วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้อมรับพรพระราชทาน

โดย

การเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกา ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ใกล้เข้ามายิ่งขึ้นทุกขณะ แต่รัฐบาลกับคณะกรรมการการเลือก ตั้ง (กกต.) ยังไม่สามารถหาข้อยุติ จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เป็นวันที่ 4 พฤษภาคม หรือยืนยันกำหนดเดิม ฝ่าย กกต.ต้องการให้เลื่อนออกไปก่อน เพราะความไม่พร้อมหลายอย่าง  แต่นายกรัฐมนตรียืนกรานว่าต้องรักษาประชาธิปไตย

ไม่มีใครเรียกร้องให้ทำลายประชาธิปไตย หรือให้เลิกล้มการเลือกตั้งเบ็ด เสร็จเด็ดขาด ทุกฝ่ายยังยึดหลักประชาธิปไตย และให้เลือกตั้งในสถานการณ์ที่เหมาะสม กกต.เพียงแต่ขอให้เลื่อนเวลาออกไป มิฉะนั้นจะได้ ส.ส.ไม่ครบ 95% เปิดประชุมสภาและเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ซ้ำยังหากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่ได้ ขาดอยู่เป็นเรือนหมื่นหรือแสน

กรรมการ กกต.ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งโดยตรง คือ รศ.ดร.สมชัย ศรีสุทธิยากร ชี้แจงว่าถ้า กกต.กับรัฐบาลหาข้อยุติไม่ได้ คงจะต้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่พึ่งสุดท้าย ให้วินิจฉัยว่าแนวทางการเลือกตั้งที่เห็นต่าง ศาลมีความเห็นอย่างไร? เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ระหว่างรัฐบาลกับ กกต.ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีอำนาจตัดสิน

แต่ถึงแม้จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลอาจรับเรื่องไว้ตัดสิน แต่ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งจะยุติ  ฝ่ายรัฐบาลอาจจะไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลเคยประกาศ ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในหลายกรณี ซ้ำยังประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาล จนกลายเป็นมูลเหตุของความขัดแย้งและวิกฤติในปัจจุบัน

รัฐธรรมนูญมาตรา 214 บัญญัติไว้ว่าถ้าเกิดความขัดแย้งเรื่องอำนาจหน้าที่ระหว่างสององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่เมื่อองค์กรใดเช่นรัฐสภา หรือรัฐสภาไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะกลายเป็นความขัดแย้งระ- หว่างรัฐบาลกับศาลรัฐธรรมนูญเสียเองกรณี แบบนี้ไม่ทราบว่าองค์กรใดจะเป็นผู้ตัดสิน

เมื่อไม่มีองค์กรชี้ขาดหรือตัดสิน ความขัดแย้งก็จะต้องยืดเยื้อ หรือมิฉะนั้นก็จะต้องเดินหน้าเลือกตั้ง ตามกำหนดเดิมต่อไป ทั้งๆที่รู้ว่ามีปัญหารออยู่ข้างหน้ามากมาย และการเลือกตั้งก็จะไม่แก้ปัญหา ซ้ำยังอาจจะซ้ำเติมความขัดแย้ง ให้รุนแรงยิ่งขึ้นนักวิชาการบางคนเสนอแนะว่า ถ้ารัฐธรรมนูญมีช่องทางให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ ก็ควรจะเลื่อนออกไปก่อน

เพื่อให้ทุกฝ่ายรวมทั้งคู่ขัดแย้ง ได้ร่วมสานเสวนาหาทางออกร่วมกันอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ให้ทุกฝ่ายยอมรับการเลือกตั้ง นำประเทศกลับสู่ความปรองดอง และทุกฝ่ายควรปฏิบัติตามพระราชดำรัสพระราชทานพร ในวาระวันขึ้นปีใหม่ “ขอให้ท่านทั้งหลายรักษาสุขภาพกายสุขภาพจิตให้สมบูรณ์แข็งแรง...จะคิดจะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทยไว้เสมอ”.

16 ม.ค. 2557 10:01 16 ม.ค. 2557 10:01 ไทยรัฐ