วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ชูโรดแมปเป็นกลาง ย้ำ ถึงเวลาปฏิรูปฯ ลั่น ไม่ลาออก

นายกฯ ลั่น ถึงเวลาปฏิรูปประเทศ ย้ำ ไม่ลาออก ชูโรดแมปเป็นกลาง รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง แนะ 3 ส่วน หารือกระบวนการ ชี้ ไม่มีรัฐบาลไหนอยากจะเป็นคู่ขัดแย้ง

วันที่ 16 ม.ค. 57 ที่ประชุมกองบัญชาการกองทัพอากาศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี หารือกับ 12 องค์กรภาคธุรกิจเอกชน และนักวิชาการ อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สมัชชาปกป้องประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดเวทีในครั้งนี้ว่า ถึงเวลาการปฏิรูปประเทศแล้ว ดังนั้น ต้องมาจัดทำโรดแมปที่เป็นกลาง ซึ่งรัฐบาลจะไม่เกี่ยวข้อง แต่จะคอยเป็นตัวประสานงาน และยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีเจตนาโน้มน้าวการปฏิรูปทั้งสิ้น เพราะที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้นำเสนอโรดแมปชัดเจนมาแล้ว ดังนั้น จะต้องนำมาหารือเพื่อเชื่อมโยงแผนไปสู่การปฏิบัติให้ และพร้อมเปิดรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ด้วย อีกทั้งขอให้สื่อมวลชนนำเสนอเวทีนี้สู่สาธารณชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ พร้อมสะท้อนปัญหาเข้ามาก่อนสรุปผล

นายกรัฐมนตรี ยังแนะว่า ประเด็นที่จะหารือวันนี้ ส่วนตัวขอนำเสนอ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก หารือถึงกระบวนการดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 2 การจัดทำโครงสร้างตั้งสภาปฏิรูป และขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนสุดท้าย สรุปเนื้อหาสาระสำคัญจากทุกภาคส่วนที่เสนอมา อาทิ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และอื่นๆ เพื่อมาจัดลำดับความสำคัญ

จากนั้น นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตัวแทน 7 องค์กรภาคธุรกิจ และ 18 องค์กรเครือข่าย สรุปผลการหารือเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา 4 ข้อเสนอใหญ่ ให้กับนายกรัฐมนตรีได้รับทราบ กล่าวสรุปคือ ให้มีการจัดตั้งองค์กรเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง/การทำข้อตกลงร่วมกันของพรรคการเมือง/กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และการปรับรูปแบบของรัฐบาลรักษาการในช่วงก่อนการเลือกตั้ง


อีกทั้ง ย้ำให้นายกรัฐมนตรี รับทราบว่า น่าจะมีช่องทางของกฎหมายในการเลื่อนวันเลือกตั้งได้ และเวลานี้ 7 องค์กร อยากหยุดดำเนินการ แต่หากรัฐบาลจะให้เปิดเวทีก็พร้อม อีกทั้งขอให้รัฐบาลกลับมาดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์มีแน้วโน้มรุนแรงขึ้น

ด้าน นายเอกชัย ไชยนุวัติ นักวิชาการ ในฐานะสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย เห็นว่า ควรเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 ตามกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับให้เลื่อนการเลือกตั้ง

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง ขณะที่ตัวแทนจากสภาพัฒนาการเมือง เสนอให้มีการเจรจา เพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุดระหว่างคู่ขัดแย้ง คือ รัฐบาลและประชาชน โดยให้มีบุคคลที่เป็นที่ยอมรับเป็นคนกลางในการประสาน

พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลและรัฐมนตรีรักษาการ ลาออกจากตำแหน่ง และให้โปรดเกล้าฯ ออกพระราชกฤษฎีกาเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน และ กปปส. จะต้องยุติการชุมนุม ครม. รักษาการชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีประชามติ ซึ่งจะมีค่าเท่ากับการทำรัฐธรรมนูญใหม่ และพรรคการเมืองทุกพรรคจะต้องทำสัตยาบรรณกันก่อนการเลือกตั้ง 

ด้าน ประธานสภาเกษตกรแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ต้นตอมาจากการเมือง ส่วนความคิดเรื่องการปฏิรูปต้องมองทะลุให้ผ่านการเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะการเลื่อนไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่การปฏิรูปจะต้องมาร่วมพูดคุยกันทุกปัญหาที่เกิดขึ้นจากอดีตถึงปัจจุบัน

นายยุทธพร อิสรชัย ผอ.วิทยาลัยการเมือง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เผยว่า เสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศ ซึ่งถ้าหากต้องการออกจากวงจรความขัดแย้งทางการเมือง ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ เรื่องการปฏิรูปและการเลือกตั้ง พร้อมแนะรัฐบาลจัดทำพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศ จะเป็นสิ่งที่ดีมากและให้ทุกพรรคการเมืองทำสัตยาบรรณร่วมกัน


พร้อมแนะ หากตั้งโจทย์ปฏิรูปประเทศมากเกินไป การปฏิรูปจะไม่สามารถสำเร็จได้ โดยแบ่งการปฏิรูประยะสั้น ด้วยการแก้ไขโครงสร้างสถาบันการเมือง หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เน้นการปรับปรุงระบบการตรวจสอบให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์

ผู้ที่ถูกตรวจสอบ หากพบว่าไม่ได้กระทำความผิด ผู้ตรวจสอบควรจะถูกห้ามใช้สิทธิ์ในการตรวจสอบด้วย หรือที่มาของนักการเมือง ควรจะเป็น ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของประชาชนมากว่า เป็นตัวแทนพรรคการเมือง รวมไปถึงมีกลไกรับฟังเสียงข้างน้อย เช่น การเปิดโอกาสให้ประชาชนลงชื่อ เพื่อทำประชามติในกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของทางสภาฯ หรือเปิดโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานสภาได้ด้วย ซึ่งใช้เวลาปฏิรูป 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ส่วนระยะยาวนั้น ต้องมีการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ และด้านอื่นๆ โดยอาจใช้เวลา 4-5 ปี

สำหรับการเลือกตั้งนั้น นายยุทธพร ได้ยกสถิติการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่มีผู้ใช้สิทธิ์ประมาณ 70 % ทุกครั้ง แต่ตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะไม่เหมือนกับทุกครั้งๆ ที่ผ่านมา จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาจากความต้องการประชาชนให้มากที่สุด

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด กล่าวว่า ขณะนี้มีการผูกขาดอำนาจการเมือง ภาคประชาชนไม่มีโอกาสเสนอความเห็น รูปแบบการเมืองเดิมไม่สอดคล้องกับสังคมที่พัฒนา กลไกทางการเมืองไม่เปิดโอกาสให้คนในสังคมภาคอื่นๆ เข้าไป จึงต้องเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ต้องการพัฒนาประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และไม่ใช่กลุ่มคนกลุ่มเดิม

ขณะนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ และไม่ลาออกนั้น ยืนยัน เป็นหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ว่า เมื่อยุบสภาจะต้องมีรัฐบาลรักษาการ และวันนี้ตัวเองก็ไม่อยากจะถูกมองว่า เป็นตัวปัญหาของประเทศ การที่หลายคนเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น ความรับผิดชอบแรก ที่ให้ยุบสภา ตัวเองก็ยุบแล้ว แต่การทำหน้าที่ตรงนี้ ไม่ต้องการอยู่เพื่อจะสร้างความขัดแย้ง แต่อยู่เพื่อจะส่งมอบกติกานี้ให้รัฐบาลใหม่ที่จะมารับช่วงต่อ ถ้าไม่เลือกตั้งก็ต้องศึกษาว่า จะมีทางออกวิธีใด ความขัดแย้งอยากแก้ ไม่มีรัฐบาลไหนที่อยากจะเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน

แต่วันนี้ ได้คืนอำนาจสิทธิ์ให้ทุกคนแล้ว ด้วยวิธีการเลือกตั้ง ถ้าวันนี้มีอำนาจปฏิบัติที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ อยากถามว่าอำนาจนั้นคืออะไร พร้อมกันนี้ ยืนยันว่า การจัดทำเวทีปฏิรูป ไม่ใช่เวทีหารือซ้ำซาก แต่เป็นการสร้างกลไกเวทีที่ทุกคนมีส่วนร่วม.

 

นายกฯ ลั่น ถึงเวลาปฏิรูปประเทศ ย้ำ ไม่ลาออก ชูโรดแมปเป็นกลาง รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง แนะ 3 ส่วน หารือกระบวนการ ชี้ ไม่มีรัฐบาลไหนอยากจะเป็นคู่ขัดแย้ง 16 ม.ค. 2557 16:31 16 ม.ค. 2557 17:45 ไทยรัฐ