วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนสองขวัญ

เด็กรุ่นผม ก็รุ่นราวคราวเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว มีของเล่นหลายอย่าง เด็กผู้หญิงเล่นหมากเก็บ เด็กผู้ชายเล่นตี่จับ เล่นไม้หึ่ง ฯลฯ เล่นกันจนเบื่อ จนไม่มีอะไรให้เล่น ก็หันไป “เล่นหัว”

กลางกระหม่อม บนหัวของแต่ละคน...มีขวัญ ข้อที่เด็กเอาเล่นกัน...ใครมีขวัญเดียว ใครมีสองขวัญ

เด็กปากอ่าวแม่กลองบ้านผม...ร้องล้อ “ขวัญเดียวลูกอีเปี้ยวขายพลู” “สองขวัญขยันหาผัว”

ก็ร้องๆ ล้อๆ เล่นๆ กันไป ไม่เข้าใจความหมาย...อีเปี้ยวขายพลู ใคร ดีไม่ดียังไง ถ้าร้อง ฝนตกแดดออก นกกระจอกเข้ารัง ยายซิ้มถอดเสื้อ ถ่อเรือไปดูหนัง” ยังเห็นภาพเร้าใจมากกว่า

ในหนังสือ วัฒนธรรมไต-จีน (แพร่พิทยา 2519) หัวข้อ ลายสือไต คุณสมัคร บุราวาศ อธิบายว่า คำร้อง “เล่นหัว” ของเด็กๆ มีสองอย่าง

ขวัญเดียวลูกไอ้เบี้ยวขายหมู... (ไม่ใช่อีเปี้ยวขายพลู) คนขวัญเดียว ท่านว่าเป็นคนหัวอ่อน ว่านอน สอนง่าย

สองขวัญลูกไอ้จันทร์ธนู ท่านว่าคนสองขวัญ เป็นคนดื้อ เลี้ยงยาก (แต่หากรอดมาได้ จะเติบใหญ่เป็นคนระดับผู้นำ มีอำนาจ)

คุณสมัคร ยกย่อง พระยาโกษาวิจารณ์ (บุญศรี ประภาศิริ) ให้เป็นปฐมาจารย์คนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย กล้าคิด กล้าเขียน ท่านเขียนว่า คนไทยสมัยนี้ ลืมคำ “ขวัญ” ไปแล้ว

ขวัญ หมายถึง “วิญญาณ” ตรงตามพุทธปรัชญา เป็นคำหลัง “มิ่ง” ซึ่งหมายความว่า “ชีวิต”

ยุคหลัง คนไทยเอาคำแขก ชีวิตวิญญาณ มาใช้ จนลืมคำไทยเดิม ...มิ่งขวัญ

รูปขวัญ กลายเป็นเลข 1 ของไทย และแม้เลขอื่นๆ ก็ต้องขมวดลายขวัญเสียก่อน จึงเขียนต่อ อักษรไทย 44 ตัว 43 ตัว เริ่มเขียนด้วยวงสว่าน หรือขวัญ มีตัวเดียวยกเว้น คือ ก

อาจารย์ชิน อยู่ดี เรียกลายเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง...ที่เขียนแบบวงสว่านว่า ลายก้านขด ลายนี้เขียนด้วยสนิมเหล็กบนพื้นสีนวล ลายวงสว่าน ใช่จะมีที่กระหม่อมบนศีรษะคน ยังมีที่หัวนิ้วมือ และนิ้วเท้า

ชนชาติไทยถือว่า วิญญาณหรือขวัญ เข้าในร่างกายตรงวงสว่าน ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า “ก้นหอย” เหล่านี้

นอกจากลายก้นหอยแล้ว บนหัวคน ตามนิ้วมือ นิ้วเท้า ยังมีอีกลาย...ลายมัดหวาย

เส้นโค้งกลมมัดหวาย ปรากฏเป็นลายประดับเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านเชียง และต้นน้ำวั่งหอ ฝรั่งเรียกว่า Rotary S Curve แปลว่า สองวงสว่านเชื่อมกัน คล้ายอักษรเอส ของฝรั่ง

คุณสมัคร เชื่อว่า ลายวงสว่าน เกิดจากลัทธินับถือขวัญ หรือวิญญาณ ของคนเผ่าไตดั้งเดิม

เอาความเชื่อเรื่องขวัญ มาเป็นเกณฑ์พูดจากัน...คนระดับผู้นำ อย่างกำนันสุเทพฯ ดูจากท่วงท่า นำทัพมวลมหาประชาชน ได้ห้าวหาญเกรียงไกรไร้เทียมทาน ท่านน่าจะเป็นคนสองขวัญ ที่เด็กๆ ร้องกันว่า...ลูกไอ้จันทร์ธนู

ผู้นำที่ใช้ท่วงท่าวาจา สะกดมวลมหาชน เดินตามได้ ถือว่าไม่ธรรมดา

ในสงคราม กองทัพที่กำลังพลมากกว่า ขวัญกำลังใจเข้มแข็งกว่า มักเป็นผู้ชนะ

แต่ความเข้มแข็งที่ว่า หากเอาไปใช้กับ “ความอ่อน” ผมนึกถึงฉากหนึ่งในหนัง สุริโยไท...กองทัพอยุธยา นำโดยพระไชยราชา...ประชิดประตูเมืองเชียงใหม่

ประตูเมืองเปิด...แทนภาพทหารพร้อมอาวุธ...กลายเป็นภาพ แม่เมืองเชียงใหม่ แต่งกายในชุดสวยงาม...เย้ายวนหัวใจชาย...พร้อมยิ้มหวานๆ ออกมาเชื้อเชิญกษัตริย์อยุธยาเข้าเมือง

กลับจากสงครามเชียงใหม่ พระไชยราชาสวรรคตด้วยยาพิษ จากน้ำมือมเหสี ศรีสุดาจันทร์

หลายครั้ง บุรุษผู้เข้มแข็งเกรียงไกร ก็ตายด้วยความอ่อนหวาน...ของสตรี

ผมท่องกลอน “ถ้าจะอ่อน อ่อนให้เห็นเป็นเส้นไหม ผูกพยัคฆ์เอาไว้โขยกเฆี่ยน” ให้เด็กๆ ฟัง ตั้งใจจะบอกว่า ความอ่อน...นั้นถ้าอ่อนให้ถูกจังหวะเวลา ก็อาจเอาชนะ ความแข็ง ได้เหมือนกัน

กลอนบทนี้ ใช้ได้กับคนขวัญเดียว ว่านอนสอนง่าย เท่านั้น ส่วนคนสองขวัญ ดื้อ...รุกรบแบบไม่ยอมเจรจา...คงใช้ไม่ได้...ใครท่องกลอนบทนี้ เผลอๆ จะถูกป้ายสีแดงให้ด้วย.

กิเลน ประลองเชิง

16 ม.ค. 2557 10:05 ไทยรัฐ