วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กปปส.ลั่นรุกฆาต ไล่ล่า'ปู' ใช้อาสาสมัคร500

อิสสระลุยสธ.ค้นหาหมอประดิษฐ ศอ.รส.แฉแหล่งเทพเทือกกบดาน เสื้อขาวแห่จุดเทียนหนุนเลือกตั้ง...

“อดุลย์”รายงานแหล่งกบดาน “สุเทพ” พบเข้าพักโรงแรมย่านราชประสงค์ สั่งทีมประกบรอทีเผลอตะครุบตัว ขณะที่ปฏิบัติการชัตดาวน์เมืองกรุงเดินหน้าลุยต่อเนื่อง  “อิสสระ”  นำมวลชนบุกกระทรวงสาธารณสุข ส่งตัวแทนควานหาตัว “หมอประดิษฐ” แต่ไม่พบเลยล่ามโซ่ปิดตายห้องทำงาน “ชินวรณ์” พาม็อบไปสรรพากรสาขากลางกรุงหลายแห่งทั้งสาทร บางรัก จี้หยุดรับใช้ระบอบทักษิณ “สาทิตย์” เปิดแผนปฏิบัติการไล่ล่า “ยิ่งลักษณ์” จัด 500 อาสาสมัครตอบโต้แผนตามจับ “สุเทพ” เซเลบฯสุขุมวิทสวมเสื้อขาวจุดเทียนหนุนเลือกตั้ง

ปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯของกลุ่ม กปปส.ที่นำโดยนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  เลขาธิการ  กปปส.ยังเดินหน้านำมวลชนปิดหลายกระทรวงทั่วเมืองกรุง รวมทั้งหน่วยงานราชการต่างๆจนทำให้มีการปิดการให้บริการประชาชนในหลายจุด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลได้มีการวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับ ศอ.รส. ติดตามการชุมนุม

ผบ.ตร.เตรียมมาตรการเชิงรุก

เมื่อเวลา 09.00 น. เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธานประชุม ศอ.รส. เผยว่า สถานการณ์ชุมนุมขณะนี้เป็นช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมหัวรุนแรงเข้าร่วมกลุ่มชุมนุม โดยการประกาศจะจับตัวคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีข่าวปล่อยข่าวลือต่างๆ การเผชิญหน้าระหว่างมวลชนและการปะทะกัน จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ดำเนินการพิสูจน์ทราบความเชื่อมโยงของทุกคดีที่เกิดขึ้น กรณีกลุ่ม กปปส.ประกาศจะจับตัว ครม.และปิดล้อมสถานที่สำคัญ ให้ฝ่ายกฎหมายและคดี เก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการทางคดี ส่วนการป้องกันพื้นที่สำคัญ เช่น บ้านพักของบุคคลสำคัญ ตลาดหลักทรัพย์ และศูนย์วิทยุการบิน มีความสำคัญมาก ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติโดยให้ บช.น. และตำรวจสันติบาลรับผิดชอบ สำหรับพื้นที่มีมวลชนจำนวนน้อยให้ดำเนินการเชิงรุกขอคืนพื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่

เพิ่มจุดตรวจเข้มแข็งทั่ว กทม.

พล.ต.อ.อดุลย์ยังเปิดเผยต่ออีกว่า ในส่วนการตั้งจุดตรวจเข้มแข็งครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่ว กทม. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก รับผิดชอบ เพื่อทำให้สงบเกิดความสงบสุขโดยเร็วที่สุด และ ศอ.รส.มีหน้าที่ในการอำนวยการปฏิบัติ ให้ ตร.สันติบาล ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายปราบปราม เฝ้าระวังวางมาตรการในการปฏิบัติให้เป็นระบบเพื่อบริหารเหตุการณ์และพยายามลดความรุนแรง โดยให้ฝ่ายสืบสวนเร่งรัดจับกุมทุกคดีที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็ว สำหรับการรักษาพื้นที่การดูแลประชาชน การจราจร รวมทั้งการชี้แจงข่าวสารเป็นภารกิจที่ต้องปฏิบัติ ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและมีการฝึกทดสอบความพร้อมกำลังพลโดยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในระยะยาวได้

“ปึ้ง” คอนเฟอเรนซ์ ศอ.รส.

ต่อมาเวลา 09.40 น. ที่ชั้น 10 สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับดูแลศอ.รส. เป็นประธานการประชุมข้อมูลข่าวสาร ร่วมกับรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง ศอ.รส. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์การชุมนุมกลุ่ม กปปส.และติดตามความคืบหน้าจับกุมแกนนำ จาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. โดยนายสุรพงษ์กล่าวก่อนรับฟังรายงานว่า จากการติดตามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ช่วงคืนที่ผ่านมาทราบว่านายสุเทพไปพักที่ไหน และทีมล่าตัวนายสุเทพได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ฝ่ายจับกุมได้ส่งเอกสารมายังตน พบว่าได้มีการจับกุม ร.อ.ไพรัช พรายงาม และ จ.อ.บัลลังก์ ขันทะเล จ.อ.ไพรินทร์ โพธิ ซึ่งพบว่ามีอาวุธปืนขนาด 9 มม.รวมทั้งกระสุนปืนจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังพบการ์ด กปปส.มีอาวุธครบมือ

ตร.รายงานแหล่งกบดาน “เทือก”

จากนั้น พล.ต.อ.อดุลย์รายงานว่า การติดตามจับกุมนายสุเทพชุดสืบสวนได้ออกติดตามเป้าหมายแล้ว  และรู้ที่พักของนายสุเทพแล้ว  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ ผบ.ตร.กำลังจะให้ฝ่ายสืบสวนรายงานเพิ่มเติมการติดตามจับกุมนายสุเทพ ปรากฏว่านายสุรพงษ์ได้รีบตัดบทขอหยุดรายงานก่อน โดยบอกว่า ขณะนี้สื่อมวลชนอยู่ในห้องประชุมด้วย ขอเคลียร์สื่อออกจากห้องก่อน จึงค่อยรายงาน เพราะเป็นข้อมูลความลับ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอให้สื่อมวลชนออกจากห้องทันที

แฉซุกโรงแรมย่านราชประสงค์

ต่อมา เวลา 11.20 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมฯ วีดิโอคอนเฟอเรนซ์ นายสุรพงษ์แถลงว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำกลุ่มผู้ชุมนุมปิดสถานที่ราชการโดยเฉพาะกลุ่มของพระพุทธอิสระ ที่ชุมนุมปิดกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่สามารถขอทำหนังสือเดินทางได้ ถึงจำนวน 16,000 คน จึงขอให้นายสุเทพสั่งการให้พระพุทธอิสระและแกนนำผู้ชุมนุมเปิดกรมการกงสุลฯโดยด่วน ส่วนการติดตามจับกุมนายสุเทพ ตามหมายจับศาลอาญาในข้อหาเป็นกบฏนั้น  ศอ.รส.จัดชุดสืบสวนออกติดตามเมื่อวันที่ 15 ม.ค. พบว่ามีขบวนรถ จำนวน 8 คัน และการ์ด จำนวน 40 คน นายสุเทพเข้าพักที่โรงแรมใกล้บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และเมื่อเข้าพักก็ไม่ได้ออกจากที่พักแต่อย่างใด ส่วนการจับกุมนายสุเทพต้องรอจังหวะ พร้อมทั้งต้องประกบพวกที่มีหมายจับ

เก็บหลักฐานชวน–มาร์คร่วมม็อบ

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธซึ่งเป็นการ์ดของ กปปส. พบว่าเป็นนายทหารเรือจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ที่มาทำงานพิเศษเป็นการ์ด ส่วนอาวุธพบว่าเป็นของทางราชการ ซึ่งได้ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมสั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดชี้แจงข้อเท็จจริงมายัง ศอ.รส.แล้ว ขณะที่เหตุการณ์ปาระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พบว่าเป็นระเบิดที่มาจากจีน ศอ.รส.ได้เก็บภาพนายอภิสิทธิ์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคและ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ไปร่วมการชุมนุมและขึ้นเวทีปราศรัยต่างๆไว้หมดแล้ว

ศอ.รส.สั่งเร่งคดีปาระเบิดบ้าน “อภิสิทธิ์”

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส.เผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.สั่งการให้เร่งรัดการดำเนินคดีพิสูจน์หลักฐานและชี้แจงให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะ โดยเฉพาะในคดีที่สำคัญ เช่นในกรณีการปาระเบิดเข้าไปในบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ขอเร่งคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ด้านนายทหารที่อยู่ประชุมร่วมกับ ศอ.รส.ได้ชี้แจงในที่ประชุมทราบว่า ได้รับรายงานจากนายทหารที่ดูแลความเรียบร้อยภายในทำเนียบรัฐบาล ว่ายังมีเหตุก่อกวนบริเวณโดยรอบทำเนียบฯ

รพ.ตร.สำรองเวชภัณฑ์นาน 2 เดือน

พ.ต.อ.หญิง วิชญ์ชยากร ณิชาบวร รองโฆษกศอ.รส.กล่าวว่า ศูนย์เอราวัณได้จัดศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินไว้ 25 จุด ทั่ว กทม. โดยโรงพยาบาลตำรวจรับผิดชอบบริเวณแยกราชประสงค์ และยังเปิดให้บริการตามปกติตลอด 24 ชม. ส่วนผู้ที่เข้ามารับบริการไม่ได้ ได้จัดจุดบริการรับยาบริเวณที่จอดรถแท็กซี่หน้าศูนย์การค้าสยามพารากอนและได้จัดจุดรับผู้ป่วยหนักผ่านทางรถศูนย์ส่งกลับและเฮลิคอปเตอร์ ไว้ที่สโมสรตำรวจและกองบินตำรวจ ผู้ป่วยท่านที่ต้องการเลื่อนนัดกับแพทย์สามารถติดต่อได้ที่ 0-2207-6000 และทาง รพ.ตร.เตรียมแผนฉุกเฉินไว้รองรับผู้ป่วยตลอดเวลา มีการสำรองเตียงไว้ถึง 150 เตียง มีการสำรองยาไว้ใช้ได้นานถึง 2 เดือน

ตั้งศูนย์ร่วม ตร.-ทหารประกบม็อบ

เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. พ.ต.จักรพล แสนสืบ รองผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เดินทางตรวจจุดบริการประชาชน บริเวณแยกตึกชัย ถนนราชวิถี ซึ่งเป็นจุดบริการ 1 ใน 7 จุด ที่ตั้งไว้บริการประชาชนช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. พล.ต.ท.เรืองศักดิ์กล่าวว่า เป็นความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งจะปฏิบัติหน้าที่ตามจุดที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ทั้ง 7 จุด
ด้าน พ.ต.จักรพลกล่าวว่า ในส่วนของทหารนั้นจะผลัดเปลี่ยนกำลังกันวันละ 12 นายดูแลความเรียบร้อย และช่วยเหลือด้านการแพทย์ตลอด 24 ชม.

ชี้คนไม่พอใจฮือต้าน กปปส.

นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ทราบว่าประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากไม่พอใจกปปส. เข้าขั้นเอือมระอา บอกว่าทนไม่ไหวจะออกมาจัดการเอง ไม่รอรัฐบาลแล้ว แบบนี้ก็น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม วันนี้รัฐบาล ศอ.รส. รู้ข้อมูลทุกอย่างหมด การเคลื่อนไหว รวมไปถึงท่อน้ำเลี้ยง เพียงแต่ยังยึดหลักประนีประนอม ยืดหยุ่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องการเห็นความสูญเสีย นายสุเทพสร้างความเดือดร้อนขึ้นเรื่อยๆ ก็จะโดนกระแสสังคมประณามเอง วันนี้ถ้ามีมือที่ 3 เท้าที่ 4 ม็อบ กปปส.ก็อย่าฉวยโอกาสโยนความผิดมาที่รัฐบาล

ผบ.ทบ.วอนทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมกลุ่ม กปปส.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีไม่ทราบฝ่ายพยายามใช้ความรุนแรงทั้งระเบิด และอาวุธปืนกระทำต่อบริเวณพื้นที่การชุมนุม ทำให้เกิดบาดเจ็บสูญเสีย ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและตำรวจ จึงขอให้ทุกฝ่ายเพิ่มความระมัดระวังและอดทน อดกลั้น ปัจจุบันทหารได้ส่งชุดปฏิบัติการมวลชน ชุดช่างภาพสนาม ชุดรักษาพยาบาล และชุดเฝ้าระวัง ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามจุดต่างๆ จึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธหรือความรุนแรง เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจะเป็นการสร้างความเกลียดชังต่อกันอย่างไม่สิ้นสุด เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่ม กปปส. รวมถึงกลุ่มอื่นๆได้ร่วมมือกันค้นหาความจริงออกมาให้ปรากฏแก่สังคมโดยทั่วกัน

ตะครุบ 3 ทหารเรือพกปืนคาด่าน

เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 16 ม.ค. ขณะที่ พ.ต.ท.มานพ เครือทิม สวป.สน.นางเลิ้ง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.1 ตั้งด่านตรวจบริเวณหน้าศูนย์โทรคมนาคม ถนนกรุงเกษม แขวงวัดโสมนัสฯ เขต ป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. มีรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน สฉ 7539 กรุงเทพมหานคร ผ่านเข้ามาจึงเรียกตรวจค้น พบชาย 3 คน ประกอบด้วย ร.อ.ไพรัตน์ พลายงาม อายุ 47 ปี จ.อ.ไพรินทร์ โพธิ อายุ 26 ปี และ จ.อ.บัลลังก์ ขันทะพล อายุ 35 ปี อยู่ในรถ ตรวจค้นพบปืน 9 มม. 3 กระบอก ตัวเก็บเสียง 2 ชิ้น เครื่องกระสุน 9 มม. 72 นัด แมกกาซีน 5 แม็ก มีดพับ 2 เล่ม เสื้อเกราะ 1 ตัว บัตรวีไอพีผู้ชุมนุมกลุ่ม คปท. 3 ใบ แผ่นป้ายทะเบียนสีดำตราสมอ 42734 จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน สฉ 7539 กรุงเทพมหานคร เป็นของรถคันอื่น จึงนำตัวมาสอบปากคำที่ สน.นางเลิ้ง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาพกพาเครื่องยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง และข้อหาใช้รถไม่ตรงตามแผ่นป้ายทะเบียน

ต่อมา พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองเรือยุทธการ เดินทางมายัง สน.นางเลิ้ง พร้อมเผยว่า ทหารทั้ง 3 นายเป็นชุด ปปส.ของกองทัพเรือ ได้รับคำสั่งให้ติดตามเรื่องยาเสพติดมาจากภาคตะวันออกเข้ามาในกรุงเทพฯ อาวุธทั้งหมดเอาไว้ป้องกันตัว ส่วนบัตร คปท.เป็นยุทธวิธีแทรกซึมหาข่าวเข้าไปในจุดชุมนุม เมื่อทราบข่าวทั้ง 3 นายถูกจับ จึงนำหนังสือคำสั่งของชุด ปปส.กองทัพเรือมายืนยันกับตำรวจ  แต่จะปล่อยให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สั่งสอบ 3 ทหารเรือร่วมชุมนุม

พล.ร.อ.พิจารณ์ ธีรเนตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำรวจได้จับทหารเรือ 3 นายสังกัดกองเรือยุทธการพกอาวุธปืนเข้าไปในพื้นที่การชุมนุมและมีบัตรวีไอพี คปท.ว่า ยังไม่ทราบข่าวที่เกิดขึ้น แต่ทหารเรือทั้ง 3 นายคงไม่ใช่ ชุด ปปส.กองทัพเรือที่ส่งเข้าไปในที่ชุมนุม หากทหารเรือคนใดเข้าไปร่วมชุมนุมกองทัพเรือต้องสอบสวน เพราะไม่ได้สั่งการให้กำลังพลเข้าไปพื้นที่ชุมนุม ไม่ใช่หน้าที่ของทหาร ถ้าจะไปส่วนตัวต้องไปในลักษณะของประชาชน หากไปกระทำการใดๆต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับประชาชน แต่ขอเวลาตรวจสอบก่อน

พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือในฐานะโฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้สอบสวนและรายงานข้อเท็จจริง หากสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิด ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาลงโทษทางวินัยและอาญา โดยจะไม่มีการปกป้องอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทหารทั้ง 3 นายเป็นเจ้าหน้าที่ของ ปปส.จริงโดยมีบัตรที่ผ่านการอบรมจาก ปปส. เข้ามาติดตามผู้ต้องสงสัยว่ามียาเสพติดจาก อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เข้ามาในกลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ ถือว่าเป็นหน้าที่

กต.ให้รับพาสปอร์ตที่บางนา

วันเดียวกัน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ออกประกาศเรื่องการรับหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต  สำหรับผู้ยื่นทำพาสปอร์ตที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ สามารถเข้ารับเล่มหนังสือ เดินทางได้ที่สำนักงานหนังสือเดินทางบางนา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในเวลาทำการ โดยต้องนำเอกสารหลักฐานรับหนังสือเดินทางมาให้ครบถ้วน  หากขาดเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่สามารถรับเล่มได้ ส่วนสำนักงานหนังสือเดินทางปิ่นเกล้าและบางนา ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยผู้ยื่นขอทำหนังสือ เดินทางกับ 2 แห่งนี้ หลังวันที่ 10 ม.ค.ให้รอรับไปรษณีย์ตามกำหนด  ขณะที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวในต่างจังหวัดได้เปิดให้บริการแล้ว แต่ยังไม่สามารถรับคำร้องทำจนกว่าระบบจะออนไลน์กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม  ส่วนการยื่นคำร้องเรื่องอื่นๆ สามารถให้บริการได้ตามปกติ

นปช.จัดเวที “ถลกหนังเทือก”

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  แม้ตำรวจจะเข้าไปเจรจาขอร้องให้ นปช.ยุติการแถลงข่าว ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เนื่องจากใกล้กับพื้นที่ชุมนุม กปปส. ที่ห้าแยกลาดพร้าว มีความเสี่ยงที่จะเป็นเงื่อนไขความรุนแรง เมื่อเวลา 14.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ 2 แกนนำกลุ่ม นปช.ได้เปิดเวทีขึ้นบนสตูดิโอ ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว แถลงข่าวปนทอล์กโชว์ ใช้ชื่อว่า เวที  “ถลกหนังเทือก” ท่าม กลางบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของการ์ดชุดดำของ นปช. ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิประกาศจะแถลงตอบโต้นายสุเทพทุกวันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ทั้งนำข้อมูลเชิงลึกมาแฉ ยังเชิญชวนให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ กปปส.ร่วมกันตะโกนข้อความว่า “จับกบฏสุเทพ”  หรือนำข้อความนี้มาเปลี่ยนหน้าเพจเฟซบุ๊ก พิมพ์เป็นโปสเตอร์ติดแจกจ่าย

“เต้น” จับโกหก “สุเทพ”

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า  นายสุเทพประกาศมาตลอดว่าการชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ แต่ข้อมูลขณะนี้ตำรวจจับปืนกลุ่ม กปปส.ได้แล้ว 12 กระบอก มีดดาบ 50 กว่าเล่ม ระเบิดปิงปอง และใบกระท่อมได้อีกเป็นจำนวนมาก จากนี้ นปช.จะนำข้อมูลเชิงลึกที่ประชาชนไม่รู้มาเปิดโปง เริ่มจากเมื่อครั้งที่นายสุเทพชวนให้ภาคเอกชนหยุดงานประท้วงรัฐบาล แต่ตรวจสอบพบว่าไม่มีเครือข่ายธุรกิจนายสุเทพ หรือเครือข่ายธุรกิจพรรคประชาธิปัตย์  หยุดงานซักแห่ง ส่วนเรื่องที่อ้างขายที่ดินออกมาสู้ ตนตรวจสอบเชิงลึกแล้วพบว่า ขณะนี้ที่ดินนายสุเทพมีจำนวนเท่ากับตอนที่แสดงบัญชีทรัพย์สินครั้งล่าสุด รวมทั้งที่อ้างว่า กปปส.ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่ฐานที่มั่นใหญ่การชุมนุมคือศาลาว่าการ กทม.คนในพรรคประชาธิปัตย์ร่วมชุมนุมตลอด ที่สำคัญหลายคนใน กปปส.ยังไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วย หากมีการตั้งสภาประชาชน ก็เท่ากับเป็นการตั้งโดยคนของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อประชาธิปัตย์ ถ้าไม่จริงขอให้หลักฐาน

สั่งแดงต้านแผน กปปส.ปิด จว.

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. แถลงว่า ขอสื่อสารถึงมวลชนเสื้อแดงในจังหวัดภาคเหนือ  อีสาน  และภาคกลาง ให้แกนนำแต่ละจังหวัดรวมตัวกัน ต่อต้านแผนการปิดจังหวัดของกลุ่มกปปส. โดยเน้นให้มวลชนใน 3 ภาค ได้ใช้การต่อต้านแนวคิดนี้ตามที่เห็นสมควร แต่ขอให้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องไม่ให้ใช้กำลังจนเกิดการปะทะกัน ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ เรียกร้องให้ตำรวจตรวจสอบ  กรณีคนเสื้อแดงรายหนึ่งที่ผ่านไปแถววัดราชนัดดา แล้วถูกการ์ด กปปส.ค้นตัวเจอบัตร นปช. จึงถูกนำไปซ้อมอย่างทารุณอยู่กว่า 7 ชั่วโมง ก่อนจะปล่อยตัวมา ในสภาพอาการสาหัสปางตาย ถือเป็นการกระทำที่ทารุณมาก ขอให้คนเสื้อแดงที่ผ่านไปแถวพื้นที่การชุมนุมงดการแสดงสัญลักษณ์ใดๆที่เกี่ยวข้องกับ นปช.เพื่อความปลอดภัย

“โกตี๋” มอบตัวข้อหาทำร้าย กปปส.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ม.ค.นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ  หรือ “โกตี๋” แกนนำกลุ่ม นปช.ปทุมธานีเดินทางมาที่  สภ.เมืองปทุมธานี  เพื่อเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.วรุตน์  ไทยรัฐเทวินทร์ พงส.(สบ 2) ในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ สืบเนื่องวันที่ 28 พ.ย.56 ที่ผ่านมากลุ่ม กปปส.ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงรุมใช้ก้อนหินและเหล็กทุบรถและทำร้ายบาดเจ็บ จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี หลังจากที่นายวุฒิพงศ์รับทราบข้อกล่าวหา ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 หมื่นบาทประกันตัวออกไป โดยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอไปให้การในชั้นศาล จากนั้นเดินทางกลับท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจ

เซเลบฯสุขุมวิทจุดเทียนสันติภาพ

ช่วงเย็นที่สวนเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท กลุ่มประชาชนสวมเสื้อสีขาวหลายร้อยคน นัดหมายรวมตัวกันที่ลานกิจกรรม เพื่อจัดกิจกรรมสนับสนุนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ทั้งนี้กลุ่มประชาชนที่มาจากหลากหลายวัยและฐานะ ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและคนที่ทำงานอยู่ในย่านสุขุมวิท ร่วมกันถือป้าย มีข้อความ “respect my vote” และ “กรุณาอย่าเสือก เราจะเลือกตั้ง” “ขี่ควายขี่เก๋งก็เหมือนกันคนเท่ากัน” ทั้งนี้ยังมีไฮโซชื่อดังอย่าง ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ หรือคุณหญิงหมัด เข้าร่วม สำหรับกิจกรรมทางกลุ่มเริ่มจากการร่วมกันร้องเพลง imagine ของ john lennon เพื่อสื่อสันติภาพ พร้อมใจตะโกนคำว่า 2 กุมภา ไปเลือกตั้ง ก่อนที่จะแยกย้ายกัน มีการประกาศชวนประชาชนที่สนใจร่วมทำกิจกรรมครั้งใหญ่เพื่อแสดงออกถึงการใช้สิทธิ์ของประชาชน ในวันที่ 17 ม.ค. ที่เชิงสะพานกรุงเทพ

เสื้อขาวชุมนุมท่าน้ำนนท์

ขณะเดียวกันที่บริเวณท่าน้ำนนท์ อ.เมืองนนทบุรี กลุ่มสมัชชาปกป้องสมบัติชาติ (สปปช.) แต่งชุดขาวมาชุมนุมแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านความรุนแรงและสนับสนุนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.พร้อมกันนี้ยังเขียนจดหมายลงใส่กล่องส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ และ ผบ.ทบ. จากนั้น ทั้งหมดร่วมกันปล่อยลูกโป่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและจุดเทียนสว่างไสวไปทั่วบริเวณ พร้อมกันนี้ได้มีประชาชนจำนวนมากได้ขึ้นเวทีกล่าวระบายถึงความเดือดร้อนจากการที่กลุ่ม กปปส.ชัตดาวน์กรุงเทพฯและบางแห่งขับรถผ่านต้องเสียเงินค่าผ่านทางด้วย

รถตู้–แท็กซี่หนุนเลือกตั้ง

ที่บริเวณลานดินอเนกประสงค์ ข้างห้างเทสโก้ โลตัส สาขารังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มีกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้โดยสารและผู้ขับขี่รถแท็กซี่มาชุมนุมแสดงพลังและร้องเรียนถึงความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพจากการชุมนุมของม็อบ กปปส. โดยนายทรงพล อ่วมเกตุ ตัวแทนผู้ประกอบการรถตู้ กล่าวว่า การออกมาแสดงพลังของกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้โดยสารและผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ และขอร้องเรียนไปยังรัฐบาลช่วยเหลือพวกเราที่กำลังได้รับความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพ จากการชุมนุมปิดถนนของ กปปส. โดยมี พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และกำลังมาดูแลความสงบ

“ชินวรณ์” พามวลชนบุกสรรพากร

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.ที่บริเวณสวนลุมพินี เมื่อเวลา 07.00 น. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. นำโดยนายวิทยา แก้ว–ภราดัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และนายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ แกนนำ กปปส. ยังปักหลักชุมนุมตามแผนชัตดาวน์กรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้ามวลชนที่พักค้างแรมในที่ชุมนุมช่วยกันเก็บกวาดขยะ ขวดน้ำ กระจัดกระจายอยู่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 และรอบบริเวณการชุมนุมดังกล่าว ต่อมาเวลา 09.30 น. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และนายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ แกนนำ กปปส. นำมวลชนเดินออกจากลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ไปตามเส้นทางถนนพระราม 4 มุ่งหน้าไปปิดล้อมอาคารอามีโก้ทาวเวอร์ ถนนสีพระเขตบางรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานสรรพากรกรุงเทพมหานครที่ 22 เพื่อให้พนักงานข้าราชการชัตดาวน์ และออกมาชุมนุมร่วมกับมวลมหาประชาชน

จี้หยุดรับใช้ระบอบทักษิณ

จากนั้น นายชินวรณ์ได้เข้าไปเจรจากับ น.ส.ศรีนุช หวังซื่อกุล ผอ.สรรพากรพื้นที่กรุงเทพฯที่ 22 ทั้งนี้ นายชินวรณ์ชี้แจงว่าเดินทางมาครั้งนี้ต้องการให้ผู้บริหารปิดการทำงานทุกชนิด และขอความเห็นใจมาร่วมกันเรียกร้องขับไล่รัฐบาลหยุดรับใช้รัฐบาลที่ล้มเหลวภายใต้ระบอบทักษิณ และทำการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง เพื่อบันทึกประวัติ– ศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยครั้งใหญ่

ผอ.ไม่ขัดขืนสั่งปิดทันที

ด้าน น.ส.ศรีนุชกล่าวว่า พนักงานและข้าราชการยินดีให้ความร่วมมือ จะทำการปิดการให้บริการตามที่ กปปส.ต้องการ และจะไม่ละเมิดสิทธิ หรือห้ามการเข้าร่วมชุมนุมร่วมกับ กปปส. หากพนักงานมีความต้องการ จากนั้นนายชินวรณ์ได้นำมวลชนไปปิดสำนักงานสรรพากรสาขาบางรักที่ 1, 2, 3 และสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ 24 อาคารไทยซีซีทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ เขตสาทร รวมถึงสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาสาทร 11 และ 24 ทั้งนี้ จุดที่มีการปิดล้อมสรรพากรต่างๆ ผู้บริหารได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จะปิดหยุดงานทันที แกนนำ กปปส.ประกาศชัยชนะ ก่อนที่จะเดินทางกลับสวนลุมพินี

สวนลุมฯเพิ่มการ์ดนับพัน

นายชินวรณ์ได้ให้สัมภาษณ์อีกว่า ตนได้รับรายงานว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรงพื้นที่ชุมนุมเวทีสวนลุมพินี ดังนั้น ได้ประสาน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาดูแลความปลอดภัยรอบนอกพื้นที่ชุมนุม และมีการรับสมัครการ์ดอาสาเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 คน และสั่งให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด นอกจากนี้ได้ส่งตัวแทนแกนนำ กปปส.สวนลุมพินี ลงพื้นที่ทำความเข้าใจชุมชนใกล้พื้นที่ชุมนุมให้เกิดความเข้าใจที่ต้องมีการชุมนุมครั้งนี้ เพื่อลดแรงเสียดทาน ส่วนการใช้เสียงของเวทีลุมพินีปรับเป็นใช้ในเวลา 17.00-00.00 น. หลังจากนั้นจะลดเสียงลง ป้องกันการรบกวนผู้ป่วยใน รพ.จุฬาลงกรณ์ และชุมชนใกล้เคียงด้วย

ม็อบอโศกไปสรรพากร กทม.14

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่สุขุมวิทซอย 11 กลุ่มกปปส.นำโดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เคลื่อนจากเวทีอโศก โดยใช้รถหกล้อและรถกระบะนำผู้ชุมนุมมาปิดล้อมที่สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 14 เมื่อเดินทางไปถึงนายณัฏฐพลเข้าเจรจากับตัวแทนเจ้าหน้าที่สรรพากร เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเลิกทำงานรับใช้รัฐบาลชุดนี้ และพากันไปร่วมชุมนุมกับ กปปส.ที่เวทีอโศก โดยตัวแทนเจ้าหน้าที่สรรพากรขอเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อปิดสถานที่ทำงานและเก็บข้อมูลเอกสารสำคัญ ก่อนออกจากที่ทำงานทั้งหมด โดยมีกลุ่ม กปปส.ตั้งแถวรอรับเจ้าหน้าที่สรรพากรออกจากตึกพร้อมเป่านกหวีดและตบมือเป็นระยะ ระหว่างที่ผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.มาถึง มีเจ้าหน้าที่สรรพากรบางส่วนร่วมเป่านกหวีดและโบกธงต้อนรับกลุ่ม กปปส.ด้วย

สรรพากรชี้ปิด สนง.ไม่กระทบ

นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การปิดหน่วยงานของกรมสรรพากรของ กปปส. ยังไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของกรม สรรพากร เพราะทำงานผ่านระบบออนไลน์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ การยื่นแบบภาษียังเป็นปกติ แม้หน่วยงานของกรมสรรพากรถูกปิดแต่มีหน่วยงานอื่นๆที่ทำงานได้ การจัดเก็บรายได้เป็นการนำเงินเข้าคลัง ไม่ได้เข้ากระเป๋าใคร ดังนั้นการปิดหน่วยงานของกรมสรรพากรจะทำให้การจัดเก็บรายได้ไม่สะดวกไปด้วย และอาจจะกระทบระยะยาวได้หากปิดนาน

“อิสสระ” ไปปิดกระทรวงหมอ

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.ผู้สื่อข่าวรายงานจากเวทีห้าแยกลาดพร้าว ตั้งแต่ช่วงเช้าแกนนำบนเวทีได้ประกาศระดมมวลชนที่พักอยู่ตามเต็นท์และในสวนจตุจักรให้เตรียมพร้อมเคลื่อนขบวนไปปิดกระทรวงสาธารณสุข  เวลา 09.00น.เริ่มตั้งขบวนด้านหลังเวทีปราศรัย จัดขบวนโดยมีรถบรรทุก 10 ล้อ นำหน้าตามด้วยรถกระบะหลายสิบคัน มุ่งหน้าไปตามถนนวิภาวดีรังสิตไปยังกระทรวงสาธารณสุข กระทั่งเวลา 10.00 น. นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ผู้ดูแลเวทีห้าแยกลาดพร้าวได้นำขบวนไปปิดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดินทางมาถึงนายอิสสระได้กล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และการทำงานของนพ.ประดิษฐ สิน–ธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ที่มีคำสั่งห้ามให้ข้าราชการกระทรวงไปร่วมชุมนุม และห้ามหยุดทำงานโดยเด็ดขาด ยกเว้นลาป่วย พร้อมขู่ตัดน้ำตัดไฟ โดยขอให้ข้าราชการกลับบ้านไม่ต้องทำงาน

สั่งล่าตัว “หมอประดิษฐ”

หลังจากนั้นนายอิสสระ ได้นำมวลชนไปยังตึก 4 สภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งอยู่ด้านหลังกระทรวง หลังได้รับแจ้งว่า นพ.ประดิษฐกำลังประชุมอยู่ที่ตึกดังกล่าว ซึ่งเมื่อไปถึงได้มี นพ.ปภัสสร เจียมบุญศรี รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย ลงมาพูดคุยกับนายอิสสระ ว่า นพ.ประดิษฐ รมว. ไม่ได้มานั่งประชุมที่นี้และไม่ทราบว่า นพ.ประดิษฐอยู่ที่ใด โดยนายอิสสระได้ส่งตัวแทนขึ้นไปตรวจสอบยังบนอาคารทุกห้องทุกชั้น และที่อาคารทรงไทยด้วย แต่ไม่พบ นพ.ประดิษฐ

ไม่เจอตัวล่ามโซ่ปิดตายห้องทำงาน

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายราเชน ตระกูลเวียง แกนนำ กปปส.นนทบุรี กล่าวว่า จะมีการตั้งเวทีปักหลักที่กระทรวงสาธารณสุขบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยจะมีการตั้งโรงครัวมุสลิมและห้องละหมาด รวมถึงจะมีการตั้งจอถ่ายทอดสดสัญญาณจากเวทีหลัก มายังกระทรวงสาธารณสุข และจะใช้พื้นที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นฐานในการเคลื่อนไหวใน จ.นนทบุรี อย่างไรก็ตามจะไม่มีการปิดทางเข้าออกของกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สามารถมาทำงานได้ตามปกติ เพียงแต่ทาง กปปส.จะไม่ให้นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข เข้ามาทำงานภายในกระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม กปปส.ได้นำโซ่ไปล่ามบริเวณเรือนไทยหมอเพ็ญนภา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นเรือนที่ นพ.ประดิษฐใช้เป็นห้องทำงาน เนื่องจากกลุ่ม กปปส.ไม่ต้องการทำให้นพ.ประดิษฐเข้าทำงานได้

สปส.ผวาสั่ง ขรก.กลับบ้าน

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ได้เคลื่อนมาปิดล้อมกระทรวงสาธารณสุข และได้เข้ามายังสำนักงาน  สปส. ซึ่งอยู่ติดกับกระทรวงสาธารณสุข ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที สปส.จึงได้ปิดทำการชั่วคราว และให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทั้งหมดกลับบ้าน ส่วนสายด่วน 1506 ยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่จ้าหน้าที่ให้บริการตอบคำถามมีจำนวนน้อยลง หากเป็นคำถามที่ผู้ประกันตนถามบ่อยๆ จะบริการตอบคำถามผ่านระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ ส่วนบริการอื่นๆ สามารถไปใช้บริการได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ต่างๆ ใน กทม.หรือสำนักงานในจังหวัดที่อาศัยอยู่

เวทีลาดพร้าวทำบังเกอร์กันลอบยิง

ต่อมา เวลา 16.30 น. ที่เวทีห้าแยกลาดพร้าว นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. นำการ์ดและผู้ชุมนุมขนกระสอบทรายและแผนเหล็กขนาดสูง 2.5 เมตร ทำเป็นแนวบังเกอร์บริเวณช่วงต้นถนนพหลโยธิน หลังเวทีปราศรัย ตั้งขนานกับแนวทางด่วนโทลล์เวย์ เพื่อป้องกันคนร้ายลอบยิงเข้าหลังเวที หรือขว้างระเบิดลงมาจากโทลล์เวย์หรือสะพานข้ามแยก ซึ่งอยู่เหนือเวทีชุมนุม หลังจากเมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาถูกลอบขว้างปาระเบิดเข้ามา ประกอบกับมีข่าวว่าจะมีการก่อเหตุสร้างสถานการณ์เพิ่มมากขึ้น แกนนำจึงให้มีการป้องกันและเฝ้าระวังเหตุเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเวทีได้สั่งการ์ดเฝ้าระวังเข้มขึ้น ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าอย่างเด็ดขาด

กล่อม ตร.ออกจากศูนย์ราชการ

ขณะที่เวทีแจ้งวัฒนะมายังศูนย์ราชการอาคารเอ เมื่อเวลา 09.30 น. หลวงปู่พุทธอิสระนำมวลชน พบว่ามีกำลังตำรวจรักษาการณ์อยู่ในอาคาร จึงได้พบกับ พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก พ.ต.ท.ธีรเดช แจ่มแจ้ง รอง ผกก.จราจร สภ.เมืองพิษณุโลก ออกมาเจรจา พ.ต.อ.นฤชา เผยว่า หลวงปู่พุทธอิสระได้ขอให้เจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ เนื่องจากปฏิบัติภารกิจครบกำหนดแล้ว จึงยอมนำกำลังออกจากพื้นที่ หลวงปู่พุทธอิสระจึงมอบล็อกเกตหลวงปู่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย

หญิงแต่งตัวดีบุกป่วนวัดปทุมฯ

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ตั้งแต่ช่วงเช้ากลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ยังคง ปักหลักชุมนุมอย่างเหนียวแน่น โดยมีแกนนำขึ้นเวทีปราศรัยปลุกเร้าให้ร่วมต่อสู้จนกว่าจะได้รับชัยชนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ผู้ชุมนุมหญิงบางส่วน กำลังทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำภายในวัดปทุมวนารามอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.รัสวดี คุณประสิทธิ์ เดินเข้าไปที่บริเวณห้องน้ำที่มีผู้ชุมนุมกำลังต่อคิวเข้าห้องน้ำอยู่ และเข้าไปต่อว่าผู้ชุมนุมหญิงพร้อมกับใช้มือผลักศีรษะ เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นดังนั้นจึงได้แจ้งให้การ์ดมานำตัวไปสอบถามที่หลังเวที

การ์ดรีบกันตัวออกหวิดโดนยำ

หลังจากที่การ์ดนำตัวหญิงคนดังกล่าวเพื่อมาสอบถามมีผู้ชุมนุมนับร้อยกรูเข้ามาด่าทอหญิงคนดังกล่าว จนต้องประกาศห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกเข้าทำร้ายและห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่หลังเวที อย่างไร ก็ตาม หลังการ์ดสอบถามหญิงดังกล่าวทราบว่า
ไม่ได้นำบัตรประชาชนมาด้วย มีเพียงบัตรประจำตัวผู้บริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย ระบุว่า ชื่อ น.ส. รัสวดี คุณประสิทธิ์ เป็นชาวกรุงเทพฯ เดินทางมาที่วัดปทุมวนารามเป็นประจำ พร้อมปฏิเสธไม่ได้ทำร้ายผู้ชุมนุม แต่ยอมรับมีการแตะตัวผู้ชุมนุมจริง ตนไม่เลือกสี ไม่ใช่เป็นพวกเสื้อแดง หรือเสื้อสีใดๆ แต่ต่อต้านสงคราม การใช้ความรุนแรง จากนั้นการ์ดได้นำตัว น.ส.รัสวดี ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ปทุมวัน

“เอกนัฏ” บี้ ตร.รับผิดชอบเหตุป่วน

ส่วนการชุมนุมกลุ่ม กปปส.ที่บริเวณแยกปทุมวันช่วงเช้าผู้ชุมนุมที่พักค้างคืนตื่นขึ้นทำภารกิจส่วนตัว และติดตามกิจกรรมบนเวทีที่มีอย่างต่อเนื่องทั้งการสลับกันขึ้นปราศรัยของแกนนำและการแสดงดนตรี  ต่อมาเวลา 10.00 น. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า การชุมนุม กปปส. มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งปาประทัดยักษ์ที่แยกอโศก และปาระเบิดโยนใส่บ้านพักนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกระทำของกระบวน การมืดรับใช้รัฐบาล จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ออกมาแสดงความรับผิดชอบเพราะมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ประชาชน

ปัดรับท่อน้ำเลี้ยงจากนายทุน

เมื่อเวลา 15.20 น.นายเอกนัฏแถลงข่าวอีกครั้งว่า จากที่มีการกล่าวหา กปปส.รับเงินกลุ่มธุรกิจใหญ่ ขอปฏิเสธเพราะอยู่ได้จากเงินบริจาคประชาชน นอกจากนี้ที่กล่าวหาว่ามีการนำเงิน 20 ล้านบาท แจกจ่ายแล้วให้คนนำมาบริจาคคืนก็เป็นจินตนาการพิสดาร ไม่มีใครนำเงิน 20 ล้านบาท ไปแตกเป็นแบงก์ 20 บาท แล้วนำกลับมานับ และการโจมตีว่า กปปส.เก็บเงินค่าผ่านทางรถคันละ 200 บาท ยืนยันว่าไม่มีนโยบายขูดรีดเงินประชาชน  เรื่องเหล่านี้เป็นการกล่าวหาปราศจากหลักฐาน สำหรับความเคลื่อนไหว กปปส. วันที่ 17 ม.ค.จะเดินรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมด้วย

“เทือก” นั่งรถกันกระสุนเข้าเวที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  การเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ตลอดทั้งเก็บตัว กระทั่งเวลา 15.00 น. นายสุเทพเดินทางมายังเวทีปราศรัยแยกปทุมวันด้วยรถยนต์กันกระสุนส่วนตัว จากนั้นเดินไปยังหลังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมประชุมกับแกนนำ กปปส. อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ร.ต.แซมดิน เลิศ– บุศย์ นายสาธิต เซกัล นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ โดยแกนนำ กปปส. ใช้ห้องประชุมภายในหอศิลป์ เป็นสถานที่ประชุมเป็นครั้งแรกภายหลังชุมนุมชัต–ดาวน์ กทม. นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาเยี่ยมผู้ชุมนุม

จัดอาสาสมัคร 500ไล่ล่า “ปู”

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. เปิดเผยผลการประชุมแกนนำ กปปส.ว่า แกนนำประเมินสถานการณ์การปิดกรุงเทพฯว่ามาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปิดถนน ปิดส่วนราชการ บ้านรัฐมนตรี ปรากฏว่าได้ผลระดับหนึ่ง โดยการปิดส่วนราชการทำให้การทำงานมีปัญหาตรงตามเป้าหมายที่จะทำให้รัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้ ขณะเดียวกันมีการทำความเข้าใจกลุ่ม คปท. ว่าเคลื่อนไหวปิดส่วนราชการ บ้านนายกฯ บ้านรัฐมนตรีได้ แต่จะไม่มีการปิดสนามบินและวิทยุการบิน ส่วนการที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ระบุว่ามีการวางแผนจับกุมตัวนายสุเทพนั้น นายสุเทพพูดกับแกนนำว่ารู้แผนตำรวจดี และมีการเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยแกนนำอย่างเต็มที่ หลังจากนี้จะมีการรับสมัครอาสาสมัคร 500 คน กลุ่มนี้จะมีหน้าที่ไล่ล่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ส่วนวันที่ 17 ม.ค. นายสุเทพจะนำผู้ร่วมชุมนุมเดินรณรงค์ โดยเริ่มจากเวทีปราศรัยสวนลุมพินี คาดว่าจะเดินผ่านถนนสีลม นราธิวาสราชนครินทร์และเข้าตรอกจันทร์

คปท.ย้ำปิดวิทยุการบินยังอยู่ในแผน

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ชุมนุมอยู่ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ประกาศหยุดทำกิจกรรมเดินขบวน เพื่อให้มวลชนพักผ่อน ทั้งนี้ นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท.กล่าวว่า สำหรับแผนการเคลื่อนไปปิดวิทยุการบินและตลาดหลักทรัพย์ตามที่ได้ประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้ ยังถือเป็นเป้าหมายหลักที่จะต้องเคลื่อนพลไปแน่นอน แต่ขอรอดูเงื่อนไขของเวลา เพราะ 3 วันที่ผ่านมา กปปส.และแนวร่วมได้ปิดล้อมทำให้ข้าราชการกระทรวงต่างๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีแล้ว หากตลาดหลักทรัพย์และบริษัทวิทยุการบิน ยุติการรับใช้รัฐบาล ก็อาจจะไม่ไป แต่หากยังไม่ยอมอยู่ข้างเดียวกับประชาชน ก็จะเคลื่อนมวลชนไปทวงถามอย่างแน่นอน

ผกก.นางเลิ้งสอบเหตุยิง คปท.

ต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.อ. ณพล กลัดเข็มเพชร ผกก.สน.นางเลิ้ง และ พ.ต.ท.อนุรักษ์ พิมพา สารวัตรสืบสวน สน.นางเลิ้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง จำนวนหนึ่ง ได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม หลังจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเหตุเกิดรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า มีการกราดยิงใส่แนวด่านทางเข้าพื้นที่ชุมนุม คปท.บริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม ราว 5-6 นัด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ยูเอ็นเข้าสังเกตการณ์การชุมนุม

เมื่อเวลา 15.00 น. คณะเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษย– ชน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์การสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) 3 คน นำโดยนายปกป้อง เลา–วัลย์ศิริ ได้เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์การชุมนุมของ คปท.ที่บริเวณเวทีชมัยมรุเชฐ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่โอเอชซีเอชอาร์ได้มีการสัมภาษณ์พูดคุยอย่างละเอียดกับคณะแกนนำ คปท. ตลอดจนผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน เพื่อเก็บข้อมูลด้านความเป็นอยู่ อาหารการกิน รวมถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่โอเอชซีเอชอาร์ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษถึงเหตุการณ์ที่มีการลอบโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม คปท. เมื่อช่วงเที่ยงและช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

พบสาวนนท์เจ้าของรถก่อเหตุ

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท. แถลงข่าวสรุปเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบพื้นที่การชุมนุม คปท. ว่า จากกรณีเหตุกราดยิงเข้ามา 5 นัด คปท.ได้ทำการตรวจสอบภายหลังพบว่ารถคันก่อเหตุเป็นของ น.ส.แสงเดือน สายทรงเดช อายุ 28 ปี มีภูมิลำเนา จ.นนทบุรี ขอให้ตำรวจตรวจสอบว่าผู้เป็นเจ้าของมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ รวมไปถึงกรณีที่ไปจอดรถบริเวณ บช.น.ด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เกิดเหตุปาประทัดยักษ์ใกล้จุดตรวจ พบผู้ต้องสงสัยคือนายสัมพันธ์ เรืองสี อายุ 41 ปี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้งและสารวัตรทหารนำตัวไปสอบสวนต่อ

ปัด 3 ทหารเรือเป็นการ์ดม็อบ

นายนัสเซอร์กล่าวอีกว่า กรณีเมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมทหารเรือ 3 นาย ที่พบว่ามีบัตรการ์ด คปท. ยืนยันว่า ทหารเรือทั้ง 3 นาย ไม่ได้เป็นการ์ดของ คปท. แต่คงเป็นการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามขบวนการยาเสพติด และการออกบัตรการ์ด คปท.จะผ่านการคัดเลือกและคัดกรองมาแล้ว สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยจะมีการดูแลปลอดภัยเต็มที่ โดยได้ติดกล้องวงจรปิดสังเกตการณ์เพิ่มเติมอีกกว่า 10 ตัว และหลังเวลา 24.00 น. จะไม่อนุญาตให้รถผ่านเข้าออกในพื้นที่ชุมนุม

กปท.เคลื่อนพลไปเอ็กโก้

ส่วนความเคลื่อนไหวกลุ่ม กปท.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่ม กปท.และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล เดินทางไปยัง บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ Egco ภายในสนามกอล์ฟราชพฤกษ์ ซึ่งทราบว่า เจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร และ รมว.พลังงาน ย้ายสถานที่ทำงานมาอยู่สถานที่ดังกล่าว ปรากฏว่า ก่อนหน้านี้ราว 1 ชม.เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน ที่ทำงานอยู่ที่ขั้น 9 ได้รีบขนเอกสารออกไปก่อนหน้านี้ ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ของ Egco มาคอยเป่านกหวีดต้อนรับ จากนั้น ดร.สกุล พจนารถ รอง กก.ผจก.ใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาพบ นพ.ระวี แจ้งให้ทราบว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานและผู้บริหารอยู่ในอาคาร แต่พร้อมให้ผู้ชุมนุมเข้าไปตรวจสอบตามชั้นต่างๆ

ปาระเบิดบ้าน “อิสสระ สมชัย”

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 ม.ค. พ.ต.ท.นพดล ดรศรีจันทร์ พงส.ผนก.  สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุปาระเบิดเข้าไปในบ้านเลขที่ 98/225 หมู่บ้านหลักสี่วิลล่า ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. เดินทางไปตรวจสอบพร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด บช.น. พบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตร.ว. บริเวณที่จอดรถในบ้านปูกระเบื้องมีรอยแตกเสียหายเล็กน้อยประมาณ 3 ซม. และเศษพลาสติกสีฟ้ากระจายอยู่เต็มพื้น ตรวจสอบพบสะเก็ดระเบิดถูกท้ายรถยนต์ฮุนได สีดำ ทะเบียน ญค 9997 กรุงเทพมหานคร และฝ้าเพดานเสียหายเล็กน้อย คาดว่าเป็นระเบิดปิงปอง นอกจากนี้พบเฟืองรถ จยย.ตกอยู่ 1 อัน คาดว่าคนร้ายขว้างเข้ามาจึงเก็บไว้ตรวจสอบลายนิ้วมือ

นายอิสสระ กล่าวว่า คาดว่าคนร้ายคงติดตามรถที่ตนให้คนขับเอาไปจอดที่บ้าน เพราะคงเข้าใจว่าตนกลับบ้านพักจึงติดตามไปแล้วขว้างระเบิดล่อให้ออกมา เพราะหลังปาแล้วยังวนเวียนอยู่หน้าบ้านไม่ได้รีบหนีไป ตนไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว ที่บ้านมีเพียงแม่บ้านอยู่เท่านั้น และคงต้องระมัดระวังมากขึ้นโดยจะติดตั้งกล้องวงจรปิด และจัดการ์ดเข้าไปช่วยดูแล

พบรูป 2 คนร้ายบึ้มบ้าน “มาร์ค”

เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์–สุระ ผบก.น.5 เผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายปาระเบิดใส่บ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา– ธิปัตย์ เมื่อกลางดึกของวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานทั้งหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้ที่เกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุเป็นชาย 2 คน แต่ยังไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐาน เนื่องจากภาพที่ได้มายังไม่ชัดเจนพอ ต้อง ประสานขอกล้องจาก กทม.เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนการสอบปากคำเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เชิญบิดาของนายอภิสิทธิ์มาสอบปากคำ เพราะแนวทางสืบสวนยังคงมุ่งประเด็นทางการเมืองและเป็นการก่อเหตุเพื่อข่มขู่เท่านั้น

ตร.ปากเกร็ดจับม็อบมีอาวุธ

เที่ยงวันเดียวกัน ที่ห้องสืบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จ. นนทบุรี พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สภ.ปากเกร็ด ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายสุนทรรัตน์ พูล–ภิรมย์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 2 ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นายชยาทิต รัตนสร้อย อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/1 ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี พร้อมของกลางปืน 11 มม. กระสุนปืน 25 นัด ปืน .38 กระสุนปืน 4 นัด วิทยุสื่อสารยี่ห้อไฮแม็ก สีแดง 1 เครื่อง มีด 1 เล่ม หลังถูกตำรวจสกัดจับได้บริเวณ ด่านตรวจหน้า บ.สีไอซีไอ จำกัด ถนนแจ้งวัฒนะฝั่งขาเข้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันเดียวกัน ขณะทั้งคู่ขับรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีขาว ทะเบียน ขธ 487 ชลบุรี วิ่งผ่านมา ตรวจค้นในรถยังพบหมวกแก๊ปติดสัญลักษณ์ธงชาติ สายนกหวีดธงชาติ บัตรประจำตัว กปปส. โดยทั้ง 2 อ้างว่ากำลังเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมที่เวทีศูนย์ราช– การแจ้งวัฒนะ แต่ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าทั้งคู่น่าจะเป็นการ์ด กปปส. ซึ่งจะสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ฝากขังผู้ต้องหาพกปืน–ระเบิด

ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ พงส.สน.บางนา นำตัว น.ส.ชนาภา เดนมาตย์ อายุ 48 ปี นายอนุสรณ์ พินิจคุณ อายุ 45 ปี นายสุนา ถิ่นแก้ว อายุ 53 ปี และนายคำไพร แซงแสวง อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาคดีมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองฯ มาขออำนาจศาลฝากขังเป็นครั้งแรก คำร้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง พฤติการณ์กล่าวคือ มีคนร้ายลอบใช้ปืนและวัตถุระเบิดปาก่อกวนหลายแห่ง รวมทั้งบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. จับกุมรถกระบะสีดำมาสด้า ทะเบียน ตพ 969 กรุงเทพมหานคร ที่มีผู้ต้องหาโดยสาร แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จึงขออำนาจศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-27 ม.ค. และขอคัดค้านการประกันตัว ขอให้ส่งไปขังที่เรือนจำ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตตามคำร้อง

โวยนเรนทรอ้างม็อบไม่รับคนป่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ชุมนุมของ กปปส. ที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ว่า มีผู้ป่วยฉุกเฉินเสียชีวิตระหว่างการนำส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ เนื่องจากเป็นโรคความดันสูง และมีอาการช็อกหมดสติ เบื้องต้นจากการสอบถามนายเฉลิมพล วิทยา อายุ 40 ปี เพื่อนผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายชื่อนายยอดชาย ชูเทพ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.5 ต.ท่าซอน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช มีอาชีพตัดสูทบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เกิดอาการความดันสูงและช็อกหมดสติ และญาติโทรศัพท์แจ้งศูนย์นเรนทรหลายครั้ง แต่ได้รับการปฏิเสธ อ้างไม่สามารถเข้าไปได้เพราะมีการชุมนุม จึงได้ตัดสินใจนำผู้ป่วยมาส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้โทษกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ติดใจศูนย์นเรนทรที่ไม่ยอมไปรับผู้ป่วยมากกว่า

สพฉ.โต้ญาติขอนำส่งเอง

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นพ.อนุชา เศรษฐ– เสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงกรณีญาติผู้ป่วยฉุกเฉินระบุศูนย์นเรนทรปฏิเสธรับผู้ป่วยจนเสียชีวิต โดยอ้างติดม็อบว่า ได้รับรายงานจากทางศูนย์นเรนทรว่าได้รับการติดต่อจากญาติผู้ป่วยจริง จึงได้ติดต่อไปที่ศูนย์เอราวัณและได้แจ้งว่าให้ไปรับเคสดังกล่าว จากนั้นประมาณ 8 นาที สพฉ.ก็ได้โทร.กลับไปหาญาติผู้ป่วย แต่ญาติผู้ป่วยระบุว่าไม่รอแล้ว เพราะได้นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลเองแล้ว ซึ่งทุกเคสที่โทร.มา 1669 สพฉ.จะทำการแจ้งไปยังศูนย์เอราวัณและประมาณไม่เกิน 10 นาที สพฉ.ก็จะโทร.กลับไปหาญาติอีกครั้งว่ามีเจ้าหน้าที่ไปรับหรือยัง ถ้ายังทาง สพฉ.ก็จะเร่งประสานให้

กสทช.ปัด “ไทยคม” ป่วนบลูสกาย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์บลูสกาย และบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ว่า ปัญหาการรบกวนสัญญาณออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่องบลูสกายนั้นไทยคมชี้แจงว่า เกิดจากผู้ไม่หวังดี ส่งสัญญาณรบกวนการออกอากาศของไทยคมทั้งดวง 5 และดวง 6 จำนวน 1 ในช่องโครงข่ายออกอากาศ (ทรานสพอนเดอร์) ที่ช่องบลูสกายใช้ออกอากาศอยู่ ซึ่งเปลี่ยนจุดส่งสัญญาณไปเรื่อยๆ จึงยากที่จะตรวจจับผู้กระทำได้ แต่ได้กำหนดมาตรการเยียวยาร่วมกัน โดยไทยคมจะสำรองช่องออกอากาศให้แก่สถานีโทรทัศน์บลูสกาย เพื่อจะไม่ถูกรบกวน บลูสกายแจ้งว่าจะมอบนกหวีดทองคำแท้ให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสหาตัวผู้กระทำความผิดได้

“เทือก” ยุ ผบ.ทบ.ออกทีวีบี้ “ปู” ลาออก

กระทั่งเวลา 19.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีปราศรัยแยกปทุมวันว่า ต้องเรียนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ว่า วันนี้ประชาชนรักท่าน เพราะคัดค้านรัฐบาลไม่ให้รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาปราบปรามประชาชน ทำให้ได้คะแนนจากประชาชน แต่หากจะให้ดีก็ต้อง ผบ.เหล่าทัพ 3 เหล่าทัพ ออกโทรทัศน์พร้อมกันพร้อมประกาศเหมือนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. เคยประกาศ ว่า “ถ้าตนเป็นสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกไปนานแล้ว” ซึ่งขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ฉายหนังนี้อีกรอบพูดสั้นๆว่า “อยู่ข้างประชาชน” เท่านั้นเรื่องก็จบแล้ว

ปาระเบิดป่วนเวทีม็อบสวนลุมฯ

เมื่อเวลา 19.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริเวณชุมนุมของ กปปส.สีลม ที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 เกิดเหตุมีเสียงดังคล้ายระเบิดดังสนั่น ริมถนนพระราม 4 จุดเกิดเหตุอยู่ใต้โคนต้นไม้ ข้างประตูทางเข้าสวนลุมพินี ฝั่งแยกไทย-เบลเยียม ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนเศษระเบิดและเศษต้นไม้กระจัดกระจายทั่วพื้นที่ มีการ์ด กปปส.ยืนดูสังเกตการณ์อยู่ 4 คน จากการสอบถามนายวัฒนา มากภา อายุ 20 ปี การ์ด กปปส.กล่าวว่า ตนประจำจุดใกล้ที่เกิดเหตุบริเวณแยกไทย-เบลเยียม เพื่อทำหน้าที่ตรวจรถยนต์เข้าออกรักษาความปลอดภัย ระหว่างนั้นมีชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ไม่ทราบป้ายทะเบียน ใส่เสื้อเกราะ สวมหมวกไหมพรมปิดหน้า ขี่มาจากถนนสาทร และขว้างวัตถุคล้ายระเบิดเสียงดังสนั่นก่อนขี่รถไปตามเส้นทางถนนวิทยุหลบหนีไป แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ก่อนแจ้ง สน.ลุมพินี

17 ม.ค. 2557 07:28 17 ม.ค. 2557 07:28 ไทยรัฐ