วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ฟรอสต์ฯ ชี้คนไทยใช้โซเชียลสื่อสารรับข่าวช่วง 'ชัตดาวน์' กทม.

ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ย้ำโซเชียลมีเดียยังทรงพลัง คนไทยเลือกเป็นช่องทางรับข่าวและสื่อสาร ห่วงภาคธุรกิจเสียโอกาสทางการลงทุน…

ท่ามกลางสถานการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศให้เป็นการปิดกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Shutdown ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมนั้น ส่งผลให้แรงกดดันที่มีต่อสื่อมวลชนเพิ่มขึ้น จากทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ถึงประเด็นความเป็นกลางในการนำเสนอข้อมูล ทำให้สื่อตกเป็นเป้าหมายของการถูกควบคุมและอาจส่งผลให้ประชาชนขาดช่องทางในการเข้าถึงข่าวสารจากสื่อหลัก และหันไปรับข่าวสารจากสื่ออินเทอร์เน็ตและสังคมออนไลน์

โดย นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัย ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เราได้เห็นในปีที่ผ่านมาคือสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ ซึ่งเติบโตและมีความสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสาร ทั้งจากบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตและเพิ่มพื้นที่สำหรับการแชร์ข้อมูล โพสต์ข้อความบนไทม์ไลน์

"ในวันนี้จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 18.5 ล้านคน นับเป็นจำนวนที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศรวม 25 ล้านคน ขณะเดียวกันไลน์ก็เป็นแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดด้วยจำนวนผู้ใช้งานราว 18 ล้านคน ขณะที่ประชาชนเริ่มมีความกังวลเรื่องการปิดกั้นและจำกัดสิทธิของสื่อระหว่างการประท้วง ประชาชนจึงเริ่มหันมาพึ่งพาข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักแทนสื่อโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์" นักวิเคราะห์อาวุโส จากฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าว

นายธีระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในช่วงวันปีใหม่ ข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยังแสดงให้เห็นถึงการใช้งานข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นสูงจากปกติถึง 300% โดยเฉพาะการส่งข้อความอวยพรผ่านแอพพลิเคชั่นแชต โดยจากผลการสำรวจพบว่าคนไทยใช้งานรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 15 เมกะไบต์ แต่เป็นที่คาดการณ์ได้ว่าปริมาณการใช้งานจะเพิ่มสูงขึ้นระหว่างการประท้วง เนื่องจากคนจำนวนมากเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเข้าถึงข่าวสาร โพสต์รูปภาพ ดูคลิปวิดีโอ รวมถึงใช้งานอินเทอร์เน็ตทีวีอย่างต่อเนื่อง การเตรียมระบบเครือข่ายและสารสนเทศที่มีอยู่ให้พร้อมเพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่สูงขึ้น จึงเป็นความท้าทายที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเผชิญทั้งหน่วยงานในภาครัฐและภาคเอกชนผู้ให้บริการ

นักวิเคราะห์อาวุโส จากฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้การสื่อสารผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์จะทำได้สะดวก แต่ผู้ใช้งานก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังใช้วิจารณญาณมากขึ้นในการวิเคราะห์ที่มาและความถูกต้องของข่าวสารที่ได้รับ เนื่องจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังและเข้าถึงได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งอันตรายหากถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งผู้ใช้งานมักเชื่อและให้ความสำคัญกับข้อมูลข่าวสารที่ถูกส่งต่อโดยเพื่อนหรือคนรู้จักบนอินเทอร์เน็ต ทุกคนจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับฟังและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ทั้งในส่วนของเนื้อหา ที่มา และผลกระทบในด้านต่างๆ ก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อไปยังบุคคลอื่นบนสังคมออนไลน์

นายอิง ล็อก โกะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ให้ความเห็นว่า สำหรับผลกระทบในภาคธุรกิจ การประท้วงปิดกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระดับนานาชาติอย่างแน่นอน โดยกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งจะเสียโอกาสจากนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น สิงคโปร์ จีน เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ซึ่งปกติจะใช้เวลาช่วงตรุษจีนและวันหยุดโกลเด้นวีกมาเที่ยวประเทศไทย ภาพลักษณ์ในทางลบที่เกิดจากการประท้วงจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้เปลี่ยนใจเลือกใช้วันหยุดในประเทศอื่น หากวิกฤตการณ์ทางการเมืองนี้ดำเนินต่อไป คาดว่าจะเกิดผลกระทบเชิงลบต่อปริมาณการลงทุนจากต่างประเทศ ในขณะนี้นักลงทุนจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศเริ่มชะลอการลงทุนจนกว่าจะได้บทสรุปของการประท้วง ซึ่งในช่วงต้นปีเป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานจำนวนมากเริ่มกำหนดแผนธุรกิจของปีนั้นๆ สำหรับปีนี้ผู้ประกอบการมีความจำเป็นที่จะต้องคิดถึงแผนรองรับในกรณีที่สถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น.

ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ย้ำโซเชียลมีเดียยังทรงพลัง คนไทยเลือกเป็นช่องทางรับข่าวและสื่อสาร ห่วงภาคธุรกิจเสียโอกาสทางการลงทุน… 16 ม.ค. 2557 14:08 16 ม.ค. 2557 15:23 ไทยรัฐ