วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองเสบียงม็อบกำนัน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

โดย

สุรีย์ ไมตรีโสภณ อายุ 60 ปี มาปักหลัก เป็น “กองเสบียง”ให้ผู้ร่วมชุมนุมม็อบกำนันสุเทพ  “มวลมหาประชาชน” มานาน เป็นแรมเดือนแล้ว

หากจะถามว่าแต่ละวัน...แต่ละมื้อ ที่ต้องเลี้ยงคนเรือนพัน เรือนหมื่น เรือนแสน เมนูอะไรใครกำหนด เขาบอกว่า ผมกำหนดเอง เมนูหลักๆก็จะเป็นข้าวกะเพราไก่กับไข่ดาว...กะเพราไก่ ไข่ดาวกินง่าย ทำก็ง่าย แต่อร่อยถูกปากคนด้วย ไก่ก็กินได้ทุกคน ไข่ดาวก็น่าจะชอบ เมนูนี้เห็นว่าธรรมดาแต่คนกินประทับใจมากนะ

“ทุกกระทะที่ผ่านมือ...เราปรุงรสชาติเองกับมือ เอาอร่อย เข้มข้นเข้าไว้ ไม่ได้ทำเป็นรายมื้อ แต่ทำกันทั้งวัน ถ้าอยู่ราชดำเนิน วันนึงทำแปด...เก้าพันกล่อง”

ข้าวกะเพราะไก่เกือบหมื่นกล่อง ไม่ใช่งานง่าย ธรรมดาๆนะจะบอกให้ เพราะถ้าคิดคำนวณวัตถุดิบก็ถือว่ามหาศาลทีเดียว...เนื้อไก่ก็ราวๆ 300 กิโลกรัม ใบกะเพราเด็ดแล้วก็ 10 กิโลกรัม พริก...กระเทียมก็อย่างละ 10 กิโลกรัมเหมือนกัน นอกนั้นเป็นเครื่องปรุงรสน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ก็ใช้เป็นแกลลอนใหญ่ ไม่น้อยกว่า 10 แกลลอน

วัตถุดิบมหาศาลแต่ละวัน ไม่ได้สั่งตรงมาจากตลาดไหน ส่วนใหญ่ก็จะซื้อห้างค้าส่งยักษ์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเวทีชุมนุมที่ปักหลักกันอยู่ได้ ของครบตรงตามต้องการในการซื้อครั้งเดียว

“ข้าวสาร” ที่นำมาหุงเป็นข้าวสวย เป็นอีกเรื่องสำคัญ เมื่อถูกถาม สุรีย์ถึงกับอุทานคำว่า “โอ้โฮ...” ข้าวหอมมะลิอย่างดีเลยนะ กินแล้วนิ่ม อร่อยอิ่มท้อง คนกินมีความสุขแน่นอน

“ทำให้คนกิน เราทำอย่างดีหมด” สุรีย์ว่า

ไม่เคยถามคนกินอร่อยมากน้อย มองดูความคลาคล่ำของผู้ที่มายืนต่อแถวถือว่าแน่น...หนาตาทุกครั้ง ความสุขที่ได้ก็คือรอยยิ้ม เวลาที่แอบมองคนกินข้าวกล่องกะเพราไก่อย่างเอร็ดอร่อย

“เราคิดว่าทุกคนสู้เพื่อความถูกต้อง...เราพอมีกำลัง เราเป็นกองหลังเพื่อทำให้คนอิ่มดีกว่า จะได้มีกำลังสู้กับความไม่ชอบธรรม ก็มีความสุขแล้ว”


หากจะถามกันว่าจะอยู่กันไปถึงไหน สุรีย์ไม่มีสีหน้ากังวล ตอบว่า ตอนแรกวันนี้...มื้อนี้จะเป็นมื้อสุดท้ายแล้วที่จะหมดงบในรอบนี้ กลับบ้านพรุ่งนี้ ทีนี้ทางเวทีอาจจะรู้ข่าวก็เลยขอช่วยสนับสนุน ขาดเหลืออะไร จะเอาอะไรให้บอก เพียงแต่ให้เราเป็นคนทำกับข้าวกับปลาอย่างเดียว

แม้ว่าจะมีคนแวะเวียนมาช่วย แต่กำลังหลักกองเสบียงม็อบเวทีถนนแจ้งวัฒนะ ก็มีอยู่แค่ 3 คนพ่อแม่ลูกเท่านั้น คนมาช่วยก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกำแพงนั่นเอง ทำงานเสร็จแล้วก็ออกมาช่วย... “เลือดรักชาติ”

งานครัวเป็นงานใหญ่ เรื่องกินก็เป็นเรื่องใหญ่ อย่างที่ชอบพูดกันติดปาก “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อท้องอิ่มก็มีพลังที่จะทำอะไรได้ต่อไป ภารกิจกองเสบียงเข้มข้น สุรีย์ ยืนยันในฐานะพ่อครัวใหญ่ “รสจะออกเค็มนิดๆ จะได้ไม่ต้องใส่น้ำปลา”

พูดกันตรงๆตามประสาคนชะอำ สุรีย์เน้นน้ำเสียงหนักแน่นว่า ไม่หนักใจอะไรเลยกับหน้าที่นี้ เพราะพ่อแม่ลูกมากันเองทั้งบ้าน มากันด้วยใจตั้งแต่แรก ทุนทั้งหมดก็จ่ายเอง ไม่มีใครจ้าง ก่อนออกจากบ้าน...

ตั้งเป้าเอาไว้ ถ้าหมด 50,000 บาทก็กลับ...กลับแล้วก็ไปหาเงินมาใหม่แล้วก็จะกลับมาอีก

“ห้าหมื่นทำครัวเลี้ยงคนได้ 4 วัน...วันนึงก็ตีว่าทำข้าวกะเพราสัก 8,000 กล่อง ที่ผ่านมาหมดไปแล้วเกือบห้าแสนบาท ด้วยใจล้วนๆ”

สุรีย์เล่าต่อไปอีกว่า งานครัวไม่ใช่งานถนัดหรืองานประจำ แต่อาชีพที่ทำเงินหาเลี้ยงครอบครัวคือการเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ ถือว่าเป็นอู่ใหญ่มีลูกน้อง 20 กว่าชีวิต ทำปิกอัพให้ยกดัมพ์ได้ มีลูกค้าทั่วประเทศ...เป็นผลงานที่เราคิดขึ้นมาเอง ทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว

แน่นอนว่า ผู้ชายสูงวัยคนนี้ไม่เคยรู้เรื่องการทำกับข้าวขาย ที่เคยทำก็ทำกินกันเฉพาะในบ้าน

แรกเริ่มเดิมทีฟังข่าวม็อบกำนันมาชุมนุมที่ราชดำเนินก็อยากรู้ความจริงให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ต้นเดือนพฤศจิกายนก็เลยมาร่วมชุมนุม พาลูกเมียมานอนอยู่ที่หน้าบริษัทธนบุรีพานิชย์

คืนวันนั้นได้ยินคนเดินไปเดินมาบ่นหิวข้าว ก็เลยชวนลูกสาวภรรยาไปยืมอุปกรณ์ครัวที่วัดบ้าง เอาที่บ้านมาบ้าง หม้อ ไห เตา ฯลฯ... บรรทุกใส่รถกระบะมา 2 คัน คันนึงเราก็ขับนั่งมากับภรรยา...จารุนันท์ ลิ้มเจริญอีกคันลูกสาวก็ขับมาคนเดียว มาตั้งกองเสบียงเลี้ยงม็อบอย่างที่เห็นนี่แหละ

เสน่ห์ปลายจวักของเจ้าของอู่ซ่อมรถ กะเพราไก่แต่ละกระทะจะต้องผ่านลิ้น ผ่านมือ ชิมเอง แม้ว่าจะมีคนมาช่วยผัด ช่วยทำ แต่การปรุงต้องสุรีย์คนเดียวเท่านั้น เพื่อคุณภาพมาตรฐาน ครัวชะอำการันตี

“อร่อยทุกมื้อ” เสียงหนึ่งดังแว่วสวนทางแต่ไกล เพราะเธอเป็นคนตักให้กับผู้ที่มาต่อแถวรับข้าวกล่อง

ผัดพริก...กระเทียมในน้ำมันร้อนๆให้หอมกรุ่นสักครู่ ก็ใส่เนื้อไก่ลงไป คลุกเคล้าได้ที่ก็ใส่ใบกะเพรา ปรุงรส...ขั้นตอนกระบวนการนั้นไม่ยาก ใครก็รู้ แต่ถ้าจะให้อร่อยได้มหาศาลครอบคลุมมวลมหาประชาชนนับหมื่นชีวิต ไม่ง่ายแน่นอน

เมนูบางมื้ออาจเห็นแปลกแตกต่างไปจากนี้ อาจมีผัดผักบ้าง ต้มฟักบ้าง อาจจะเรียกว่าวันนี้มีเมนูพิเศษ เพราะวัตถุดิบที่ได้มาจากมิ่งมิตรมวลมหาประชาชนที่หอบหิ้วกันมาจากบ้าน เดินทางมาชุมนุมก็เอาเสบียงมาช่วยคนละไม้คนละมือ ฟักบ้าง แตงกวาบ้าง ถั่วฝักยาวบ้าง

“แม่ค้าตลาดชะอำ เวลาไปซื้อของ เขาก็จะไม่เอาเงิน จะขอสมทบมาช่วยเต็มสองคันรถ ถ้าจะเอามาเต็มคันรถสิบล้อเขาก็ให้ ให้จนเอามาไม่ไหว ต้องบอกว่าฝากไว้จะมาเอาเที่ยวหน้า”

ได้ผักมาก็ผัดผัก ได้แฟงมาจากกระบี่ก็เอามาต้มซุปกับน่องไก่...เป็นกับข้าว แต่ถ้าหลักๆแล้วยังยืนยันว่าเป็นกะเพราไก่ ไข่ดาว...กับ “ไข่ดาว” ก็มีปัญหาถ้าคนมากมหาศาล ถ้าอยู่ราชดำเนินจะไม่ทอดเลยเพราะทำไม่ทัน เอาแค่ผัดกะเพรา หุงข้าวก็แทบจะไม่ทันแล้ว

เมนูแปลกๆส่วนใหญ่ก็วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ กินอร่อย กินง่ายๆ สะดวกอิ่มท้อง เวทีถนนแจ้งวัฒนะไม่ต้องกลัวอด อยู่ที่นี่คนไม่หนาแน่นเท่าไหร่นัก นอกจากข้าวราดกะเพราแล้ว ยังมีไข่ดาว ไข่เจียวให้ทานกันจนอิ่มแปล้ เพราะกองเสบียงพอจะมีเวลาอยู่บ้าง

คุยกันอยู่แต่ตาก็เหลือบมองไปที่กระทะผัดกะเพรา ยังไม่วายสั่งการ “ใส่ซีอิ๊วเยอะไปนะลูก...” ลูกมือ หัวหน้าครัวใหญ่ วัชรี ไมตรีโสภณ ลูกสาวที่กำลังสาละวนอยู่กับกระทะมือเป็นระวิง เหงื่อเต็มหน้า ก็พูดสั้นๆเต็มไปด้วยรอยยิ้มว่า “สู้...สู้ ค่ะ”

สุ้มเสียงวัชรีวันนี้แหบ เธอยังพูดติดตลก เพิ่งแหบเพราะเหนื่อย แต่ถ้าเหน่อ...เหน่อมาตั้งแต่เกิดแล้ว “พ่อสั่ง...ลูกทำ พ่อสั่งมา...ลูกจัดให้ เหนื่อยสุดยอด...” มาที่นี่ ก็พอจะได้พักหน่อย ราวๆห้าทุ่มถึงตีสาม แต่ก็ยังเฝ้าหม้อข้าว สุกก็ตักออก...เสียบใหม่ แต่ก็ยังไม่หนักเท่าราชดำเนิน ไม่ได้พักเลย ข้าวหม้อนึงตักได้ 100 จาน วันๆหุงหลายสิบหม้อ มีหม้ออยู่ 4 ใบ...ก็ผลัดเปลี่ยนหุงกันทั้งวันทั้งคืน ตักข้าวใส่กล่องโฟมเอาไว้ปิดให้สนิท เป็นเทคนิคเก็บข้าวให้ร้อนอยู่ได้นานเป็นวันก็ไม่เสีย

มื้อเช้ากับเย็นถือว่าหนักสุด...คนกินเยอะ บางทีบอกข้าวหมดก็ยังยืนรอเป็นแถวยาว เราก็เครียด ต้องเตรียมเอาไว้เต็มที่ และทั้งหมดเหล่านี้ก็คือ “กองเสบียง”...เลี้ยงชีวิตของมวลมหาประชาชนที่มีความสุขใจเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต.

16 ม.ค. 2557 11:27 16 ม.ค. 2557 11:30 ไทยรัฐ