วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คพ.เผยผลตรวจติดป่ากุยบุรี เจอสารหนู 3 ตัวอย่าง

คพ. เผยผลตรวจดิน-น้ำในป่ากุยบุรี เจอสารอะซินิคหรือสารหนู ในจุดที่กระทิงตาย 3 ตัวอย่าง แต่ยืนยันปริมาณน้อยมาก ไม่ส่งผลให้ตายเฉียบพลัน ด้านอุทยานฯ กุยบุรี เร่งต้อนกระทิงฝูงใหญ่ออกจากพื้นที่ หลังพบ 1 ซากอยู่ในฝูงด้วย...

จากกรณี พบมีกระทิงในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ม.ค.นี้ พบซากกระทิงตายอีก 2 ซาก รวมกระทิงตายทั้งสิ้น 22 ตัว ในเขตป่ากุยบุรี โดยขณะนี้ ยังต้องรอผลการตรวจสอบหาสาเหตุการตายของกระทิง ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช จะแถลงผลการตรวจสอบเบื้องต้นร่วมกับทางกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกรมปศุสัตว์ ในวันที่ 17 ม.ค.นี้

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างดิน ตะกอนดิน น้ำในลำห้วยลึก และลำห้วยสาขาโดยรอบโครงการกุญชร รวมทั้งพืชอาหารสัตว์ ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 56 เพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์หาสารตกค้าง ที่อาจส่งผลให้กระทิงป่ากุยบุรีตายจำนวนมากนั้น ขณะนี้ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จากตัวอย่างดินที่เก็บมาจำนวน 6 ตัวอย่าง ตะกอนดิน 15 ตัวอย่าง ตัวอย่างน้ำ 10 ตัวอย่าง ในพื้นที่กุญชรที่เจอกระทิงตาย โดยพบว่า กลุ่มสารโลหะหนัก มีค่าสารที่เกินเพียงอย่างเดียวคือสาร 
อะซินิค (Arsenic) หรือสารหนู พบในตัวอย่างดินใกล้จุดที่เจอซากกระทิงตัวที่ 1 ตรวจพบปริมาณสาร 29 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (ค่ามาตรฐาน 27 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) และอีก 2 ตัวอย่าง เจอสารหนูในน้ำ และแปลงหญ้า จุดกระทิงตายตัวที่ 17 ซึ่งเกินค่ามาตรฐานเล็กน้อย
 อธิบดี คพ. กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค. 57) เวลา 13.00 น. จะมีการแถลงความคืบหน้าร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะหากต่างคนต่างแจ้ง อาจมีความคลาดเคลื่อน เพราะสื่อบางฉบับบอกว่าเจอสารไซยาไนด์ ว่าเป็นสารหนู ซึ่งเป็นคนละชนิดสารกัน จึงไม่อยากให้เกิดความสับสน

นายวิเชียร กล่าวย้ำว่า แม้ว่าจะเจอสารหนูในจุดที่พบกระทิงตาย แต่ก็พบว่ามีปริมาณต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ไม่น่าจะทำให้กระทิงตายเฉียบพลันได้ ซึ่งในส่วนนี้อาจต้องเข้าพื้นที่ลงไปเก็บตัวอย่างซ้ำอีกรอบหนึ่ง เพื่อให้ชัดเจนว่า พื้นที่มีการปนเปื้อนของสารหนูอยู่หรือไม่ เพราะถ้าจะเป็นอันตรายมากต้องเกินระดับ 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมขึ้นไป ส่วนที่มองว่าอาจจะเกิดการกินและสะสมในร่างกายของกระทิงหรือไม่นั้น อาจต้องเก็บตัวอย่างเลือดกระทิงที่ยังมีชีวิตมาตรวจเพิ่มเติม

ด้าน นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า หลังจากตรวจเจอซากกระทิงตายเพิ่มอีก 2 ซาก เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมเป็นกระทิงตายแล้ว 22 ตัว สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการตายโดยธรรมชาติ ขณะที่ตอนนี้ ได้ขอให้ทีมแพทย์มาช่วยตรวจพิสูจน์และเฝ้าระวังเพิ่มเติม เนื่องจากซากกระทิงที่พบตายในโซนที่ 1 ทางด้านเหนือของพื้นที่กุญชรนั้น มีฝูงกระทิงอีก 90 ตัวอาศัยอยู่ จึงต้องเร่งเฝ้าระวังอาการกระทิงที่เหลือให้มากขึ้น

ขณะที่ นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานเบื้อนต้นจากเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจวิเคราะห์ซากกระทิงว่า มีสารบางตัวที่มีผลออกมาตรงกับของ คพ. แต่ยังไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ เนื่องจากต้องรอผลสรุปวิเคราะห์ทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งได้มอบหมายให้นายสัตวแพทย์ธนิตย์ อเนกวิทย์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นผู้แถลงข่าวร่วมกับกรมอุทยานฯ ในวันพรุ่งนี้.

คพ. เผยผลตรวจดิน-น้ำในป่ากุยบุรี เจอสารอะซินิคหรือสารหนู ในจุดที่กระทิงตาย 3 ตัวอย่าง แต่ยืนยันปริมาณน้อยมาก ไม่ส่งผลให้ตายเฉียบพลัน ด้านอุทยานฯ กุยบุรี เร่งต้อนกระทิงฝูงใหญ่ออกจากพื้นที่ หลังพบ 1 ซากอยู่ในฝูงด้วย... 16 ม.ค. 2557 15:59 ไทยรัฐ