วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ราษฎรเต็มขั้น

โดย ซูม

ผมไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “พลเมืองดี” ด้วยการไปขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามาเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากผมมีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปต่างประเทศในช่วงระหว่างวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ไม่สามารถจะไปเลือกตั้งได้ในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดไว้

ก่อนอื่นผมขออนุญาตทำความเข้าใจเสียก่อนว่า คำว่า “พลเมืองดี” ในที่นี้ ผมจำมาจากที่คุณครูท่านเคยสอนผมไว้ในวิชา “หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม” ที่ผมเคยเรียนตอนเด็กๆ จึงอยากจะรื้อฟื้นความหลังเท่านั้นเอง

มิได้หมายความว่า ท่านที่ไม่ประสงค์จะไปเลือกตั้งหรือไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง จะมิใช่พลเมืองดี

ผมเขียนกราบเรียนท่านผู้อ่านอยู่เสมอๆว่า ผมเข้าใจทุกคนที่อยากไปเลือกตั้ง และขณะเดียวกันก็เข้าใจทุกๆคนที่คัดค้านการเลือกตั้ง

เนื่องเพราะผมตระหนักดีว่า คนไทยเรามีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน บางคนอาจเคยเรียนวิชา “หน้าที่-ศีลธรรม” บางคนอาจไม่เคยเรียน เพราะกระทรวงศึกษาธิการท่านดันมายกเลิกเสียฉิบ

อีกอย่างหนึ่งเส้นทางชีวิตของคนเราที่เติบโตมา ก็ไม่เหมือนกัน...เผอิญผมเติบโตมากับบรรยากาศการเลือกตั้ง และมีความสุขเหลือเกินเมื่อได้มีโอกาสไปฟังผู้ใหญ่เขาพูดจาปราศรัยหาเสียง

รวมทั้งในวันลงคะแนน ผมก็จะไปยืนหน้าคูหาด้วยความอิจฉาบรรดาผู้ใหญ่ที่มีสิทธิ์และพากันไปใช้สิทธิ์ของเขาในยุคนั้น

พร้อมกับตั้งความหวังว่า เมื่อผมโตขึ้นมีสิทธิ์มีเสียงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ผมจะรีบไปกาบัตรทันที

แต่ความฝันของผมก็ต้องสลายไป เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เผด็จการก็เข้ามาครองประเทศไทย และครองเอาไว้นานมาก

มาผ่อนคลายนิดหน่อยด้วยการเลือกตั้งแบบปลอมๆ ซึ่งผมก็ไปเรียนหนังสือที่สหรัฐฯเสียอีก ไม่ได้มีสิทธิ์กาบัตรจนแล้วจนรอด

พอเรียนจบกลับมาเมืองไทย ท่านก็ปฏิวัติตัวเอง นำประเทศเข้าสู่ระบอบเผด็จการถาวรต่อไปอีก...และก็ใช้ระบอบที่เราเรียกกันภายหลังว่า ระบอบ “ทรราช” มาจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ประชาชนชาวไทยจึงได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา และเราก็มีการจัดตั้งสภาจากกลุ่มประชาชนหลายอาชีพ ที่เรียกว่า “สภาสนามม้า” มาทำหน้าที่รัฐสภาและทำหน้าท่ีในการร่างรัฐธรรมนูญ

ผมเองไปมีส่วนเป็นอนุกรรมการ ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ชุดหนึ่ง ทำหน้าที่ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น

ผมก็ช่วยเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นว่า อยากได้รัฐธรรมนูญแบบไหน อย่างไร ผ่านคอลัมน์นี้...จำได้ว่ามีประชาชนส่งจดหมายนับเป็นหมื่นๆฉบับไปที่รัฐสภา

พอร่างเสร็จ ผมก็ช่วยท่านเขียนเผยแพร่เชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกตั้งอีกหลายสิบครั้ง คาดว่าคงจะมีส่วนช่วยจูงใจประชาชนใน พ.ศ.นั้นให้ออกไปเลือกตั้งไม่มากก็น้อย

ผมเองก็ไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่รอมานานเหลือเกินจนอายุ 33 ปี ถึงได้มีสิทธิ์ไปเปิดบริสุทธิ์

จึงจดจำมาได้ตลอด และตั้งสัตย์ปฏิญาณตั้งแต่นั้นว่า จะขอใช้สิทธิ์ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งในประเทศไทย

ผมกับแม่บ้านไปที่เขตบางกะปิเมื่อวันพุธครับ โดยนำสำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาทะเบียนบ้านไปด้วย...เขียนคำร้องแผล็บเดียวก็เสร็จเรียบร้อย ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าผมและภรรยาเป็นคนที่ 12 และ 13 นับ ตั้งแต่เปิดรับคำร้องเมื่อวันจันทร์เป็นต้นมา

วันที่ 26 มกราคมนี้ ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง ผมและภรรยาก็สามารถจะไปกาบัตรล่วงหน้าได้ที่หอประชุมของเขตบางกะปิ

ผมเขียนคอลัมน์วันนี้โดยยังไม่ทราบว่ารัฐบาลท่านจะเลื่อนการเลือกตั้งตามที่ กกต.เสนอมาหรือไม่

ถ้าเลื่อนก็แล้วไป...ไม่เลื่อนผมก็จะไปทำหน้าที่โดยไม่ได้มีความดีใจหรือเสียใจแต่อย่างไร

ส่วนที่ถกเถียงกันอยู่ทุกวันนี้ผมก็บอกแล้วว่าผมเข้าใจทุกฝ่าย และ เคารพในความเห็นของทั้ง 2 ฝ่ายที่มีวัตถุประสงค์และประสบการณ์ต่างกัน

ขอไว้เพียงว่าจะทะเลาะอย่างไรก็ทะเลาะไป อย่าฆ่าแกงกันเท่านั้นละครับ...ผมยังชอบฟังเพลงชาติไทยอยู่ และยังเชื่อมั่นอยู่เสมอว่าเพลงชาติไทยเป็นเพลงที่ไพเราะและมีความหมายที่สุดในชีวิตผม  เคียงข้างกับเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ทั้งตลอดมาและตลอดไป.

"ซูม"

16 ม.ค. 2557 12:19 16 ม.ค. 2557 12:19 ไทยรัฐ