วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สธ.สำรองรถ 'EMCMU' หากระบบสื่อสารล่ม

สธ.ยังคงจัดทีมแพทย์ฉุกเฉินและทีมปฐมพยาบาล ดูแลให้บริการประชาชนในพื้นที่ชุมนุมทางการเมืองใน กทม. พร้อมสำรองรถสื่อสารเฉพาะกิจด้านการแพทย์เคลื่อนที่ ใช้ในภาคสนามได้ทันที หากระบบสื่อสารปกติล่ม...

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 57 ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีการชุมนุมทางการเมือง ที่โรงพยาบาลสงฆ์ กทม. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ และคณะ ได้ประชุมประเมินผลการปฏิบัติงานการแพทย์และสาธารณสุข ในการดูแลผู้ชุมนุมทางการเมืองในรอบ 24 ชั่วโมง  

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ผลการปฏิบัติงานของทีมแพทย์ฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ กทม. ร่วมกับศูนย์เอราวัณ กทม. โรงเรียนแพทย์ สภากาชาด โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม และตำรวจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิกู้ชีพร่มไทร และมูลนิธิราชพฤกษ์หนองจอก เป็นที่น่าพอใจในการช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับแผนปฏิบัติการในวันนี้ ได้คงทีมแพทย์ฉุกเฉินทั้งระดับสูงและหน่วยปฐมพยาบาล จากโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์รามาธิบดี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิกู้ชีพร่มไทร และมูลนิธิราชพฤกษ์หนองจอก และทีมจากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี โรงพยาบาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โรงพยาบาลสุรินทร์ รวมประมาณ 30 ทีม ดูแลพื้นที่ตั้งแต่ 5 แยกลาดพร้าว จนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ตลอด 24  ชั่วโมง

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้สำรองระบบการสื่อสารกรณีที่ระบบการสื่อสารปกติไม่สามารถใช้การได้ โดยเตรียมพร้อมรถสื่อสารเฉพาะกิจด้านการแพทย์ (Emergency Medical Communication Mobile Unit) ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ 1 คัน ซึ่งรถดังกล่าวสามารถใช้การได้กับไฟฟ้าทุกระบบ สื่อสารติดต่อได้ทุกหน่วยงานในรัศมี 50 กิโลเมตร เพื่อให้ระบบการแพทย์สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัว       

นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากภารกิจด้านการรักษาพยาบาลแล้ว กระทรวงยังได้ให้การสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาลสนาม ที่เข้ามาดูแลในจุดชุมนุม และติดตามขบวนผู้ชุมนุม ส่วนยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ ยาแก้ปวด ลดไข้ ยาแก้ไอ ยาแก้ไข้หวัด แอมโมเนีย และในวันนี้องค์การเภสัชกรรมได้มอบหน้ากากอนามัย จำนวน 30,000 ชิ้น และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือด้วย เพื่อนำไปแจกให้กับประชาชนเพื่อป้องกันโรค

พร้อมกันนั้น ได้ให้โรงพยาบาล 8 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี และฉะเชิงเทรา สำรองเตียงผู้ป่วย ห้องผ่าตัด เลือด ออกซิเจน ทีมกู้ชีพ รับย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม หากเกิดเหตุรุนแรงไม่สามารถส่งต่อโรงพยาบาลใน กทม.ได้ ซึ่งทุกแห่งมีความพร้อม มีเตียงสำรองกว่า 300 เตียง.