เปิดใจ ตชด.หญิง แม่พิมพ์หัวใจแกร่งในพื้นที่สีแดง (ชมคลิป)

ข่าว

    เปิดใจ ตชด.หญิง แม่พิมพ์หัวใจแกร่งในพื้นที่สีแดง (ชมคลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์

      17 ม.ค. 2557 01:34 น.

      ครู ตชด. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่มีบทบาท-หน้าที่ในการสอนหนังสือ ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมากเช่นกัน เพราะแม้ว่าพวกเขาจะต้องทำงานอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง แต่หลายคนก็ไม่เคยคิดที่จะถอดใจ 

      กว่า 9 เดือนแล้วที่ สิบตำรวจตรีหญิงวิไลพร ชูบาล ชาวจังหวัดตรัง ตัดสินใจเข้ามาเป็นครู ตชด. ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน พีระยานุเคราะห์ 4 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี

      แม้โรงเรียนแห่งนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่ถูกจัดเป็น 1 ในพื้นที่สีแดง ที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท  ทำให้เธอไม่เคยคิดจะย่อท้อ หรือถอดใจย้ายออกจากพื้นที่

      ด้วยจำนวนนักเรียน 114 คน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 มีครูทั้งหมด 5 คน แยกเป็นครูใหญ่ 1 คน ครูสอนหนังสือ 2 คน และครูพี่เลี้ยงอีก 2 คน ทำให้ต้องนำนักเรียนมาเรียนรวมกันในห้องเดียว

      ในแต่ละวันนอกจากกิจกรรมการเรียนการสอนที่ต้องเตรียมเนื้อหาให้สอดคล้องกับพื้นฐานของเด็กนักเรียน เด็กนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้เป็นชาวไทยมุสลิม 100  %  ทำให้นักเรียนที่นี่ใช้ภาษามลายูเท่านั้นในการสื่อสาร การจัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มทักษะด้านภาษาให้กับเด็กนักเรียนจึงเป็นสิ่งจำเป็น  เช่นเดียวกับการการจัดโครงการอาหารกลางวันและฝึกอาชีพให้กับเด็ก ที่จะช่วยให้เด้กนักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพได้

      สิบตำรวจตรีหญิงวิไลพรยอมรับว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอตั้งใจว่าจะสอบเข้ามาเป็นครู ตชด. เพราะตัวเธอเองก็เคยเป็น 1 ในผู้ที่จบจากโรงเรียน ตชด. จาก โรงเรียน ตชด. สันติราษฎรประชาบำรุง จังหวัดตรัง และเป็นนักเรียนทุนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จนจบระดับชั้นปริญญาตรี ซึ่งพระองค์ท่านมีพระราชดำริว่าอยากเห็นนักเรียน ของ โรงเรียน ตชด. กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง

      “ด้วยเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเทพฯ ที่พระองค์ท่าน เปิดโอกาสให้ นักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ สอบโครงการครุทายาท โดยการสมัครและสอบคัดเลือกเข้ามาเพื่อทำหน้าที่สอนของโรงเรียน ตำรวจตระเวนชายแดน

      “ถามว่ากลัวมั้ย.... กลัวค่ะ เพราะตอนนั้นเราเป็นคนนอกพื้นที่ และไม่เคยมาเลยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนนั้นคิดว่าเราจะมาดีมั้ย แต่รู้สึกว่าในเมื่อเรามีโอกาสแล้ว ที่จะช่วย ในสิ่งที่เราเคยผ่านมาเหมือนกัน  เราเคยเป็นเด็กคนหนึ่งของ ร.ร. ตชด. เรามีโอกาสแล้ว และเราเคยตั้งความหวังว่าถ้าเรามีโอกาส เราจะมาช่วยสอนน้องๆให้มีความรู้ ทำให้เรามาอยู่ตรงนี้ได้”

      “ช่วงแรกๆที่เราสอน เด็กๆเขาก็ตื่นเต้นกับครูใหม่นะ ด้วยภาษาของเขาที่อาจจะสื่อสารกันผิดเพี้ยนบ้างในช่วงแรกๆ แต่พออยู่ไป เรายิ่งผูกพัน ทำให้เราอยากสอนเขาให้มีความรู้” ส.ต.ต.หญิง วิไลพร กล่าว

      แม้ช่วงปิดเทอม แต่หน้าที่ของการเป็นครู ก็ไม่ได้หยุดนิ่งไปด้วย ทุกวันเธอจะต้องออกไปลงพื้นที่เยี่ยมเด็กนักเรียนเพื่อติดตามการเรียนการสอนที่บ้าน และเป็นการพบปะพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กด้วย  แม้จะยอมรับว่าในครั้งแรกครอบครัวจะไม่เห็นด้วยกับเส้นทางที่เธอเลือก เพราะความเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นถึงความตั้งใจจริง ทุกคนในครอบครัวก็ยอมรับและเข้าใจ

      “ครั้งแรกที่สอบได้ แม่บอกว่าสละสิทธิได้ไหม ตอนนั้นหยุดไปหลายวัน ไม่คุยเรื่องนี้กัน สุดท้ายแม่บอกแล้วแต่แล้วกัน ครอบครัวก็เป็นห่วงนะ โทรมาบ่อยมาก ทุกวัน ที่บ้านตอนแรกไม่มีโทรศัพท์ แม่ลงทุนติดตั้งโทรศัพท์จะได้คุยกัน เวลาโทรมาถามกินข้าวรึยัง สอนเด็กเป็นไงบ้าง จะกลับบ้านไหม วันไหน เราก็ไม่อยากคุยเยอะ กลัวเขาเป็นห่วง บ้านก็ไม่ค่อยได้กลับ เพราะระยะทาง ต้องรอช่วงที่หยุดยาว และเรื่องของความปลอดภัยด้วย”

      “เรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ เราก็ต้องระมัดระวังตัวเองให้ดีที่สุด เพราะจะคิดเสมอว่ามีเด็กนักเรียนที่รอเรามาสอน มีที่บ้านรอเรากลับไป...”

       

      “เวลาที่ท้อ เพราะอยู่ตรงนี้เราก็ห่างจากครอบครัวเนอะ...ก็จะคิดถึงโรงเรียนนี้ ว่าเป็นโรงเรียนที่สมเด็จพระเทพฯ  ท่านทรงให้ความดูแลอยู่ เส้นทางจะยากลำบากแค่ไหน พระองค์ท่านก็ไปมาหมด  แต่เราแค่เพียงมาอยู่ตรงนี้ ดูแลเด็ก ให้การศึกษาเด็ก…เราก็ควรจะทำ และยึดถือพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง ถือว่าเราเป็นมือน้อยๆ ที่จะช่วยประคับประคองเด็ก ให้เขามีวิชาความรู้ได้มากกว่า ” ส.ต.ต.หญิง วิไลพร กล่าวด้วยรอยยิ้ม

      แม้ครู ตชด. จะแตกต่างจากตำรวจทั่วไป ที่ไม่ได้มี ปืน หรืออาวุธใดๆ คู่กาย  มีเพียงแค่ช็อก กับ กระดานดำ ที่ใช้ในการประสิทธิประสาทความรู้ให้กับเด็กนักเรียนเท่านั้น ด้วยภาระและหน้าที่ของคำว่าครู ที่สิบตำรวจตรีหญิงวิไลพร ยอมรับว่าสำหรับเธอแล้ว อาชีพครู ก็เปรียบเสมือนเป็นดั่งผู้ให้ ผู้ที่คอยอบรมสั่งสอน แนะนำ  ตักเตือน และเติมเต็ม  ด้วยความเมตตาและยุติธรรม ให้กับลูกศิษย์เพื่อที่จะให้ลูกศิษย์ของครูนั้น สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 06:24 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์