วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มติป.ป.ช.ไต่สวน นายกฯปมจำนำข้าว แจ้งข้อกล่าวหา 15 ราย

มติป.ป.ช.ไต่สวน นายกฯปมจำนำข้าว แจ้งข้อกล่าวหา 15 ราย

  • Share:

มติป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา "บุญทรง" กับพวก 15 ราย ยัน ไม่มีขายข้าวแบบ "จีทูจี" จริง สั่งไต่สวน "ยิ่งลักษณ์" ปมจำนำข้าว เหตุเพิกเฉยไม่พยายามยับยั้ง ทำให้รัฐเกิดความเสียหายมหาศาล

วันที่ 16 ม.ค. นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ในฐานะ อนุกรรมการไต่สวนโครงการทุจริตจำนำข้าว แถลง ผลสรุปการไต่สวนคดีดังกล่าว ว่า คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ แจ้งข้อกล่าวหา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวกข้าราชการ บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการทุจริตจำนำข้าว รวม 15 ราย

โดยนายวิชา กล่าวว่า จากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการปปช. พบว่า นายบุญทรง รวมไปถึง อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ บริษัทเอกชนจากประเทศจีน จำนวน  2 บริษัท และตัวแทนบริษัทเอกชน คือ นายสมคิด นายรัฐนิจ และนายลิต พอใจ รวมทั้ง บริษัทสยามอินดิก้ากับพวกมีความผิด จึงมีมติเอกฉันท์ให้เจ้งข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสให้เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาได้ในเร็ววันนี้ กรณีสัญญาซื้อขายข่าวกับประเทศจีน ซึ่งจากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ไม่ใช่กรณีการซื้อขายข้าวแบบจีทูจี และยังไม่มีการส่งข้าวเข้า-ออกทั้ง จากทั้ง 2 บริษัทจริง เพราะการส่งออกต้องมีการอนุมัติ มีขั้นตอนที่ชัดเจน แต่ก็ปรากฏว่าไม่มี ถึงแม้จะมีการยืนยันว่าบริษัทเอกชน ทั้ง 2 จะเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนจริง 

ป.ป.ช. จึงพิจารณาว่า ไม่มีการซื้อขาย หรือ ทำสัญญาการขายข้าวแบบจีทูจี หรือรัฐต่อรัฐจริง และให้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น จำนวนทั้งหมด 15 ราย รวมถึงตัวแทนที่เป็นคนไทยที่เกี่ยวข้อง คือ อ้างเป็นต้วแทน ส่วนบริษัทสยามอินดิก้า จากการไต่สวนปรากฏชัดว่า การทำสัญญาไม่ชอบธรรม พบบริษัทเอกชน ขายข้าวให้กับประเทศจืน ไม่เป็นความจริง จำนวนข้าวที่ขายก็ไม่มีจริง เป็นความเท็จทั้งหมด

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการปปช. ได้ส่งเรื่องการไต่สวนเสนอไปให้คณะป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา และป.ป.ช.มีคำสั่งให้ส่งเรื่องนี้ ไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งกรมสรรพากร กรมการค้าต่างประเทศ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีอากรอย่างมหาศาล เป็นหน้าที่กรมสรรพากรคำนวณภาษี และความเสียหายต่อไป

อีกประเด็นเกี่ยว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่อง จำนำข้าวแบบจีทูจี ป.ป.ช.มีมติ แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 15 ราย ขณะโครงการจำนำข้าวถือเป็นนโยบายรัฐ จึงยังไม่แจ้งคำสั่งไต่สวน คุณยิ่งลักษณ์ แต่เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้ว มีเหตุอันควรสงสัย ตามมาตรา 66 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ พ.ศ.2542 ว่า การดำเนินการจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นประธาน กขช.ได้รับทราบ ข้อท้วงติงว่าอาจมีการทุจริตดังกล่าว แต่กลับละเลยเพิกเฉย ไม่ระงับยับยั้งความเสียหาย มหาศาล ในโครงการจำนำข้าวครั้งนี้ จึงอาจเป็นมูลความผิดตามกฎหมาย

ทางคณะอนุกรรมการไต่สวน จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ วันนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการไต่สวน น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่อนุกรรมการไต่สวนเสนอ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา ว่ากันที่หลัง เพราะเขามิสิทธิ์ค้านอนุกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนได้ ตอนนี้เราก็จะไต่สวนเรื่อยๆ ก่อน ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ส่วนกรณีนายบุญทรงกับพวกรวม 15 ราย  คณะกรรมการป.ป.ช. จะเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาในเร็วนี้ เป็นกรณีเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีกระแสข่าวว่า ป.ป.ช. เร่งดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา เพราะ ต้องการปลดล็อคการเมือง นายวิชา กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลยป.ป.ช.พิจารณาตามกฎหมายทุกอย่าง ว่ากันไปตามหลักฐาน โดยสำนวนนี้ ป.ป.ช.ใช้ระยะเวลาในการพิจารณา ปี กว่า ส่วนข้อกล่าวหาที่ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีความพยายามในการล็อบบี้ ไม่ให้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น เชื่อว่า ไม่มี เพราะ ป.ป.ช.ดำเนินการ แบบตรงไปตรงมา มีการลงมติ และตนไม่มีสิทธิที่จะไปชักจูงใคร ที่สำคัญมีการอ้างอิงหลักฐานชนิดที่ว่า ครอบคลุมทุกด้าน

“วันนี้ที่ประชุมป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ทุกประเด็น เว้นแต่เพียงมติที่ว่า จะแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปพร้อมกันเลย หรือไม่ แต่ส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรพร้อม เรื่องนี้จึงถือว่า ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ สำหรับการไต่สวนนั้น หากพบว่า มีความผิดฐานทุจริต ป.ป.ช.จะสามารถสั่งยึดอายัดทรัพย์สินชั่วคราวได้ หากพบว่าได้มาโดยมิชอบแต่ขณะนี้ เรายังไม่ได้เข้าไปถึงขั้นตอนนั้น ดูเฉพาะเรื่องกระบวนการการค้าเท่านั้น ส่วนต่อไป จะไปเชื่อมโยงขยายผลไปถึง กรณียักย้ายถ่ายเททรัพย์สินหรือไม่ ป.ป.ช.จะพิจาณาอีกครั้ง”นายวิชากล่าว

นายวิชา กล่าวถึง ความคืบหน้าการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดีถอดถอนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาส.ส. ของ 308 ส.ส. และส.ว. ว่า ในวันนี้ที่ถือเป็นวันที่สอง  มีจำนวนส.ส.และส.ว.มารับทราบข้อกล่าวหา 30 คน เมื่อรวมกับวันแรกที่มี ส.ส.และส.ว.มารับทราบข้อกล่าวหา จำนวน 49 คน ทำให้ยอดรวม การรับทราบข้อกล่าวหา มีจำนวน 79 คน โดยที่ยังไม่มีส.ส. และส.ว.รายใด ได้ชี้แจงข้อกล่าวหา ทั้งนี้ สำหรับการแถลงข่าวดังกล่าว ได้ล่าช้ากว่าเวลาที่แจ้งต่อสื่อมวลชนไว้กว่า 2 ชั่วโมง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้