมคิด เอื้อนสุภา นายลิตร พอใจ นายรัฐนิธ โสจิระกุล ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท Guangdong stationery & sporting goods imp.& exp. Corp และ Hainan grain & oil industrial trading company รวมทั้งบริษัทสยามอินดิก้า ตามความผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาจากพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าการเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับสาธารณรัฐประ-ชาชนจีนนั้นยังไม่มีข้อเท็จจริงใดๆสนับสนุนว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐได้รับมอบหมายจากจีนและไม่มีการส่งออกข้าวออกนอกราชอาณาจักรจริง โฆษก ป.ป.ช.กล่าว

สั่งสรรพากรรีดภาษี 17 บริษัทค้าข้าว

นายวิชากล่าวว่า นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนเกี่ยวกับการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่ได้นำออกขายให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศ 17 ราย พบว่าผู้ประกอบการได้นำไปบันทึกเป็นต้นทุน รวมถึงการชำระภาษี ซึ่ง ป.ป.ช.ได้รับทราบจากสภาวิชาชีพการบัญชีและกรมสรรพากรว่าเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่สามารถนำไปบันทึกบัญชีและนำไปคำนวณภาษีได้ ดังนั้นจึงมอบให้กรมสรรพากรไปดำเนินการจัดเก็บภาษีจากบริษัทเหล่านี้ต่อไป

“บุญทรง” เซ็งมาตรฐานสุดขีด

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของกระทรวงพาณิชย์ให้กับรัฐวิสาหกิจจีนในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เป็นการขายจีทูจีจริงว่า กรณีนี้ถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ที่ไต่สวนเรื่องดังกล่าวไม่ได้เรียกตนไปชี้แจงข้อเท็จจริง แล้วจะชี้มูลว่าตนมีความผิดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับฟังการชี้แจงจากตนได้อย่างไร ต้องการถาม ป.ป.ช.ว่า มีมาตรฐานใดในการจัดลำดับคดี และการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงระหว่างคดีของรัฐบาลประชาธิปัตย์ และรัฐบาลเพื่อไทย เหตุใด ป.ป.ช.จึงเร่งรัดให้มีการสรุปเรื่องให้ได้โดยเร็ว ทั้งที่รู้อยู่ว่าขณะนี้กำลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ อาจมีผลกระทบต่อการลงคะแนนของประชาชนในการเลือกตั้ง และถือได้ว่าเป็นการจงใจกลั่นแกล้งผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม กรณีที่ ป.ป.ช.จะเรียกตนและผู้ที่เกี่ยวข้องไปรับฟังข้อกล่าวหา และให้เวลา 15 วันในการชี้แจงข้อเท็จจริง จะขอหารือกับทีมทนายความก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรจะไม่ยอมถูกกลั่นแกล้งโดยเด็ดขาด

ชาวนายกระดับทวงเงินจำนำข้าว

จากกรณีที่รัฐบาลประกาศเลื่อนการจ่ายเงินให้กับกลุ่มชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากการขายข้าวเปลือกในโครงการจำนำข้าวฤดูการผลิต 56/57 ที่ผ่านมากว่า 5 เดือนแล้ว และยังไม่ได้รับเงินจาก ธ.ก.ส. ต่อมายืนยันจะจ่ายเงินให้ภายในวันที่ 15 ม.ค.นี้ แต่พอถึงเวลาทางรัฐบาลได้ประกาศว่าจะขอเลื่อนการจ่ายเงินให้กับชาวนาไปเป็นปลายเดือน ม.ค.57 วันเดียวกันนายกิติศักดิ์ รัตนวราหะ แกนนำเครือข่ายชาวนา จ.พิจิตร และประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลเลื่อนการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรเป็นปลายเดือน ม.ค.57 และจนถึงขณะนี้กลุ่มชาวนาทราบแล้วว่ารัฐบาลจะไม่สามารถจ่ายเงินให้กับชาวนาที่เข้าโครงการจำนำข้าวฯได้เพราะติดปัญหาทางกฎหมายจึงทำให้เกษตรกรที่เข้าโครงการจำนำข้าวที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าวต่างเดือดร้อนมาก จากการประชุมล่าสุดกับคณะกรรมการแกนนำเกษตรกรมีมติร่วมกันจะทำการยกระดับการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินโดยเร็วก่อนวันที่ 25 ม.ค.57

นัดเครือข่ายบุกล้อมศาลากลาง

นายกิติศักดิ์กล่าวอีกว่า การชุมนุมครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 17 ม.ค. มีชาวนาจาก อ.โพธิ์ประทับ-ช้าง อ.สามง่าม อ.เมือง และ อ.วชิรบารมี จ.พิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมชุมนุมปิดล้อมศาลากลางจังหวัดพิจิตร และยังมีกลุ่มเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งเป็นชาวนาจาก อ.โพทะเล อ.บึงนาราง และ อ.บางมูลนาก ปิดถนนสาย 117 บริเวณสี่แยกโพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง จ.พิจิตร อีกด้วย หากยังไม่ได้รับคำตอบที่พอใจจะยกระดับการชุมนุมเป็นการขับไล่รัฐบาลต่อไป

ขณะที่นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลผิดสัญญาการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวที่ค้างอยู่กับชาวนาครั้งนี้ สมาคมฯ จะเป็นผู้ประสานงานการเคลื่อนไหวของชาวนาทุกพื้นที่กับหน่วยงานส่วนกลาง และในวันที่ 17 ม.ค. จะเดินทางไป จ.กาญจนบุรี ที่ชาวนาหลายอำเภอนัดรวมตัวกันเรียกร้องรัฐบาลให้จ่ายเงินค่ารับจำนำข้าวที่ติดค้างและจะรวบรวมสำเนาใบประทวนและสำเนาบัตรประชาชนของชาวนาที่ต้องการฟ้องร้องรัฐบาลเพื่อนำไปปรึกษาสภาทนายความเรื่องการฟ้องร้องคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน

ปิดถนนเหนือ–อีสาน–กลางประท้วง

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมของคณะกรรมการกลางฯมีมติว่า หากรัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินค่าจำนำข้าวให้ชาวนาได้รัฐบาลต้องรับผิดชอบคือ 1.รัฐบาลต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยนับแต่วันที่ชาวนาได้รับใบประ-ทวน 2.ให้ชดเชยดอกเบี้ยที่ชาวนานำใบประทวนไปจำนำกับ ธ.ก.ส.หรือธนาคารของรัฐหรือสหกรณ์ 3.ถ้ารัฐบาลจ่ายเงินให้ชาวนาไม่ได้ให้คืนข้าวเปลือกกับชาวนา หากชาวนานำข้าวไปขายให้กับพ่อค้าตามท้องตลาด โดยรัฐต้องชดเชยส่วนต่างตามที่ปรากฏในใบประทวน และ 4.หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่กล่าวมาทั้ง 3 ข้อ ชาวนาจะยื่นฟ้องรัฐบาลต่อไปและวันที่ 17 ม.ค. กลุ่มชาวนาทั้งในภาคเหนือ อีสานและภาคกลางจะปิดถนนประท้วงรัฐบาลหลายจุด

“ยรรยง” โยน กกต.อนุมัติกู้เงิน

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังได้เตรียมเงิน 50,000 ล้านบาท มาจ่ายให้ชาวนาแล้ว ซึ่งเป็นเงินที่เหลือจากเงินรับจำนำข้าวปี 54/55 และปี 55/56 ที่ ครม.ได้อนุมัติกรอบไว้ 500,000 ล้านบาท ขณะนี้มีชาวนาหลายจังหวัดได้รับไปแล้ว แต่จะสามารถจ่ายให้ชาวนาได้ทั้งหมดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพิ่มอีก 130,000 ล้านบาท ได้หรือไม่ ตอนนี้ กระทรวงการคลังพร้อมให้ข้อมูลกับ กกต.อยู่แล้ว ว่าจำเป็นต้องใช้เงินอีก 130,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ ครม.ได้อนุมัติไว้เดิม ไม่ได้เป็นการอนุมัติให้กู้ใหม่ อีกทั้งเงินในโครงการรับจำนำข้าว รัฐต้องกู้ยืมอยู่แล้ว คาดว่า กกต.น่าจะอนุมัติให้ได้และน่าจะอนุมัติได้ทันวันที่ 25 ม.ค. ซึ่งเป็นเส้นตายการจ่ายเงินให้ชาวนา

พท.ลาก ปชป.ผิดด้วยแก้ที่มา ส.ว.

วันเดียวกันที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี คณะกรรมการ ป.ป.ช.เรียก ส.ส.และ ส.ว.308 คนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคดีการถอดถอนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ มารับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่สอง มี ส.ส.และ ส.ว.ทยอยเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ภายหลังการรับทราบข้อกล่าวหา นายอำนวยกล่าวว่า มารับทราบข้อกล่าวหาและพร้อมจะมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน ที่จะครบกำหนดวันที่ 31 ม.ค. ในกรณีที่กล่าวหาว่า กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เรื่องการล้มล้างการปกครอง ขอยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาที่ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ซึ่งในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. จำนวน 35 คน ซึ่งมีคนของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ด้วย ก็เห็นด้วยกับการแก้ไขเรื่องที่มา ส.ว. ดังนั้น หากพวกตนมีความผิด กรรมาธิการฯจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องมีความผิดด้วย ตนจะขอบันทึกการประชุมในชั้นกรรมาธิการฯมาเป็นหลักฐานชี้แจงยืนยันต่อ ป.ป.ช.

“สุดชาย” ไปราบ 11 ขอขมา “บิ๊กตู่”

ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) นายสุดชาย บุญไชย แกนนำกลุ่มเพื่อนทักษิณพร้อมด้วยภรรยาและบุตรชาย เดินทางมายื่นหนังสือพร้อมพวงมาลัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เพื่อขอขมากรณีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวให้จับตัวบุตรสาว พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีนายทหารเวรชั้นผู้ใหญ่ออกมารับหนังสือและพวงมาลัยพร้อมแจ้งกับนายสุดชายว่า ผบ.ทบ.ไม่ได้อยู่ภายใน ร.11รอ. ทั้งนี้ นายสุดชายกล่าวว่า ตนมาเพื่อขอขมา และขอโทษ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะตนรู้สึกไม่สบายใจต่อการกระทำที่ล่วงล้ำครอบครัวท่านและต้องขอขอบคุณที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ติดใจเอาความ ตนให้ความเคารพในความเป็นสุภาพบุรุษของท่าน ทั้งนี้ขอชี้แจงว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวตนได้แชร์มาจากเพื่อนอีกทีหนึ่ง