วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดท้ายใครจะ'อึด'กว่า

ส่อแววว่าเป็นไปตามที่ “ขาประจำ” ประเมิน

เพราะตามรูปการณ์แล้ว ยุทธการ “ปิดกรุงเทพฯโค่น” ของกลุ่ม กปปส.นำโดย “กำนันเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศชัตดาวน์ กทม. ยังได้แค่แย็ปแต่ยังไม่เข้าเป้าแบบโป้งเดียวจอด

“นายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สันทัดกรณีดึงจังหวะติ๊ดชิ่งอยู่แล้ว ถึงจะยกระดับกันไปอีกขั้น กำนันส่งสัญญาณเพิ่มดีกรีกดดัน ทั้งขับเคลื่อนมวลชนไปปิดสถานที่ราชการ ประกาศคุมตัวนายกฯ ปิดล้อมบ้านรัฐมนตรีก็แล้ว แต่ผู้นำนารี และรัฐมนตรีในเครือข่ายไม่ได้มีแค่บ้านหลังเดียว เซฟเฮาส์ ที่พักที่หนีภัยบานเบอะ

โดยเฉพาะ “นายกฯปู” อดีตเจ้าแม่อสังหาริมทรัพย์ ไม่นับเครือข่ายคนใกล้ชิดแบ่งปันที่พักที่อาศัยได้

สับหลีกหาที่ทำงานใหม่หนีม็อบ โชว์หน้าแจ่มๆได้ทุกวัน

แม้จวนถึงขั้น “มีอำนาจแต่บริหารงานไม่ได้” แต่ก็ยังแค่ “ปูเงิบ” ยังไม่ “เป็ดง่อย” โดยสมบูรณ์แบบ

หาช่องเลี่ยงภาพ “รัฐล้มเหลว” กันได้เป็นรายวัน

หากยังทรงๆอยู่แบบนี้ก็ยังไร้วี่แวว “ปิดเกม” ฉะนั้นการต่อสู้ของกลุ่ม กปปส.ที่นายธีรยุทธ บุญมี ผอ.สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์ ม.ธรรมศาสตร์ “ขาประจำระบอบทักษิณ” ออกโรงงวดนี้ “ขาประจำ” รังสรรค์ประดิษฐ์คำเหมือนเดิม

ทั้งเปรียบเปรย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็น “พญาแร้งดำหิมาลัย” ที่มองไกล–กินไม่เลือก เปรียบนโยบายประชานิยม เป็น “ประชาซาเล้ง” กระทั่งกองทัพที่เป็น “ตัวแปรสำคัญ” ในวิกฤติประเทศไทย ถูกกระตุกว่าอย่าคิดใช้ “อัศวินม้าขาว”

เพราะ “ม้าขาว” จะขี้แตกเสียก่อน

ที่น่าสนใจ คือการมองหนทางชนะของมวลชน กปปส. ที่ยังยึดแนวทางอารยะขัดขืน “สันติภิวัฒน์” ยุทธศาสตร์การต่อสู้จะต้องใช้ความอดทนที่ยาวนาน ทำนองรอสุกงอมปลิดขั้ว ตามทฤษฎี “มะม่วงหล่น”

“ขาประจำ” โผล่ แน่นอน “ขาโซ้ย” ก็ต้องทำหน้าที่ควบคู่ หน่วยสับของพรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมาตอบโต้กันพร้อมเพรียง อัดแหลกทั้ง “ขยะทางวิชาการ” หรือไม่ อาการไข้มาลาเรียขึ้นสมองกำเริบหรือเปล่า

กับศึกชิงประเทศไทยชิงไหวชิงพริบ ชิงจังหวะกันทุกช็อตของเกม ฝ่าย “กำนันเทือก” พามวลชน กปปส.ไต่บันไดความเสี่ยงขึ้นที่สูงไปเรื่อยๆ แต่เวลาผ่านก็กดดันตัวเองไปทุกที

ขณะที่ “3 ตัวแปร” ในศึกนี้ หลังจากกำนันขับเคลื่อน “มวลชน” แล้ว อีก “2 ตัวช่วย” ทั้งกองทัพ ถึงมีสัญญาณ “พร้อมในที่ตั้ง” แต่ต้องชั่งน้ำหนัก หากขยับเสียงเฮอาจไม่นาน กับภาวะไม่มีอะไรการันตีปมหวาดระแวง “หักหลัง”

แหยงสหบาทา “ม้าขาว” กลัว “ขี้แตก” เหมือนกัน

ขณะที่ ตัวแปรอย่าง “องค์กรตรวจสอบ” คดีในศาลรัฐธรรมนูญยังลากไปไม่ถึงขั้น “พิฆาตนารี”

เช่นเดียวกับ ป.ป.ช. ในปมร้อนโครงการจำนำข้าว ล่าสุดนายวิชา มหาคุณ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวน ระบุว่า ป.ป.ช.มี มติเป็นเอกฉันท์ไต่สวนนายกฯ เพราะอาจมีมูลความผิดกรณีละเว้นต่อหน้าที่ที่จะยุติความเสียหายจากโครงการ

แต่ยังไม่มีการแจ้ง “ข้อกล่าวหา” กับ “นายกฯปู”

โดย ป.ป.ช.มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหากับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้องกรณีทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับประเทศจีน

“แก้ว 3 ประการ” ของกำนัน ม็อบ ท็อปบูต องค์กรตรวจสอบ ยังไม่คลิก

ขณะที่ฝ่ายถือครองอำนาจรัฐในมือ “นายกฯปู” ก็ยื้อเกมโค่นสุดฤทธิ์ กำลังกอดกติกา ยื้อเกราะ “เลือกตั้ง” กับ กกต.กันเป็นรายวัน ว่าด้วยปม “เลื่อน–ไม่เลื่อนเลือกตั้ง”

ขณะที่ฝ่ายโค่น ได้แนวร่วมทยอยเปิดหน้ากันทีละกลุ่มทีละคณะ โดยเฉพาะ “ข้าราชการ” ถัดจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข มาถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่เสนอให้ “เลื่อนเลือกตั้ง” ก่อนปฏิรูปประเทศ

ยังไม่รวมกองทัพ ทบ.จัดกองกำลังเสริมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภารกิจเอนเอียงไปในทาง “ดูแลม็อบ” ป้อง กปปส.

ทัพโค่นแปรขบวน “นายกฯปู” เสี่ยง “ง่อยเปลี้ย” ไปทุกที

ยังไม่รวมเหตุรุนแรงรายวัน พร้อมข่าวจับอาวุธสงคราม “ชุดดำ-มือที่สาม” ทยอยกันออกมาตามสั่ง รวมทั้งปัจจัยภายนอก ต่างฝ่ายต่างดึงองค์กรนานาชาติ ประเทศมหาอำนาจ สำนักข่าวต่างชาติ มาหนุนเอื้อฝ่ายตัวเอง

ในสถานการณ์ที่ต่างก็ต้องชิงกระแส แย่งความชอบธรรม

ชนิดที่เรียกว่าศึกนี้ ทัพ กปปส.ของ “กำนันเทือก” กับ “นายกฯปู” และเครือข่ายระบอบ “ทักษิณ”

ต้องประลอง “ความอึด” กันยาว.


ทีมข่าวการเมือง